[อดีตชาติ] ยามอิ้ว ณเรือนแกะสลักหยกของซ่งหยูเฟิง ชานเมืองกรุงปักกิ่ง ่กลางถึงปลายราชวงศ์ิ
บรรยากาศในเรือนแกะสลักหยกนั้นเงียบสงบแสงอ่อนจากเปลวเทียนที่ริบหรี่ทอดเงาลงบนโต๊ะไม้กลิ่นหอมละมุนของหยกที่เพิ่งแกะสลักใหม่ผสมกับกลิ่นธูปที่ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศสายลมบางเบาพัดผ่านราวกับพัดพาความทรงจำและเวลาที่ล่วงเลยไป ซ่งหยูเฟิงกำลังยุ่งอยู่กับงานแกะสลักทว่าในขณะนั้นเอง ประตูไม้ก็เปิดออกอย่างแ่เบา
นางหันไปมองและเห็นเฉินจางเว่ย คู่หมั้นของนางยืนอยู่ที่ประตูดวงตาของนางเป็ประกายวูบด้วยความยินดีที่เห็นเขากลับมาจากสนามรบอย่างปลอดภัยนางสูดลมหายใจลึก หัวใจเต้นแรงด้วยความปลื้มปิติแต่ว่าความรู้สึกนั้นก็ถูกแทนที่ด้วยความแปลกประหลาดราวกับความเย็นเยือกที่ล่องลอยมากับลม
แม้เฉินจางเว่ยจะยืนอยู่ตรงหน้านางแต่สิ่งที่นางเคยััจากเขานั้นหายไปอะไรบางอย่างในตัวเขาเปลี่ยนไปอย่างไม่อาจปฏิเสธได้ความอบอุ่นในดวงตาที่นางเคยรู้จัก ความรักและความห่วงใยที่เคยส่องประกายในดวงตาของเขาบัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความเ็า ราวกับเงาที่ไร้ชีวิตร่างของชายที่เคยเป็ทุกสิ่งสำหรับนาง บัดนี้กลายเป็ใครสักคนที่นางไม่รู้จัก ซ่งหยูเฟิงััได้ถึงความเปลี่ยนแปลงอันลึกล้ำแม้แต่ลมหายใจของนางก็พลันรู้สึกสั่นไหวและไม่มั่นคงราวกับว่านางกำลังยืนอยู่บนสะพานที่อาจพังทลายลงได้ทุกเมื่อ
“ท่านพี่...ในที่สุดท่านก็กลับมาแล้ว ข้าดีใจที่ท่านกลับมาอย่างปลอดภัย”นางเอ่ยด้วยเสียงแ่เบา แต่ไม่แน่ใจเหมือนในทุกครั้งที่เคยกล่าวคำนั้นดวงตาของนางมองชายหนุ่ม พยายามจะจับต้องความรู้สึกที่เคยเป็ของพวกเขาทั้งสอง
เฉินจางเว่ยไม่ตอบสนองในทันทีชายหนุ่มยืนอยู่ตรงนั้นราวกับว่าความเงียบระหว่างพวกเขาคือสิ่งที่หนักหนากว่าสายลมที่พัดผ่านจากนั้นเขาจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบและไร้ความรู้สึก“มีคนบอกฮ่องเต้เื่หยกั” คำพูดของเขาดังก้องในห้องราวกับเสียงสะท้อน“พระองค์้ามัน เ้าต้องมอบมันให้ข้า ซ่งหยูเฟิง”
หัวใจของซ่งหยูเฟิงหยุดเต้นชั่วขณะคำพูดของเขาดั่งคมดาบที่กรีดแทงลึกลงในจิตใจของนาง ความรู้สึกไม่ปลอดภัยเริ่มเข้ามาโอบล้อมนางอย่างช้าๆราวกับม่านหมอกที่ปกคลุมทุกสิ่ง นางพยายามจะเข้าใจความหมายของคำพูดเ่าั้พยายามจับจ้องไปที่ดวงตาของเขาแต่สิ่งที่นางพบกลับเป็ความเ็าที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
“ท่านพี่...หยกัไม่ได้เป็เพียงสิ่งของทั่วไป มันอันตรายเกินไป ข้ากับท่านเราเคยคุยกันแล้ว” นางเอ่ยเสียงเบา พยายามรักษาน้ำเสียงของตนให้มั่นคงแต่เมื่อจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเฉินจางเว่ย หญิงสาวก็รู้ว่าเขาเปลี่ยนไปเสียแล้ว
นางกระซิบออกมาด้วยความเ็ปที่แผ่ซ่านในหัวใจ“ท่านพี่... ท่านรู้อยู่แล้วว่าหยกนี้ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อใครใช้มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องสมดุลของธรรมชาติหากมันตกอยู่ในมือของคนที่ถูกความทะเยอทะยานครอบงำ มันอาจนำมาซึ่งหายนะได้เหล่าิญญาผู้พิทักษ์ได้บอกไว้เช่นนั้น”
แต่คำพูดของนางกลับหายไปในความเงียบเฉินจางเว่ยยังคงนิ่งเงียบ ดวงตาของเขายังคงไม่แสดงออกถึงความรู้สึกใดๆ ซ่งหยูเฟิงรู้สึกเหมือนความหวังทั้งหมดในหัวใจของนางได้ถูกทำลายลงทีละน้อยราวกับเปลวเทียนที่ใกล้จะดับ นางไม่แน่ใจว่าอะไรคือความจริง อะไรคือความฝันชายที่ยืนอยู่ตรงหน้านางในเวลานี้ เป็ใครกันแน่?
ขุนศึกหนุ่มยืนนิ่งดั่งภูผาที่ไร้ชีวิต ใบหน้าของเขาแข็งกร้าวเ็าความเงียบที่ตามมาในห้องนั้นช่างหนักอึ้งราวกับเวลาหยุดนิ่งในห้วงเดียวกับลมหายใจของซ่งหยูเฟิง นางยืนอยู่ตรงนั้นมองชายผู้เป็ที่รักยิ่งของนาง แต่บัดนี้เขากลับเปลี่ยนไป ความเ็าที่ฉายชัดในดวงตาของเขาราวกับเป็ใครสักคนที่นางไม่เคยรู้จัก หัวใจของนางเต็มไปด้วยความหวาดกลัวที่ค่อยๆแผ่ขยายออกไปในทุกอณูของร่างกาย
“ซ่งหยูเฟิงข้าได้รับคำสั่งจากฮ่องเต้” น้ำเสียงของเฉินจางเว่ยเ็าราวกับว่าเขาได้กลายเป็คนที่ห่างไกลจากความรักที่เคยมีต่อเธอ “หากเ้าปฏิเสธข้าจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้หยกันั้นมา”
ดวงตาของซ่งหยูเฟิงเบิกกว้างคำพูดของเขาทำลายความหวังในหัวใจของนางจนเหลือเพียงเงามืดเลือนราง เฉินจางเว่ยที่นางเคยรักค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยเงาร่างที่นางไม่รู้จักชายที่ครั้งหนึ่งเคยเป็ที่พึ่งทางใจของนางบัดนี้กลายเป็คนแปลกหน้าที่พร้อมจะหักหลังนางความรู้สึกราวกับทุกสิ่งรอบตัวได้หยุดเคลื่อนไหว เวลาหยุดนิ่งแต่ความเ็ปในใจของนางนั้นไม่เคยหยุดตาม
“ท่านพี่…”ซ่งหยูเฟิงกระซิบรู้ดีว่าคำพูดอาจไม่มีพลังพอที่จะเปลี่ยนความคิดของเขาได้อีกต่อไป“อย่าทำเช่นนี้เลย”
เฉินจางเว่ยกัดกรามแน่นจนเห็นเส้นเืปูดขึ้นที่คอมือของเขากำแน่นเป็กำปั้นข้างลำตัวราวกับพยายามจะระงับสิ่งที่อยู่ภายในตัวเองไม่ให้ปะทุออกมา“ข้าไม่สนใจิญญาผู้พิทักษ์” เขากล่าวเสียงต่ำและขรึม ดวงตาของเขาแข็งกร้าวราวกับไม่มีความรู้สึกเหลืออยู่ เขาก้าวเข้ามาใกล้ ร่างกายสูงใหญ่ของเขาบดบังแสงไฟลมหายใจของซ่งหยูเฟิงติดขัด นางรู้สึกถึงความหวาดกลัวที่ทวีขึ้นร่างกายของนางถูกดันจนหลังชนขอบโต๊ะ มองขึ้นไปในดวงตาของเขาแต่สิ่งที่นางเห็นไม่ใช่ชายที่เคยปกป้องนางอีกต่อไป
"ฮ่องเต้สั่งให้ข้านำหยกักลับไป" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่ไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ"ข้าไม่มีทางเลือก และเ้าก็เช่นกัน"
ลมหายใจของซ่งหยูเฟิงถูกกลืนลงในความเงียบนางรู้สึกเหมือนถูกทิ้งอยู่ในความมืดมิดมือที่เคยมั่นคงในการแกะสลักบัดนี้สั่นสะท้าน ภาพของชายที่นางรักและไว้ใจบัดนี้เปลี่ยนไปจนไม่เหลือความทรงจำที่เคยงดงาม
"ท่านเปลี่ยนไป...ไม่เหมือนเดิม" ซ่งหยูเฟิงกระซิบเสียงสั่นเครือปนเปด้วยความหวาดกลัวและความไม่เชื่อที่กัดกินใจนาง"ใครกันทำอะไรกับท่าน...ท่านไม่ใช่คนที่ข้ารู้จักอีกต่อไป"
ในดวงตาของเฉินจางเว่ยมีความมืดมนฉายชัดอยู่ความลังเลและเ็ปเผยออกมาเพียงชั่วขณะราวกับเศษเสี้ยวของชายที่นางเคยรักยังคงซ่อนอยู่ในความลึกสุดของดวงตาก่อนที่ความเ็าจะเข้ามากลบมันอีกครั้งร่างกายของเขายืนนิ่งเหมือนภูผาที่ไม่มีวันสั่นไหว แต่ภายในนั้นเขากำลังต่อสู้กับคำสั่งของฮ่องเต้ที่ดังก้องในจิตใจทุกลมหายใจ
“ข้าคือคนที่ข้าเป็มาตลอด”เฉินจางเว่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า แววตาที่เต็มไปด้วยความเข้มแข็งและเด็ดเดี่ยว“ข้าคือผู้รับใช้ขององค์จักรพรรดิ หน้าที่ของข้าคือรับใช้ฮ่องเต้ ไม่ใช่ต่อเ้า”
คำพูดของเขานั้นร้ายกาจยิ่งกว่าสิ่งใดซ่งหยูเฟิงรู้สึกได้ถึงหัวใจของนางที่แตกสลายทีละน้อยแม้ว่านางจะรู้ดีว่าเขากำลังทำตามหน้าที่แต่คำพูดเ่าั้กลับทิ่มแทงลึกเข้าไปในจิตใจของนางมากเกินกว่าที่จะทนได้เฉินจางเว่ยที่นางเคยรู้จัก ชายผู้เคยสัญญาว่าจะปกป้องนางบัดนี้กลับกลายเป็คนแปลกหน้าที่นางไม่อาจจดจำได้อีกต่อไป
อำนาจได้เปลี่ยนแปลงเขาอำนาจที่นางเคยเห็นว่าห่างไกลกลับกลายเป็สิ่งที่เข้ามากลืนกินตัวตนของคนที่นางรักนางรู้ดีว่า ความทะเยอทะยานนั้นมีพลังมากเพียงใดแต่นางไม่เคยคิดเลยว่าชายที่นางรักและเชื่อใจที่สุดจะหันหลังให้นางเช่นนี้
คำพูดของเขาเสียดแทงหัวใจของนางราวกับคมดาบความเ็ปที่นางพยายามหลีกหนีมาตลอดได้มาถึงแล้วโลกทั้งใบที่นางเคยเชื่อมั่นว่าปลอดภัย กำลังแตกสลายลงตรงหน้านางความจริงที่นางปฏิเสธมาตลอด กลับกลายเป็สิ่งที่นางไม่อาจหลีกเลี่ยงได้อีกต่อไป