กลิ่นอายแห่งความตายยังคงตลบอบอวลอยู่ทั่วหุบเขากระดูกั ซากศพของเหล่านักรบเกราะเงินแห่งวิหารเทพนอนเกลื่อนกลาดราวกับใบไม้ร่วงในฤดูใบไม้ร่วง เยี่ยฉินยืนนิ่งอยู่ใจกลางสมรภูมิที่เพิ่งจบลง กระบี่ "อนธการนิรันดร์" ในมือของเขายังคงสั่นระริกเบาๆ ราวกับจะประท้วงที่การสังหารหมู่ครั้งนี้จบลงเร็วเกินไป แสงสีดำสลัวๆ ที่ไหลเวียนอยู่บนใบดาบดูเหมือนจะเข้มข้นขึ้นหลังจากได้ดื่มกินโลหิตของยอดฝีมือระดับราชันย์นภา
มู่หย่งเดินเข้ามาหาเยี่ยฉินอย่างนอบน้อม ในอ้อมแขนของเด็กชายเต็มไปด้วยถุงมิติและอาวุธระดับสูงที่เก็บรวบรวมมาจากศพ "นายน้อย... ทรัพยากรเหล่านี้เพียงพอที่จะหลอมสร้าง 'ค่ายกลหมื่นิญญา' ได้ตามที่ท่าน้าแล้วขอรับ"
เยี่ยฉินไม่ได้ตอบในทันที เขาหลับตาลง ััถึงพลังงานบางอย่างที่ยังหลงเหลืออยู่ในอากาศ มันไม่ใช่ปราณศักดิ์สิทธิ์ของวิหารเทพ แต่มันคือ "เศษเสี้ยวเจตจำนง" ที่พยายามจะหนีออกจากพื้นที่แห่งนี้
"มู่หย่ง... เ้าเห็นเส้นด้ายสีทองจางๆ ที่พยายามจะพุ่งขึ้นไปบนฟากฟ้านั่นไหม?" เยี่ยฉินถามพลางชี้ไปที่อากาศธาตุที่ดูเหมือนว่างเปล่า
มู่หย่งเบิกเนตริญญาขึ้น "เห็นขอรับ! มันคืออะไรหรือขอรับนายน้อย? มันให้ความรู้สึก... เย็นเยือกและน่าสะอิดสะเอียน"
"นั่นคือ 'ภูตสื่อสาริญญา'" เยี่ยฉินแค่นเสียงเหี้ยม "ผู้าุโเทียนกงคนนั้นไม่ได้ตายไปเปล่าๆ แต่มันยอมสละอายุขัยที่เหลือทั้งหมดเพื่อส่ง 'ภาพจำ' ของกระบี่อนธการนิรันดร์กลับไปที่วิหารเทพสายหลัก หากข่าวนี้หลุดไป... พวกตัวตนระดับ 'จักรพรรดิเทพ' จะต้องรุมล้อมข้าเหมือนฝูงมดรุมน้ำตาล"
เยี่ยฉินสะบัดมือเรียก ภูตแกนกลางกาลเวลา ออกมา วงแหวนสีทองหมุนวนรอบฝ่ามือของเขาอย่างบ้าคลั่ง
พริบตานั้น เส้นด้ายสีทองที่กำลังจะหายลับไปในก้อนเมฆกลับหยุดชะงักและแข็งค้างอยู่กลางอากาศ เยี่ยฉินทะยานตัวขึ้นไปคว้ามันไว้ด้วยมือที่อาบด้วยปราณพิรุณเยือกแข็ง เขาม้วนมันเก็บไว้ในขวดแก้วอาคมที่สลักลวดลายป้องกันความทรงจำรั่วไหล
"เ้าอยากจะส่งข่าวรึ? ข้าจะให้เ้าส่งข่าว... แต่เป็ข่าวที่จะนำพาพวกมันไปสู่ความพินาศแทน"
เยี่ยฉินร่อนลงสู่พื้นดิน เขาเดินไปที่ซากศพของผู้าุโเทียนกงที่เหลือเพียงท่อนล่างและเศษเนื้อ เขาใช้ ภูตแกนกลางความทรงจำ กระตุ้นเศษเสี้ยวิญญาที่ยังไม่ดับสูญของเทียนกงขึ้นมา
"นายน้อย... ท่านจะทำอะไรกับศพคนตายหรือขอรับ?" มู่หย่งถามด้วยความสงสัย
"ในโลกของผู้ฝึกตน ศพที่มีระดับพลังสูงคือวัตถุดิบที่ล้ำค่าที่สุด" เยี่ยฉินกล่าวพลางเริ่มร่ายมนต์ต้องห้าม "วิชาหุ่นเชิดอเวจี" เขาใช้ศิลาจิตภูตระดับสูงสิบก้อนวางล้อมรอบศพของเทียนกง ปราณสีดำจากกระบี่อนธการนิรันดร์ไหลเข้าไปในร่างที่ไร้ิญญาและเริ่มเปลียนให้เขาเป็หุ่นเชิดอเวจี ทันใดนั้น ร่างของเทียนกงก็ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน กระดูกที่แตกละเอียดถูกเชื่อมต่อด้วยเส้นใยปราณมืด ิัที่ซีดเซียวกลับกลายเป็สีเทาหม่น ดวงตาไร้แววทอประกายสีแดงจางๆ
"นี่คือ 'เทียนกง' คนใหม่... มันจะกลับไปที่วิหารเทพในฐานะผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียว และจะรายงานว่าข้าถูกฆ่าตายแล้ว ส่วนกระบี่อนธการนิรันดร์ถูกทำลายหายไปในรอยแยกมิติ"
มู่หย่งมองดูหุ่นเชิดที่เคยเป็ถึงผู้าุโผู้ยิ่งใหญ่ด้วยความทึ่ง "ท่านกำลังจะหลอกให้พวกมันชะล่าใจรึขอรับ?"
"ความประมาทคืออาวุธที่ฆ่าได้คมที่สุด มู่หย่ง" เยี่ยฉินพยักหน้า "ในขณะที่พวกมันคิดว่าข้าตายไปแล้ว ข้าจะเข้าสู่่ 'เร้นกาย' เพื่อหลอมรวมสมบัติชิ้นที่สองจากสุสานกระบี่... 'แก่นแท้โลหิตั'"
เยี่ยฉินพาหุ่นเชิดเทียนกงไปยังทางออกหุบเขาและสั่งการให้มันมุ่งหน้าไปยังนครหลวงเทียนเทียน พร้อมกับมอบขวดแก้วที่มี 'ภาพจำ' ปลอมๆ ที่เขาสร้างขึ้นใส่ไว้ในมือของมัน
หลังจากส่งหุ่นเชิดออกไปแล้ว เยี่ยฉินพามู่หย่งกลับเข้าสู่ส่วนลึกที่สุดของสุสานกระบี่อีกครั้ง ณ จุดที่เขาเคยทิ้งม่านพลังสีทองไว้ ในครั้งแรกที่เข้ามาเยี่ยฉินยังไม่แข็งแกร่งพอจะทำลายมัน แต่บัดนี้เมื่อมีกระบี่อนธการนิรันดร์และระดับพลังที่เพิ่มขึ้น ม่านพลังนี้ก็เป็เพียงแผ่นกระดาษ
เพล้ง!
เขาสะบัดกระบี่เพียงครั้งเดียว ม่านพลังสีทองแตกกระจาย เผยให้เห็นถ้ำขนาดเล็กที่มีสระน้ำสีเืเดือดพล่านอยู่ตรงกลาง และที่ใจกลางสระมีไข่มุกสีแดงขนาดเท่ากำปั้นลอยเด่นอยู่
"นายน้อย! นั่นมัน..." มู่หย่งััได้ถึงพลังชีวิตที่มหาศาลจนทำให้เขารู้สึกอึดอัด
"แก่นแท้โลหิตัา... สิ่งที่ข้าใช้ชีวิตทั้งชาติก่อนตามหา แต่มันกลับมาอยู่ในมือข้าในเวลาที่เหมาะสมที่สุด" เยี่ยฉินเดินลงไปในสระเืโดยไม่ลังเล ิัของเขาเริ่มถูกกัดกร่อนจากความร้อนแรงของเืั แต่เขากลับยิ้มอย่างมีความสุข
"มู่หย่ง... จงเฝ้าอยู่ที่นี่ อีกเจ็ดวันข้างหน้า ใครก็ตามที่ย่างกรายเข้ามา... ฆ่าให้หมด อย่าให้เหลือแม้แต่ซาก"
เยี่ยฉินกลืนไข่มุกโลหิตัลงไปทันที ร่างกายของเขาเริ่มขยายตัวและมีเกล็ดัสีดำแซมทองผุดขึ้นตามแขนและลำคอ พลังงานที่ะเิออกมาจากถ้ำทำให้หุบเขากระดูกัทั้งหุบเขาสั่นะเืปานแผ่นดินไหว
ในเวลาเดียวกัน ที่นครหลวงเทียนเทียน ณ ยอดวิหารเทพสายหลัก ลูกแก้วพยากรณ์ที่เคยเป็สีขาวบริสุทธิ์กลับเปลี่ยนเป็สีเืครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับเป็ปกติ
"จอมมาร... ยังไม่ตาย?" เสียงทุ้มต่ำของมหาปุโรหิตดังขึ้นในความมืด "เทียนกงกลับมาแล้วรึ? เรียกมันมาพบข้าเดี๋ยวนี้!"
าประสาทได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เยี่ยฉินกำลังเดิมพันด้วยชีวิตเพื่อแลกกับพลังที่เหนือชั้นกว่า ในขณะที่ความมืดที่เขาเพาะไว้ในใจกลางวิหารเทพกำลังจะเริ่มทำลายพวกมันจากภายใน
—-----------------------------------
ชัยชนะที่แท้จริงไม่ใช่การยืนอยู่บนกองศพศัตรูเพียงอย่างเดียว แต่คือการทำให้ศัตรูเต้นรำไปตามบทเพลงที่เราเขียนขึ้นโดยที่พวกมันไม่รู้ตัว จอมมารเริ่มก้าวเข้าสู่กระบวนการจุติใหม่ที่สมบูรณ์แบบ และโลกใบนี้กำลังจะได้
เห็นความหมายที่แท้จริงของคำว่า "หายนะ"