ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มพัฒนาไปเรื่อยๆจนกระทั่งสนิทกันและรู้เื่ราวของกันและกันเกือบหมด ปลาทูรู้ว่าไทเกอร์ชอบอะไร ไม่ชอบอะไร ไทเกอร์เองก็เช่นเดียวกัน เขารู้หมดว่าปลาทูชอบกินอะไร แพ้อะไรและกลัวอะไร นภากับเดชาจึงตัดสินใจที่จะส่งปลาทูเข้าเรียนโรงเรียนเดียวกับไทเกอร์ พวกเขาสองคนจะได้ดูเเลกันทั้งที่โรงเรียนและเล่นด้วยกันที่บ้านด้วย ตอนแรกสุนีย์ก็ไม่เห็นด้วยเพราะเธอไม่มีปัญญาส่งปลาทูเรียนแน่ เเต่นภากับเดชาก็ได้ออกปากว่าค่าใช้จ่ายในการเล่าเรียนของปลาทูพวกเขาจะเป็คนรับผิดชอบเองทั้งหมด สุนีย์รู้สึกเกรงใจเเต่ก็ปฏิเสธอะไรไม่ได้..ทุกอย่างจึงเป็ไปตามที่นภาคิดไว้ ปลาทูกับไทเกอร์ได้เรียนในโรงเรียนเดียวกัน ไทย์เกอร์เรียนอยู่ชั้น ม.1 ส่วนปลาทูนั้นเรียนอยู่ชั้น ป.5 ตอนนี้พวกเขาสองคนแทบจะเป็ฝาแฝดกันเพราะตัวติดกันตลอดไปไหนก็ไปด้วยกันไม่ว่าจะไปโรงเรียนหรือไปออกงานสังคม นภาก็มักจะให้ปลาทูกับไทเกอร์ไปด้วย เพราะอย่างน้อยๆในเวลาที่พ่อแม่เข้าสังคมร่วมพูดคุยกับผู้ใหญ่ ไทเกอร์จะได้มีปลาทูเป็เพื่อนคุยด้วยนั่นเอง…
เช้าวันต่อมา วันนี้เป็วันที่ปลาทูกับไทเกอร์ต้องไปเรียนหนังสือเหมือนทุกๆวันที่ผ่านมา เเน่นอนว่าทุกอย่างถูกจัดการเรียบร้อย ไม่ว่าจะเป็เสื้อผ้า ทรงผมรวมไปถึงการเดินทาง นภาก็จัดเตรียมให้ปลาทูและไทเกอร์อย่างเสร็จสรรพทุกประการ สุนีย์มองแล้วก็รู้สึกซาบซึ้งอย่างบอกไม่ถูก ที่เห็นว่านภาดีกับปลาทูขนาดนี้ ทว่า..ในตอนนี้สีหน้าของปลาทูกับมีความกังวลเหมือนมีเื่ไม่สบายใจอยู่
"ปลาทู เป็อะไรหรือเปล่าลูก ทำไมสีหน้าดูแปลกๆมีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า?"
"ทูไม่อยากไปโรงเรียนแล้วครับแม่" เด็กน้อยทำหน้าเศร้าพลางก้มหน้าทำท่าจะร้องไห้ นภาที่เห็นเช่นนั้นก็รู้สึกไม่ดี เธอเดินเข้ามานั่งคุกเข่าลงตรงหน้าปลาทูและถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน นภาลูบหัวปลอบขวัญปลาทูราวกับเป็ลูกแท้ๆของเธอ
"ไหน…มีเื่อะไรไม่สบายใจ เล่าให้ป้าฟังซิ ทำไมถึงไม่อยากไปโรงเรียน?"
"เพื่อนที่โรงเรียนชอบล้อว่าทูเป็ลูกไม่มีพ่อ อีกอย่างไม่มีเพื่อนคนไหนเล่นกับทูเลยเพราะคุณครูที่โรงเรียนบอกว่า ทูเป็เด็กที่มาจากต่างจังหวัดทเป็ลูกคนใช้ในบ้านคนรวย เพื่อนๆ ทุกคนก็หัวเราะและไม่มีใครอยากเล่นกับลูกคนใช้แบบทู"
"ยังมีเื่แบบนี้เกิดขึ้นในโรงเรียนอีกหรอ เกอร์!!ทำไมถึงปล่อยให้น้องโดนรังแก ทำไมเกอร์ไม่ดูแลน้อง!!"
"อย่าไปว่าพี่เกอร์เลยครับ ทูไม่ได้บอกพี่เกอร์เอง ทูกลัวว่าถ้าเพื่อนๆรู้ ว่าทูอยู่บ้านเดียวกับพี่เกอร์ พี่เกอร์อาจจะถูกรังเกียจเหมือนทูก็ได้ครับ"
"เหลวไหล!! ใครจะกล้ามารังเกียจพี่ คราวหลังถ้ามีใครรังแกทูอีกให้บอกพี่ เข้าใจไหม เดี๋ยวพี่จัดการให้เอง"
"ดีมาก เป็พี่น้องกันต้องดูแลกันช่วยเหลือกันในทุกๆด้าน"
"ครับแม่…คุณน้าสุนีย์ไม่ต้องห่วงนะครับผมจะดูแลปลาทูเอง รับรองว่าคราวนี้ไม่มีใครกล้าแกล้งปลาทูแน่ๆ"
"จ้า น้าฝากน้องด้วยนะคะคุณหนู"
"เอาล่ะ ถึงเวลาต้องไปโรงเรียนแล้ว ขืนช้ากว่านี้เดี๋ยวจะสายเอา ป่ะเด็กๆขึ้นรถ ตาอุ่นช่วยขับรถไปส่งเด็กๆที่โรงเรียนแล้วกลับมารับคุณผู้ชายไปประชุมด้วยนะ"
"ได้ครับคุณหญิง" ไทเกอร์ยื่นมือให้ปลาทูจับพร้อมกับก้าวขึ้นรถไปพร้อมๆกัน พวกเขานั่งจับมือกันอย่างนั้นจนถึงหน้าโรงเรียน ขณะที่ลงรถไทเกอร์ก็ยังจับมือปลาทูไว้แน่น ด้วยความที่กลัวว่าจะมีใครมาแกล้งทูอีก
คราวนี้เกอร์จึงอาสาเดินไปส่งปลาทูที่ห้องเรียนก่อนและเป็ไปตามคาด ทันทีที่ปลาทูไปถึงเสียงโห่ร้องก็ดังขึ้นระงม
"อ้าว!! ไอ้ลูกคนใช้มาแล้วหรอ พอดีเลยฉันกำลังจะเทน้ำลงพื้นน่ะช่วยไปหาผ้ามาเช็ดหน่อยสิ!"
"วันนี้เท้าฉันก็เปื้อนอะไรไม่รู้อ่ะช่วยไปเอากะละมังใส่น้ำมาล้างให้หน่อยสิ ฮ่าฮ่าฮ่า!!'
"ไม่มีมือมีตีนหรือไงถึงทำเองไม่เป็ คิดว่าตัวเองใหญ่และอยู่สูงกว่าคนอื่นงั้นหรอ ที่แท้มันก็ลูก ส.ส.กระจอกกระจอกทั้งสองคนนั่นแหละ"
"พ่ะ..พ่ะ..พี่..พี่ไท…เกอร์!!"
"ใช่ ฉันเอง นาย 2 คนสินะที่คอยแกล้งคนของฉันน่ะ!"
"คน..คนของพี่…ใครกันหรอครับ?"
"ก็เห็นอยู่ว่าฉันเดินจับมือปลาทูเข้ามา คงจะไม่ใช่พวกนายสองคนหรอกมั้ง อย่าให้ฉันรู้นะว่าพวกนายสองคนแกล้งคนของฉันอีก ไม่เช่นนั้นล่ะก็..พ่อของพวกนายสองคนซวยแน่!!!...อ่อ..อีกอย่างนะ…ปลาทูไม่ใช่ลูกของคนใช้ เขาเป็คนของฉันจำใส่สมองของพวกนายเอาไว้ด้วยและถ้ายังไม่จบก็เจอกับฉันได้ที่สนามบาส" ไทเกอร์ประกาศกร้าวเสียงเเข็ง ห้ามให้ใครมายุ่งหรือทำร้ายปลาทูอีก ภาพของเด็กชายคนนึงกำลังยืนกรานปกป้องเด็กชายอีกคนมันช่างเป็ภาพที่น่าประทับใจมากและเหตุการณ์ในวันนี้มันก็ทำให้ปลาทูรู้สึกแปลกๆเวลาเจอหน้าไทเกอร์ ทุกอย่างมันกำลังเปลี่ยนไป ภาพที่มองในวันนี้รวมถึงหลายๆเหตุการณ์ที่ไทเกอร์ดูแลเขามาตลอดนั้นมันทำให้ปลาทูไม่ได้มองว่าไทเกอร์เ
ป็นพี่ชายอีกต่อไปแล้ว