ท่ามกลางบรรยากาศที่เยียบเย็นไปด้วยกลิ่นอายของคาวเื
ร่างของหมาป่าโลหิตจันทราสาดส่อง สะท้อนแสงจันทราที่ปรากฏลงมาจากท้องฟ้า ใบหน้าดวงตาของมันดูโกรธเกรี้ยว ยิ่งได้เห็นเหล่าลูกน้องถูกสังหารและนอนตายกันอย่างเกลื่อนกราด ความโกรธก็พุ่งสูงจนถึงขีดสุด
วินาทีนั้นตึกอาคารขนาดใหญ่ก็พังทลายลง ร่างของหมาป่าโลหิตจันทราพุ่งกระโจนเข้าใส่ทันย่าประหนึ่งเป็ะุปืนใหญ่สังหาร ความเร็วของมันเกือบหนึ่งพันกิโลเมตร ต่อให้ระยะห่างจะอยู่ไกลกันออกไป แต่เพียงแค่พริบตามันก็ปรากฏตัวขึ้นที่เบื้องหน้าแล้ว
ทันย่าเห็นมันพุ่งเข้ามาก็เริ่มเกร็งกล้ามเนื้อ ทั่วร่างส่งเสียงประหนึ่งเกิดสายฟ้าดังกึกก้อง พร้อมตบกรงเล็บออกไปตอบโต้
“ปัง!”
กรงเล็บของเบฮีมอทและหัวหน้าหมาป่าได้เข้าปะทะกัน เกิดเสียงดังสนั่นประหนึ่งอากาศได้ะเิออก ทว่าในการปะทะกันครั้งแรก ร่างของหมาป่าโลหิตจันทราได้ปลิวกระเด็นออกไปไกล ร่างของมันกระแทกเข้าใส่กับเศษซากอาคารจนเกิดเป็รอยแตก กระอักเืออกมาคำใหญ่
แววตาของมันสั่นไหวและเต็มไปด้วยความเดือดดาล เพราะไม่คิดเลยว่าเ้ามอนเตอร์ลึกลับนี้จะมีพลังที่แข็งแกร่งกว่าตนเองมาก
ในเมื่อพละกำลังไม่สามารถใช้ได้ งั้นมันก็ต้องใช้จุดเด่นของตนเอง มันรู้ดีว่าพลังไม่ใช่จุดสูงสุดของตน ทว่ามันเป็ความเร็วต่างหาก
“ตู้ม!”
หมาป่าโลหิตจันทราได้ทลายซากอาคารที่กดทับร่างของมันเอาไว้ จากนั้นอยู่ดีๆทั่วร่างของมันก็เหมือนเกิดสายลมขึ้นรอบตัว มันได้กระโจนขึ้นสู่้า แสงจันทร์สาดส่องลงมาทั่วร่าง ทำให้มันเกิดเป็ภาพอันจิตร พร้อมกับที่กรงเล็บทั้งห้าได้กางออก ตวัดลงไปยังเบื้องล่าง
“เฟี้ยว!”
เสียงหวีวร้องของอากาศก็ได้ดังขึ้น คมมีดสายลมที่มีขนาดกว่าหลายสิบเมตรพุ่งทะยานลงอย่างรวดเร็ว มันร้ายกาจซะจนทำให้ทันย่าต้องดวงตาเบิกกว้างขึ้น เขาเองก็ไม่คิดเลยว่ามันจะแข็งแกร่งป่านนี้ สมแล้วที่เป็ถึงมอนเตอร์กลายพันธุ์ระดับ 5 และหายากมาก
[หยุดออมมือได้แล้วเ้าศิษย์รัก ทำให้มันเห็นถึงพลังที่ยิ่งใหญ่ของเบฮีมอทซะ!]
ดาวาลตบหลังของเขาด้วยฝ่ามือเล็กๆ ท่าทางเองก็ดูตื่นเต้นกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้
“ร่างกายเทพเผาผลาญ!”
ไม่รอช้ายีนส์พันธุกรรมที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายของทันย่าก็เดือดพล่านขึ้น เร่งกระบวนการเผาผลาญยีนส์พันธุกรรมในร่างกายทั้งหมด เขาได้เปิดใช้วิชาอันยิ่งใหญ่ของเผ่าพันธุ์สัตว์อวกาศกลืนกินดวงดาว ปลดปล่อยศักยภาพของพลังอันไร้ขีดจำกัดทั้งหมด
ทันใดนั้นประกายสีทองได้เริ่มปรากฏขึ้นทั่วทั้งร่างกาย ถักทอกันเป็บางสิ่งที่ดูยิ่งใหญ่ ประหนึ่งมีสายฟ้าไหลผ่านไปทั่วทุกอณู โดยที่ดวงตาของเขาก็แดงก่ำเหมือนดั่งเทพอสูรที่ร้ายกาจ จากนั้นในเสี้ยวพริบตาเดียว ร่างกายของเขาก็หายวับออกไปประหนึ่งเป็ภาพลวงตาที่แท้จริง
“ปัง!”
คมมีดสายลมที่มีขนาดกว่าหลายสิบเมตรตัดผ่านอาคารหลายแห่งจนพังทลาย ทว่ามันกลับไม่ได้โดนตัวของทันย่าเลยซักนิด
“เกิดอะไรขึ้นกัน?”
ความคิดของหมาป่าบังเกิดขึ้นภายในจิตใจ ดวงตาของมันเบิกกว้างและเริ่มมีอาการที่ตื่นตระหนก กระทั่งในที่สุด กลิ่นอายสุดแสนจะอันตรายก็ได้มาปรากฏขึ้นที่บริเวณด้านหลังของมัน ตัวของมันััได้ก็พยายามจะหันมองไปทางด้านหลัง แต่มันก็ไม่ทันการแล้ว
“ตู้ม!”
ทันย่าได้โจมตีลำตัวของมันอย่างสุดแรงเกิด ร่างขนาดใหญ่กว่า 4 เมตรพุ่งดิ่งลงไปยังผืนดินประหนึ่งเป็ฝนดาวตกขนาดใหญ่
หนึ่งการโจมตีเหมือนจะปิดฉากทุกสิ่ง หมาป่าโลหิตจันทรากระแทกลงกับพื้นถนนด้วยความรุนแรงอันมหาศาล เกิดฝุ่นควันที่ฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ ฝูงหมาป่าเขี้ยวโลหิตที่เห็นว่าผู้ปกครองถูกจัดการ ทั้งหมดต่างก็สั่นเทิ้มไปด้วยความหวาดกลัว ส่งเสียงครางออกมาอย่างไม่หยุดพัก
“ฉันหวังว่ามันจะไม่ตายลง!”
ทันย่าได้กระโจนลงมาจากเบื้องบน มาปรากฏตัวขึ้นไม่ไกลจากบริเวณจุดที่หมาป่าโลหิตจันทราถูกอัดลงมา
“หงึก!หงึก!หงึก!”
ในตอนนั้นเสียงครวญครางและสั่นเครือก็ได้ดังขึ้นจากหลุมที่เกิดขึ้น
เมื่อกลุ่มควันค่อยๆได้จางหายไป ร่างของหมาป่าโลหิตจันทราก็เริ่มลุกขึ้นอย่างช้าๆ สภาพของมันเต็มไปด้วยเืโลหิตที่ปกคลุมเส้นขน บริเวณกลางลำตัวมีาแขนาดใหญ่ ฉีกขาดจนเป็แผลลึก แข็งขาทั้งสี่ของมันก็กำลังสั่นเทาขึ้นอย่างหนัก
ตัวของมันพยายามจะก้าวเดินมาหาทันย่า ใบหน้าท่าทางดูหวาดกลัวเป็อย่างมาก ไม่มีอาการที่หยิ่งพยอง หรือมีความโกรธเกรี้ยวอะไรแอบแฝงเอาไว้เลยซักนิด ตอนนี้มันหวาดกลัวในพลังของมอนเตอร์ลึกลับนี้อย่างแท้จริง และมันก็ไม่อยากตายด้วยฝีมือของมอนเตอร์ตัวนี้
“ยอมสยบหรือตาย!”
ทันย่าเห็นว่ามันยังมีชีวิตอยู่ก็เอ่ยถาม น้ำเสียงอันเยียบเย็นเหมือนของมนุษย์ดังขึ้นจากปากที่เต็มไปด้วยคมเขี้ยว ทำให้หมาป่าโลหิตจันทราต้องสั่นสะท้านไปด้วยความใ เพราะนี่อาจเป็ครั้งแรกที่มันรับรู้ได้ ว่าเหล่ามอนเตอร์ก็สามารถพูดสื่อสารเป็ภาษามนุษย์ได้เช่นกัน
หมาป่าโลหิตจันทรามีสติปัญญาเช่นเดียวกัน มันรู้ดีว่าถ้าไม่ยอมสยบต่อสิ่งมีชีวิตตนนี้ มันจะต้องถูกฆ่าตายลงอย่างแน่นอน
“หงึก!”
ทันใดนั้นร่างขนาดใหญ่ของมันก็ได้หมอบกราบต่อหน้าทันย่า ก้มหัวลงต่ำเหมือนกำลังแสดงความเคารพและยอมจำนน
“หงึก!หงึก!หงึก!”
เมื่อเห็นว่าผู้ปกครองของตนยอมสยบต่อมอนเตอร์ผู้ยิ่งใหญ่นี้ เหล่าฝูงหมาป่าคมเขี้ยวโลหิตที่ยังเหลืออยู่อีกหลายร้อยก็เริ่มทำตาม ทั้งหมดต่างก้มหัว หมอบกราบลงจากทั่วทุกสารทิศ โดยที่มีทันย่าเป็จุดศูนย์กลาง เขายืนอยู่บนกองซากศพด้วยความอหังการอย่างแท้จริง
ถ้าเกิดว่านักสู้พันธุกรรมมากมายได้มาเห็นภาพที่เกิดขึ้นในตอนนี้ พวกเขาทั้งหมดคงต้องอ้าปากค้างจนทำอะไรกันไม่ถูกเป็แน่
โดยปกติเหล่าฝูงหมาป่าเขี้ยวโลหิตที่มีผู้ปกครองจะไม่ยอมรับสายพันธุ์อื่นๆ ยิ่งเป็หมาป่าโลหิตจันทราก็ยิ่งแล้วใหญ่
พลังของมันสามารถสร้างภัยพิบัติขนาดย่อมๆให้กับกลุ่มนักสู้ที่แข็งแกร่งได้เลยด้วยซ้ำ ทว่าตอนนี้ตัวของมันและลูกน้องในเผ่าพันธุ์ทั้งหมดกำลังยอมจำนน และแสดงความเคารพต่อมอนเตอร์อันลึกลับที่เพิ่งปรากฏตัว ราวกับว่าสัญชาตญาณในส่วนลึกได้สั่งให้ทำเช่นนี้
“ดีมาก นับจากวันนี้ไปพวกแกทั้งหมดคือเหล่าลูกสมุนของฉัน”
“หลังจากนี้ฉันจะพาพวกแกขึ้นปกครองเหล่ามอนเตอร์ทั้งหมด”
เมื่อฝูงหมาป่ามีผู้ปกครองคนใหม่ บรรยากาศภายในเมืองที่พังทลายแห่งนี้ก็ได้แปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ในแต่ละวัน ทันย่าจะนำเหล่าลูกสมุนผู้ภัคดีของตนออกล่ามอนเตอร์สายพันธุ์อื่นๆที่อยู่ในรอบบริเวณ กลืนกินซากศพ วิวัฒนการยีนส์พันธุกรรมที่อยู่ภายในร่างกันอย่างรวดเร็ว
“อร่อยชะมัด! รสชาติเหมือนไก่อยู่ไม่น้อย”
ภายในอาคารรกร้างแห่งนึง ทันย่ากำลังเขี้ยวซากของมอนเตอร์ตัวนึงอย่างเอร็ดอร่อย กินพวกมันด้วยความเบิกบาน และเขาก็ไม่ได้เกิดความสะอินสะเอียน หรือไม่้าพวกมันเลยซักนิด ในทางกลับกัน ยีนส์พันธุกรรมก็เหมือนกำลังกู่ร้อง บอกว่าต้องให้กลืนกินพวกมันเข้ามาทั้งหมด
[ยังไงเ้าก็ไม่ใช่มนุษย์แล้วละนะ แต่เป็ถึงสัตว์อวกาศที่ยิ่งใหญ่]
[ดีแล้วละที่ละทิ้งมุมมองของชีวิตดั่งเดิม หลังจากนี้เ้าจะต้องกลืนกินทุกสิ่งเพื่อทำให้ร่างกายของตนเองเริ่มพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว]
[เป้าหมายในตอนนี้ของเ้าคือร่างวิวัฒนาการรูปแบบเติบโต ต้องกินมอนเตอร์ไปเรื่อยๆ พวกมันเปรียบได้เป็สารอาหารชั้นเลิศของยีนส์พันธุกรรมเบฮีมอท เนื่องจากว่ามอนเตอร์เหล่านี้ได้รับสสารแห่งดวงดาวกันแล้ว พวกมันก็ไม่ต่างไปจากแหล่งอาหารอันโอชะของเ้า]
[โดยเฉพาะกับนักสู้พันธุกรรมที่มีรากฐานมาจากพวกมนุษย์ พวกมันมียีนส์ที่วิวัฒนาการและเต็มไปด้วยสารอาหารที่สำคัญ]
เมื่อรู้ว่าตนเองจะต้องกินพวกมนุษย์ ใบหน้าของทันย่าก็เหมือนจะหยุดชะงักไปอยู่เล็กน้อย
“ต้องกินพวกมันจริงๆเหรอท่านอาจารย์?”
ทันย่าวางเนื้อของมอนเตอร์ในมือลง ั์ตาของเขาดูสั่นไหวและเต็มไปด้วยความซับซ้อน ราวกับว่าเื่นี้มันเป็อะไรที่ร้ายแรงอย่างแท้จริง ถ้าทำแบบนั้น เขาก็คงไม่ต่างไปจากมอนเตอร์ที่กระหายในเนื้อหนังของมนุษย์ กลายเป็สัตว์ประหลาดที่กระหายเื
ดาวาลที่ลอยอยู่ด้านข้างก็ััได้ถึงอารมณ์ที่หวาดกลัวของเขา จึงได้อธิบายออกมาให้กับทันย่าได้เข้าใจ
[แน่นอน เ้าอย่าใช้มุมมองของมนุษย์ที่เคยมี แต่จงใช้สัญชาตญาณของเบฮีมอทที่อยู่ในร่างแทน ยังไงเ้าก็ไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไปแล้ว]
[ไม่ใช่แค่ในดาวเคราะห์โลกแห่งนี้ ทั่วทั้งจักรวาล นักสู้ดวงดาวทั้งหมดก็ไม่ต่างไปจากสารอาหารที่สำคัญของเหล่าสัตว์อวกาศมากมาย]
[เผ่าพันธุ์มนุษย์ที่มีสองขาและเผ่าพันธุ์สัตว์อวกาศที่มีั้แ่สี่ขาขึ้นไป พวกเขาทั้งสองต่างเป็ศัตรูกันมาเนิ่นนานั้แ่อดีตโบราณกาล]
[มนุษย์เห็นสัตว์อวกาศเป็เพียงสิ่งของล้ำค่า ออกล่าสังหารพวกเขาเพื่อเอาชิ้นส่วนของร่างกายมาทำเป็อาวุธหรือเทคโนโลยีต่างๆ]
[เหล่าสัตว์อวกาศก็มองพวกนักสู้พันธุกรรมเป็ถึงแหล่งอาหารชิ้นสำคัญ มองเป็เหยื่ออันโอชะที่ทำให้ตนเองเกิดวิวัฒนาการขึ้นได้]
[พวกเขาไม่มีใครถูกหรือผิด สถานการณ์เปรียบได้เป็โลกที่ปลาใหญ่กินปลาเล็ก ผู้แข็งแกร่งย่อมต้องกลืนกินผู้อ่อนแอ ผู้อ่อนแอย่อมต้องถูกล่าสังหาร ในจักรวาลไม่มีใครมองเห็นถึงศีลธรรมอันดี มันเป็สัจธรรมที่มีมาแต่เนิ่นนาน โหดร้ายและไร้ความปราณี นั่นแหละคือจักรวาล]