ตอนที่ 71 เกาหลี
" ยังไงฉันจะนอนก็ไม่ได้นอนแล้ว ไหนดูสิ่พวกยักอ้วนมันดรอปอะไรมาบ้าง "
หลังจากพูดจบริวจิก็สัมผัสไปที่แหวนมิติจากนั่นก็นำไอเทมทั้งหมดที่ดรอปออกมาทั้งหมด
[ผ้าคลุมปกปิด : + ความอดทน 100 ]
คุณสมบัติ : สามารถปกปิดหรือปลอมแปลงค่าสถานะของผู้ใช้ได้และสามารถล่องหนไปกับเสื้อผ้าของผู้ใช้ได้
หมายเหตุ : ผู้ใช้ต้องมีเลเวลมากกว่าอีกฝ่ายห้ามน้อยกว่าหรือเท่ากันเด็ดขาดไม่อย่างงั้นผลของผ้าคลุมจะไร้ผล
" ว๊าวว ผ้าคลุมปกปิดงั้นหรอ ดูๆ ไปเหมือนมันไม่ค่อยมีประโยชน์แต่ว่าถ้าเราเจอกับคนที่มีสกิลประเมินละก็เราจะสามารถปกปิดสถานะของเราได้ ถือว่าของดรอปใช้ได้ไอ้พวกซอมบี้อ้วน ไหนดูชิ้นต่อไปสิ่ "
[ ดาบมาซามุเนะ ระดับ S : + ความแข็งแกร่ง 230 ]
" จะดรอปดาบมาทำไมเยอะแยะฟ่ะ ตรูไม่ได้ใช้โว๊ยยย " ริวจิไม่สนใจเขาเลื่อนไปที่ไอเทมชิ้นต่อไปทันที เพราะเขานั้นมีดาบเพลิงสีชาตระดับ SS อยู่แล้วดังนั้นไม่จำเป็นสนใจดาบระดับ S แถมมันก็ยังไม่มี Passive เหมือนดาบเพลิงสีชาตที่สามารถโจมตีศัตรูที่ความแข็งแกร่งน้อยกว่าให้ความเสียหายแรงขึ้นถึง 30 %
[ Skill ติดตัวระดับ 3 ขั้นต่ำ : Eagle Eye ]
คุณสมบัติ : ทำให้สายตาของผู้ใช้เฉียบคมขึ้นและสามารถมองเห็นได้ไกลขึ้น
" อันนี้เจ๋ง " เมื่อริวจิรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อยหลังจากที่ได้ Skill : Eagle Eye และริวจิก็กำลังเงื้อมมือของเขาเพื่อที่จะหยิบไอเทมชิ้นต่อไป แต่ปรากฏว่า
" ห่ะ นี่หมดแล้วหรอ มีแค่ 3 ชิ้นเองหรอว่ะ นี่ยักอ้วน 4 ตัวเลยน่ะโว๊ยยย " ริวจิหงุดหงิดเล็กน้อย
" แล้วฉันจะทำอะไรรอว่ะเนี่ยะะกว่าจะถึงเกาหลีอีกตั้ง 4 ชั่วโมง "
ริวจิเบื่อๆ เขาก็เช็คไอเทมต่างๆ ของเขาและปรากฏว่าเขามี แผ่นค่าประสบณ์การ x5 , แผ่นค่าประสบณ์การ x2 ที่ยังไม่ได้ใช้ นั่นทำให้เขาคลั่งเป็นอย่างมาก
" โถ่ โถ่ โถ่ นี่เราลืมพวกมันเลยหรอเนี่ยะ ไม่อย่างงั้น Level ของเราคงพุ่งมากกว่านี่แน่ แต่เอาเถอะยังไงก็ต้องไปเกาหลีอยู่ดีเอาไว้ใช้ที่นั่นก็ยังไม่สาย "
ริวจิพยายามปลอบใจตัวเอง แต่เมื่อเขาเช็คไอเทมอื่น ๆ มันก็ไม่มีอะไรที่น่าสนใจ เขาเลยต้องนั่งเนื่อยๆ เหมือนปลาขึ้นอืดและนั่งรอคอยเวลาว่าเมื่อไหร่พวกเขาจะถึงเกาหลีสักที
" โทชิโอะจะถึงรึยังอะ ฉันเบื่อจนจะขึ้นอืดอยู่แล้วเนี่ยะ "
" คุณริวจิ นี่เราเดินทางข้ามประเทศนะครับ ไม่ได้ไปเซเว่นหน้าปากซอย ใจเย็นๆครับ "
" โอเค โอเค ถ้าฉันขับฮอเป็นเมื่อไหร่น่ะ ฉันจะถีบนายออกแน่ "
" โมโหก็อย่าเอามาลงที่ผมสิครับ แบบนี้ผมลำบากใจแย่เลย "
" เบื่อโว๊ยยย "
4 ชั่วโมงหลังจากนั้น
" ถึงแล้วครับ คุณริวจิ เราถึงกรุงโซลแล้ว "
โทชิโอะสะกิดริวจิที่กำลังง่อยจากการที่ต้องรอคอยการเดินทางที่แสนยาวนานนี้ ถึงจะแค่ 4 ชั่วโมงแต่สำหรับเขามันนานเหมือนเป็นปี ที่จะมานั่งเฝ้าไม่ให้อายูทำฮอล่มระหว่างทาง
เมื่อได้ยินเสียงสะกิดของโทชิโอะ ริวจิก็เหมือนฟื้นคืนชีพ และเสียงของเขาก็เริ่มเปลี่ยนเป็นความสดใส และรีบเร่งเล้าโทชิโอะทันที
" ถึงแล้วหรอโทชิโอะ เร็ว เร็ว เร็วเข้า เอาฮอลงได้แล้ว "
" เอ่ออ มันก็ได้อยู่หรอกครับ แต่ว่าดูข้างล่างก่อนสิครับ "
เมื่อได้ยินที่โทชิโอะพูด ริวจิก็หันหน้าของเขาตามทันที และภาพที่เขาเห็นนั่นก็คือ ฝูงซอมบี้ที่ยั่วเยี่ยะเต็มถนนไปหมด และเมื่อมันได้ยินเสียงเฮลิคอปเตอร์นั่น ยิ่งทำให้พวกมันคลั่งเข้าไปอีก
อ๋อวววว!
อ๋อวววว!
และตอนนี้เองนำเสียงของริวจิก็เปลี่ยนไปเป็นจริงจัง
" ไม่เป็นไร เอาเครื่องลงเลย "
โทชิโอะไม่มีทางที่จะขัดคำสั่งของริวจิอยู่แล้ว เขาทำตามคำสั่งทันที ส่วนทางด้านริวจิก็เอื้อมมือไปที่เบ่าะหลังเพื่อปลุกทั้ง 2 สาว
" เฮ้ ถึงโซลแล้วนะ "
ริวจิพูดพร้อมกับปล่อยจิตสังหารออกมาเล็กน้อย และเมื่อทั้ง 2 สาวสัมผัสถึงจิตสังหารนั่น ร่างกายของพวกเธอก็ได้สะดุ้งขึ้นและจับดาบทันที
" ฮ่า ฮ่า ฮ่า ตื่นแล้วเหรอ "
เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะของริวจิทั้ง 2 สาวก็รู้ได้ทันทีว่านี่คือการกลั่นแกล้งของเด็กหนุ่ม
" หนูตกใจหมดเลย ปลุกดีดีก็ได้นิคะพี่ "
" เอาน่า เอาน่า ขอโทษละกัน แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะมีคนรอพวกเราอยู่ข้างล่างเต็มเลยละนะ "
มิโกะและอายูหันลงไปมองข้างล่างทันทีหลังจากที่ได้ยินที่ชายหนุ่มพูด และภาพที่ทั้งสองสาวเห็นมันก็เหมือนกับที่ริวจิเห็นก็คือซอมบี้หลายล้านตัวกำลังโห่ร้องด้วยอารมณ์ที่บ้างคลั่ง
" ประชากรของเกาหลีใต้น่าจะประมาณ 60 ล้านน่าจะมีซอมบี้ทั้งหมดไม่น่าจะเกิน 30 ล้านถ้าให้ฉันเดาน่ะ แต่.."
แต่ริวจิยังพูดไม่จบ
ฟึบ
อายูเธอได้กระโดดลงไปจากฮอ และนั่นทำให้ทั้ง 3 คนนั้นตกใจอย่างมากเพราะปกติอายูจะปฏิบัติตามคำสั่งของริวจิ และไม่เคยทำแบบนี้เลยสักครั้ง
" เฮ้ ! "
แต่ไม่ทันสิ้นเสียง อายูเธอพุ่งเข้าใส่ฝูงซอมบี้และไล่เข่นฆ่าซอมบี้อย่างบ้าคลั่ง
" พี่คะเธอเป็นบ้าไปแล้วรึไง "
มิโกะเธอก็ตกใจเช่นเดียวกันที่อยู่ดีดีอายูก็มีพฤติกรรมแปลกๆแบบนี้ให้เห็น
" พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันแต่น่าจะเป็นเพราะการเลื่อนขั้นละนะ "
" ห่ะ!! การเลื่อนขั้นงั้นหรอ มันมีผลข้างเคียงแบบนี้ด้วยหรอคะ แล้วมันจะเกิดขึ้นกับหนูมั้ยคะพี่ "
" อันนี้พี่ก็ยังไม่แน่ใจเหมือนกัน มีแต่ต้องดูไปก่อน "
จากนั่นริวจิก็ได้ครุ่นคิดถึงค่าสถานะของอายู และปรากฏว่ามันมีบางอย่างแปลกๆ และตอนนั้นเองริวจิก็เกิดความสงสัยขึ้นและได้เอ่ยถามน้องสาวของเขา
" มิโกะ ตอนน้องเลื่อนขั้นค่าสถานะของน้องเป็นยังไงงั้นหรอ มันเพิ่มขึ้นยังไงบ้าง "
มิโกะเธอก็ครุ่นคิดอยู่สักพัก ก่อนที่จะตอบกลับริวจิไป
" ค่าสถานะของหนูเป็นขั้นที่ 1 ก็เพิ่มขึ้น 3 เท่า ขั้น 2 เพิ่มขึ้น 5 เท่า และมันก็เพิ่มขึ้นทั้ง 3 ค่าสถานะ ทำไมงั้นหรอคะพี่ "
" อืมมม ดูเหมือนว่าน้องจะเพิ่มเท่าๆกับพี่เลยนะค่าสถานะของน้อง "
" มันก็แน่นอนอยู่แล้วสิคะ ฮิฮิ แล้วพี่รู้เหตุผลรึยังคะว่าทำไมเธอถึงเป็นแบบนั้น "
" เท่าที่พี่รู้ตอนนี้นะ อายูนั่นเธอมีค่าสถานะที่เพิ่มมา 2 ค่าเท่านั้นก็คือความแข็งแกร่งและความคล่องแคล่ว ถ้าข้อสันนิษฐานของพี่ไม่ผิดละก็ ความอดทนของเธอมันน้อยเกินไป ที่จะรับพลังมหาศาลหลังจากการที่เลื่อนขั้นเป็นขั้นที่ 3 นั่นทำให้เธอมีอาการแบบนี้ละมั่งนะ "
" แล้วเรามีวิธีแก้ไขมั้ยคะพี่ "
" เห๋ นี่น้องเป็นห่วงเธอด้วยหรอ เห็นทะเลาะกันตลอดเลยนิ ฮ่า ฮ่า "
" เอ่อ หนูเปล่านะคะพี่ "
" เอาเถอะๆ ยังไงตอนนี้ที่มีคิดออกก็น่าจะเป็นแค่วิธีนี้ละนะ "
" วิธีอะไรงั้นหรอคะ "
" ก็ง่ายๆ Basic มาก ก็ให้เธอเลเวลอัพเร็วๆ และให้อัพค่าสถานะทั้งหมดไปที่ความอดทนก่อนหน่ะสิ แต่ว่า "
" แต่ว่าอะไรงั้นหรอคะ "
" หลังจากเลื่อนขั้นเป็นขั้นที่ 3 แล้วนั่นการอัพ 1 เลเวลก็เพิ่มค่าสถานะได้มากมายมหาศาลแล้ว แต่ว่า Exp ในแต่ละเลเวลนี่สิ มันก็มากมายมหาศาลเหมือนกัน "
" แล้วเราจะปล่อยให้เธอจัดการคนเดียวอย่างงั้นหรอคะพี่ "
" อืมก็น่าจะอย่างงั้นแหละ เห้ออ !! ถ้ามีระบบ Party มันก็คงจะดีไม่น้อย "
ริวจิเลือกที่จะเสี่ยงที่จะปล่อยให้อายูนั่นจัดการซอมบี้คนเดียวไปก่อน ถึงแม่เขาจะเสียดายที่ยังไม่ได้ใช้ แผ่นค่าประสบการณ์ x5 และ x2 สักทีแต่ว่าตอนนี้อายูนั่นสำคัญกว่า เขาไม่รู้ว่ามันจะมีผลข้างเคียงอื่น ๆอีกรึเปล่า และตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือให้อายูหลุดจากสภาพแบบนั้นให้เร็วที่สุด แผ่นค่าประสบการณ์นั่นจะใช้ตอนไหนก็ได้มันยังมีเวลาอีกตั้งเกือบ 2 เดือนกว่าจะถึงการทดสอบรอบที่สอง แต่ถึงอย่างงั้นเองอายูในตอนนี้ก็ไม่สามารถต่อกรกับซอมบี้ G4 ได้แน่นอน และถ้าริวจิสังเกตเห็นมันด้วย Eagle Eye ละก็เขาก็จะเป็นคนที่เข้าไปจัดการมันเอง
" ตอนนี้เธอแข็งแกร่งถึงสามารถสู้กับซอมบี้ G4 ได้แล้วหรอคะพี่ "
" พูดเป็นเล่นนา มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้นหรอกมิโกะ "
" งั้นแปลว่า "
" ใช่พี่จะเป็นคนจัดการเอง "
" แหม่ !!โชว์หญิงใหญ่ ถ้าเป็นหนูพี่จะทำแบบนี้ด้วยมั้ย "
" ถ้าเป็นมิโกะละก็ .."
แต่ก่อนที่ริวจิจะพูดจบก็มีเสียงดังขึ้น
ตู้ม
ตู้ม
" เสียงอะไรหรอคะพี่ "
" แปปนะ "
ริวจิก็ได้ใช้ Skill Red Zone Area และ Eagle Eye พร้อมกันแล้วทำให้ระยะการรับรู้ของเขาเพิ่มมากขึ้นทำให้รับรู้ได้ถึงต้นเสียงได้
" ไม่มีอะไรหรอก สงสัยอายูเธอจะบ้าพลังไปเองแหละ เราตามเธอไปแบบเงียบๆ ดีกว่า "
เมื่อริวจิพูดจบเขาก็ให้โทชิโอะใช้ผ้าคลุมเฮลิคอปเตอร์ไว้เพื่อปิดบัง ถึงแม้พวกเขาจะจอดไว้ที่ตึกสูงก็เถอะ และเขาก็แบกโทชิโอะพุ่งผ่านข้ามตึกหลายๆ ตึก
ทางด้านของอายู
เธอไล่ฆ่าซอมบี้อย่างบ้าคลั่งเหมือนกับปีศาจกระหายเลือดอยู่ตลอดเวลา ซอมบี้ได้ร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดอย่างต่อเนื่อง อายูเธอฟันกริช 1 ครั้งซอมบี้อย่างน้อย 1 ตัวต้องตายไปจากการโจมตีที่รุนแรงของเธอ การที่เธอเลื่อนขั้นเป็นขั้น 3 ทำให้ความแข็งแกร่งของเธอเพิ่มมามากรวมถึงค่าความเร็วเช่นกัน
ณ ตึก แห่งหนึ่งภายในกรุงโซล
เมื่อพวกเขาได้ยินเสียงซอมบี้ร้องด้วยความเจ็บปวดทำให้พวกเขาบางคนได้อุทานขึ้นมา
" ทำไมซอมบี้มันร้องโอดโอยเหมือนโดนโจมตีเลยละ "
" หรือว่าจะมีคนมาช่วยพวกเรา "
" แกจะบ้ารึไง จะมีใครมาช่วยแกอีกเหรอ กองทง กองทัพ ก็โดนทำลายโดยฝูงซอมบี้ไปแล้ว "
หลายๆ คนเกิดความสงสัยนั่นทำให้พวกเขาเอาใบหน้าของพวกเขาชะโงกลงไปเพื่อดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ภาพที่พวกเขาเห็นนั่นทำให้ทุกคนอึ้งไปพร้อมๆ กัน และก็มีชายคนหนึ่งได้พูดขึ้นด้วยความตกใจ
" สวรรค์ทรงโปรดพวกเราแล้ว "
ฝากกดติดตามกดหัวใจเป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ
ขอบคุณครับ