“น้ำ….ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”
เด็กหนุ่มยืนกอดอกอยู่หลังผู้เป็แม่ เขาไม่ได้สนใจเสียงทุ่มที่เอ่ยทักทายเสียด้วยซ้ำ จนกระทั่งเจอสอกของคุณแม่สะกิดเข้าที่ท้อง เลยทำให้ร่างเล็กตั้งสติยิ้มแป้นแสร้งเอาความสดใจทั้งหมดที่มีส่งไปให้ผู้ชุบเลี้ยงมาั้แ่อ้อนแต่ออด
“สวัสดี...ครับ...ลุงเสือ”
“เข้าไปเรียนมหาลัยมาตั้งนาน....เปลี่ยนไปเยอะเลยนะ”
สายตาคมจ้องมองเรียวขาขาวเนียนของลูกชายเพื่อนสนิท เขาไม่เคยเจอหลานสุดที่รักใส่อะไรแบบนี้มาก่อน กางเกงยีนส์ขาดรุ่งริ่งที่น้ำมนต์สวมใส่ดูเหมือนจะมีเพียงแค่ผู้หญิงเท่านั้นที่ใส่แบบนี้ แต่เมื่อจ้องมองขึ้นมาดูใบหน้าจิ้มลิ้ม อย่างน้อยทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม เพียงแต่ริมฝีปากและแก้มขาวใสมีอะไรแต่งเติมเสริมขึ้นมาให้น่ามองมากกว่าเดิม
“เรียนเป็ไงบ้าง”
“….”
“น้ำ…”
“….”
“น้ำ…”
“อ๊ะ…ก็…เรื่อยๆครับ ไม่ได้หนักเหมือนที่คิดไว้”
“ดีแล้ว ถ้าขาดเหลืออะไรโทรหาลุงได้นะ เข้าใจมั้ย”
“….ครับ”
เมื่อบทสนทนาอันน่าอึดอัดจบลง ลุงเสือจึงหันไปพูดคุยกับเพื่อนสนิทของเขาต่อ น้ำมนต์ต้องยืนฟังพวกผู้ใหญ่คุยกันอย่างน่าเบื่อหน่าย เมื่อจับใจความได้ว่าอีกซักพักใหญ่ๆถึงจะออกเดินทาง เด็กหนุ่มก็เริ่มรู้สึกโมโห คุณพ่อพาเพื่อนสนิทเข้ามานั่งสนทนาที่ม้าหินอ่อนหน้าบ้านโดยที่คุณแม่กลับเข้าไปล้างจานในห้องครัวเพื่อฆ่าเวลา น้ำมนต์ไม่รู้ว่าเขาจะไปที่ไหน เพราะถ้าเกิดขึ้นไปบนห้องก็คงโดนแม่ดุ แต่จะให้ออกไปนั่งจ้องตากับไอ้ลุงหื่นกามมากตัณหาก็อึดอัด...
น้ำมนต์จึงตัดสินใจเข้ามานั่งที่โซฟาที่บังเอิญอยู่ติดกับม้าหินอ่อนระหว่างหน้าบ้านพอดี
“ไอ้นพ มึงปล่อยให้หลานกูแต่งตัวแบบนั้นได้ยังไงวะ”
“มันจะแต่งอะไรก็เื่ของมันเถอะน่า”
“ไอ้นี่ กูบอกมึงหลายครั้งแล้วว่าถ้าเลี้ยงไม่ไหวให้เอามาไว้กับกู เดี๋ยวกูสอนเอง”
“เดี๋ยวๆไอ้เสือ นี่ลูกกู”
แขนเรียวกอดอกด้วยความไม่พอใจ...
เมื่อได้ยินบทสนทนาที่เกิดขึ้นระหว่างคุณพ่อและเพื่อนสนิท มันก็ทำให้เด็กหนุ่มอยากจะเดินเอาน้ำเข้าไปสาดหน้าไอ้ลุงหัวโบราณคนนั้น ใครกันอยากจะไปอยู่กับเขา วันๆก็คงจะสอนแต่เื่จีบผู้หญิงและพาขับรถซิ่งแซวสาวไปทั่ว แก่ขนาดนี้ยังจะมีหน้ามาวุ่นวายเื่ลูกคนอื่นอีกยิ่งคิดน้ำมนต์ก็ยิ่งหน้าแดงขึ้นเรื่อยๆ
“แล้วเสื้อผ้าที่กูซื้อให้ทำไมน้ำไม่ใส่วะ ราคาแพงๆทั้งนั้น”
“นั่นมันเสื้อผ้าผู้ชาย”
“เอ้า ก็น้ำมันเป็ผู้ชาย”
“ไอ้เสือ มึงไม่รู้หรือแกล้งโง่วะ ลูกกูแสดงออกขนาดนั้น เหลือแค่ปล่อยให้มันใส่กระโปรงเท่านั้นแหละ”
“จิ๊…”
“เอาน่า กูรู้ว่ามึงอยากได้หลานชาย มันจะเป็อะไรก็ปล่อยมันเถอะ กูเลิกคิดแทนลูกไปนานแล้ว”
“มันน่าจะมีทางอยู่นะ”
“ไม่มีทางไหนทั้งล่ะไอ้เวร ยิ่งมึงซื้อของผู้ชายให้ลูกกูมันก็ยิ่งเกลียดขี้หน้ามึง ตอนเด็กๆมึงซื้อเครื่องเล่นเกมแพงๆให้เป็ของขวัญวันเกิด มึงรู้มั้ยว่าลูกกูเอาไปขายให้เด็กข้างบ้านแล้วไปซื้อเครื่องสำอางมาแต่งหน้ากับแม่มันทั้งวัน”
“จริงหรอวะ”
“กูจะโกหกมึงทำไม”
“แต่กูว่าไม่น่าใช่...”
ลุงเสือยังไม่อยากยอมรับสิ่งนั้น แม้ว่าเขาจะปฏิเสธไม่ได้ว่าหลานตัวเองรูปร่างหน้าตาเหมือนผู้หญิงเพียงใด แต่เขาก็ไม่เคยคิดว่าน้ำมนต์จะอ้อนแอ้นอรชรไปมากกว่านี้ ร่างสูงคิดมาตลอดว่าเด็กหนุ่มเป็คนเรียบร้อย เพราะอยู่ต่อหน้าเขาน้ำมนต์ก็ไม่เคยแสดงกิริยาตุ้งติ้งแต่อย่างใด คุณลุงไม่รู้ตัวเลยว่าหลานชายของเขาต้องเก็บกดขนาดไหนเวลาอยู่ใกล้ความคิดชายเป็ใหญ่อันแสนโบราณ!
“พ่อ เมื่อไหร่จะไปซักที!”
“เฮ้ย น้ำ ะโทำไมพ่อใหมด”
“คุยกันเสร็จก็รีบๆออกไปได้แล้ว น้ำจะได้ปิดประตูบ้าน!”
เสียงเล็กหวีดร้องออกมาจนทำให้ผู้เป็แม่วิ่งมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อเห็นท่าทางสีหน้าของลูกชายเอาจริงผู้เป็พ่อก็รู้ตัวว่าน้ำมนต์ในยินทุกอย่างที่เขาพึ่งจะสนทนากับเพื่อน ท่านนายพลลากลุงเสือให้ลุกขึ้นก่อนจะเอาตัวไปเก็บไว้ในรถ เพราะชายวัยกลางคนรู้ดีว่าตอนนี้ลูกชายของเขาไม่ได้นิ่งนอนให้ใครมาคอยนั่งสั่งสอนให้เป็หญิงหรือชายได้อีกต่อไป
“อะไรกันน้ำ”
“แม่ไปถามพ่อกับเพื่อนเขาเถอะ หนูไปนอนแล้ว ปิดประตูเองด้วย”
พูดจบร่างน้อยๆก็เบ้ปากน้อยใจขึ้นไปบนห้องนอน เมื่อมารดาเห็นว่าลูกชายรู้สึกเสียใจจริงๆจึงหันไปทำหน้าดุใส่สามีราวกับจะฉีกเืฉีกเนื้อด้วยมือเปล่า
“ผมไม่ได้พูดนะ ไอ้เสือมันพูดต่างหาก”
“เอาเถอะ อย่าให้ลูกได้ยินอีกก็แล้วกัน ไม่อย่างนั้นนะ...”
“ผมเลิกไปนานแล้ว แต่ไอ้นั่นมันเอาแต่พูดไม่หยุดเอง”
“พอแล้วๆ ฉันเสร็จธุระพอดี ไปตอนนี้เลยก็แล้วกัน”
สองสามีภรรยาช่วยกันปิดบ้าน ก่อนจะเดินขึ้นไปบนรถยนต์หรูโดยที่มีร่างสูงของใครบางคนทำหน้าทำตาไม่รู้ไม่ชี้ ั้แ่ที่เลี้ยงน้ำมนต์มาลุงเสือก็พึ่งเคยโดนเด็กหนุ่มตะคอกใส่แบบนั้น แถมน้ำเสียงแหลมเล็กยังหวีดร้องราวกับผู้หญิง แต่คุณลุงก็ไม่ได้เอามาใส่ใจ เพราะท่าทางหลานชายของเขาจะไม่พอใจกับส่ิงที่ตนกล่าวออกไปจริงๆ