ปัง!
ผิวน้ำพลันะเิออกเสียงดังสนั่น ฉินจงและเซียวอิ่งหย่งหันขวับไปมองตามเสียงทันที ภาพที่เห็นคือซอมบี้ตัวหนึ่งพุ่งทะยานพรวดขึ้นมาจากผิวน้ำ!
"กรี๊ด!" เซียวอิ่งหย่งหน้าซีดเผือด เธอกรีดร้องลั่น "ซอมบี้มันบินได้ั้แ่เมื่อไหร่กันคะเนี่ย!?"
วินาทีต่อมาโดยที่ฉินจงไม่ต้องอ้าปากอธิบาย เซียวอิ่งหย่งก็กระจ่างแจ้งแก่ใจ ซอมบี้ไม่ได้บินได้หรอก แต่มันมีจระเข้ตัวเขื่องกำลังงับท่อนล่างของมันไว้แน่น แล้วพุ่งกระโจนทะยานขึ้นมาจากผิวน้ำอย่างแรงต่างหาก
จระเข้นั้นทั้งดุร้ายและตะกละตะกลาม นับั้แ่วันแห่งหายนะนั่น พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำทางทะเลก็พังพินาศ ย่อมไม่มีใครมาคอยป้อนอาหารพวกมัน ในฐานะผู้ล่าสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร ปกติพวกมันจึงดำรงชีพด้วยการล่าสัตว์ตัวอื่นและซอมบี้
เมื่อเห็นบุฟเฟต์อาหารอยู่ตรงหน้า จระเข้ก็ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมหรือกลิ่นศพเน่าเหม็นอีกต่อไป เพียงอึดใจเดียว จระเข้อีกหลายตัวก็โผล่พรวดพ้นน้ำขึ้นมา พวกมันรุมงับซอมบี้ตัวที่เหลือ แล้วหมุนตัวทำมรณะโรลลิ่งอย่างบ้าคลั่ง
ภาพตรงหน้าทั้งสยดสยองและชวนอ้วกเป็อย่างมาก ในจังหวะนั้นเองเซียวอิ่งหย่งก็กรีดร้องขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับชี้นิ้วไปอีกทาง ฉินจงหันขวับไปมองตาม ก็เห็นผิวน้ำแหวกออกเป็เส้นสายหลายสาย กำลังพุ่งตรงรี่มายังเรือคายัคอย่างรวดเร็ว
ไม่รู้ว่าคราวนี้ไอ้ตัวที่พุ่งเข้ามาจะเป็งูั์หรือจระเข้ แต่ที่แน่ ๆ มันไม่ใช่เื่ดีแน่นอน ฉินจงเห็นท่าไม่ดีจึงรีบสับเปลี่ยนหักหัวเรือกลับ ท่ามกลางความหวาดผวาสุดขีด ทั้งคู่แทบจะรีดเค้นพลังเฮือกสุดท้ายจ้วงพายเรือคายัคหนีตายอย่างสุดชีวิต!
วินาทีนี้ฉินจงและเซียวอิ่งหย่งขอแค่เอาชีวิตรอดก็พอ พวกเขาจ้วงพายหนีตายอย่างลนลานจนไร้ทิศทาง ประกอบกับสภาพแวดล้อมในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำทางทะเลที่มืดสนิท หลังจากพายงมเข็มไปได้สักพัก ฉินจงก็เริ่มััได้ถึงความผิดปกติ
ตอนแรกทั้งคู่ตั้งใจจะพายกลับไปตั้งหลักที่ทางเข้าให้เร็วที่สุด เพราะต่อให้ข้างนอกจะมีซอมบี้ยั้วเยี้ยแค่ไหน แต่อันตรายก็น่าจะน้อยกว่าการติดแหง็กอยู่ในวังวนมรณะแห่งนี้
ทว่าท่ามกลางความมืดมิด ไม่รู้ว่าพวกเขาไปเลี้ยวผิดจังหวะไหน เรือคายัคที่พวกเขาพายกลับยิ่งมุ่งลึกเข้าไปในส่วนลึกสุดของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำทางทะเล แทนที่จะเข้าใกล้ทางออก กลับยิ่งห่างไกลออกไปเรื่อย ๆ
ตอนนี้ภายในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำทางทะเลมืดมิดจนแทบมองไม่เห็นนิ้วมือตัวเอง ต่อให้เบิกตากว้างและอาศัยแสงจากไฟฉายคาดหัว ก็ยังสาดส่องไปได้ไกลสุดแค่แปดถึงเก้าเมตรเท่านั้น
ฉินจงกวาดสายตามองรอบด้านด้วยความสยดสยอง ยิ่งพายยิ่งหลง แบบนี้มันรนหาที่ตายชัด ๆ!
หนำซ้ำในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำทางทะเลระดับนี้ ย่อมไม่ได้มีแค่จระเข้กับงูั์แน่ เผลอ ๆ ในบ่อน้ำนี้อาจจะมีฉลามแหวกว่ายอยู่ด้วยก็ได้!
"เสี่ยวอิ่ง เธอเคยมาที่นี่ไหม ในนี้มันมีฉลามหรือเปล่า?"
ฉินจงกวาดสายตามองหาทางหนีทีไล่ พลางกระซิบถามเซียวอิ่งหย่ง ซึ่งตอนนี้เธอกำลังสั่นสะท้านจนฟันกระทบกันดังกึก ๆ
"ฉลามเหรอคะ... น่าจะ... น่าจะไม่มีมั้งคะ!?"
"ค่อยยังชั่วหน่อย..."
ฉินจงถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก เขาคิดว่าเซียวอิ่งหย่งเป็เด็กเซี่ยงไฮ้โดยกำเนิด น่าจะเคยมาเที่ยวสวนสัตว์ที่นี่บ้าง ถ้าเธอบอกว่าไม่มี ก็น่าจะไม่มีจริง ๆ
หลังจากเงียบไปอึดใจหนึ่ง ฉินจงก็เอ่ยถามต่อ "ถ้าตอนนี้เราพายย้อนกลับทางเดิม ก็ไม่ชัวร์ว่าจะหาทางเข้าเจอ เธอพอจะคุ้น ๆ ไหมว่าทางออกของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำทางทะเลมันอยู่ตรงไหน?"
เซียวอิ่งหย่งมองซ้ายมองขวาอย่างไม่ค่อยเต็มเสียง "หนูเคยมาเมื่อหลายปีก่อน จำไม่ค่อยได้แล้วค่ะ ในความทรงจำ... ที่นี่... ใหญ่... ใหญ่มาก มีทางออกทางเดียว แล้วก็ทางเข้าทางเดียวค่ะ"
ฉินจงครุ่นคิดในใจ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำทางทะเลสเกลนี้ไม่น่าจะมีทางเข้าออกแค่ทางเดียวหรอก ไม่งั้นคงสอบตกเื่มาตรฐานความปลอดภัยทางอัคคีภัยแน่ ๆ แต่เพราะเซียวอิ่งหย่งมาเที่ยวในฐานะนักท่องเที่ยว จึงไม่แปลกที่เด็กอย่างเธอจะไม่รู้เื่ทางหนีไฟจุดอื่น
ทั้งคู่จ้วงพายต่อไปอีกสิบกว่าเมตร ทว่าเบื้องหน้ากลับมีเพียงความมืดมิด ไร้วี่แววของแสงสว่างปลายอุโมงค์เลยสักนิด
"พี่ฉินคะ..." ท่ามกลางความเงียบสงัดและมืดมิด เสียงของเซียวอิ่งหย่งก็ดังแทรกขึ้นมาอย่างสั่นเครือ "หนูนึกออกแล้วค่ะ ที่นี่น่าจะไม่มีฉลามจริง ๆ แต่... หนูจำได้ว่ามันมีปลาปิรันย่า"
"ปลาปิรันย่าเนี่ยนะ?" ฉินจงแค่นหัวเราะ "ไอ้ปลานั่นไม่เห็นน่ากลัวเลย ปลาปิรันย่าตัวนิดเดียว จะมาเขมือบพวกเราทีเดียวทั้งตัวได้ยังไง ตราบใดที่เราไม่ตกลงไปในน้ำ พวกมันก็ทำอะไรเราไม่ได้หรอก..."
ทว่าพูดยังไม่ทันขาดคำ เรือคายัคก็เกิดแรงสั่นะเือย่างรุนแรง! ฉินจงก้มขวับลงมอง แล้วก็ต้องตาเบิกโพลงเมื่อเห็นเงาดำทะมึนขนาดมหึมากำลังแหวกว่ายผ่านใต้ท้องเรือไป เขาถึงกับสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความช็อกสุดขีด
ไอ้เวรเอ๊ย! นี่มันฉลามชัด ๆ!
ฉินจงอึ้งตะลึงจนอ้าปากค้าง ผ่านไปครู่ใหญ่เขาถึงได้โพล่งด่าออกมา "เสี่ยวอิ่ง! ความจำเธอมันยังไงกันแน่เนี่ย! เมื่อกี้เพิ่งจะบอกอยู่แปบ ๆ ว่าไม่มีฉลามไม่ใช่หรือไง!"
พอเห็นฉลามตัวเป็ ๆ แหวกว่ายอยู่ตรงหน้า เซียวอิ่งหย่งก็ช็อกจนหน้าถอดสี "ตอนหนูมาครั้งก่อน มันไม่มีจริง ๆ นะคะพี่ฉิน! แต่ครั้งนั้นมัน... ก็เกือบสองปีมาแล้ว..."
เซียวอิ่งหย่งยังแก้ตัวไม่ทันจบ จู่ ๆ ก็มีก้ามสองข้างที่ทั้งยาวและหนาเตอะราวกับตะขอเหล็ก พุ่งพรวดขึ้นมาจากผิวน้ำ แล้วสับเกี่ยวยึดขอบเรือคายัคเอาไว้แน่น!
เวรเอ๊ย! นี่มันสัตว์ประหลาดบ้าอะไรอีกวะเนี่ย!
ทันทีที่ความคิดนี้แล่นปรี๊ดเข้ามาในหัว ร่างของฉินจงก็ถูกเหวี่ยงกระเด็นอย่างแรง เรือคายัคทั้งลำถูกสัตว์ประหลาดลึกลับตัวนั้นงัดพลิกคว่ำจมลงกลางน้ำในเสี้ยววินาที!
แต่ก่อนที่ร่างจะตกถึงน้ำ ฉินจงเตรียมใจรับแรงกระแทกไว้แล้ว เขาสูดหายใจเข้าปอดลึก ๆ แล้วกลั้นหายใจไว้แน่น จากนั้นอาศัยสัญชาตญาณคว้าคอเสื้อเซียวอิ่งหย่งเอาไว้ได้ทันท่วงที
ในจังหวะชุลมุนนั้นเอง มือขวาของฉินจงที่กำลังตะเกียกตะกายว่ายน้ำ ดันไปคว้าหมับเข้ากับวัตถุแข็ง ๆ บางอย่าง เขาจึงตัดสินใจออกแรงถีบส่งจนน้ำกระจายกระจาย และอาศัยแรงดีดตัวนั้นอุ้มร่างเซียวอิ่งหย่งพุ่งหลบออกไปทางซ้าย
วินาทีนี้เบื้องหน้ามีเพียงความมืดมิดสนิท ตอนที่ร่วงตกน้ำคลื่นซัดแรงมาก ทำให้อุปกรณ์และไฟฉายทั้งหมดหลุดมือจมดิ่งลงสู่ก้นบ่อ โชคดีที่เขาสะพายดาบเหมียวเตาและหน้าไม้สั้นติดตัวไว้แน่น ไม่อย่างนั้นคงจมหายไปพร้อมกันหมดแน่
ตอนนี้ไฟฉายคาดหัวของเซียวอิ่งหย่งถูกเกลียวคลื่นซัดปลิวหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ ส่วนฉินจงทันทีที่ตะเกียกตะกายโผล่พ้นผิวน้ำได้ เขาก็รีบกดปิดไฟฉายของตัวเองทันที เพราะขืนปล่อยให้มีแสงสว่างเล็ดลอดออกไปในสภาพแบบนี้ มีหวังได้ดึงดูดสัตว์ประหลาดมารุมทึ้งเพิ่มแน่ ๆ
ฉินจงหวนนึกถึงััจากวัตถุปริศนาที่มือขวาเผลอไปกดโดนเมื่อครู่ มันทั้งแข็งโป๊กและหยาบกร้านสุด ๆ ไม่รู้เลยว่ามันคือเกล็ดของสัตว์ประหลาดสายพันธุ์ไหนกันแน่
แต่ตอนนี้ไม่มีเวลาให้มานั่งวิเคราะห์ ฉินจงจ้วงแขนถีบน้ำหนีตายอย่างสุดกำลัง ทว่าพอกระโจนตัวขึ้นมาได้แค่ไม่กี่อึดใจ หัวของเขาก็ดันไปโขกเข้ากับโขดหินก้อนหนึ่งเข้าอย่างจัง แรงกระแทกทำเอาหน้าผากเขาปูดบวมเป่งขึ้นมาเป็ลูกมะนาวทันที
แต่ในความซวยซับซวยซ้อนก็ยังพอมีความโชคดีหลงเหลืออยู่บ้าง ต่อให้หน้าผากจะปูดบวมเป็ไข่ห่านเขาก็ไม่สนแล้ว ฉินจงเอื้อมมือไปลูบคลำดูก็พบว่าพื้นผิวของหินก้อนนี้หยาบกร้าน พอตะเกียกตะกายปีนป่ายขึ้นไปถึงได้รู้ว่า จุดที่เขากำลังยืนอยู่คือยอดูเาจำลองนั่นเอง
ด้วยความหวาดระแวงว่าไอ้สัตว์ประหลาดก้ามโตตัวนั้นจะโผล่พรวดพราดตามขึ้นมา ฉินจงจึงรีบฉุดกระชากลากถูเซียวอิ่งหย่งให้ตะเกียกตะกายขึ้นไปจนถึงจุดสูงสุดของูเาจำลอง พอหาที่ยึดเกาะนั่งพักได้อย่างมั่นคงแล้ว อัตราการเต้นของหัวใจที่รัวเป็กลองรบถึงได้ค่อย ๆ สงบลงบ้าง
ทว่าเซฟโซนชั่วคราวนั้นกลับอยู่ได้ไม่ถึงอึดใจ เซียวอิ่งหย่งก็กระตุกชายเสื้อฉินจงยิก ๆ พร้อมกับกระซิบเสียงสั่นระริก "พี่ฉินคะ... ลองฟังเสียงนี่ดูสิคะ!"
ฉินจงรีบกลั้นหายใจเงี่ยหูฟัง ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงสวบสาบคล้ายมีตัวอะไรบางอย่างกำลังไต่ยั้วเยี้ยอยู่ใตู้เาจำลอง และเพียงไม่กี่วินาทีต่อมา กลิ่นเหม็นคาวคละคลุ้งชวนอ้วกก็ลอยแตะจมูก
ในเมื่อตอนนี้ดับไฟฉายไปแล้ว ทัศนวิสัยเบื้องหน้าจึงมืดบอดสนิทจนมองไม่เห็นแม้แต่เงา พอได้ยินเสียงฝีเท้าของสัตว์ประหลาดไต่คืบคลานเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ ฉินจงก็กัดฟันตัดสินใจใช้ฝ่ามือปิดบังหน้าเลนส์ไฟฉายไว้ครึ่งหนึ่ง แล้วกดสวิตช์เปิดไฟทันที
ทันทีที่ลำแสงสลัว ๆ สาดส่องทะลวงความมืดออกไป ทั้งฉินจงและเซียวอิ่งหย่งต่างก็เบิกตาโพลง ใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความเย็นะเืแล่นปราดไปตามแนวสันหลังจนขนลุกซู่!
ภายใต้แสงไฟสลัว ภาพที่ปรากฏคือจระเข้ตัวเขื่องสองตัว กอดคอมาพร้อมกับสัตว์ประหลาดแปดขาที่มีขาเรียวยาวแหลมเฟี้ยวราวกับลำไผ่อีกสามตัว พวกมันกำลังค่อย ๆ ไต่ระดับคืบคลานขึ้นมาตามูเาจำลองอย่างหิวโหย!
เซียวอิ่งหย่งหน้าซีดเป็ไก่ต้ม เธอโผเข้ากอดท่อนแขนฉินจงไว้แน่น เอ่ยถามเสียงสั่นเครือ "พี่ฉินคะ... ไอ้พวกนี้... มันคือตัวอะไรกันแน่คะ?"
ฉินจงพ่นลมหายใจออกจมูกฟืดใหญ่ เขายกหน้าไม้สั้นที่คล้องคออยู่ขึ้นมาประทับบ่า พยายามปั้นหน้าขรึมแสร้งทำเป็ใจดีสู้เสือ "ไม่ต้องกลัว ตอนนี้สติแตกไปก็ไม่มีประโยชน์ หน้าไม้สั้นของเธออยู่ไหน? หวังว่าคงไม่ได้ทำร่วงน้ำไปหรอกนะ?"
อาจจะเป็เพราะน้ำเสียงเยือกเย็นของฉินจงช่วยดึงสติและมอบความกล้าให้เซียวอิ่งหย่ง เด็กสาวจึงฮึดสู้และล้วงหยิบหน้าไม้สั้นจากด้านหลังออกมาได้ "หนูกลัวมันหล่นหาย ก็เลยสะพายติดตัวไว้ตลอดเลยค่ะ"
"เยี่ยมมาก!"
ฉินจงหรี่ตากะระยะห่างระหว่างพวกเขากับฝูงสัตว์ประหลาดมรณะ ก่อนจะกระซิบสั่งการเสียงเหี้ยม "เดี๋ยวพอฉันสาดไฟฉายไปปุ๊บ เราลั่นไกพร้อมกันเลยนะ พุ่งเป้าจัดการไอ้จระเข้สองตัวนั้นก่อน"
เซียวอิ่งหย่งชำเลืองมองจระเข้สองตัวนั้นด้วยความหวาดหวั่น สลับกับมองเ้าสัตว์ประหลาดแปดขาที่ไต่ยุบยิบอยู่ข้าง ๆ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความสงสัย "ทำไมเราไม่สอยไอ้ตัวที่หน้าตาเหมือนปูพวกนั้นก่อนล่ะคะ?"
ฉินจงตอบกลับเสียงเรียบ "ไอ้พวกนั้นดูทรงแล้วน่าจะเป็ปูั์จากทะเลลึก ถึงหน้าตามันจะอัปลักษณ์สยองขวัญ แต่พลังโจมตีไม่น่าจะโหดเท่าจระเข้หรอก แถมพวกมันขึ้นมาอยู่บนบกได้ไม่นานก็คงขาดใจตาย ผิดกับจระเข้... พวกมันอยู่บนบกได้นานกว่าเยอะ"
เมื่อได้ยินคำอธิบายเป็ฉาก ๆ ของฉินจง แม้เซียวอิ่งหย่งจะยังกึ่งเชื่อกึ่งสงสัย แต่อย่างน้อยมันก็ฟังดูมีเหตุผล เธอจึงไม่ได้เถียงอะไรต่อ เด็กสาวพยักหน้ารับคำสั่งอย่างว่าง่าย แล้วรีบยกหน้าไม้สั้นขึ้นมาประทับร่อง ง้างสายเตรียมพร้อมลั่นไกสังหารทันที!