“สวัสดีครับพี่พี ผมชยณัฐนะครับ” ชยณัฐเปิดลำโพงคุยหน้าตาเฉย
“ค่ะ สวัสดีค่ะหมอ”
“ผมจะบอกว่า ตกลงนะครับ”
“เื่อะไรคะ”
“อ้าวก็ที่พี่ชวนไปกินบุฟเฟต์”หมอหนุ่มยักคิ้วให้ศวัสที่นั่งฟังเงียบๆ สลับกับยกแก้วเป็ระยะ
“อะไรนะหมอพี่ชวนเหรอตอนไหนไม่เห็นจำได้”
“ที่ส่งไลน์หาผมเมื่อสักสิบนาทีก่อนอ่ะ”
หญิงสาวเงียบไปพักใหญ่ก่อนจะส่งเสียงวี๊ดว๊ายมาตามสาย
“ว๊าย! ตายแล้วๆ พี่ส่งผิดเหรอขอโทษๆ สงสัยเมมชื่อผิดคิดว่าเพื่อนสมัยเรียนนางบอกเพิ่งเปลี่ยนมือถือใหม่คิดว่าเปลี่ยนไลน์ด้วย ไม่ได้ตั้งใจจริงๆขอโทษอีกทีนะคะ”
“ไม่เป็ไรครับอุตส่าห์ดีใจคิดว่าพี่ตั้งใจชวนเสียอีก”
“ฮ่าๆเอาไว้โอกาสหน้านะหมอตอนนี้ยังไม่สะดวกต่อคิว” ตอบกลับมาเร็วจนคนฟังสะอึก
“บัตรคิวผมสั้นสุดแล้วครับในรุ่น”
“รับทราบค่ะ”
“วันนี้วันเกิดผม ขอของขวัญด้วยสิ”
“สุขสันต์วันเกิดค่ะขอให้มีความสุขมากๆนะคะ”
“ตอนนี้อยู่กันครบทั้งชั้นปีเลยพี่อยากฝากอะไรถึงใครไหม” พอเห็นคนตั้งใจเงี่ยหูฟังเขาก็อยากแกล้งซะงั้น
“เมาแล้วห้ามขับนะ”
ยังกับทำงานที่ สสส.
ศวัสยิ้มขำแม่แก่ที่อยู่ปลายสาย
“ไม่ปล่อยกลับหรอกนอนบ้านผมกันหมด”
“ดีแล้วพรุ่งนี้วันเสาร์ด้วยเจอด่านหล่ะได้อยู่สน.ยาวถึงวันจันทร์แน่”
“ไอ้ไวน์อยากคุยกับพี่คุยกับมันหน่อย” คราวนี้มือถือถูกยัดเยียดมาให้แบบไม่ทันตั้งตัวศวัสได้แต่ก่นด่าเพื่อนแบบไร้เสียง ชยณัฐพยักพเยิดให้คุยจนเขารำคาญสุดท้ายจึงตัดสินใจลุกออกมาจากโต๊ะ
“สวัสดีครับ”
“ค่ะ”
“ผมเองนะ”
“ค่ะ”
แล้วทั้งคู่ก็เงียบไปจนคิดว่าอีกฝ่ายกดปุ่มวางสายแล้ว
“หายโกรธยัง” เมื่อเธอเงียบ ชายหนุ่มจึงพูดต่อ “ขอโทษ ไม่คิดว่าจะโกรธขนาดนี้”
“แล้วต้องโกรธขนาดไหน”
“ผมผิดไปแล้ว ขอโทษสำนึกผิดจริงๆ”
“หมอเล่นแรงไปนะ”
“ครับ ผมรู้ว่าพี่โกรธมากผมไม่สบายใจเลย”
“รู้ตัวก็ดี หมอสัญญาก่อนว่าจะไม่ทำแบบนั้นอีก”
“แบบไหน” ยังมีอารมณ์มาล้อเล่นอีก
ครั้นเธอเงียบไปชายหนุ่มก็รีบรับคำจนลิ้นพันกันไปหมด“ผมสัญญา สัญญา”
“จำไว้นะว่าสัญญาอะไรไว้” ภัควริณย์ย้ำเสียงเข้ม
“ครับผมสัญญา” ชายหนุ่มยืนยันอีกครั้ง “แล้วนานแค่ไหน”
“หมายความว่ายังไง”
“ห้ามนานแค่ไหน”
“ก็ตลอดไป”
“โห นานขนาดนั้นเกินไปแล้วไม่เอายกเลิกๆ” ศวัสโวยวาย
“งั้นก็ต้องตลอดเวลาที่หมอเรียนที่นี่”
“นานนนน”
“แค่นี้หมอทำไม่ได้ งั้นเราก็คงไม่อะไรต้องคุยกัน”
“เดี๋ยวสิพี่พีเดี๋ยวก่อนอย่าเพิ่งวาง”
“ว่ามา”
“ตกลงตามนั้น”
“พี่จะไม่กลับมาสอนพวกผมแล้วเหรอ”ศวัสเริ่มเข้าโหมดเสียงสอง
“พี่แอฟสอนไม่ดีเหรอ”
“โหดมากกก รู้ไหมพี่แอฟขู่จะตีผมขาหักด้วย”
“ปานนั้น”
“พี่ไม่เชื่อ?”
“เชื่อสิ”
“งั้นกลับมาสอนพวกผมต่อนะ” คนเมากรึ่มๆ อ้อนมาตามสาย
“ขอร้องพี่เขาไว้แล้วให้มาช่วยสอนจู่ๆ จะบอกยกเลิกได้ไง”
“งั้นต้องอยู่ตอนซ้อมด้วย”
“พี่อยู่ตลอด”
“หมายถึงในห้องประชุม ไม่ใช่นั่งโต๊ะทำงาน”
“เยอะสิ่งจริง เมาเปล่าเนี่ย”
“จิบไปนิดเดียวอยากกลับแล้วไม่อยากนอนบ้านไอ้ณัฐ”
“จอดรถไว้แล้วเรียกแท็กซี่”
“อันตราย” ว่าเข้าไปนั่น
“แล้วจะเอายังไงคะคุณชาย”
“มารับสิ”
“ห๊ะ!”
“อยากให้มารับ”
“หมออออ” ภัควริณย์ลากเสียงยาว
พ่อคุณ!พ่อทูนหัวของบ่าว! เราสร้างเวรสร้างกรรมกันไว้แต่ชาติปางไหนเนี่ย
“พูดจริงๆ นะมารับได้ไหม”
“ที่ไหน”
“แถวท่าอิฐ”
ได้หรือเปล่าไม่รู้แต่เวลาห้าทุ่มคืนนั้นภัควริณย์ก็มาจอดรถหน้ารั้วบ้านหลังใหญ่ทำเลติดถนนแถวสถานีรถไฟฟ้าท่าอิฐจนได้
“ถึงแล้ว”
“ครับเดี๋ยวผมออกไป”
สักพักศวัสก็วิ่งะโขึ้นรถ “ออกรถๆเร็วๆ เลยเร็ว”
“หนีอะไร”
“มีคนจะกลับด้วย”
“ได้สิ อยู่ใกล้บ้านหมอหรือเปล่า”
“ไม่ให้ไป”
“ตามใจหมอละกัน พี่ยังไงก็ได้บ้านหมออยู่ไหน”
“แถวราชพฤกษ์ ออกถนนแล้วเลี้ยวซ้าย” ศวัสกดจีพีเอสให้ในรถ
“ไม่ไกลจากนี่เท่าไหร่ทำไมไม่ค้างกับเพื่อนหล่ะจะได้อยู่ยาวหรือมีงานพรุ่งนี้”
“เปล่า แค่อยากเจอพี่”
หญิงสาวนิ่งเงียบไม่ต่อความ
“โกรธอีกแล้ว”
“หมออย่าพูดแบบนี้พี่ลำบากใจ”
“ก็ไม่มีเหตุผลอื่นนี่นาและผมก็ไม่อยากโกหกพี่ด้วย”
“หมอล้ำเส้น”
ศวัสเม้มปากแน่นเธอสังเกตว่าเขาชอบทำบ่อยๆ เวลาไม่พอใจ
ช่างสิคนที่ควรโกรธคือเธอไม่ใช่หรือไง
“พี่กำลังเล่นกับความรู้สึกของผมนะ”
“เมาจริงด้วย”
“กล้าปฏิเสธไหมล่ะว่าไม่ได้ทำ”
“อยากทะเลาะใช่ไหม”
“หรือไม่จริง เ้าเล่ห์ที่สุดบริหารเสน่ห์ไปทั่วพอเจอคนจริงก็ถอยไม่เป็ท่า ชอบทำท่าเหมือนให้ความหวังแต่จริงๆพี่ไม่ได้คิดอะไรเลย หลอกใช้ หลอกให้ความหวัง หลอกทั้งคำพูดและการกระทำ”
ไม่ทนแล้วโว้ย!ภัควริณย์หักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าปั๊มน้ำมัน วนรอบเดียวก็ได้ที่จอดหน้าร้านสะดวกซื้อ
“จะเอายังไงว่ามา” เธอจ้องหน้าเขาอย่างเอาจริงเอาจังก่อนจะตัดสินใจดับเครื่องชนให้มันรู้แล้วรู้รอดแต่อีกคนกลับไม่ให้ความร่วมมือหันหลังให้เสียอย่างนั้น
“หมอออออ” ภัควริณย์ถอยหายใจเฮือกใหญ่
…เงียบ…
“ถ้าไม่พูดก็เงียบให้ตลอดนะ” เธอสั่งก่อนก้าวลงจากรถเดินเข้าร้านสะดวกซื้อแบบไร้จุดหมายทิ้งให้ชายหนุ่มไว้คนเดียวรู้เพียงแค่อยากให้เขาและเธอมีเวลาพักยกสักนิดก่อนจะขึ้นเวทีแลกหมัดกันต่อ
หยิบน้ำเปล่าติดมือมาสองขวดเผื่อไว้หากทะเลาะกันจนคอแห้งหรือไม่ก็เอาไว้ฟาดหัวคนเมาถ้าคุยกันไม่รู้เื่
“หายงอนยัง” ศวัสลืมตาขึ้นยื่นมือมารับน้ำแต่ยังไม่ดื่ม
“ไม่แฟร์เลยเลิกทำเหมือนผมเป็เด็กซะที”
“ผู้ใหญ่ที่ไหนงอนสะบัดแบบนี้ดึกแล้วเลิกงอนเถอะ พี่ง่วง พรุ่งนี้มะรืนนี้ค่อยงอนใหม่”
“ไม่ได้งอน” คนไม่งอนหันมาค้อนควับ
ภัควริณย์ถอนหายใจเด็กน้อยเอ๊ย…งอนเก่งจริง
แล้วใครกันแน่ที่ควรโกรธควรงอนเล่นสลับบทกันแล้วมั้ยคุณหมอ!
ต่างคนต่างเงียบไปพักใหญ่ภัควริณย์เอื้อมมือกดเปิดเพลงในรถ ปล่อยเวลาให้เคลื่อนผ่านไปช้าๆไม่ต้องหลับต้องนอนกันล่ะคืนนี้…พลาดมาถึงขั้นนี้แล้วทำไงได้
“หมอเป็ลูกคนเล็กเปล่า” เธอพยายามชวนคุยทั้งที่ตาแทบจะปิดอยู่รอมร่อ
“คนโต” ถึงจะสงสัยว่าเธอถามทำไมแต่ก็ยอมตอบโดยดี
“จริงดิ แล้วมีน้องสาวหรือน้องชาย”
“ไม่มี”
“อ้าว” งงกันไปใหญ่ “แล้วเป็พี่คนโตได้ไง”
“พ่อแม่มีลูกคนเดียวก็ต้องเป็คนโตสิ”
เอาวะ…คนโตก็คนโตขอโทษ…หนูเองจ้าที่ตกภาษาไทย
“อยากมีพี่น้องไหม”
“ไม่” เป็คำตอบที่เด็ดเดี่ยวมากจ้าพ่อ“ไม่เอาพี่สาวมีเยอะแล้ว”
ถึงว่าเอาแต่ใจตัวเองสุดๆชายเล็กของตระกูลนี่เองส่วนเธอเป็พี่คนโตไม่เคยได้ััอารมณ์แบบลูกคนเล็กหรอกนะว่าจะประมาณไหน
“เลิกคิดได้เลย” เขาดักคอขณะที่เธอกำลังจะอ้าปากก็เลยต้องเปลี่ยนประโยคแทบไม่ทัน
“โอเค ไม่พูด งั้นกลับกันเถอะเนาะหมอไม่ง่วงแต่พี่ง่วงเดี๋ยวขับรถไม่ไหว” มือบางเข้าเกียร์ถอยหลังก่อนจะเคลื่อนรถเข้าสู่ท้องถนนบรรยากาศตอนนี้จะว่าปลอดโปร่งก็คงพูดได้ไม่เต็มปากแต่ก็ไม่ได้แย่จนชวนอึดอัดศวัสถอนใจแทบจะเป็ครั้งที่ร้อย ั้แ่เด็กจนโตไม่เคยเจออะไรที่ตัดสินใจไม่ได้แบบนี้มาก่อน
ชอบพี่เขามั้ย? ชอบแหละ…มากด้วย
เขาควรหยุดแค่นี้ดีไหมหรือไปต่อดี?