สองสามวันมานี้ไม่มีชาวบ้านมาร้องทุกข์อำเภอชิวสุ่ยยังคงสงบเรียบร้อย เมื่อไม่มีงานราชการ เหมยเซียวเหรินกลับเดินไปเดินมาอย่างหนักอกหนักใจอยู่ในสวนหลังจวน
รายงานราชการแจ้งข้อกังขาภายในใจเื่
‘รอยสัก’ ได้ถูกส่งออกไปแล้ว และเหล่ากองโจรก็ถูกกุมตัวกลับไปที่เสวียนโจวโดยเ้าพนักงานที่ทางจังหวัดส่งมาพวกเขาไม่ได้ก่อคดีในอำเภอชิวสุ่ยเพียงที่เดียว ตามกฎหมายแล้วต้องถูกกุมตัวไปจวนว่าการจังหวัดส่งให้ใต้เท้าผู้ว่าการไต่สวน
ตอนนี้เหมยเซียวเหรินสามารถวางมือจากคดีนี้ได้แล้วหากคนที่ชักใยกองโจรให้บุกปล้นชิงทรัพย์คือขุนนางที่ถูกแต่งตั้งโดยราชสำนักจริงๆ นางที่เป็เพียงนายอำเภอขั้นเจ็ดเกรงว่าจะจัดการไม่ไหว
ภาระบนไหล่ของนางเบาขึ้นไม่น้อยแต่ในมือกลับจับจดหมายฉบับหนึ่งที่ได้รับใน่เช้า ที่พาให้ใจเพิ่งผ่อนคลายของลงนางที่กลับมารัดแน่นอีกครั้ง
เวลาผ่านไปไม่นานเหมยเซียวเหรินก็ได้รับจดหมายอีกฉบับจากที่ว่าการจังหวัด
เยี่ยจือที่มาส่งรายงานทางการก็รู้สึกประหลาดใจเช่นกัน “ไม่นานก็มีการตอบกลับมาแล้วหรือขอรับ”
เหมยเซียวเหรินก็ใเช่นเดียวกันเพราะว่ารายงานทางการเพิ่งส่งไปได้ไม่กี่วัน ที่ว่าการจังหวัดก็ตรวจพบที่มาของรอยสักได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้แล้วหรือ
อีกความเป็ไปได้หนึ่งก็คือจดหมายนี่ไม่เกี่ยวกับเื่รอยสัก
เหมยเซียวเหรินจำได้ว่าตัวอักษรที่อยู่บนจดหมายเป็ลายมือของผู้ว่าจังหวัดหลี่จดหมายเช่นนี้นางเคยได้รับมาไม่น้อย ล้วนแต่เป็จดหมายทางการที่ผู้ว่าจังหวัดหลี่เขียนขึ้นด้วยตนเองเพื่อชื่นชมรายงานทางการของนางและจดหมายเ่าั้ถูกนางมองว่าเป็สมบัติล้ำค่า
บางทีครั้งนี้นางอาจได้รับคำชมสำหรับการจัดการกองโจรที่ดีของนาง
เหมยเซียวเหรินมุมปากปรากฏรอยยิ้มบางๆออกมา แล้วเปิดจดหมายอ่าน
เยี่ยจือที่เดาถึงเนื้อหาของจดหมายทางการออกก็ยินดีมากล้นเช่นกัน
แต่ในชั่วพริบตาเดียวรอยยิ้มมุมปากของเหมยเซียวเหรินก็หายไป สิ่งที่เข้ามาแทนที่คือคิ้วที่ขมวดแน่น และแววตาที่ลุกโชนดั่งคบเพลิง…
“ใต้เท้า มีเื่ใดหรือขอรับ”
ทันใดนั้นเหมยเซียวเหรินพับจดหมายตบลงไปบนโต๊ะหินดัง ‘ปัง’ ทิ้งจดหมายที่ยับย่นนั้นไว้บนโต๊ะหิน
เยี่ยจือรู้สึกไม่เข้าทีจึงหยิบจดหมายทางการมาอ่านด้วยตัวเอง ทันใดนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนเป็ใ
สิ่งที่เขียนบนจดหมายนั้นเหมยเซียวเหรินคาดไม่ถึง เขาก็คาดไม่ถึงยิ่งกว่า
เยี่ยจือค่อยๆพับจดหมายทางการแล้ววางไว้บนโต๊ะ ไม่กล้าทำเสียงอะไร เพราะว่าสองปีมานี้ไม่เคยเกิดเื่เช่นนี้มาก่อน
ยามหมู่บ้านถูกปล้นชิงที่เสียหายคือหน้าตาของใต้เท้า และจดหมายทางการฉบับนี้ จะทำลายหนทางข้างหน้าของใต้เท้า…
“ไอ้คนงี่เง่าที่ไหนกล้าฟ้องร้องข้า!”
ภายในใจของเหมยเซียวเหรินเกิดความเจ็บแค้นรุนแรง
ไม่รู้ว่าไอ้เ้าคนสมควรตายที่ไหนไปแจ้งต่อผู้ว่าจังหวัดพูดว่านางสมคบคิดกับโจรูเา ให้โจรูเาช่วยนางปราบกองโจร
นางแค่ไม่มีหนทางแก้ปัญหาจึงขอร้องให้โจรูเาที่เคยได้รับความเมตตาจากนางช่วยเหลือเล็กน้อยใครจะไปรู้ว่าจะถูกคนแจ้งต่อที่ว่าการจังหวัด ยามนี้ ขุนนางระดับสูงของจังหวัดเสวียนโจวต่างรู้ว่านางสมคบคิดกับโจรูเา
หากไม่ใช่เพราะท่านหลี่ยังเชื่อมั่นในตัวนางจึงช่วยปิดเื่คราวนี้ให้นาง เกรงว่าสิ่งที่ส่งมาถึงในวันนี้จะไม่ใช่จดหมายทางการแต่เป็…หนังสือปลด!
แต่ถึงแม้ผู้ว่าการจังหวัดหลี่จะช่วยเหมยเซียวเหรินไว้เขาก็ไม่ได้ปล่อยให้เหมยเซียวเหรินได้อะไรดีๆ จดหมายทางการที่เขียนประณามนางอย่างรุนแรงด้วยตนเองนี้ ระหว่างบรรทัดล้วนเต็มไปด้วยไฟลุกไหม้
นอกจากนี้ผู้ว่าการจังหวัดยังมอบหมายงานราชการส่วนท้องถิ่นให้นาง
มอบหมายงานราชการในเวลานี้มิใช่เห็นได้ชัดหรือว่าให้นางเป็นายอำเภออยู่ที่นี่ต่อไป
การเลื่อนตำแหน่งคงจะกลายเป็เื่เพ้อฝันเสียแล้วความพยายาม มุมานะของนางในสองปีมานี้ล้วนย่อยยับลงภายในชั่วพริบตา
ต่อให้มีความดีความชอบมากเพียงไรก็ไม่อาจประโยคขุนนางสมคบคิดกับโจรได้!
“ใต้เท้าสงบอารมณ์ก่อน จากความเชื่อมั่นที่ใต้เท้าหลี่มีต่อท่านแล้ว ท่านไม่ควรยอมแพ้แค่นี้”
“พี่เยี่ยไม่ต้องปลอบใจข้าหรอก ข้าเป็ขุนนางมาสองปี ย่อมรู้ถึงพยาธิในท้องของใต้เท้าผู้ว่าการจังหวัดจะไม่รู้จักด้านดีและร้ายของเขาเลยหรือ” เหมยเซียวเหรินมองเหม่อไปด้านข้างหัวเราะด้วยความขมขื่น
“เื่ราวอาจจะยังมีหนทางให้แก้ไขขอรับ”
เหมยเซียวเหรินนั่งลงช้าๆจะแก้ไขอย่างไร มีเพียงควักเงินออกมาให้โดยตรง แต่ว่าคลังส่วนตัวของนางที่ใช้ค้ำจุนมาสองปีก็ใกล้จะหมดลงเร็วๆนี้แล้ว จะหาเงินมาจากที่ไหนกัน
เหมยเซียวเหรินพยายามสงบสติอารมณ์ที่ได้รับผลกระทบนี้ลงขณะเดียวกันในใจก็วิเคราะห์ว่าผู้ที่ฟ้องร้องคือใคร
สองปีมานี้นางอุทิศตนเพื่อชาวบ้านในอำเภอชิวสุ่ยแม้ไม่มีคุณความดีก็มีความเหนื่อยยาก ชาวบ้านของอำเภอชิวสุ่ยจะขายนางได้หรือ
ไม่น่าจะเป็ไปได้
เช่นนั้นก็คงมีคนแก้แค้น
เหมยเซียวเหรินเชื่อมโยงคนที่มีความข้องเกี่ยวกับนางใน่นี้อย่างละเอียดแม่ทัพกองทหารตั้งประจำการอยู่นอกเมืองนับเป็หนึ่งคน แต่ว่ากองทหารไม่น่าจะเปิดเผยเื่นี้ออกมาเพราะที่นางยืมมือโจรูเาปราบโจรก็เป็เพราะกองทหารจงใจทำให้คนอื่นลำบากใจไม่ยอมช่วยเหลือหากกองทหารนำเื่นี้มาฟ้องร้องก็เป็การทำให้ตัวเองติดร่างแหไปด้วย
เช่นนั้นก็ยังมีอีกหนึ่งคน…
เจียงรุ่ย!
หลังจากนั้นเหมยเซียวเหรินให้คนไปสืบข่าวได้ความว่าเจียงรุ่ยเมื่อสองสามวันก่อนได้ออกจากอำเภอชิวสุ่ยไป แล้วกลับมาเมื่อวาน
นี่ไม่ใช่เื่บังเอิญแน่นอน
หออิ๋นเค่อโรงเตี๊ยมที่ดีที่สุดของอำเภอชิวสุ่ย
มือปราบสิบกว่าคนเข้าๆออกๆ ไล่แขกทุกคนที่อยู่ในหอออกไป แต่ไม่ได้ยุ่งกับห้อง้านั้น พวกเขาเฝ้าอยู่ที่ทางเดินทั้งบนและล่างเพื่อให้แน่ใจว่าอีกสักครู่จะไม่มีผู้ใดหลบหนีไปจากมือใต้เท้าได้
เหมยเซียวเหรินเดินตรงเข้าไปในโรงเตี๊ยมขึ้นบันไดไปชั้นบน เดินหาห้องพักชั้นบนนั้น เมื่อโจวหู่ใช้เท้าพังประตู นางก็บุกเข้าไปแววตาประหนึ่งดาบกวัดแกว่งกวาดมองห้องพัก มองหาร่างของคนที่นางเกลียดเสียจนอยากบีบคอให้ตาย
“ใครกล้าบุกรุกห้องคุณชายเช่นข้า ไม่อยากมีชีวิตแล้วรึ”
เสียงดังออกมาจากด้านหลังม่านมุก
เหมยเซียวเหรินคุ้นเคยกับเสียงนี้นางเดินประดุจบินไปตามเสียง แหวกม่านมุกที่บดบังสายตาออก พัดชี้ตรงไปยังคนที่นั่งอยู่บนเตียงพูดอย่างไม่อ้อมค้อม “เป็เ้าหรือที่ฟ้องร้อง”
เจียงรุ่ยถูกเหมยเซียวเหรินกวนการนอนกลางวันบนกายสวมใส่เพียงชุดนอนบางเบาตัวเดียว เขาชี้ไปที่เหมยเซียวเหรินอย่างโมโห “ฟ้องร้อง ฟ้องร้องอะไรกัน ตอนนี้คุณชายเช่นข้าจะฟ้องเ้าที่บุกรุกที่พักของชาวบ้าน!”
เหมยเซียวเหรินก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวจับข้อมือของเจียงรุ่ยแล้วมองเขาอย่างโกรธแค้น“เ้ากล้าพูดว่าเ้าไม่ได้บอกแก่ผู้ว่าการจังหวัดว่าข้าปราบโจรได้อย่างไรเช่นนั้นรึ”
“อ้อ เ้าพูดถึงเื่นี้เองหรือ” เจียงรุ่ยเปลี่ยนจากความโมโหก่อนหน้าเป็หัวเราะอย่างสาแก่ใจ “เป็อย่างไร ทำให้เ้ามีวันเวลาที่ลำบากหรือ”
“เป็เ้านี่เอง!”
กำลังฝ่ามือของเหมยเซียวเหรินหนักขึ้นสองสามส่วนแม้จะไม่หนักเท่ากำลังของผู้ชาย แต่ก็ทำให้เจียงรุ่ยรู้สึกเจ็บ
เจียงรุ่ยอยากจะดึงมือกลับมาแต่ยิ่งเขาขยับ เหมยเซียวเหรินก็ยิ่งจับแน่นขึ้น เห็นได้ว่าเหมยเซียวเหรินโมโหมากแค่ไหน
ยิ่งเหมยเซียวเหรินคับข้องใจเพียงใดเจียงรุ่ยก็ยิ่งมีความสุขเพียงนั้น “นี่เ้า เื่ที่เ้าทำ ยังจะกลัวข้าเอาไปฟ้องผู้ว่าการจังหวัดอีกหรือ”
“ที่ข้าปราบโจร ไปเกี่ยวอะไรกับเ้ากัน!”
“เ้าไม่แจ้งต่อราชสำนัก ซ่องสุมโจรูเาปราบโจรโดยไม่ได้รับอนุญาต เห็นผู้ว่าการจังหวัดเห็นราชสำนักเป็อะไรกัน”
“รอราชสำนักส่งทหารมา เสวียนโจวยังจะมีที่ทำกินอีกหรือ”
“ความจริงข้าไม่เคยมีสนใจว่าเ้าปราบโจรได้อย่างไร เพียงอยากจะจัดการกับเ้าก็เท่านั้นสองสามวันมานี้ไม่ได้ไปหาเื่เ้า นั่นก็เพราะคุณชายเช่นข้าสืบข่าวอยู่ในเมือง”
หว่างคิ้วของเหมยเซียวเหรินยังขมวดแน่น “สืบข่าวอะไร”
“ชาวบ้านพูดว่าที่นี่แต่ก่อนขึ้นชื่อว่าเป็ที่กันดารห่างไกล แม้แต่ขอทานเมื่อได้เห็นก็ยังเดินเลี่ยงไปอีกทางที่ความเป็อยู่ดีขึ้นทุกวันนี้ ต้องขอบคุณเ้า”
เยี่ยจือพูดด้วยความโกรธ “แล้วเ้ายังทำลายชื่อเสียงอันดีของใต้เท้าอีก”
“เขามีชื่อเสียงอันดีหรือ” เจียงรุ่ยหัวเราะหยัน ใช้มือเดียวหยิบเสื้อคลุมตัวนอกมาสวมทับยืนอยู่ตรงหน้าของเหมยเซียวเหรินถามต่อว่า “สองปีก็เปลี่ยนเมืองหนึ่งเป็อีกอย่างได้สิ่งที่ต้องใช้ก็คือเงินก้อนโต แต่เ้าที่เป็แค่นายอำเภอบ้านๆ คนหนึ่ง เอาเงินมากมายขนาดนั้นจากที่ไหนมาโปรยกัน”
เหมยเซียวเหรินถลึงตาจ้องอย่างเ็า “แล้วเกี่ยวอันใดกับเ้ารึ”
“หากไม่ใช่เพราะเ้าสมคบคิดกับโจรูเาได้เงินมาอย่างไม่ชอบธรรม จะมีเงินมาซื้อชาวบ้านสร้างความดีความชอบได้หรือหากต้าหนิงมีขุนนางไม่รู้จักพอสร้างผลประโยชน์ด้วยการทำผิดกฎหมายเช่นเ้าอีกสองสามคนก็คงต้องล่มจม!”
เจียงรุ่ยมองเห็นความโกรธที่ลุกโชนในดวงตาของเหมยเซียวเหรินแต่ไม่ให้โอกาสเหมยเซียวเหรินได้โต้แย้ง พูดต่อว่า“จากที่ข้าดู เ้านั้นสมคบคิดกับโจรูเามานานแล้ว ได้เงินอย่างไม่ชอบธรรมมามากมายโจรย้ายถิ่นเ่าั้ก็คงเป็คนของเ้าเช่นกันสินะ ฉากหน้าเป็โจรกินโจร แต่ความจริงกำลังแสดงละครเ้าทำให้ใครดูหรือ”
ทันใดนั้นมือของเหมยเซียวเหรินก็จับแน่นขึ้นมานำความโกรธแค้นทั้งหมดรวมไว้ที่ฝ่ามือ แน่นเสียจนเจียงรุ่ยเ็ป หัวคิ้วของเจียงรุ่ยขมวดขึ้น “ปล่อยมือ ข้าบอกเ้านะ เ้าไม่อาจล่วงเกินคุณชายเช่นข้าได้!”
“หากว่าเ้าป่วยก็รีบกลับบ้านไปรักษาซะ อยู่ที่นี่จัดการกับข้าก็ไม่ได้เกิดผลดีอะไรแก่เ้า”
“จะไม่มีผลดีได้เยี่ยงไร ข้ามีความสุขนี่นา ความสุขนั้นหาได้ยากที่สุด” เจียงรุ่ยยักคิ้ว หัวเราะอย่างสบายอกสบายใจ
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/5d7b9cb0fc55049fdb4dfc1e85909306