15
สร้อยคอ
ผ่านไปแล้วสองวันหลังจากที่คารอสบอกว่าสร้อยคอเส้นนั้นเป็ของตระกูลของเขาแต่ไม่ว่าเซริน่าหรือเซริออสจะถามอะไรไป คารอสก็ไม่ยอมตอบคำถามของพวกเขาทั้งสองเลย คารอสบอกเพียงแค่ว่ามันหายสาบสูญไปหลายพันปีแล้วเท่านั้นจนเซริน่าและเซริออสต้องไปหาข้อมูลในห้องสมุดเพื่อตอบคำถามของตัวเองและในที่สุดเซริน่าก็เจอข้อมูลที่น่าสนใจจากหนังสือเล่มหนึ่งชื่อของหนังสือเล่มนั้นคือ ประวัติตระกูลกูเรี่ยนที่บอกถึงความเป็มาของตระกูลั้แ่กษัตริย์คนแรกถึงกษัตริย์คนปัจจุบันสัญลักษณ์ประจำธงที่มีลักษณะเป็เสือดำที่ถูกปักอยู่บนผ้าสีทอง กษัตริย์คนปัจจุบันมีชื่อว่าแลนเดอร์ กูเรี่ยน ราชินีมีชื่อว่า เฟรยา กูเรี่ยน และรัชทายาทคนปัจจุบันก็คือคารอส กูเรี่ยน มีสสมบัติประจำตะกูลทั้งหมดสามอย่าง อย่างแรกเลยนั้นก็คือไม้เท้าสำหรับกษัตริย์ที่ตัวด้ามทำมาจากต้นโอ๊กที่เก่าแก่โบราณ ส่วนบริเวณปลายของไม้เท้านั้นประดับไปด้วยอัญมณีสีม่วงและแดงสลับกันไปมาซึ้งมูลค่าของมันนั้นไม่สามารถหาสิ่งใดมาเทียบได้เลยส่วนสมบัติประจำตระกูลอย่างที่สองนั้นก็คือ มงกุฎที่ทำจากทองคำขาวและประดับไปด้วยอัญมณีสีม่วงน้อยใหญ่และอย่างสุดท้ายนั้นก็คือสร้อยคอ ที่ตัวของสร้อยนั้นทำมาจากหางของัที่ไม่มีวันขาดและในส่วนของตัวจี้นั้นมีลักษณะเป็รูปของพระจันทร์ครึ่งเสี่ยวและมีดวงดาวเล็กๆประดับอยู่รอบๆซึ่งในปัจจุบันนี้สมบัติที่ยังคงอยู่ในอาณาจักรวาเจสต้ามีเพียงแค่สองอย่างเท่านั้นนั้นก็คือมงกุฎและไม้เท้า ส่วนสร้อยคอนั้นหายสาบสูญไปั้แ่เมื่อ 5,000 ปีก่อนจึงทำให้ในปัจจุบันไม่เคยมีใครเคยเห็นสร้อยคอจริงๆเลยสักคนจะเห็นก็แต่ผ่านรูปภาพเท่านั้น
“พี่ออสในนี้เขาบอกแค่ว่าหายไปแต่ไม่ได้บอกว่าหายไปได้ยังไงอะ”เซริน่าเปิดบทสนทนาขึ้นเมื่อเธอและพี่ชายมาหาข้อมูลกันในห้องสมุดั้แ่เช้า
“ทางพี่เองก็ไม่เจออะไรเลยเซแต่เห็นคาเรย์กับสโนว์กำลังตรวจสอบกันอยู่ว่าสร้อยที่หายสาบสูญไปแล้วมาโผล่ที่นี่ได้ไงแล้วก็นะเซพี่รู้สึกเหมือนกันเคยสร้อยเส้นนั้นมาก่อนอย่างไงก็ไม่รู้”เซริออสตอบด้วยสีหน้าที่ครุ่นคิด
“ใช่น้องก็ก็รู้สึกเหมือนกันแต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกนี่สิ” เซริน่าตอบด้วยสีหน้าที่ครุ่นคิดไม่ต่างกัน
“แต่เท่าที่เห็นมันก็ดูเหมือนเป็แค่สร้อยคอธรรมดาๆเองนะไม่น่าจะมีพลังอะไรที่ทำให้นิสัยของเนโรเปลี่ยนไปขนาดนั้นได้เลยแฮะ”
“นั้นสิพี่ออส….อะ! น้องนึกอะไรออกแล้ว”เซริน่าร้องขึ้นขณะที่วางมือลูบภาพสร้อยคอบนหนังสือสลับกับไปมองสร้อยคอของจริงที่วางอยู่ข้างๆและเสียงร้องที่เหมือนจะนึกอะไรออกก็เรียกความสนใจของเซริออสได้เป็อย่างดี
“นึกอะไรออกละเซ”เซริออสถาม
“น้องจำได้ว่าวันนั้นสโนว์บอกน้องว่าจับพลังแปลกๆบนสร้อยได้ตอนที่พี่ออสเอาสร้อยออกมาจากคอของเนโรพี่ไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอคะ”
“อืม…..จะว่าไปพี่เองก็รู้สึกแปลกๆเหมือนกับว่ามีอะไรสักอย่างกำลังปะทุกลังอยู่ข้างในนั้น”เซริออสตอบพร้อมกับนึกถึงเื่ในคืนนั้น คืนวันที่เขาแอบตามน้องสาวไปและไปเจอเข้ากับสร้อยคอเส้นนี้เขารู้สึกถึงพลังอะไรบางอย่างที่น่าขยะแขยงและน่ากลัวเกินกว่าที่จะมาอยู่ในคอของเด็กนักเรียนธรรมดาๆอย่างเนโรได้
“พี่ออสว่าเื่นี้มันจะเกี่ยวกับคนปริศนาที่เราเจอกันคืนนั้นไหมคะ”
“พี่คิดว่าถึงจะไม่เกี่ยวข้องร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ก็คงมีส่วนรู้เห็นแน่นอน คงต้องรู้เื่อะไรบ้างนั้นแหละ” เมื่อ เซริออสพูดจบเขาก็ปิดหนังสือและลุกขึ้นพร้อมจะเดินออกไปจากห้องสมุดทันที
“จะไปไหนคะ”เซริน่าดึงมือของเซริออสเอาไว้และถามขึ้น
“พี่จะไปคุยกับคารอสให้รู้เื่ไม่ว่าอย่างไงพี่ก็้าคำตอบ เพราะไม่ว่ายังไงสร้อยบ้านี่ก็เป็สมบัติของตระกูลหมอนั้นอยู่แล้ว”เซริออสตอบและดึงให้เซริน่าลุกขึ้นพร้อมๆกับจูงมือของเธอให้เดินตามเขาไป
“แล้วพี่รู้เหรอว่าหมอนั้นอยู่ที่ไหน”เซริน่าร้องถามขึ้นพร้อมๆกับดึงมือของพี่ชายให้หยุดเดิน เซริออสหยุดตามแรงดึงนั้นพร้อมกับหันมามองหน้าผู้เป็น้องสาวก่อนจะยิ้มและตอบว่า
“อ่า…รู้สิตามพี่มาก็พอ”
ณ บริเวณสนามหญ้าของโรงเรียนที่มีต้นไม้ใหญ่รายล้อมอยู่ทั่วบริเวณเพื่อสร้างความร่มรื่นให้แก่บริเวณนั้นได้มีเด็กหนุ่มอยู่คนหนึ่งที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออย่างเพลิดเพลิน ท่ามกลางความสงบของธรรมชาติเพราะสถานที่นี้เป็สถานที่ ที่ห่างใกล้ผู้คนแม้จะอยู่ในบริเวณรั้วโรงเรียนจึงทำให้มีน้อยคนนักที่จะผ่านมาทางนี้ทั้งๆที่สถานที่นี้เต็มไปด้วยต้นไม้และดอกไม้อย่างสวยงาม แต่ความสงบนั้นก็ถูกทำลายลงโดยผู้มาใหม่สองคนที่มาหาเขาพร้อมกับคำถามที่ตัวของเขาเองนั้นก็ให้คำตอบไม่ได้เช่นกัน
“นายอยู่ที่นี่จริงๆด้วยแฮะคารอส”แฝดผู้พี่พูดขึ้นพร้อมกับนั่งลงข้างๆเขาในขณะที่แฝดผู้น้องนั่งลงที่ข้างหน้า คารอสเหลือตามองทั้งสองก่อนที่จะปิดหนังสือเล่มที่เขาอ่านอยู่ลงและถามขึ้นว่า
“พวกเธอ้าอะไร”
“คำตอบของคำถามที่เคยถามไปแล้ว” เซริออสเป็ฝ่ายพูดขึ้น คารอสมองหน้าของเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างๆเขาก่อนที่จะถอดหายใจเฮือกใหญ่ออกมาก่อนจะตอบว่า
“ไม่ว่าพวกนายจะถามฉันอีกกี่รอบคำตอบนั้นก็ยังเหมือนเดิมเพราะฉันเองก็ไม่ได้รู้อะไรมากนักหรอก”
“งั้นก็บอกเื่ที่นายรู้มาสิ แล้วฉันจะคืนสร้อยเส้นนี้ให้สมบัติประจำตระกูลนายไม่ใช่เหรอ” คราวนี้เซริน่าเป็ฝ่ายพูดขึ้นบ้างเธอพูดพร้อมๆกับจ้องเข้าไปในดวงตาของเขาเพื่อค้นหาความจริงและคารอสเองก็จ้องตาเธอกลับอย่างแน่วแน่จนทำให้เซริน่ารู้สึกเขินอย่างบอกไม่ถูกและนั้นทำให้เซริออสรู้สึกตะหงิดใจขึ้นมาซะอย่างนั้น
“เห้ๆจะจ้องตากันไปถึงไหน” เซริออสร้องทักขึ้นแต่คารอสก็ยังคงจ้องไปยังที่ตาของเซริน่าก่อนที่เขาตัดสินใจหลุบตาลงและหันไปมองหน้าเซริออสอีกครั้ง
“โอเคฉันจะบอกเื่ที่ฉันรู้ทั้งหมด ตกลงใช่ไหม”คารอสตอบและสองพี่น้องก็พยักหน้ารับเป็คำตอบนั้น และส่งสร้อยคอเ้าปัญหาให้คารอสรับสร้อยคอนั้นมาและเริ่มเล่าเื่ทั้งหมดที่ตัวของเขารู้มาซึ่งมันก็ไม่ได้มากอะไรนักหรอก คารอสเล่าเื่พร้อมๆกับลูบมือไปมาที่สร้อยคอเส้นนั้นอย่างสงสัย
“สร้อยเส้นนี้นะจริงๆแล้วมันก็ไม่ได้มีพลังอะไรหรอกมันเป็แค่เครื่องประดับเฉยๆแต่ที่มันเป็สมบัติประจำตระกูลนั้นเป็เพราะอัญมณีที่ฝั่งอยู่ในตัวสร้อยซะมากกว่าในสมัยก่อนที่มันจะหายไปกษัตริย์ในสมัยนั้นได้มอบมันให้กับลูกสาวของเขาที่ชื่อแพนโดร่าเพื่อเป็ของขวัญวันเกิดและเพื่อเป็สัญลักษณ์ของรัชทายาทในการสืบทอดบัลลังก์กษัตริย์ของอาณาจักรวาเจสต้าแต่อยู่มาวันหนึ่งก่อนที่าครั้งใหญ่จะเริ่ม ทั้งตัวเธอและสร้อยคอนี้ก็ได้หายไปเราไม่รู้ว่าเธอหายไปไหนและไม่มีการบันทึกอะไรไว้เลยเื่ที่ฉันรู้ก็มีแค่นี้แหละ”
“แล้วนายพอจะรู้ไหมว่าคนปริศนาที่อยู่ใต้ผ้าคลุมนั้นเป็ใคร”เซริน่าถามขึ้น
“เื่นั้นฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันฉันกำลังให้เดย์ตามสืบอยู่” คารอสตอบแต่นั้นสร้างความสงสัยให้กับสองพี่น้องถึงชื่อที่พวกเขาพึ่งจะเคยได้ยิน
“เดย์??”เซริน่าร้องถาม
“ชื่อสัตว์คู่หูของฉันน่ะ”
“เออจะว่าไปวันที่ฉันสู้กับเนโรสโนว์เองก็บอกว่าจับพลังแปลกๆได้เหมือนกับว่ามันกำลังควบคุมเนโรเอาไว้ แต่นายบอกว่าสร้อยนี่เป็แค่สร้อยธรรมดาใช่ไหม”เซริน่าถาม และคารอสเองก็พยักหน้าแทนคำตอบ
“ทำไมเธอไม่เรียกสโนว์มาถามเลยละ”คารอสเสนอแนะ
“นั้นนะสินะ”แล้วทันใดนั้นเอง ก็ได้มีแสงสว่างที่มีลักษณ์เป็วงกลมอยู่ที่พื้น และในแสงนั้นก็ได้ปรากฏเป็รูปร่างของสัตว์สี่ขาสีขาวบริสุทธิ์อย่างลางๆและเมื่อสัตว์สี่ขาตัวนี้ปรากฏออกมาอย่างชัดเจนแสงสว่างนั้นก็หายไปทันทีเหลือก็แต่เ้าแมวตัวสีขาวที่กำลังยืนอยู่
“เซน้องไม่ควรทำแบบนี้ต่อหน้าคนอื่นนะ อย่าลืมสิว่าเวทอัญเชิญไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะทำกันได้ง่ายๆนะ” เซริออสเอ่ยเตือนเมื่อเห็นว่าน้องสาวของเขาไม่มีความระมัดระวังในการใช้พลังเลยสักนิดเซริน่าเมื่อโดนเซริออสดุก็ทำหน้าหงอลงเล็กหน้อยก่อนที่จะหันหน้าไปมองคารอสและพูดขึ้นว่า
“นายไม่ใช่คนพูดมากใช่ไหมคารอส”เซริน่าถามด้วยสีหน้าที่เอาเื่หากว่าเขาเอาเื่ของเธอไปบอกกับคนอื่น
“ฉันจะไม่บอกเื่ของพวกเธอกับคนอื่นไม่ต้องห่วงหรอก”คารอสตอบพร้อมกับมองหน้าเธอกลับ
“เห็นไหมพี่ออสไม่ต้องห่วงหรอกเอาละเรามาคุยกับสโนว์กันดีกว่า….สโนว์ไหนบอกมาสิว่าคืนนั้นเธอรู้อะไรมาบ้าง” เมื่อเซริน่าพูดกับเซริออสจบเธอก็หันหน้าไปคุยกับสโนว์เ้าสิงโตสีขาวซึ่งตอนนี้ถูกย่อส่วนให้เหลือแค่แมวเหมียวเท่านั้น
“ค่ะเ้านายคืนนั้นดิฉันรับรู้ถึงความผิดปกติที่ออกมาจากสร้อยเส้นนี้มันเป็พลังของความมืดค่ะ จริงๆแล้วพลังนั้นมันเป็ดาบสองคมค่ะเ้านายเพราะว่ามันเป็พลังที่ให้อำนาจแก่ผู้ที่ถือครองแต่ถ้าหากว่าผู้ถือครองนั้นมีความหลุมหลงในพลังอำนาจมากเกินไปจนปล่อยตัวและปล่อยใจไปกับพลังนั้นจะทำให้โดนมันควบคุมได้อย่างง่ายดายและถ้าหากยิ่งใช้พลังมากเท่าใดก็จะยิ่งโดนพลังนั้นดูดกลืนจนในที่สุดก็จะกลายเป็ทาสของมันค่ะ”สโนว์ตอบพร้อมกับมองไปยังสร้อยที่อยู่มือของคารอสราวกับกำลังจับผิดอะไรบางอยู่
“แล้วตอนนี้ยังมีพลังนั้นหลงเหลืออยู่รึเปล่าละ”เซริออสถามเป็ฝ่ายถามขึ้น และทำให้สโนว์ละสายตาออกจากสร้อยคอนั้นก่อนจะตอบว่า
“ไม่เหลือแล้วค่ะตอนนี้พลังนั้นได้จางหายไปหมดแล้ว”
“แล้วพลังนี้มันมาจากไหนเกี่ยวกับคนปริศนานั้นไหม”
“ดิฉันว่าเกี่ยวนะคะเ้านายเพราะดิฉันได้กลิ่นอายเดียวกันของพลังออกมาจากตัวของคนคนนั้น”
“เธอพอจะหาเบาะแสได้ไหมว่ามันเป็ใครและ้าอะไร”
“ตอนนี้ยังไม่ทราบค่ะแต่พวกเรากำลังเร่งสืบกันอยู่”
“เร่งมือกันหน่อยละฉันไม่้าให้มันมายุ่งวุ่นวายกับน้องสาวของฉันอีก” สิ้นเสียงคำพูดของเซริออสสโนว์ก็เอ่ยขอตัวไปทำงานที่ค้างคาไว้ต่อก่อนที่จะหายตัววับไป
“พี่ออสว่าเราจะได้เื่อะไรไหมคะ”เซริน่าถามด้วยสีหน้าที่เป็กังวล
“มันก็ต้องได้สักเรื่อแหละน่าเซ”เซริออสพูดให้กำลังใจน้องสาวด้วยรอยยิ้มก่อนที่พวกเขาจะออกไปค้นคว้าเื่รายงานประจำเทอมกันต่อและปล่อยให้คารอสนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่เดิม