อำมรินทร์ฝันเห็นเหตุการณ์ที่ซินดี้นอกใจเขา จนกระทั่งเขาต้องเป็ฝ่ายบอกเลิกเธอไป เมื่อเขาตื่นขึ้นมา ก็รู้สึกสงสัยว่า เหตุใดซินดี้ถึงกลับมาหาเขาอีก ดังนั้นเขาจึงแกล้งทำเป็จำเื่นี้ไม่ได้ไปก่อน
“สวัสดีครับ มีอะไรหรือเปล่าครับ คุณอำมรินทร์” พล ที่ปรึกษาคนสนิทรับโทรศัพท์อย่างแปลกใจ
“ตอนนี้คุณอยู่กับมาศหรือเปล่าครับ ผมไม่อยากให้เธอได้ยิน” อำมรินทร์กล่าว
“อ้อ คุณมาศไม่อยู่ครับ เธอออกไปพบลูกค้าที่ท่าเรือแล้วครับ”
“ผมจำได้แล้วว่า ผมได้เลิกกับซินดี้ไปแล้ว แต่ผมแปลกใจว่าทำไมเธอถึงกลับมาหาผม ผมจึงอยากให้คุณช่วยไปสืบเื่นี้ครับ”
“ได้ครับ เดี๋ยวผมจะสืบให้ งั้นเดี๋ยวคืนนี้ผมจะไปพบคุณนะครับ ว่าแต่ความทรงจำของคุณฟื้นกลับมาทั้งหมดแล้วหรอครับ” พลถามอย่างมีความหวัง
“ยังครับ มันค่อยๆ แว๊บกลับมาทีละนิด เอ่อ แล้วมาศเขาไปพบใครใช่คุณพงศ์ศักดิ์มั้ยครับ” อำมรินทร์ถามอย่างกังวล
“ไม่ใช่ครับ ครั้งนี้เป็คุณอำนาจกับสายชล ติดต่อกันเื่ขนส่งรังนกไปฮ่องกงครับ”
“งั้นแล้วไป” อำมรินทร์เผลอหลุดปาก
“อะไรนะครับ” พลสงสัยเพราะได้ยินไม่ถนัด
“อ้อ ผมพูดผิดครับ งั้นแค่นี้ก่อนนะครับ”
************************************************
ซินดี้มาพาอำมรินทร์ไปทานข้าว เมื่อทานเสร็จ เธอก็เกริ่นทันที
“ซินดี้เห็นคุณก็แข็งแรงขึ้นแล้วนะคะ คุณยอมไว้ใจให้คุณมาศดูแลธุรกิจของคุณได้ยังไงกันคะ ซินดี้ว่าคุณรีบกลับไปดูธุรกิจของคุณจะดีกว่า เดี๋ยวซินดี้ไปช่วยก็ได้ค่ะ” ซินดี้เสนอ
“ไม่ยักรู้ว่าซินดี้ห่วงธุรกิจของผมด้วย พวกเราสวีทกันที่บ้านไม่ดีกว่าหรอครับ” อำมรินทร์กล่าว
“เอ่อ ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ ซินดี้ก็อยากอยู่กับคุณ แต่ซินดี้เป็ห่วงคุณต่างหาก คุณก็รู้ มาศเขาเคยเป็แม่เลี้ยงของคุณมาก่อน ยอมทำทุกอย่างเพื่อ้าสมบัติ ถึงขั้นยอมแต่งงานกับลูกเลี้ยงของตนเอง โดยที่ไม่ห่วงข้อติฉินนินทาเลยนะคะ”
“เอาเถอะ เื่นี้ค่อยว่ากันใหม่ พวกเราไปว่ายน้ำเล่นกันดีมั้ยครับ ไหนๆ ก็ว่างแล้ว” อำมรินทร์ตัดบท
“ค่ะ ก็ดีค่ะ” ซินดี้ยิ้มอย่างเจื่อนๆ
************************************************
พอเวลาทุ่มหนึ่ง พล ที่ปรึกษาคนสนิทก็มาพบอำมรินทร์ที่บ้าน ทั้งสองคุยกันที่ห้องทำงานส่วนตัวของพ่อเขา
“ผมสืบมาได้ว่า ซินดี้ เป็ภรรยาของนายมาร์ค บริษัทค้าถุงพลาสติก แต่บังเอิญว่านายมาร์คมีหนี้สินจำนวนมาก นายมาร์คจึงรับจ้างขโมยข้อมูลของบริษัทพวกเราไปให้กับบริษัทเดินเรือที่ฟิลิปปินส์ ในตอนแรกเขาให้ซินดี้มาทักทายคุณเพื่อดูลาดเลาไปก่อน แต่พอเธอได้ยินข่าวเื่คุณป่วย เธอก็เลยมุ่งตรงไปที่โรงพยาบาลเลยครับ และเพราะคุณความจำเสื่อม เธอเลยใช้โอกาสนี้ใกล้ชิดกับคุณ และดีไม่ดีอาจจะไปทำงานกับคุณจนสามารถแอบขโมยข้อมูลลับของบริษัทได้ด้วยครับ” พลเล่า
“ไม่คิดว่าซินดี้จะรักมาร์คขนาดนี้ ถึงขั้นมาทำร้ายผมอีกครั้ง” อำมรินทร์กล่าว
ทั้งคู่เดินลงไปข้างล่าง เพื่อไปยังห้องรับแขก
ซินดี้ยกน้ำส้มมาให้อำมรินทร์
“ขอบคุณครับซินดี้ ผมไม่หิว อะ นายพล นายดื่มซะ เมื่อกี้ผมก็ลืมยกน้ำไปให้คุณ คิดว่าตอนนี้คอคุณแห้งแล้วล่ะ ดื่มได้เลยครับ” อำมรินทร์ยื่นน้ำส้มไปให้พลดื่ม
“เดี๋ยวค่ะ” ซินดี้ห้ามไม่ทัน เพราะพลได้ดื่มน้ำส้มจนหมดแก้ว
“ผมมีเื่จะคุยกับคุณซินดี้ครับ” อำมรินทร์หันมาคุยกับซินดี้
“มีอะไรหรือเปล่าคะ” ซินดี้ถาม
“คุณกลับไปหานายมาร์คเถอะซินดี้ คุณไม่รู้สึกผิดบ้างเลยหรอ คุณเคยนอกใจผมไปแล้ว คุณยังจะมาขโมยข้อมูลลับของบริษัทผมไปให้นายมาร์คนั่นอีก”
“คุณรู้แล้วหรอคะ ซินดี้ขอโทษ เอ่อ ซินดี้”
“คุณออกไปได้แล้วล่ะครับ ก่อนที่ผมจะหมดความอดทน”
ซินดี้จึงร้องไห้แล้วรีบวิ่งออกไปนอกบ้านทันที เพื่อขับรถกลับไปหาสามี
แต่เหตุการณ์มันไม่จบเพียงเท่านั้น อยู่ดีๆ พลก็มีอาการแปลกไป เขาเดินเข้ามาหาอำมรินทร์และจะเข้ามาลวนลาม
“คุณเป็บ้าอะไรคุณพล มีสติหน่อยสิครับ” อำมรินทร์ใ
พลเริ่มรุกหนักจนอำมรินทร์ทนไม่ไหวใช้สันมือสับไปที่ต้นคอของพล ทำให้พลถึงกลับสลบ แต่สภาพทั้งคู่ในตอนนี้คือ อำมรินทร์ยืนกอดร่างอันสลบไสลของพล มองจากภายนอกเหมือนคู่รักกำลังกอดกัน
ผกายฤกษ์พร้อมบอดี้การ์ดยืนอึ้งตะลึงงันกับภาพที่เห็น ทั้งสามคนยืนยิ้มๆ
บอดี้การ์ด พูดพึมพำว่า “เดี๋ยวนี้คุณอำมรินทร์เปลี่ยนแนวแล้วหรือนี่”
เมื่ออำมรินทร์มองมาเห็นผกายฤกษ์พร้อมกับบอดี้การ์ดอีกสองคน ก็ใ รีบพูดแก้ตัวทันที “นี่พวกคุณมาช่วยผมหน่อยสิ คุณพลเขาโดนซินดี้วางยาปลุกอารมณ์ ผมเลยทำให้เขาสลบไป มาช่วยผมยกตัวเขาหน่อยสิ”
บอดี้การ์ดสองคนจึงช่วยกันพาร่างของคุณพลไปนอนที่โซฟาเพื่อดูอาการ
“พวกคุณพาเขากลับบ้านไปก่อนนะครับ” อำมรินทร์ออกคำสั่ง
“ครับเ้านาย” บอดี้การ์ดรับคำ
ผกายฤกษ์กำลังจะขึ้นไปข้างบนเพื่อรีบอาบน้ำนอน แต่แล้วก็โดนดักหน้าเสียก่อน
“มีอะไรไม่ทราบคะ” ผกายฤกษ์แปลกใจ
“ผมมีเื่จะคุยกับคุณ ตามผมไปที่ห้องทำงานพ่อผมเดี๋ยวนี้” อำมรินทร์ออกคำสั่งอีก
ผกายฤกษ์ถอนหายใจแล้วเดินตามไป
************************************************
ทั้งคู่นั่งอยู่บนโซฟาภายในห้องทำงานของไมเคิล
“มีอะไรก็ว่ามาสิคะ” ผกายฤกษ์รีบถาม
“วันพรุ่งนี้ผมจะไปทำงานที่บริษัทเดินเรือแล้ว คุณสามารถหยุดพักอยู่ที่บ้านได้แล้วครับ” อำมรินทร์กล่าว
“งั้นก็ได้ค่ะ คุณพลรู้ความเป็ไปทุกอย่างของบริษัทดีอยู่แล้วด้วย มีอะไรคุณก็ถามเขาได้เลยค่ะ คุณมีเื่เท่านี้ใช่มั้ยคะ ฉันจะไปทำธุระส่วนตัว” ผกายฤกษ์ลุกขึ้นยืนกำลังจะเดินออกไปจากห้อง
“ผมมีอีกเื่ที่ต้องบอกคุณ ตอนนี้คุณเป็ภรรยาของผมอยู่ ดังนั้นคุณไม่ควรยุ่งกับผู้ชายคนอื่น เช่น คุณพงศ์ศักดิ์แฟนเก่าของคุณ” อำมรินทร์กล่าว
“รับทราบค่ะ ฉันรู้สึกเพลีย ขอตัวนะคะ” ผกายฤกษ์คร้านจะเถียงหรือแก้ตัว เลยรับคำ
อำมรินทร์รั้งตัวผู้หญิงที่ใช้ชื่อภาณุมาศไว้ และยังกล่าววาจาดูถูกอีกครั้ง “ถึงคุณจะผ่านผู้ชายมาหลายคน ผมก็หวังว่าคุณจะไม่แสดงพฤติกรรมคบชู้นะครับ ผมกลัวข่าวจะมองครอบครัวพวกเราไม่ดีมันอาจมีผลต่อธุรกิจของผมด้วย”
ผกายฤกษ์หมดความอดทนเลยตบหน้าอำมรินทร์อย่างจัง “คุณเลิกหยาบคายและเลิกดูถูกฉันเสียทีเถอะค่ะ เพราะขนาดคุณเองก็ยังควงซินดี้ไปไหนมาไหนต่อหน้าแวดวงสังคม ฉันว่าพวกเขาก็คงไม่ถือสาเื่อะไรทำนองนี้แล้วมั้งคะ”
อำมรินทร์โกรธที่โดนตบหน้า เลยดึงผกายฤกษ์เข้าไปจูบ ผกายฤกษ์พยายามดิ้นสุดชีวิตแต่อำมรินทร์กลับมีแรงมหาศาล ทั้งสองจูบกันเนิ่นนาน จนกระทั่งอำมรินทร์เป็ฝ่ายหยุดจูบเอง
พอผกายฤกษ์เริ่มตั้งสติได้ เธอจึงรีบตบอำมรินทร์อีกครั้งแต่แรงกว่าเดิม แล้วรีบวิ่งหนีไปที่ห้องนอนของตนทันที
อำมรินทร์ใช้มือจับไปที่แก้มที่โดนตบ และตอนนี้เขาเริ่มสำนึกได้ว่าเขาทำกับเธอแรงเกินไป อยากจะพูดขอโทษแต่ไม่ทันเสียแล้ว และในขณะที่เขาจูบเธอนั้น เขารู้สึกว่าเขาคุ้นเคยกับผู้หญิงคนนี้ และรู้สึกว่าเธอเป็ของเขา