บทที่5-1 ลูกหลานตระกูลใด
ในระหว่างที่หวังิซินกำลังนั่งอยู่ในรถม้าเพื่อเดินทางกลับจวนท่านนายอำเภอ สาวใช้ตัวน้อยของนางได้กล่าวทำลายความเงียบขึ้นมาว่า
“คุณชายอี้โจวใจดีมากเลยนะเ้าคะให้คนช่วยสืบหาคนร้ายให้พวกเรา”
“อืม! ครั้งแรกที่ข้าเจอเขาข้ารู้สึกไม่ชอบเขาเลย ข้าเห็นเขาเป็คนเงียบๆ ไม่ค่อยพูดค่อยจา หน้าตาเคร่งเครียดไม่มีรอยยิ้ม พูดจาตรงๆ เหมือนขวานผ่าซาก แต่ผู้ใดจะรู้ว่า เขากลับเป็คนมีน้ำใจและยังมีคุณธรรมอีกด้วย” หวังิซินย้อนนึกถึงวันที่เจอชายหนุ่มเป็ครั้งแรก
“เราจะตัดสินคนจากภายนอกไม่ได้หรอกเ้าค่ะบางคนภายนอกดูเป็คนอัธยาศัยดี พูดจาไพเราะแต่ความจริงกลับมีจิตใจที่คดเคี้ยวและมืดมิด คิดทำแต่เื่ชั่วร้ายเ้าค่ะ”เป็ซิ่งฮวาที่เอ่ยความคิดของตนออกมา
“เพ่ยฟาง เ้าต้องจำคำของซิ่งฮวาให้ดีนะอีกหน่อยถ้าจะมีสามี เ้าต้องหาคนที่มีจิตใจดี ต้องดูจากจิตใจข้างในของเขาอย่าดูแต่จากภายนอก” หวังิซินเอ่ยกับเพ่ยฟาง
“ข้าจะไม่แต่งงานเ้าค่ะ”สาวใช้ตัวน้อยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น
“เพราะเหตุอันใดเล่าทำไมถึงไม่อยากแต่งงาน ถ้าเ้าไม่แต่งงาน แม่และพี่สาวของเ้าต้องไม่พอใจข้าแน่ๆต้องหาว่า ข้าดูแลและสั่งสอนเ้าไม่ดี”
“ข้าจะทำตามคุณหนูเ้าค่ะ ไม่มีสามีก็ได้ขอแค่มีเงินก็พอเ้าค่ะ”
“___”
ใน่เวลาอาหารมื้อเย็น หวังิซินนั่งกินข้าวกับพี่สี่ของนางเพียงลำพังเพราะครอบครัวของนางได้เดินทางกลับไปยังตำบลฉางสุ่ยแล้ว
“วันนี้พี่สี่ไปทำงานวันแรก เป็อย่างไรบ้างเ้าคะ”หญิงสาวเอ่ยถามพี่ชาย ตามกำหนดการ พี่สี่ของนางยังมีวันหยุดอีกสองวันแต่พี่ชายของนางเป็คนขยันและมุ่งมั่น วันนี้ตอนเช้าจึงออกไปทำงานวันแรกยังที่ว่าการอำเภออู่โหว
“ราบรื่นดีจักต้องขอบคุณพี่เขยที่จัดการระบบงานไว้ดีมาก ทำให้ข้าสานต่องานได้ง่ายยิ่งนัก”
“ดียิ่งเ้าค่ะ”
“พี่ได้รู้เื่ที่เกิดกับร้านของเ้าแล้วท่านหัวหน้ามือปราบเป็คนรายงานกับพี่ เ้าจะทำเช่นไรต่ออยากให้พี่ช่วยอันใดหรือไม่”
“ข้าไม่อยากรบกวนพี่สี่เ้าค่ะท่านเพิ่งเริ่มงาน ยังคงมีหลายอย่างที่ต้องศึกษาและสานต่ออีกอย่างข้ามีคนช่วยแล้วเ้าค่ะ”
หวังิซินเล่าเื่ที่คุณชายอี้โจวให้ความช่วยเหลือแก่นางให้กับพี่ชายของตนเองได้รับรู้
“อืม คุณชายอี้โจวเป็คนดีและเป็คนที่มีความสามารถจริงๆใช้เวลาเพียงไม่นานก็สามารถพาตัวพ่อค้าคนนั้นมาให้เ้าได้”
“พี่เคยได้ยิน ที่พี่เขยเอ่ยถึงเขาอยู่บ่อยๆว่าเป็คนเก่ง สูญเสียบิดามารดาั้แ่อายุสิบขวบแต่เขายังสามารถดูแลและนำพากิจการการค้าของตระกูลให้เจริญรุ่งเรืองได้แลตอนนี้เขายังขยายกิจการไปยังหัวเมืองต่างๆ อีกด้วย ทั้งพี่เขยยังชมเขาอีกว่าเป็คนดีมีคุณธรรม มีความซื่อสัตย์เที่ยงตรงในการทำการค้า”
“เขาก็ดีอยู่หรอกเ้าค่ะแต่เสียตรงที่ชอบทำหน้าเครียดตลอดเวลา ไม่เคยยิ้มเลยสักครั้งเ้าค่ะ”
“เ้าไม่เข้าใจความลำบากของเขาที่ต้องดูแลคนจำนวนมากหรอกเพราะเ้านะมีแต่คนให้ความรัก มีแต่คนดูแลเ้า ส่วนเขาต้องเป็ทั้งบิดาและมารดาให้กับน้องชายเป็เสาหลักของคนหลายร้อยคนที่อยู่ภายใต้กิจการของเขาแต่กลับไม่มีใครเป็เสาหลักให้กับเขาเลยสักคน”
“เขาไม่มีญาติหรือคนดูแลเขาเลยหรือเ้าคะ”
“เขามีท่านอาหญิง ที่เป็ลูกอนุของท่านปู่เป็ลูกคนละแม่กับบิดาของเขา แต่ท่านอาหญิงของเขาได้แต่งงานออกไปแล้วนับว่าเป็คนนอกตระกูล อีกอย่างนะน้องเล็ก ผลประโยชน์มันไม่เข้าออกใครหรอกไม่สามารถไว้ใจคนอื่นได้”
“ข้าโชคดีจริงๆ เลยเ้าค่ะที่เกิดในครอบครัวนี้ พวกพี่ๆ รักข้าทุกคน โดยเฉพาะพี่สี่ที่รักและตามใจข้ามากที่สุดเ้าค่ะ”
“เ้านะ เก่งที่สุดคือการประจบข้า”
“ใครบอกเ้าคะ นอกจากประจบท่านเก่งแล้วข้ายังหาเงินเก่งด้วยนะเ้าคะ” ิซินร้องบอกพี่ชายของตนเองด้วยความภาคภูมิใจ
“เอาเถิด พี่ไม่เถียงกับเ้าแล้วพี่ขอตัวไปห้องทำงานก่อน เ้าก็อย่านอนดึกมากล่ะ มันไม่ดีต่อสุขภาพ”หวังหนิงหลงลูบศีรษะของน้องสาวด้วยความเอ็นดู
“เ้าค่ะพี่สี่”
ห้าวันหลังจากที่เกิดเื่แป้งทาหน้าของปลอมหวังิซินได้รับจดหมายจากปีเตอร์ ชายชาวอังกฤษที่นางสั่งวัตถุดิบในการทำเครื่องสำอางและเครื่องหอมจากเขาแจ้งมาว่า สินค้าได้มาถึงที่ท่าเรือเมืองเฉิงตือแล้ว หวังิซินจึงให้องครักษ์และคนขับรถม้าเตรียมพร้อมนางจะไปดูของที่ท่าเรือ
จากจวนท่านนายอำเภออู่โหวไปยังท่าเรือเมืองเฉิงตือใช้เวลาประมาณสามเค่อ เมื่อไปถึงจุดหมาย ปีเตอร์ได้เดินออกมาต้อนรับหวังิซิน
“ฮัลโหลมิสเตอร์ปีเตอร์”(สวัสดีคุณปีเตอร์)
“ฮัลโหลมิสหวัง” (สวัสดีคุณหวัง)
“ท่านได้นำของที่ข้าสั่งมาทั้งหมดหรือไม่”
ปีเตอร์ค้าขายอยู่ที่เมืองหลวงหลายปีจึงทำให้พูดภาษาจีนได้คล่องแคล่ว สามารถสื่อสารได้โดยไม่ต้องมีล่ามเป็ตัวกลาง
“ของที่คุณหนูิซิน้าข้านำมาครบหมดขอรับ”
“ขอบคุณท่านมากข้าขอไปดูสินค้าที่เรือได้หรือไม่ เผื่อว่ายังมีสินค้าอื่นที่น่าสนใจอีก”
“เชิญขอรับคุณหนู”
เรือของปีเตอร์เป็เรือสำเภาขนาดใหญ่มีเสาใบเรือสามเสา มีท้องเรือขนาดใหญ่สามารถเก็บเสบียง เก็บสินค้าและเป็ที่พักได้ เท่าที่มองด้วยสายตามีคนงานอยู่บนเรือไม่ต่ำกว่ายี่สิบคน หวังิซินสังเกตเห็นว่าบริเวณด้านข้างของเรือมีการติดตั้งปืนใหญ่ข้างละหนึ่งกระบอกเพื่อป้องกันตัวจากศัตรูและโจรสลัด ซึ่งมีจำนวนค่อนข้างมากในมหาสมุทร
ในขณะที่หวังิซินกำลังจะเดินไปที่เรือของปีเตอร์เพื่อไปดูสินค้า กลับมีเสียงของหญิงสาวดังขึ้นมาจากด้านหลัง
“นี่คือเรือที่ขายสินค้าของชาวต่างชาติใช่หรือไม่”
“ใช่ขอรับ เป็เรือสินค้าของข้าเอง”ปีเตอร์เป็ผู้ตอบคำถามของหญิงสาว
“ข้า้าดูสินค้าที่เรือของเ้า”
“เช่นนั้น เชิญตามข้ามาขอรับ”
หวังิซินหมุนกายกลับไปทางยังทิศทางที่เรือจอดอยู่เพื่อเดินตามปีเตอร์ไปดูสินค้า แต่หญิงสาวผู้นั้นกลับวิ่งมาดักที่ด้านหน้าของนางใช้นิ้วมือชี้มาที่หวังิซินแล้วกล่าวว่า
“เ้านะ หลีกทางให้ข้า ข้า้าไปดูสินค้าเป็คนแรก”
“แต่คุณหนูท่านนี้ มาถึงก่อนท่านนะขอรับ”ปีเตอร์อธิบายเหตุผลกับหญิงสาว
“ใช่ คุณหนูของข้ามาถึงก่อนย่อมต้องได้ดูสินค้าก่อน” สาวใช้ตัวน้อยของหวังิซินกล่าวด้วยเสียงที่ดังและฟังชัด
“ไม่เป็ไรหรอกปีเตอร์ จะดูก่อนหรือหลังย่อมมิแตกต่าง” ิซินเป็ผู้เอ่ยกับปีเตอร์
“คุณหนู แต่เรามาถึงก่อนนะเ้าคะ”สาวใช้ตัวน้อยของนางเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“เพ่ยฟาง คุณหนูกล่าวเช่นไรย่อมเป็ไปตามนั้น เ้ามายืนข้างๆข้า” ซิ่งฮวาเอ่ยเรียก
“เ้าค่ะ พี่ซิ่งฮวา”เพ่ยฟางเดินมายืนอยู่ด้านข้างของซิ่งฮวา แต่ริมฝีปากเล็กๆของนางยังคงขมุบขมิบอยู่ตลอดเวลา