่เวลาการศึกษาภาคเรียนเทอมสอง มีกิจกรรมมากมายให้นักเรียนทั้งมัธยมตอนต้นและตอนปลายทำร่วมกัน การแข่งขันกีฬาสีก็ถูกจัดขึ้นในเทอมนี้ โดยจะแบ่งออกเป็ 5 สี คือสีฟ้า สีเหลือง สีเขียว สีม่วง และสีแดง เป็ไปตามคาด มีนาไม่ได้อยู่สีเดียวกับธามวัต ให้สมกับตำแหน่งคนดวงกุดแห่งปี
ห้องเรียนของมีนาม.1/3 ได้อยู่สีแดง มีนามีหน้าที่เป็กองเชียร์ เพราะเธอไม่มีความสามารถทางด้านกีฬาอะไรเลย ขาสั้นแบบเธอน่าจะพอโยนเบตองได้อยู่นะ...เธอคิด
ส่วนห้องของธามวัตม.5/4 ได้อยู่สีฟ้า แน่นอนเขาเป็ทั้งนักดนตรีและนักกีฬา ธามวัตเป็ตัวแทนลงแข่งทั้งบาสเกตบอล ฟุตบอล ะโไกล และวิ่งทั้งเดี่ยวและผลัด ไม่ต้องถามถึงความฮอตปรอทแตกตอนที่เขาลงแข่ง เด็กผู้หญิงมากมายรายล้อมรอบสนาม ถ้าอยากจะรู้ว่าตอนนี้ธามวัตกำลังแข่งขันอะไร อยู่ตรงส่วนไหนของโรงเรียน ก็สามารถเดินหาได้ตามเสียงกรี๊ดที่ดังสนั่นนั้นได้เลย
"พี่ธามสู้ๆ พี่ธามสู้ตาย พี่ธามไว้ลาย สู้ตาย สู้ๆ" เสียงเพลงเชียร์ที่ใส่ชื่อธามวัตลงไปแทนชื่อสีนั่นเรียกความหมั่นไส้ให้แก่มีนาเป็ที่สุด อยากจะอุดปากเด็กผู้หญิงพวกนั้นด้วยขนมโป๊งเหน่ง!
กีฬาสีจัดทั้งหมด3วัน มีนานั่งร้องเพลงแหกปากจนเจ็บคอไปแล้วถึงสองวันเต็ม วันนี้เป็วันสุดท้าย ที่มีแต่การแข่งขันวิ่ง มีทั้งวิ่ง100 เมตร 400 เมตร 800 เมตร และ 1,600 เมตร ทั้งแบบเดี่ยวและแบบผลัด ขอให้วันนี้เป็วันสุดท้ายของชีวิตที่เธอจะได้ร้องเพลงเชียร์ทีเทิด สาธุ ยังไม่ทันพูดจบ อานนท์ หัวหน้าชั้นเรียนของมีนาก็ะโข้ามมาจากข้างล่างอัฒจันทร์
"มีนา เธอว่างใช่มั้ย มาวิ่งแทนยัยแอมหน่อยเร็ว ด่วนเลย!" มีนาทำหน้าเหรอหรา เธอเนี่ยนะ วิ่งแข่ง อยากจะหัวเราะให้ฟันร่วง!
"เอ้า นั่งทำหน้าเอ๋ออยู่ได้ ลงมาเร็ว ไม่ต้องกลัวตอนนี้เหลือแค่ 3 สีที่ลงแข่งเอง ยังไงเธอก็ได้เหรียญกลับบ้านแน่นอน!" อานนท์หลอกล่อขั้นสุด
ตอนแรกเธออยากปฏิเสธหัวชนฝา แต่แล้วภาพพี่ธามที่ได้เหรียญทองมากมาย ไม่ว่าจะเป็ แข่งบาสเกตบอลชนะเลิศ ฟุตบอลชนะเลิศ ะโไกลชนะเลิศ เหรียญทองวิ่งแข่งคงตามมาอีกไม่รู้กี่เหรียญ อย่างน้อยเธอก็ควรมีติดตัวสักเหรียญให้สมศักดิ์ศรีที่เป็เด็กของพี่ธาม เธอยิ้มกระหย่องอย่างภาคภูมิใจ สู้เว้ย!!
มีนาเดินกึ่งวิ่งลงจากอัฒจันทร์ เพื่อสมทบกับเพื่อนๆสีเดียวกันข้างสนาม ใครๆก็เคยวิ่ง ของหมูๆแค่นี้ สนามนี้เท่าที่ดูจากสายตาก็สบายๆ วิ่งรอบเดียวไม่ตายแน่นอน
"เอ้าได้คนละนะ พาไปเตรียมตัวที่จุดวิ่ง แล้วก็ห้ามผิดกติกา เข้าใจมั้ย" ครูพล ครูพละที่รับหน้าที่เป็กรรมการตัดสินการแข่งขันวันนี้เอ่ย
อานนท์และพี่ๆสีเดียวกันเดินนำมีนาไปยังจุดวิ่ง และเอ่ยคำแนะนำเล็กน้อยแก่มีนา
"สีเราสีแดงได้ลู่วิ่งที่3 ก่อนครูพลเป่านกหวีดน้องห้ามเอาเท้าออกจากจุดสตาร์ทนะ ไม่งั้นเราจะถูกปรับฟาวล์" พี่นักกีฬาวิ่งชั้นม.4แนะนำ
"แล้วเราต้องวิ่งไปถึงตรงไหนหรอคะ" มีนาพอรู้อยู่ว่าก่อนกรรมการเป่าต้องห้ามออกตัวและเท้าต้องอยู่ตรงจุดสตาร์ท เธอนั่งดูมาทั้ง่เช้าเพราะมีวิวเดียวที่มองลงมาจากอัฒจันทร์พร้อมกับร้องเพลงเชียร์ที่ร้องซ้ำไปมายังกับเปิดเทปแล้วกรอเทปไปมาอยู่อย่างนั้น
"ก็ลงแข่งวิ่ง 1,600 เมตร ก็ต้องวิ่ง 4 รอบสนามสิน้อง ถามแปลกแหะ" รุ่นพี่นักกีฬาเกาหัวงึกๆ งงกับเด็กน้อยม.1คนนี้ ลงวิ่งยังไม่รู้เลยว่าเส้นชัยอยู่ตรงไหน
"หะะะ 1,600 เมตร 4 รอบ!!!!" มีนาร้องลั่น ขอถอนคำพูดที่ว่าสนามดูสบายๆ พอมายืนตรงนี้จริงๆ ภาพจากมุมข้างล่าง ขนานกับพื้นเรียบ กวาดด้วยสายตาจากจุดเริ่มต้นไปรอบๆสนาม มีนาถึงรู้ว่า คิดผิด!! มันกว้างมากก ไกลมากก และตอนนี้ก็ร้อนมากก แค่ 1 รอบเธอยังแทบจะไม่รอด แล้วนี้ต้องวิ่งถึง4รอบ!!! เรียกรถพยาบาลมารับศพเธอไปได้เลย
"เตรียมตัวนะน้อง สู้ๆ" พี่นักกีฬาพูดจบ พร้อมอานนท์ตบไหล่เธอหนึ่งที แล้วพากันเดินหันหลังไปอย่างรวดเร็ว มีนายังไม่ทันจะแย้ง เสียงนกหวีดเป็สัญญาณให้นักกีฬาเตรียมท่าออกวิ่งที่จุดสตาร์ทแล้ว
"ชิบหาย!!" มีนาสบถ
ปรี๊ด!!!!!!!
มีนาถีบตัวออกจากจุดสตาร์ท พร้อมสีเหลือง และสีฟ้า ที่ตอนนี้วิ่งไม่ทิ้งระยะห่างกันมากนัก เธอใส่แรงเต็มที่หวังจะทิ้งระยะห่างจากสองสีนั่น และก็เป็ไปตามคาด เธอวิ่งนำมาถึงครึ่งสนาม ใจเธอยิ้มกระหย่อง เหรียญทองเป็ของฉันแน่นอน เกือบจะครบรอบที่1 มีนาเริ่มเกิดอาการเหนื่อย หัวใจเต้นเร็ว แรงที่ใช้ไปตอนแรกเริ่มหมดลงอย่างรวดเร็ว เธอเริ่มเอะใจ ทำไมสีเหลืองและสีฟ้าถึงปล่อยให้เธอแซง
ครบรอบที่ 1 มีนาเริ่มคิดได้ เธอควรจะออมแรงเพราะนี้เป็การวิ่งระยะไกล การใช้แรงใน่แรกทำให้ร่างกายสูญเสียพลังงานอย่างรวดเร็ว ร่างกายปรับตัวลำบาก ยิ่งเธอไม่เคยออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ยิ่งทำให้เธอหน้ามืดคล้ายจะเป็ลม
มีนากัดฟันวิ่งต่อ พร้อมลดความเร็วลงให้มากที่สุด แต่ยังคงรักษาระดับความเร็วไว้ แดดยามบ่ายที่สาดลงมากลางหัว ทำเธอคล้ายจะเป็ลมลงทุกที รอบที่ 2 ผ่านไป เธอยังสามารถนำสองสีนั่น แต่เธอรู้ตัวดีว่า ร่างกายเธอเริ่มไม่ไหว
ครบรอบที่ 3 มีนาฝืนใจอย่างที่สุดที่ชีวิตนี้เคยอดทนมา ขาเธอเริ่มไม่มีแรง ก้าวไม่ออก สีฟ้าเริ่มแซงเธอไป สีเหลืองตามหลังเธอมาติดๆ เธอพยายามตั้งสติ มองไปข้างสนาม อีกครึ่งสนามเท่านั้น มีนาได้ยินเสียงแว่วๆมาจากข้างหน้า
"น้องวิ่งเร็ว! สู้ๆ อีกนิดเดียว อีกนิดเดียว!!" มีนาเพ่งมองตามเสียงข้างหน้า ภาพเริ่มชัดขึ้น ผู้ชายที่ยืนโบกมืออยู่ตรงนั้น พี่ธาม!!
มีนาใช้แรงเฮือกสุดท้าย พยายามบังคับสังขารไปให้ถึงเส้นชัย แมตช์นี้ฉันแพ้ไม่ได้!! พี่ธามต้องภูมิใจในตัวฉัน!!
อีก100 เมตรสุดท้าย สีเหลืองยังรั้งหลังมีนา แต่สีฟ้าห่างจากเธอเพียงสอง่แขน พี่ธามยังส่งเสียงเชียร์จากข้างสนาม เธอใช้แรงที่มีทั้งหมดในตอนนี้ ก้าวขาให้เร็วที่สุด สู้กับแดดเปรี้ยง และร่างกายที่เริ่มจะไม่ไหวลงทุกที กำลังใจเป็สิ่งที่น่าอัศจรรย์ มีนาแซงสีฟ้าใน 20 เมตรสุดท้ายได้ เธอเห็นเส้นชัยอยู่ร่ำไร ขาขวาเธอก้าวเหยียบเส้นชัยในที่สุด แล้วภาพตรงหน้าก็ดับวูปไป