7.....
“ดรีมบอกเบอร์น้องแหวนมาสิเดี๋ยวเรากดให้”
ไปรยารีบเข้ามาช่วยแก้ไขสถานการณ์ให้ทันทีนัฏนรีหันไปมองหน้าเพื่อนด้วยความดีใจรีบบอกเบอร์โทร
“ศูนย์แปดหนึ่ง...เก้า...สี่...”
นัฏนรีเริ่มคิดไม่ออก ปกติเธอก็ไม่เคยจำเบอร์โทรศัพท์ใครได้อยู่แล้ว อาศัยเก็บข้อมูลไว้ใน
เครื่องอย่างเดียว พอจะกดหาใครก็เรียกชื่อขึ้นมากดหาเลยไม่เคยได้ฝึกจำเบอร์สักทีแต่แปลกที่เธอ
จำเบอร์มือถือของชวินได้เพียงคนเดียวเท่านั้นอะไรที่เกี่ยวกับชวินเธอมักจะจำได้เสมอ
“แล้วอะไรต่อ”
ไปรยาถามด้วยความระทึกใจหากเพื่อนคิดออก เธอก็ต้องแกล้งกดผิดอยู่ดี ถ้าคิดไม่ออกก็ดีไป
“นึกไม่ออก..ว้า..แย่ที่สุดเลยดรีมไม่เคยจำเบอร์มือถือของใครได้เลยนอกจากวินคนเดียว”
นัฏนรี บอกความจริงด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย
“นึกไม่ออกก็ไม่ต้องนึกหรอกลูกเดี๋ยวก็ปวดหัวหรอก”
ดร.นีรนุชอดโล่งใจไม่ได้ที่ลูกสาวจำเบอร์โทรศัพท์ของชโรชาไม่ได้
“ถ้างั้นโทรเข้ามือถือของวินดีกว่า” นัฏนรีพูดขึ้นทำให้ทุกคนอดหันไปมองหน้ากันไม่ได้
“ปอนด์โทรไปแล้วล่ะ..ติดต่อไม่ได้” สิปปกรเป็คนพูดขึ้น
“ใช่จ๊ะดรีม..มือถือของวินคงจะพังไปกับรถทัวร์นั่นแล้วล่ะ”ลิลลี่บอก
“แล้ววินปลอดภัยหรือยัง ปอนด์โทรไปถามให้ดรีมเดี๋ยวนี้เลย” นัฏนรีหันไปเร่งสิปปกร
“คงจะปลอดภัยแล้วล่ะอย่าห่วงเลยนะดรีม” ไปรยาปลอบใจเพื่อน
“คงจะ..แสดงว่าไม่แน่ใจปอนด์ช่วยโทรถามให้ดรีมตอนนี้ได้ไหม ดรีมอยากรู้ นะ นะ”
แววตาออดอ้อน แสดงความห่วงใยชวินของนัฏนรีทำให้สิปปกรต้องกลืนความรู้สึกบางอย่างลงไป เมื่อก่อนนี้เขาอาจจะชอกช้ำ และน้อยใจนัฏนรีแต่ตอนนี้เขากลับสงสารเธอจับใจ หากเป็ไปได้อยากจะให้ชวินฟื้นขึ้นมาหาเธอ
“เอาไว้ให้แม่ไปงานศพพ่อของวินคงจะได้พบแม่กับน้องสาวของวินที่งานศพ แล้วแม่จะถามไถ่เื่ของวินให้เองนะลูกไม่ต้องห่วง”
ดร.นีรนุชเป็คนบอกให้ลูกสาวสบายใจ
“ดรีมจะไปงานศพของพ่อทองก้อนด้วยค่ะ”
“อุ๊ย!..ไม่ได้นะดรีม”
ไปรยากับลิลลี่ อุทานออกมาเกือบจะพร้อมกันด้วยสีหน้าใ
“ทำไมล่ะ..ก็ดรีมจะไปทำหน้าที่แทนวินพวกเธอก็รู้นี่ ว่าวินนอนเจ็บอยู่ที่โรงบาลเชียงใหม่โน่น” นัฏนรีบอกเพื่อน
“ก็ลูกยังไม่หายดีเลยจะไปได้ไงล่ะจ๊ะให้แม่ไปแทนก็แล้วกันนะลูก” มารดาเป็คนบอก
“ปอนด์ก็จะไปงานศพพ่อของวินเหมือนกันไปเป็ตัวแทนของดรีมไง” สิปปกรพูดบ้าง
“พวกเราก็จะไปเหมือนกันจ๊ะ” ลิลลี่บอก ไปรยารีบพยักหน้าอีกคน
“ถ้าอย่างนั้น ดรีมขอไปวันสุดท้ายที่เผาศพพ่อทองก้อนก็ได้เขาจะเผาวันไหนคะ” นัฏนรีหันไปถามมารดา
“อีกสามวันมังจ๊ะ”ดร.นีรนุชตอบอย่างไม่แน่ใจนัก
“งั้นอีกสามวัน ดรีมจะต้องออกจากโรงบาลไปงานศพพ่อของวินให้ได้”
นัฏนรีบอกด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว ซึ่งดร.นีรนุชรู้ดีว่าลูกสาวหัวดื้อของเธอจะต้องทำอย่างที่พูดเธอรู้จักนิสัยของนัฏนรีดีทีเดียว
หลังจากเยี่ยมดูอาการของนัฏนรีแล้วสิปปกรพร้อมด้วยเพื่อนสาวทั้งสองก็นัดพูดคุยกันที่ห้องอาหารภายในโรงพยาบาลด้วยความไม่สบายใจ
“เราจะทำไงกันดีเนี่ยจะบอกเื่วินเลยไหม” ไปรยาเริ่มปรึกษากับเพื่อนทั้งสอง
“ขืนบอกความจริงเกิดดรีมรับไม่ได้ล่ะ” ลิลลี่แสดงความเห็น
“ใช่..ดรีมคงรับไม่ได้หรอก” สิปปกรบอกสีหน้ากลัดกลุ้ม
“ตอนแรกก็อาจจะรับไม่ได้แต่สักพักก็คงจะทำใจได้เองแหละ” ไปรยาว่า
“เธอไม่รู้หรือไงว่ายัยดรีมน่ะรักนายวินมากแค่ไหนถ้ารู้ว่าวินตายไปแล้ว อาจจะช็อคเป็ใบ้ไปเลยเหมือนที่เห็นในละครทีวีก็ได้นะเธอ” ลิลลี่พูดด้วยความเป็ห่วงเพื่อน
“ก็ถูกของเธอนะ..ชีวิตยัยดรีมหายใจเข้าหายใจออกก็เป็นายวิน ถ้ารู้ความจริงว่าต่อไปจะไม่มีนายวินอีกแล้ว คงจะซึมเศร้าหรือไม่ก็เป็ลมล้มพับนอนอยู่โรงบาลอีกนาน”
ไปรยาชักจะเห็นด้วยกับเพื่อน ๆ
“ตอนนี้ปอนด์ขอรักษาจิตใจดรีมด้วยการโกหกเอาไว้ก่อนทั้งสองเื่เลย” สิปปกรบอกกับเพื่อนทั้งสอง
“เฮ้ย..ทำไมสองเื่อ่ะแสดงว่ามีเื่ที่นอกเหนือจากเื่นายวินเสียใช่ไหม..เื่อะไร”
ไปรยาถามด้วยความอยากรู้ เช่นเดียวกับลิลลี่
“เ้าดุ๊กดิ๊กหายไปจากบ้านคุณยายน่ะสิ” สิปปกรบอกความจริงด้วยสีหน้ากลัดกลุ้ม
“อุ๊ย!..นั่นมันหมาแสนรักของยัยดรีมนี่นา..หายไปได้ั้แ่เมื่อไหร่ยังไง” ลิลลี่เป็คนถาม
“ไม่รู้เหมือนกันมันคงแอบหนีไปตอนที่ป้าน้อยเปิดประตูรั้วบ้านน่ะ”
“เฮ้อ!..เวรซ้ำกรรมซัดจริงจิ้งยัยดรีมเพื่อนฉัน..ไหนจะแฟนตายไหนจะหมาหายอีก”
ไปรยาถอนหายใจ รู้สึกเศร้าใจ
“งั้นเราก็ต้องช่วยกันตามหาเ้าดุ๊กดิ๊กกันเผื่อจะเจอ” ลิลลี่ชักชวน
“วันนี้ปอนด์ก็ออกตามหาแล้วล่ะ แต่ไม่พบ” เขาบอกอย่างสิ้นหวัง
“เอาอย่างนี้สิ..ปอนด์นายเอารูปเ้าดุ๊กดิ๊กไปลงในไอจีในเฟส ประกาศให้คนช่วยตามหา ลองให้ของรางวัลซะหน่อยอาจจะได้คืนก็ได้นะ” ไปรยาแนะนำ
“คิดอยู่เหมือนกันว่าคืนนี้จะทำ” สิปปกรบอก
“แต่แน่ใจได้ยังไงล่ะว่าจะเป็เ้าดุ๊กดิ๊กตัวจริงอาจจะมีคนแอบอ้างสวมรอยเพราะอยากได้เงินรางวัลก็ได้นะ”
ลิลลี่ทักท้วงด้วยความรอบคอบ
“อันนั้นไม่ต้องห่วงหรอกดุ๊กดิ๊กมีสัญลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครมันมีแผลเป็จากการผ่าตัด แถมขาก็ยังกะเผลกเดินไม่เหมือนหมาตัวอื่นหรอก ที่สำคัญปอนด์กับมันคุ้นเคยกันดี แค่ได้ััใกล้ชิดก็จำได้”
“ตกลงพวกเราจะปิดเื่ที่วินตายเป็ความลับกับยัยดรีมอีกนานแค่ไหน”
ไปรยาเริ่มกลับมาสู่เื่ที่มาปรึกษากัน
“ก็จนกว่าจะแน่ใจว่า ดรีมจะรับได้” สิปปกรบอก
“หรือไม่ก็ยัยดรีมสงสัยจนคาดคั้นให้พวกเราบอกความจริง” ลิลลี่พูดเสริม
“งั้นก็เอาตามนี้ก็แล้วกันตอนนี้ก็ดูแลรักษาสภาพจิตของยัยดรีมร่วมกัน”
ไปรยาสรุปซึ่งทุกคนก็พยักหน้าเห็นด้วย
“โอเค.งั้นเราขอตัวก่อนนะ”
สิปปกรกล่าว ทำให้ลิลลี่มีสีหน้าหงอยลงไปทันทีเพราะเธออยากจะอยู่ใกล้ชิดกับสิปปกรให้นานกว่านี้
“ฉันก็จะกลับเหมือนกันต้องไปรับน้องชายที่โรงเรียนกวดวิชาน่ะลิลลี่ไปกับฉันไหม”
ไปรยาหันไปชวนเพื่อนสาว
“เอ้อ..ไม่เป็ไรเธอไปรับน้องเธอเถอะ ฉันนั่งรถเมล์ไปเอง”
“ปอนด์ไปส่งก็ได้นะลิลลี่วันนี้ว่าง”
สิปปกรรับอาสา ประกายตาของลิลลี่วาบขึ้นมาด้วยความดีใจแต่เธอก็ระงับความตื่นเต้นนั้นไว้ในใจอย่างน้อยเวลาเพียงไม่ถึงชั่วโมงที่ได้นั่งรถไปกับสิปปกรก็ทำให้ลิลลี่มีความสุขแล้วเธอขอเพียงแค่นี้ก็พอ