สุดท้ายแล้วอวิ๋นหรั่นเยว่ก็ไม่ได้ยอมเรียกศิษย์พี่หลงเยี่ยเยี่ยน นางเป็คนมีความขบถอยู่บ้าง ยิ่งถูกสั่งให้ทำสิ่งใดนางก็ยิ่งไม่ทำ
เดิมทีนางคิดว่าหลังจากนี้จะติดต่อกับเขาให้น้อยลง ไม่ยอมเอาความร้อนรุ่มของตนไปปรนเปรอความเ็าของเขาให้ต้องอับอายขายหน้าโดยเปล่าประโยชน์ แต่ปรากฏว่าเพียงแค่่เช้าเดียวก็ทำให้นางล้มเลิกความคิดนั้นเสียแล้ว
ใครใช้ให้เขาเข้ามาเชยคางนางกันเล่า? นี่มันไม่ใช่การยั่วยวนกันซึ่ง ๆ หน้าหรอกหรือ?
ทั้งรูปร่างสูงโปร่งสง่างามน้ำเสียงทุ้มต่ำน่าหลงใหล กลิ่นอายสูงศักดิ์ที่ดูเ็าจนเหมือนผลักไสผู้คน รวมถึงความลึกลับที่ยากจะหยั่งถึง ทุกสิ่งล้วนตรงตามรสนิยมของอวิ๋นหรั่นเยว่ทั้งสิ้น ทว่าวันเวลายังอีกยาวไกล นางเพียงแค่รู้สึกสนใจเท่านั้น จึงคิดว่าปล่อยให้เป็ไปตามธรรมชาติจะดีกว่า
หลงเยี่ยเยี่ยนออกไปแล้ว แต่อวิ๋นหรั่นเยว่ยังคงนั่งเอนกายอย่างเกียจคร้านอยู่ในห้องฝึกยุทธ์ นางหยิบหยกสื่อสารสีดำชิ้นหนึ่งออกมาเพื่อติดต่อกับอาหลิง
อาหลิงเดินทางไปถึงภายในจวนแม่ทัพแห่งแคว้นซื่อเซี่ยงมานานแล้ว เนื่องจากทั่วทั้งทวีปมีค่ายกลเคลื่อนย้ายติดตั้งอยู่ จึงทำให้การเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ สะดวกสบายยิ่งนัก
‘นายท่าน ภายในจวนแม่ทัพไม่มีดวงตาของท่าน อาหลิงตรวจสอบพบว่าเมื่อห้าปีก่อนมีมณีม่วงดาราคู่หนึ่งถูกนำมาประมูลที่โรงประมูลโยวหลงในเมืองหลวงของแคว้นซื่อเซี่ยง และถูกชายลึกลับคนหนึ่งซื้อไปด้วยราคาหนึ่งร้อยล้านหินิญญาเ้าค่ะ’
ข้อความไม่กี่แถวปรากฏขึ้นบนหยกสื่อสาร อาหลิงไม่สามารถพูดได้ หรือหากจะพูดให้ถูกต้องคือิญญากระดาษไม่สามารถพูดได้ สามารถส่งเสียงได้เพียงไม่กี่พยางค์ง่าย ๆ เท่านั้น อาหลิงจึงใช้พลังิญญาส่งข้อมูลกลับมาทางหยกสื่อสาร
ชายลึกลับซื้อดวงตาของนางไปด้วยราคาสูงลิ่วอย่างนั้นหรือ ดวงตาของนางมีประโยชน์พิเศษอะไรกันแน่ ที่น่าแปลกคือในเมื่อเป็สิ่งล้ำค่าเช่นนั้นเหตุใดอวิ๋นเสวี่ยเวยถึงต้องขายมันทิ้งเล่า?
‘นายท่าน บิดามารดาของท่านมิได้อยู่ที่จวนแม่ทัพ อาหลิงสืบทราบว่าพวกเขาเดินทางไปยังแคว้นศักดิ์สิทธิ์ไท่ชู ้าให้อาหลิงไปสังหารพวกเขาหรือไม่เ้าคะ?’
ตัวอักษรอีกแถวปรากฏขึ้นบนหยกสื่อสาร
อวิ๋นหรั่นเยว่หัวเราะเบา ๆ "อาหลิง เ้าอย่าเลียนแบบเสี่ยวจินเสาของเสี่ยวอี้ที่วัน ๆ คิดแต่เื่ฆ่าฟันเลย อีกอย่างจะให้พวกเขาตายง่าย ๆ เช่นนั้นได้อย่างไร?"
ภูมิหลังของเ้าของร่างเดิมยังสืบไม่แน่ชัด จะปล่อยให้พวกเขาตายไปเฉย ๆ ได้อย่างไร อย่างน้อยต้องให้พวกเขาได้ัักับความสิ้นหวัง ในยามที่เ้าของร่างเดิมถูกขุดเอาพื้นที่มิติออกไปและถูกทำลายจุดตันเถียนเสียก่อน
นางสั่งให้อาหลิงสืบหาที่อยู่ของดวงตาต่อไป และดูว่าสามารถระบุตัวตนของชายลึกลับผู้นั้นได้หรือไม่
หลังจากทานอาหารกลางวันเสร็จ นางก็กางร่มจูงมือบุตรชายออกไปเดินเล่นชมเมือง ในเมืองชื่ออวิ๋นมีหอตำราที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายร้อยปี หากอยากสืบเื่ชาติกำเนิดของนาง บางทีอาจใช้เื่ดวงตาสีม่วงเป็เบาะแสเริ่มต้นในการสืบหา
นางเชื่อว่าสามีภรรยาคู่หนึ่งในจวนแม่ทัพแห่งแคว้นซื่อเซี่ยงไม่ใช่บิดามารดาที่แท้จริงของเ้าของร่างเดิม เพราะไม่มีบิดามารดาแท้ ๆ คนไหนจะโเี้กับบุตรในไส้ได้ถึงเพียงนี้
ตอนที่นางอยู่ในแดนผีนางเคยถามอาจารย์ทั้งเก้าท่าน แต่พวกเขากลับทำเหมือนนัดกันไว้โดยการปิดปากเงียบ และบอกให้นางกลับไปยังโลกมนุษย์เพื่อค้นหาความจริงด้วยตนเอง สิ่งนี้ยิ่งทำให้นางมั่นใจว่าชาติกำเนิดที่แท้จริงของนางต้องไม่ธรรมดาแน่ ๆ
"หยุดนะ! หอตำราไม่อนุญาตให้คนนอกเข้า รีบไสหัวไปเสียเดี๋ยวนี้ มิฉะนั้นอย่าหาว่าพวกข้าไม่เกรงใจ!" ทันทีที่ถึงหน้าประตูหอตำรา สองแม่ลูกก็ถูกคนเฝ้าประตูท่าทางดุร้ายหลายคนเข้ามาขวางทางเอาไว้
อวิ๋นหรั่นเยว่มองคนเ่าั้ด้วยสายตาเรียบเฉย พวกเขาแต่งกายด้วยชุดของสำนักศึกษาชางหลาน นางจึงกล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า "ที่นี่คือหอตำราที่สำนักกระบี่เก้าดาราสร้างขึ้นในอดีต เพื่อให้ผู้คนทั่วหล้าได้ยืมอ่านตำรา ั้แ่เมื่อไหร่กันที่กลายเป็สมบัติของสำนักศึกษาชางหลาน?"
คนเฝ้าประตูคนหนึ่งชักกระบี่ออกมาหันไปที่อวิ๋นหรั่นเยว่ พร้ะโกนด้วยความโกรธว่า "สำนักกระบี่เก้าดาราล่มสลายไปนานแล้ว ที่นี่ถูกดูแลโดยสำนักศึกษาชางหลาน ตอนนี้เหล่านักเรียนชั้นเรียนระดับฟ้าของสำนักเรากำลังเรียนหนังสืออยู่ข้างใน สตรีที่แม้แต่หน้าก็ไม่กล้าเปิดเผยอย่างเ้า หากทำให้พวกเขาเสียการเรียนเ้าจะชดใช้ไหวหรือ? รีบไสหัวไปเสีย!"
ฉับ!
มือของเขาถูกตัดขาดด้วยพลังที่มองไม่เห็น
เคร้ง!
แขนของเขาร่วงลงสู่พื้นพร้อมกับกระบี่
"อ๊าก! มือของข้า!" คนเฝ้าประตูผู้นั้นกุมแขนที่มีเืสาดกระเซ็น ร้องโอดครวญด้วยความเ็ป
คนเฝ้าประตูอีกสามคนที่เหลือเห็นดังนั้นก็ใจนขวัญหนีดีฝ่อ รีบถอยหลังกรูดมองสองแม่ลูกด้วยความหวาดหวั่น แต่หากจะพูดให้ถูกต้องคือสายตาของพวกเขากำลังจ้องมองไปยังกรรไกรสีดำสนิทในมือของเสี่ยวอี้
บนกรรไกรเล่มนั้นดูธรรมดาสามัญยิ่งนัก ไม่มีคราบเืแม้แต่น้อย แต่ความทรงจำเมื่อคืนก็ย้อนกลับมา พวกเขาเพิ่งรู้ว่ามีนักเรียนถูกกรรไกรตัดนิ้วขาดและร้องโหยหวนด้วยความเ็ปตลอดทั้งคืน
เพราะกรรไกรเล่มนั้นก็คือกรรไกรแห่งเหตุและผลอันเลื่องชื่อนั่นเอง เพียงแต่พวกเขาไม่คาดคิดว่าสองแม่ลูกที่ก่อเื่วุ่นวายหน้าสำนักศึกษาเมื่อวานนี้จะเป็คนตรงหน้านี้
เสี่ยวอี้เผยรอยยิ้มอันน่ารัก พร้อมกับเล่นกรรไกรเสียงฉับ ๆ "พวกท่านไม่ต้องกลัวนะขอรับ ข้ากับท่านแม่เป็คนมีเหตุผลจะไม่ลงมือโดยไม่มีสาเหตุหรอก แต่มีข้อแม้ว่าพวกท่านต้องรู้จักมารยาทด้วยนะขอรับ"
คนเ่าั้มองกรรไกรที่ขยับไปมา ร่างกายสั่นสะท้านไปทั้งตัว
"ใครเรียนอยู่ข้างใน เรียกเขาออกมาพบข้า" อวิ๋นหรั่นเยว่มองคนเ่าั้ด้วยสายตาเฉยเมย
"เป็... เป็ผู้าุโหลิ่วแห่งวิถีกระบี่ขอรับ ผู้าุโหลิ่วบอกว่าวันนี้มีบทเรียนสำคัญห้ามใครรบกวนเป็อันขาด พวกข้าเลยไม่กล้าเข้าไปขอรับ"
"เข้าไป?" อวิ๋นหรั่นเยว่จับจุดสำคัญได้ ทันใดนั้นนางก็นึกถึงคำพูดของอาจารย์ใหญ่ขึ้นมา
หอตำราแท้จริงแล้วสร้างอยู่บนสุสานกระบี่ ภายในสุสานกระบี่มีกระบี่นับหมื่นเล่ม แต่กระบี่เ่าั้แปดเปื้อนไอมารจึงถูกอาจารย์ใหญ่ผนึกเอาไว้ และสร้างหอตำราขึ้นมาเพื่อกดทับสุสานกระบี่
หรือว่าผู้าุโหลิ่วผู้นั้นคิดจะแตะต้องกระบี่ในสุสานกระบี่?
สีหน้าของนางเคร่งขรึมลง ขณะที่กำลังจะก้าวเท้าเข้าไป ทันใดนั้นพื้นดินใต้เท้าก็สั่นะเืเลื่อนลั่น
"ัดินพลิกตัวแล้ว! รีบหนีเร็ว!"
"เหตุใดจึงเกิดแผ่นดินไหว?"
เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรจำนวนมากต่างเหินบินออกมาจากบ้านเรือนโดยรอบ เมื่อออกมาจึงพบว่าอาคารรูปทรงเจดีย์ของหอตำราที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองสั่นะเืรุนแรงที่สุด จนส่งผลกระทบต่อพื้นดินโดยรอบ
ทุกคนต่างบินตรงไปยังหอตำรา ทว่ายังไม่ทันเข้าใกล้ ก็ััได้ถึงเจตจำนงกระบี่อันทรงพลังที่พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า หอตำราแตกออกเป็เสี่ยง ๆ ในพริบตา จากนั้นก็เห็นไอมารสีดำทะมึนพุ่งทะลักออกมาจากใต้ดิน!
"ไอมาร! เหตุใดจึงมีไอมารได้!"
"แย่แล้ว! กระบี่มารในสุสานกระบี่ออกมาแล้ว!"
"รีบปิดกั้นประสาทััทั้งหกเร็ว อย่าให้ไอมารมีโอกาสแทรกซึม!"
เหตุการณ์ไม่คาดฝันที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันทำให้หลายคนตั้งตัวไม่ติด บางคนที่พลังบำเพ็ญต่ำถูกไอมารแทรกซึมเข้าสู่ร่างกาย ดวงตากลายเป็สีแดงฉานในทันที จากนั้นก็สูญเสียสติและเริ่มลงมือทำร้ายผู้คนอย่างไม่เลือกหน้า
อวิ๋นหรั่นเยว่และเสี่ยวอี้ยืนอยู่ใจกลางจุดที่ไอมารรั่วไหล มองดูคนเฝ้าประตูทั้งสี่คนตรงหน้าที่กลายเป็สัตว์ประหลาดที่ถูกไอมารควบคุม พวกมันแยกเขี้ยวเล็บพุ่งเข้ามาฆ่าฟัน แต่ในวินาทีต่อมาก็ถูกเสี่ยวอี้ใช้กรรไกรตัดฉับ ๆ จนขาดสะบั้น
สำหรับการกำจัดสัตว์ประหลาดประเภทนี้ ไม่จำเป็ต้องมีเหตุและผลก็สามารถฆ่าทิ้งได้โดยตรง
"ลูกรัก เ้าไปรอแม่ในที่ที่ปลอดภัยเถิด" อวิ๋นหรั่นเยว่กล่าวกับเสี่ยวอี้
ไอมารตรงหน้าหนาแน่นและรุนแรงเกินกว่าที่นางจะคาดคิด เกรงว่าแม้แต่อาจารย์ใหญ่ก็คงไม่คาดคิดว่าหลายร้อยปีต่อมาไอมารในสุสานกระบี่จะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้เช่นกัน
เสี่ยวอี้พยักหน้ารับอย่างว่าง่ายพร้อมกับดึงชายกระโปรงของนางเพื่อเตือนให้ระวังตัว อวิ๋นหรั่นเยว่หยิบกระบี่เก้าดาราออกมาเตรียมจะลงมือ
"ข้าจัดการเอง เ้าพาเสี่ยวอี้ถอยไป"
ทันใดนั้นร่างสูงโปร่งสง่างามร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้านาง น้ำเสียงทุ้มต่ำมีเสน่ห์ทำให้รู้สึกถึงความปลอดภัยอย่างประหลาด เพียงแค่เขายืนอยู่ตรงนี้ก็ทำให้รู้สึกว่าพึ่งพาได้ราวกับว่าต่อให้ฟ้าถล่มลงมาเขาก็จะช่วยค้ำจุนไว้ให้
ไอมารที่พุ่งทะยานขึ้นฟ้ายังคงแผ่ขยายออกมาจากส่วนลึกของใต้ดินอย่างต่อเนื่อง หลงเยี่ยเยี่ยนก้าวเท้าเตรียมจะะโลงไปในหลุมลึกที่หอตำราแตกออก แต่อวิ๋นหรั่นเยว่กลับดึงแขนเสื้อของเขาไว้
"เดี๋ยวก่อน! ดูเหมือนจะมีคนออกมาเ้าค่ะ"