Sweet memories รักนี้ คือใคร

    ตอนที่1 เปิดเทอม

            กริ๊งงงงงง เสียงนาฬิกาปลุกที่วางอยู่บนตู้ข้างหัวเตียงดังขึ้น

            หญิงสาวค่อย ๆ มุดออกจากผ้าห่มและเอื้อมมือไปปิดนาฬิกาปลุกที่กำลังดัง ด้วยอาการงัวเงีย

            “เช้าแล้วเหรอเนี่ย ทำไมเหมือนยังไม่ได้นอนเลย” หญิงสาวบ่นพึมพำ พร้อมกับลุกขึ้นจากเตียง แล้วเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวบนราว ที่อยู่ข้างตู้เสื้อผ้าก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไป

            ไม่กี่นาทีต่อมา หญิงสาวก็เดินลงบันไดมาที่ชั้นล่างบริเวณห้องโถงของบ้าน เธออยู่ในชุดลำลอง เสื้อยืดแขนสั้นสีขาวกับกางเกงขาสั้นสีน้ำตาล ผมสีน้ำตาลยาวสลวยของเธอถูกรวบไว้อย่างง่าย ๆ

            บนใบหน้าของเธอไม่มีการแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางใด ๆมีเพียงแป้งฝุ่นที่ถูกทาบาง ๆ ทั่วทั้งใบหน้าแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงทำให้เธอน่ามอง คงเป็๲เพราะใบหน้าที่ได้รูป ดวงตากลมโตปากนิดจมูกหน่อย ผิวขาวอมชมพู และรูปร่างที่สมส่วนจึงทำให้เธอเป็๲คนที่มีเสน่ห์ถึงแม้จะไม่ได้แต่งตัวจัดจ้านก็ตาม 

            อลิสา สกุลนพรัตน์ หรือ อลิส หญิงสาววัย 19 ปี ที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ในกรุงเทพกับป้าดา ซึ่งเป็๞พี่สาวของแม่ เพื่อเรียนต่อปริญญาตรี

            ชีวิตในวัยเด็กของอลิสค่อนข้างโชคร้ายเพราะสูญเสียพ่อและแม่ในเวลาเดียวกัน พวกเขาประสบอุบัติทางรถยนต์๻ั้๹แ๻่เธออายุได้เพียงห้าขวบด้วยเพราะพี่ป้าของเธอเป็๲หมันไม่สามารถมีลูกได้ เขากับสามีจึงรับเลี้ยงเด็กคนนี้เสมือนลูกคนหนึ่ง 

            อลิสเป็๞คนน่ารัก นิสัยดี ขยันและชอบช่วยเหลือคนอื่นนั่นทำให้เธอเป็๞ที่รักของคนในครอบครัวและคนรอบข้างเสมอ

            กลิ่นหอมจากอาหารลอยเข้ามาในตัวบ้าน หญิงสาวเดินตรงไปที่ห้องครัวซึ่งอยู่บริเวณด้านหลังของตัวบ้าน ถัดจากห้องโถงไปเพียงไม่กี่ก้าว

            “ตื่นแล้วเหรอ ป้ากำลังจะขึ้นไปเรียกอยู่พอดีเลยวันนี้ป้าทำเมนูโปรดของหนูด้วยนะ” ป้าดาละมือจากการทำอาหารหันมาถามด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

            “มาค่ะ เดี๋ยวหนูช่วย” อลิสเดินเข้าไปในครัวพร้อมกับหยิบผักที่วางอยู่บนโต๊ะไปล้าง

            “แล้วเป็๞ยังไงบ้าง เมื่อคืนหลับสบายดีมั๊ย” ป้าดาเอ่ยถามด้วยความเป็๞ห่วง

            “นอนไม่ค่อยหลับเท่าไหร่ค่ะ คงเพราะยังไม่ชินมั๊งคะ”

            “คืนแรกก็แบบนี้ล่ะ เดี๋ยวหนูก็คงชินแล้วนี่เปิดเทอมวันไหนนะ”

            “สัปดาห์หน้าค่ะ เอ่อ ป้าคะ เดี๋ยวสายๆหนูขอออกไปซื้อของกับเพื่อนนะคะ”

            “เพิ่งย้ายมาวันแรก มีเพื่อนแล้วเหรอว่าแต่เพื่อนคนไหนล่ะ ป้ารู้จักรึเปล่า” ป้าดาถามด้วยความสงสัย

            “เบลค่ะ พอดีเข้ามาเรียนที่มหาลัยเดียวกัน”

            อลิสเอ่ยถึงเพื่อนสนิทของเธอ ที่เป็๞เพื่อนกันมา๻ั้๫แ๻่สมัยเรียนประถมจนถึงมัธยมก่อนที่เธอและครอบครัวจะย้ายไปอยู่ต่างจังหวัด บ้านของหญิงสาวที่อลิสพูดถึงอยู่ถัดจากบ้านของเธอไปไม่กี่หลังทั้งคู่สนิทกันมากและมักจะไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดแล้วตอนนี้พวกเขาก็กำลังจะเข้าเรียนมหาลัยเดียวกัน คณะเดียวกัน แต่คนละสาขาวิชา

             “แล้วนี่คุณลุงออกไปทำงานแล้วเหรอคะหนูไม่เห็นเลย”

            “ออกไป๻ั้๫แ๻่เช้าแล้วจ๊ะ เห็นว่ามีงานด่วน” หญิงวัยกลางคนเอ่ยถึงผู้เป็๞สามี ซึ่งมีอาชีพขับรถส่งของ

             “ไป ๆล้างมือแล้วไปกินข้าวได้แล้ว จะออกไปซื้อของกับเพื่อนไม่ใช่เหรอ” ป้าดาพูดพลางตักอาหารที่เพิ่งทำเสร็จใส่จาน

            “งั้นเดี๋ยวหนูยกอาหารไปที่โต๊ะนะคะ” ว่าแล้วหญิงสาวก็ยกอาหารออกไปวางที่โต๊ะในห้องโถง

             

            หลังจากทานอาหารเสร็จสักพัก เสียงกริ่งหน้าบ้านก็ดังขึ้น

    หญิงสาวผมสั้น ในชุดเสื้อครอปรัดรูปสีดำ กระโปรงยีนส์สั้น และรองเท้าบูทหนังสีดำยื่นกดกริ่งอยู่หน้าบ้าน

            “เดี๋ยวหนูไปเปิดประตูเองค่ะ เบลคงมาแล้ว” หลานสาวบอกกับผู้เป็๞ป้า

            “งั้นเดี๋ยวป้าเก็บโต๊ะเอง หนูไปหาเพื่อนเถอะ”

            หญิงสาวเดินออกไปหน้าบ้านเพื่อเปิดประตูรั้วให้กับเพื่อนของเธอ

            “แค่ไปซื้อของนี่ต้องแต่งตัวจัดเต็มขนาดนี้เลยเหรอ”ทันทีที่เห็นชุดของเพื่อนเธอก็อดที่จะแซวไม่ได้

            “อ้าว ก็ต้องพร้อมไว้ก่อนสิจ๊ะ เผื่อเจอผู้หล่อๆจะให้ไปแบบโทรม ๆ หน้าสด ได้ไงล่ะ”

            “งั้นเดี๋ยวแกไปรอในบ้านก่อนนะขอขึ้นไปเปลี่ยนชุดแป๊บนึง” หลังจากนั้นทั้งคู่ก็เดินเข้าบ้านไป

            หญิงสาวขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องนอนของเธอซึ่งอยู่ชั้นบนของตัวบ้าน ไม่นานก็ลงมาด้วยชุดเดรสยาวสีขาวลายดอกไม้แต่ครั้งนี้เธอแต่งหน้าเบา ๆ ปัดแก้มสีชมพูอ่อน และทาลิปสติกเฉดสีเดียวกันทำให้ใบหน้าเธอดูสดใส และน่ารักขึ้นไปอีก

            “เหมือนยังไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่นะ” ทันใดนั้นเบลก็ตรงไปดึงยางมัดผมของหญิงสาวออก ทำให้ผมของเธอถูกปล่อยสยายจนยาวเกือบจะถึงบั้นท้าย

            “แบบนี้ค่อยดูโอเคหน่อย ไปกันเถอะ” เบลจับแขนของเพื่อนและจูงมือเธอเดินออกไป

             

            เช้าวันแรกของการเปิดเทอม

            “แต่งตัวเสร็จรึยังลูก วันนี้ไปเรียนวันแรกอย่าไปสายล่ะ” ป้าดาที่ยืนรดน้ำต้นไม้อยู่หน้าบ้าน ๻ะโ๠๲ถามหลานสาวที่กำลังวุ่นกับการผูกเชือกรองเท้าผ้าใบ

            “เสร็จแล้วค่ะ ๆ” วินาทีที่ใส่รองเท้าเสร็จหญิงสาวก็เดินมาหาป้าดา

            “นี่หลานป้าโตเป็๲สาวขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย ใส่ชุดนักศึกษาแบบนี้น่ารักจัง”หญิงวัยกลางคนอดชมหลานสาวที่อยู่ในชุดนักศึกษาไม่ได้

            “หนูแน่ใจใช่มั๊ยว่าหนูไปเองได้” ป้าดามีสีหน้ากังวลเพราะพวกเขาเพิ่งจะย้ายมาได้ไม่กี่วัน หลานสาวน่าจะยังไม่ชินกับเส้นทางในกรุงเทพ

            “หนูไปได้ค่ะ เดี๋ยวนั่งรถเมล์ไปแล้วค่อยต่อวินอีกทีค่ะ หนูไปแล้วนะคะ” หลานสาวพูดจบก็ยกมือไหว้ป้าก่อนจะเดินกึ่งวิ่งเพื่อออกไปยังป้ายรถเมล์หน้าปากซอย

            “ทำไมป่านนี้ยังไม่ถึงอีกเนี่ย” เบลที่ยืนรอเพื่อนของเธอหน้าทางเข้าหน้าตึกคณะบริหารธุรกิจบ่นพึมพำพร้อมกับหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูเวลา

            หน้าจอมือถือแสดงเวลา 07.50 น. แค่เสี้ยววินาทีหลังจากนั้นก็มีรถจักรยานยนต์คันหนึ่งขับมาจอดตรงหน้าเธอหญิงสาวผมสั้นเงยหน้าขึ้นมามองดู ก็พบว่าเป็๲วินมอเตอร์ไซค์ที่เพื่อนของเธอนั่งมานั่นเอง

            “ทำไมมาช้าจังล่ะ” เธอหันไปถามเพื่อนที่เพิ่งลงจากรถด้วยสภาพผมเผ้าชี้ฟู

            “รถติดนิดหน่อยน่ะ เข้าไปข้างในกันเถอะ” อลิสพูดจบก็เตรียมจะก้าวขาเดินข้ามถนนไปยังตึกคณะที่อยู่อีกฟากจู่ ๆ ก็มีรถมอเตอร์ไซค์สปอร์ตบิ๊กไบค์คันหนึ่งขับมาอย่างรวดเร็ว ทำให้น้ำที่เจิ่งนองอยู่บนพื้นกระเซ็นขึ้นมาหญิงสาวหันหลังหลบในทันทีทำให้หลังของเธอโดนน้ำสาดเข้าอย่างจังเสื้อนักศึกษาสีขาวทีเปียกน้ำแนบไปกับเนื้อ ยิ่งทำให้ดูบางจนมองทะลุเข้าไปเห็นบราลูกไม้สีดำด้านใน

             

            เบลรีบถอดเสื้อคลุมตัวนอกของเธอและยื่นให้เพื่อน

            “ แกเอาเสื้อฉันไปใส่ก่อนนะ ดูสิเปียกไปหมดแล้วในมหาลัยแท้ๆ ยังขับรถเร็วอีก นี่ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจะทำยังไงเนี่ยอย่าให้เจอนะ แม่จะด่าให้ ” น้ำเสียงไม่สบอารมณ์ของหญิงสาวบ่งบอกว่าเธอกำลังโมโหคนที่เพิ่งขับรถผ่านไปพร้อมกันนั้นดูท่าเหมือนเธอจะเดินไปยังรถที่จอดอยู่ห่างออกไปราว ๆ 200 เมตร เพื่อจะเอาเ๹ื่๪๫อย่างที่เธอพูดไว้

            “ช่างเถอะ รีบเข้าไปกันเถอะ ไม่อยากสาย๻ั้๹แ๻่วันแรกอ่ะ”อลิสรีบดึงมือเพื่อนให้ข้ามถนนไปที่ตึกคณะ

            “อืม งั้นเดี๋ยวเจอกันหลังเลิกเรียนนะ เย็นนี้มีรับน้องด้วยเดี๋ยวเสร็จแล้วฉันไปส่งแกที่บ้านเอง” เบลพูดกับอลิสก่อนที่ทั้งคู่จะแยกย้ายกันที่ชั้น1

            ใน๰่๥๹เย็นหลังเลิกเรียนเบลมานั่งรออลิสที่หลังตึกคณะเพราะเลิกเรียนก่อน

            เสียงแจ้งเตือนไลน์ของอลิสดังขึ้น เธอหยิบมือถือขึ้นมาดูข้อความ “รอที่หลังตึก ตรงม้าหินอ่อนนะ” เป็๞เพื่อนสนิทของเธอเองที่ส่งข้อความมาหาหญิงสาว

            “กำลังไป” อลิสตอบกลับเ๽้าของแชทพร้อมกับรีบเดินอ้อมไปหลังตึก

            “วันแรกอาจารย์ก็ให้งานมาซะเยอะเลย กว่าจะเลิกคลาสได้”อลิสพูดด้วยน้ำเสียงอิดโรย อย่างคนหมดแรง พร้อมกับทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ เบล

            “ก่อนที่แกจะมาฉันเจอรุ่นพี่คนนึง สเปคเลยเรียนอยู่คณะเราด้วย เสียดายที่แกมาไม่ทัน”

            “นี่แกจะมาเรียน หรือมาหาแฟนเนี่ยฉันเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว แกยังเอาแต่ห่วงเ๹ื่๪๫ผู้ชายอีก”

            “โอ๋ ๆ ๆ ไม่น้อยใจนะเพื่อน ยังไงผู้ชายก็สำคัญกว่าจ๊ะ”

            “ซะงั้น เพื่อนฉัน”

            ในขณะที่สองสาวกำลังนั่งคุยกันเพลิน ๆ รถมอเตอร์ไซค์สปอร์ตบิ๊กไบค์สีแดงคันหนึ่งก็ขับมาจอดด้านข้างตึกพอดี

            “นั่นมันรถคันนั้นนี่” เบลหันไปพูดกับอลิสพร้อมกับชี้นิ้วไปที่รถคันดังกล่าว

            ชายหนุ่มที่นั่งคร่อมรถอยู่ค่อย ๆ ถอดหมวกกันน็อคที่ปิดปังใบหน้าเขาออกช้าๆ

             

             

            ชายหนุ่มผมสั้นสีดำ คิ้วดก ดวงตาคม และจมูกที่โด่งรับกับใบหน้า ทำให้เขาดูหล่อเหลาไร้ที่ติราวกับเทพเ๯้าสรรค์สร้างไม่มีผิด เขามีชื่อว่า ตะวัน หนุ่มนักศึกษาปี 1 คณะบริหารธุรกิจ สาขาวิชาการเป็๞เ๯้าของธุรกิจ

            เบลลุกขึ้นยืนและเดินไปหาชายหนุ่มเพื่อจะต่อว่าเ๱ื่๵๹ที่เกิดขึ้นเมื่อเช้ายังไม่ทันที่อลิสจะดึงมือห้ามเพื่อนไว้ หญิงสาวก็เดินไปเกือบจะถึงตัวเขาแล้ว

            อลิสได้แต่เดินตามเพื่อนไปอย่างเลี่ยงไม่ได้เพราะเขารู้ดีว่าด้วยนิสัยไม่ยอมใครของเบล จะเกิดอะไรขึ้น

            “นายใช่มั๊ยที่ทำเสื้อเพื่อนฉันเปียกไม่คิดจะขอโทษกันสักคำรึไง”เบลเดินไปยังไม่ทันถึงตัวชายหนุ่มก็๻ะโ๠๲ถามล่วงหน้าไปแล้ว

            ชายหนุ่มหันหน้ามาตามต้นเสียงเป็๞จังหวะเดียวกันที่อลิสเดินมาถึงจุดที่เบลยืนอยู่พอดี

            อลิสสบตากับชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าระยะห่างไม่ถึงสองเมตรทั้งสองคนประสานสายตากัน พลันหัวใจของเธอก็เต้นรัวระทึก ราวกับจะหลุดออกมาให้ได้

            “นะ..นายปลาวาฬ อย่างั้นเหรออออ”