โจวชิงฝานหัวเราะไปกับคำพูดและน้ำเสียงที่จริงจังของเด็กน้อยอุ้มเด็กน้อยไปวางบนโซฟา พ่นลมหายใจนั่งพิงโซฟา "พ่อไม่เป็ไรอันนี้เป็แผลหกล้มจากการแสดงให้พี่ๆ ในมหาลัยเขาดู ตอนล้มไม่ทันระวัง"
เชียวเสี่ยวหนานถอนหายใจเล็กน้อย
"พ่อหนูไม่ใช่เด็กอายุสามสี่ขวบแล้วนะ เดี๋ยวก็จะขึ้นประถมแล้วพ่ออย่าใช้คำโกหกแบบนี้มาโกหกหนูเลย"
โจวชิงฝานหัวเราะชอบใจ ความหม่นหมองติดค้างจากป๋ออวิ๋นยี่ได้หายไปในพริบตาในใจของเขามีแต่ความอบอุ่น
จริงๆ แล้ว ถ้าจะบอกว่าเขาเป็คนเลี้ยงเชียวเสี่ยวหนานมาบอกว่าพวกเขาแชร์ความอบอุ่นซึ่งกันและกันจะดีกว่า
ตอนเขารับเชียวเสี่ยวหนานกลับจากโรงพยาบาลตอนนั้นเด็กเพิ่งได้สี่เดือนชายหนุ่มที่เพิ่งอายุได้ยี่สิบกว่าปีและไม่เคยมีประสบการณ์ด้านความรักมาก่อน เลี้ยงดูเด็กทารกที่เพิ่งคลอดออกมา
แต่ละปีที่ผ่านมาความลำบากและความวุ่นวายต่างๆ นับไม่ถ้วน แต่ว่าสิ่งที่มากกว่าความลำบาก คือคำปลอบโยนมากกว่าเขาเลี้ยงดูเชียวเสี่ยวหนานเหมือนลูกแท้ๆ คนหนึ่ง ตอนแม่ของเขาจะจากไปแม่ก็จับมือกำชับเขาไว้ชิงฝาน เ้าต้องใช้ชีวิตดีๆ อย่าเสียใจ แม่จากไปก็ยังมีเสี่ยวหนานเขาเป็ญาติของเ้านะ
ใช่แล้ว เสี่ยวหนาน คือญาติของเขา นอกจากป๋ออวิ๋นยี่และแม่เขาก็เป็ญาติคนเดียวที่เหลือ
"พ่อ.." เสี่ยวหนานจ้องมองดวงตาที่แดงก่ำของพ่อด้วยความเป็ห่วง
"พ่อเป็อะไรไป เจ็บแผลหรือเปล่า? ให้หนูช่วยนวดให้ไหม?"
"ไม่เป็อะไร" โจวชิงฝานยิ้มบางๆ ก้มหัวลง วางคางไว้บนหน้าผากเล็กๆของเด็กน้อย พูดเสียงแหบเล็กน้อย
"พ่อแค่รู้สึกว่าลูกชายเป็เด็กดีมากๆ ไม่ว่ายังไง ขอแค่เลี้ยงหนูจนโต พ่อก็ไม่รู้สึกเสียใจอะไรแล้ว"เชียวเสี่ยวหนานก็รู้สึกถึงความรู้สึกเศร้าใจของคนตรงหน้าที่ไม่ปกติเด็กน้อยยกแขนขึ้นตบไหล่ชายหนุ่มเบาๆ
"อย่าเสียใจไปเลยพ่อ เ็ปก็แค่ชั่วคราว ล้มแล้วก็ต้องลุกขึ้นยืนเองต้องเข้มแข็ง นี่เป็สิ่งที่พ่อสอนหนูเองนะ"
โจวชิงฝานยิ้มชอบใจ
“ใช่ เข้มแข็ง ไปกัน” ชายหนุ่มยืนขึ้นจับแขนของเด็กน้อยอุ้มตัวเขาไว้ในอ้อมอก “พ่อพาลูกไปนอนนะ”
แสงไฟสีส้มที่อบอุ่นส่องสว่างที่นอนเล็กๆ ของเด็กน้อยโจวชิงฝานถือหนังสือนิทานนั่งอยู่หัวเตียงมองใบหน้าที่หลับใหลของเด็กน้อยอย่างเงียบๆ
่ที่กำลังคิดอะไรเพลินๆ โทรศัพท์ก็สั่นและดังขึ้น
ชายหนุ่มรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ ย่องเบาๆ ออกจากห้อง ปิดประตู
“ฮัลโหล?” โจวชิงฝานรับโทรศัพท์อยู่หน้าระเบียง
“ชิงฝาน..” เสียงปลายสายเป็เสียงของผู้กำกับหลี่ยี่อัน
"อืม...ผู้กำกับ ว่าไงครับ"
“ฉันส่งคนไปตามหาแหวนให้นายเขากลับมารายงานว่า หาแหวนไม่เจอ”
โจวชิงฝานอึ้งไปสักพักพูดด้วยน้ำเสียงกังวล
“ไม่น่าเป็ไปได้นะ ป๋ออวิ๋นยี่โยนแหวนลงบนตึกจริงๆ ต้องอยู่บริเวณรอบๆ แน่ๆผู้กำกับ หากเราหาตามทิศทางที่โยนออกทางหน้าต่าง น่าจะเจอ”
“ไม่ต้องหาแล้ว” หลี่ยี่อันพูดแทรกขึ้นมา
พูดด้วยเสียงหนักแน่นว่า
“คนที่ไปตามหาแหวนบอกว่าเห็นบอดี้การ์ดส่วนตัวของป๋ออวิ๋นยี่ใช้ไฟฉายหาอยู่แถวนั้น”
โจวชิงฝานสีหน้านิ่งงัน “บอดี้การ์ดของป๋ออวิ๋นยี่...”
“เฮ้อ...” หลี่ยี่อันถอนหายใจ
“ในโลกใบนี้ มีคนเดียวที่อยากแกล้งนาย ง่ายเหมือนบี้มดให้ตายนั่นแหละ ชิงฝานเขาไม่อยากให้นายหาเจอนายก็จะไม่มีวันได้เจอ”
โจวชิงฝานถอนหายใจเฮือกเหมือนคนที่ิญญาหลุดออกจากร่าง
"โอเค ผมรู้แล้ว ผู้กำกับ เื่ของคืนนี้ต้องขอบคุณอีกครั้ง"
“ไม่ต้องขอบคุณฉันหรอก” หลี่ยี่อันพูดด้วยความละอายใจเล็กน้อย
"ถ้าพูดตามความจริง ฉันก็เป็คนที่ช่วยคนเลวทำเื่เลวเหมือนกัน"พูดจบเขาก็วางโทรศัพท์ไป
ฟังเสียงตัดสายจากปลายทางตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด
โจวชิงฝานนิ่งไปสักพักพอได้สติก็กะพริบตาปริบๆรีบดึงโทรศัพท์ลงมากดไปยังหมายเลขที่คุ้นเคยในใจของเขามานานแสนนาน
“ตู๊ดดดด ตู๊ดดดด..”.เสียงรอสายที่นานพอควรปลายสายมีเสียงตอบกลับที่ฟังดูแหบทุ้ม...
"โหล?" โจวชิงฝานพูดด้วยเสียงกระวนกระวายใจ พ่นลมหายใจยาวๆพูดออกไปด้วยเสียงที่หนักแน่น
“เสี่ยวยี่”
“หึหึ” ป๋ออวิ๋นยี่หัวเราะแห้งๆ
"น่าประหลาดใจจริง เจ็ดปีไม่เคยติดต่อกัน สุดท้ายก็ยอมโทรหาฉันซะที"
โจวชิงฝานลองเปิดประเด็นดู หยั่งเชิง
“แหวนอยู่ในมือนายใช่มั้ย?”
“ฉันทิ้งมันไปแล้ว” ป๋ออวิ๋นยี่ยกนิ้วมือขึ้นส่องแหวนที่ระยิบระยับกับแสงหลอดไฟที่สาดส่อง
“เสี่ยวยี่ ไม่เล่นแบบนี้แล้ว”
"ฉันเล่นอะไร?"
"แหวนนั้นไม่มีราคา นายเก็บไว้ก็ไม่มีประโยชน์อะไร"
“แต่ฉันชอบอาการเวลานายตื่นเต้นร้อนรนจนแทบบ้า” ป๋ออวิ๋นยี่ตอบแบบนิ่งๆ
"นายอยากทำอะไรกันแน่?"
“นายได้ยินที่หลี่ยี่อันเคยพูดแล้วใช่ไหม” ป๋ออวิ๋นยี่เปลี่ยนประเด็นทันที
“่นี้ฉันต้องแสดงหนังเื่นึง เป็งานที่ป๋อว่านหลินวางแผนให้ฉันทำนายก็รู้ ฉันไม่เหมือนนาย แม้แต่ชีวิตก็สามารถใช้ได้อย่างกับในละคร”
"เพราะฉะนั้น"
“เพราะฉะนั้น ตอนนี้ฉัน้าให้นายเป็ครูฝึกให้ฉันสอนฉันว่าต้องแสดงยังไง”
พูดจบ เด็กหนุ่มหยุดคำพูดไปแป๊บนึง ก่อนจะพูดขึ้นแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
“พูดจริงนะ มี่นึงที่ฉันโคตรนับถือการแสดงของนายเลย”
โจวชิงฝานกำโทรศัพท์ในมือแน่น
"ตอนนี้ฉันเป็ครูอยู่ที่วิทยาลัยการแสดง ไม่มีเวลาพอ"
ป๋ออวิ๋นยี่หัวร้อนขึ้นทันที“หาเวลาว่างไม่ได้งั้นฉันก็จะโยนแหวนของนายลงชักโครก!”
“เสี่ยวยี่”
“พูดอีกครั้งนึง มีเวลาไหม?”
โจวชิงฝานถอนหายใจเฮือก
“นายจะดื้อรั้นไปทำไม ครูดีๆ มีตั้งเยอะ หากนาย้าฉันแนะนำเพื่อนร่วมงานให้เอาไหม...?”
“ฉัน้าแค่นาย!” ป๋ออวิ๋นยี่พูดแทรกด้วยเสียงเ็า “โจวชิงฝานแหวนอยู่ในมือฉัน และตอนนี้ฉันก็อยู่ในห้องน้ำ นายปฏิเสธฉันสิ ฉันจะบอกให้นะถ้านายกล้าพูดคำว่า ไม่ แม้แต่คำเดียว แหวนวงนี้จะลงไปตามชักโครกทันที”
โจวชิงฝานความคิดสะดุดไป
“ได้ ก็แค่สอนนายแสดงใช่ไหม...?”
“ได้สิ!” ป๋ออวิ๋นยี่หัวเราะเบาๆ
"นายตามใจฉันแต่แรก บางทีเราสองคนอาจไม่มีเื่ต้องขัดแย้งกันเยอะก็อย่างนี้ก็ได้"
โจวชิงฝานกัดฟันกรอด
“ฉันตกลงกับนายแล้ว แล้วเมื่อไหร่นายจะคืนแหวนฉันมา?”
“อย่ารีบร้อนใจเย็นๆ”
ป๋ออวิ๋นยี่นั่งบนโซฟาพูดด้วยความใจเย็น
“รอเราสองคนเซ็นสัญญาเรียบร้อยก่อนฉันก็จะคืนให้นาย”
"ได้" โจวชิงฝานพ่นลมหายใจอีกครั้ง
"งั้นแค่นี้ก่อน เซ็นสัญญาเมื่อไหร่ติดต่อฉันแล้วฉันจะไปหา"
***ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/6f022e7fc3e41d1a313199c112713c91
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่หมาป่าน้อยของนายซุปตาร์ที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #หมาป่าน้อยของนายซุปตาร์ #readAwrite ด้วยน้า