กริ๊งงงงงง เสียงนาฬิกาปลุกที่วางอยู่บนตู้ข้างหัวเตียงดังขึ้น
หญิงสาวค่อย ๆ มุดออกจากผ้าห่มและเอื้อมมือไปปิดนาฬิกาปลุกที่กำลังดัง ด้วยอาการงัวเงีย
“เช้าแล้วเหรอเนี่ย ทำไมเหมือนยังไม่ได้นอนเลย” หญิงสาวบ่นพึมพำ พร้อมกับลุกขึ้นจากเตียง แล้วเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวบนราว ที่อยู่ข้างตู้เสื้อผ้าก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไป
ไม่กี่นาทีต่อมา หญิงสาวก็เดินลงบันไดมาที่ชั้นล่างบริเวณห้องโถงของบ้าน เธออยู่ในชุดลำลอง เสื้อยืดแขนสั้นสีขาวกับกางเกงขาสั้นสีน้ำตาล ผมสีน้ำตาลยาวสลวยของเธอถูกรวบไว้อย่างง่าย ๆ
บนใบหน้าของเธอไม่มีการแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางใด ๆมีเพียงแป้งฝุ่นที่ถูกทาบาง ๆ ทั่วทั้งใบหน้าแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงทำให้เธอน่ามอง คงเป็เพราะใบหน้าที่ได้รูป ดวงตากลมโตปากนิดจมูกหน่อย ผิวขาวอมชมพู และรูปร่างที่สมส่วนจึงทำให้เธอเป็คนที่มีเสน่ห์ถึงแม้จะไม่ได้แต่งตัวจัดจ้านก็ตาม
อลิสา สกุลนพรัตน์ หรือ อลิส หญิงสาววัย 19 ปี ที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ในกรุงเทพกับป้าดา ซึ่งเป็พี่สาวของแม่ เพื่อเรียนต่อปริญญาตรี
ชีวิตในวัยเด็กของอลิสค่อนข้างโชคร้ายเพราะสูญเสียพ่อและแม่ในเวลาเดียวกัน พวกเขาประสบอุบัติทางรถยนต์ั้แ่เธออายุได้เพียงห้าขวบด้วยเพราะพี่ป้าของเธอเป็หมันไม่สามารถมีลูกได้ เขากับสามีจึงรับเลี้ยงเด็กคนนี้เสมือนลูกคนหนึ่ง
อลิสเป็คนน่ารัก นิสัยดี ขยันและชอบช่วยเหลือคนอื่นนั่นทำให้เธอเป็ที่รักของคนในครอบครัวและคนรอบข้างเสมอ
กลิ่นหอมจากอาหารลอยเข้ามาในตัวบ้าน หญิงสาวเดินตรงไปที่ห้องครัวซึ่งอยู่บริเวณด้านหลังของตัวบ้าน ถัดจากห้องโถงไปเพียงไม่กี่ก้าว
“ตื่นแล้วเหรอ ป้ากำลังจะขึ้นไปเรียกอยู่พอดีเลยวันนี้ป้าทำเมนูโปรดของหนูด้วยนะ” ป้าดาละมือจากการทำอาหารหันมาถามด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“มาค่ะ เดี๋ยวหนูช่วย” อลิสเดินเข้าไปในครัวพร้อมกับหยิบผักที่วางอยู่บนโต๊ะไปล้าง
“แล้วเป็ยังไงบ้าง เมื่อคืนหลับสบายดีมั๊ย” ป้าดาเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง
“นอนไม่ค่อยหลับเท่าไหร่ค่ะ คงเพราะยังไม่ชินมั๊งคะ”
“คืนแรกก็แบบนี้ล่ะ เดี๋ยวหนูก็คงชินแล้วนี่เปิดเทอมวันไหนนะ”
“สัปดาห์หน้าค่ะ เอ่อ ป้าคะ เดี๋ยวสายๆหนูขอออกไปซื้อของกับเพื่อนนะคะ”
“เพิ่งย้ายมาวันแรก มีเพื่อนแล้วเหรอว่าแต่เพื่อนคนไหนล่ะ ป้ารู้จักรึเปล่า” ป้าดาถามด้วยความสงสัย
“เบลค่ะ พอดีเข้ามาเรียนที่มหาลัยเดียวกัน”
อลิสเอ่ยถึงเพื่อนสนิทของเธอ ที่เป็เพื่อนกันมาั้แ่สมัยเรียนประถมจนถึงมัธยมก่อนที่เธอและครอบครัวจะย้ายไปอยู่ต่างจังหวัด บ้านของหญิงสาวที่อลิสพูดถึงอยู่ถัดจากบ้านของเธอไปไม่กี่หลังทั้งคู่สนิทกันมากและมักจะไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดแล้วตอนนี้พวกเขาก็กำลังจะเข้าเรียนมหาลัยเดียวกัน คณะเดียวกัน แต่คนละสาขาวิชา
“แล้วนี่คุณลุงออกไปทำงานแล้วเหรอคะหนูไม่เห็นเลย”
“ออกไปั้แ่เช้าแล้วจ๊ะ เห็นว่ามีงานด่วน” หญิงวัยกลางคนเอ่ยถึงผู้เป็สามี ซึ่งมีอาชีพขับรถส่งของ
“ไป ๆล้างมือแล้วไปกินข้าวได้แล้ว จะออกไปซื้อของกับเพื่อนไม่ใช่เหรอ” ป้าดาพูดพลางตักอาหารที่เพิ่งทำเสร็จใส่จาน
“งั้นเดี๋ยวหนูยกอาหารไปที่โต๊ะนะคะ” ว่าแล้วหญิงสาวก็ยกอาหารออกไปวางที่โต๊ะในห้องโถง
หลังจากทานอาหารเสร็จสักพัก เสียงกริ่งหน้าบ้านก็ดังขึ้น
หญิงสาวผมสั้น ในชุดเสื้อครอปรัดรูปสีดำ กระโปรงยีนส์สั้น และรองเท้าบูทหนังสีดำยื่นกดกริ่งอยู่หน้าบ้าน
“เดี๋ยวหนูไปเปิดประตูเองค่ะ เบลคงมาแล้ว” หลานสาวบอกกับผู้เป็ป้า
“งั้นเดี๋ยวป้าเก็บโต๊ะเอง หนูไปหาเพื่อนเถอะ”
หญิงสาวเดินออกไปหน้าบ้านเพื่อเปิดประตูรั้วให้กับเพื่อนของเธอ
“แค่ไปซื้อของนี่ต้องแต่งตัวจัดเต็มขนาดนี้เลยเหรอ”ทันทีที่เห็นชุดของเพื่อนเธอก็อดที่จะแซวไม่ได้
“อ้าว ก็ต้องพร้อมไว้ก่อนสิจ๊ะ เผื่อเจอผู้หล่อๆจะให้ไปแบบโทรม ๆ หน้าสด ได้ไงล่ะ”
“งั้นเดี๋ยวแกไปรอในบ้านก่อนนะขอขึ้นไปเปลี่ยนชุดแป๊บนึง” หลังจากนั้นทั้งคู่ก็เดินเข้าบ้านไป
หญิงสาวขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องนอนของเธอซึ่งอยู่ชั้นบนของตัวบ้าน ไม่นานก็ลงมาด้วยชุดเดรสยาวสีขาวลายดอกไม้แต่ครั้งนี้เธอแต่งหน้าเบา ๆ ปัดแก้มสีชมพูอ่อน และทาลิปสติกเฉดสีเดียวกันทำให้ใบหน้าเธอดูสดใส และน่ารักขึ้นไปอีก
“เหมือนยังไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่นะ” ทันใดนั้นเบลก็ตรงไปดึงยางมัดผมของหญิงสาวออก ทำให้ผมของเธอถูกปล่อยสยายจนยาวเกือบจะถึงบั้นท้าย
“แบบนี้ค่อยดูโอเคหน่อย ไปกันเถอะ” เบลจับแขนของเพื่อนและจูงมือเธอเดินออกไป
เช้าวันแรกของการเปิดเทอม
“แต่งตัวเสร็จรึยังลูก วันนี้ไปเรียนวันแรกอย่าไปสายล่ะ” ป้าดาที่ยืนรดน้ำต้นไม้อยู่หน้าบ้าน ะโถามหลานสาวที่กำลังวุ่นกับการผูกเชือกรองเท้าผ้าใบ
“เสร็จแล้วค่ะ ๆ” วินาทีที่ใส่รองเท้าเสร็จหญิงสาวก็เดินมาหาป้าดา
“นี่หลานป้าโตเป็สาวขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย ใส่ชุดนักศึกษาแบบนี้น่ารักจัง”หญิงวัยกลางคนอดชมหลานสาวที่อยู่ในชุดนักศึกษาไม่ได้
“หนูแน่ใจใช่มั๊ยว่าหนูไปเองได้” ป้าดามีสีหน้ากังวลเพราะพวกเขาเพิ่งจะย้ายมาได้ไม่กี่วัน หลานสาวน่าจะยังไม่ชินกับเส้นทางในกรุงเทพ
“หนูไปได้ค่ะ เดี๋ยวนั่งรถเมล์ไปแล้วค่อยต่อวินอีกทีค่ะ หนูไปแล้วนะคะ” หลานสาวพูดจบก็ยกมือไหว้ป้าก่อนจะเดินกึ่งวิ่งเพื่อออกไปยังป้ายรถเมล์หน้าปากซอย
“ทำไมป่านนี้ยังไม่ถึงอีกเนี่ย” เบลที่ยืนรอเพื่อนของเธอหน้าทางเข้าหน้าตึกคณะบริหารธุรกิจบ่นพึมพำพร้อมกับหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูเวลา
หน้าจอมือถือแสดงเวลา 07.50 น. แค่เสี้ยววินาทีหลังจากนั้นก็มีรถจักรยานยนต์คันหนึ่งขับมาจอดตรงหน้าเธอหญิงสาวผมสั้นเงยหน้าขึ้นมามองดู ก็พบว่าเป็วินมอเตอร์ไซค์ที่เพื่อนของเธอนั่งมานั่นเอง
“ทำไมมาช้าจังล่ะ” เธอหันไปถามเพื่อนที่เพิ่งลงจากรถด้วยสภาพผมเผ้าชี้ฟู
“รถติดนิดหน่อยน่ะ เข้าไปข้างในกันเถอะ” อลิสพูดจบก็เตรียมจะก้าวขาเดินข้ามถนนไปยังตึกคณะที่อยู่อีกฟากจู่ ๆ ก็มีรถมอเตอร์ไซค์สปอร์ตบิ๊กไบค์คันหนึ่งขับมาอย่างรวดเร็ว ทำให้น้ำที่เจิ่งนองอยู่บนพื้นกระเซ็นขึ้นมาหญิงสาวหันหลังหลบในทันทีทำให้หลังของเธอโดนน้ำสาดเข้าอย่างจังเสื้อนักศึกษาสีขาวทีเปียกน้ำแนบไปกับเนื้อ ยิ่งทำให้ดูบางจนมองทะลุเข้าไปเห็นบราลูกไม้สีดำด้านใน
เบลรีบถอดเสื้อคลุมตัวนอกของเธอและยื่นให้เพื่อน
“ แกเอาเสื้อฉันไปใส่ก่อนนะ ดูสิเปียกไปหมดแล้วในมหาลัยแท้ๆ ยังขับรถเร็วอีก นี่ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจะทำยังไงเนี่ยอย่าให้เจอนะ แม่จะด่าให้ ” น้ำเสียงไม่สบอารมณ์ของหญิงสาวบ่งบอกว่าเธอกำลังโมโหคนที่เพิ่งขับรถผ่านไปพร้อมกันนั้นดูท่าเหมือนเธอจะเดินไปยังรถที่จอดอยู่ห่างออกไปราว ๆ 200 เมตร เพื่อจะเอาเื่อย่างที่เธอพูดไว้
“ช่างเถอะ รีบเข้าไปกันเถอะ ไม่อยากสายั้แ่วันแรกอ่ะ”อลิสรีบดึงมือเพื่อนให้ข้ามถนนไปที่ตึกคณะ
“อืม งั้นเดี๋ยวเจอกันหลังเลิกเรียนนะ เย็นนี้มีรับน้องด้วยเดี๋ยวเสร็จแล้วฉันไปส่งแกที่บ้านเอง” เบลพูดกับอลิสก่อนที่ทั้งคู่จะแยกย้ายกันที่ชั้น1
ใน่เย็นหลังเลิกเรียนเบลมานั่งรออลิสที่หลังตึกคณะเพราะเลิกเรียนก่อน
เสียงแจ้งเตือนไลน์ของอลิสดังขึ้น เธอหยิบมือถือขึ้นมาดูข้อความ “รอที่หลังตึก ตรงม้าหินอ่อนนะ” เป็เพื่อนสนิทของเธอเองที่ส่งข้อความมาหาหญิงสาว
“กำลังไป” อลิสตอบกลับเ้าของแชทพร้อมกับรีบเดินอ้อมไปหลังตึก
“วันแรกอาจารย์ก็ให้งานมาซะเยอะเลย กว่าจะเลิกคลาสได้”อลิสพูดด้วยน้ำเสียงอิดโรย อย่างคนหมดแรง พร้อมกับทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ เบล
“ก่อนที่แกจะมาฉันเจอรุ่นพี่คนนึง สเปคเลยเรียนอยู่คณะเราด้วย เสียดายที่แกมาไม่ทัน”
“นี่แกจะมาเรียน หรือมาหาแฟนเนี่ยฉันเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว แกยังเอาแต่ห่วงเื่ผู้ชายอีก”
“โอ๋ ๆ ๆ ไม่น้อยใจนะเพื่อน ยังไงผู้ชายก็สำคัญกว่าจ๊ะ”
“ซะงั้น เพื่อนฉัน”
ในขณะที่สองสาวกำลังนั่งคุยกันเพลิน ๆ รถมอเตอร์ไซค์สปอร์ตบิ๊กไบค์สีแดงคันหนึ่งก็ขับมาจอดด้านข้างตึกพอดี
“นั่นมันรถคันนั้นนี่” เบลหันไปพูดกับอลิสพร้อมกับชี้นิ้วไปที่รถคันดังกล่าว
ชายหนุ่มที่นั่งคร่อมรถอยู่ค่อย ๆ ถอดหมวกกันน็อคที่ปิดปังใบหน้าเขาออกช้าๆ
ชายหนุ่มผมสั้นสีดำ คิ้วดก ดวงตาคม และจมูกที่โด่งรับกับใบหน้า ทำให้เขาดูหล่อเหลาไร้ที่ติราวกับเทพเ้าสรรค์สร้างไม่มีผิด เขามีชื่อว่า ตะวัน หนุ่มนักศึกษาปี 1 คณะบริหารธุรกิจ สาขาวิชาการเป็เ้าของธุรกิจ
เบลลุกขึ้นยืนและเดินไปหาชายหนุ่มเพื่อจะต่อว่าเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อเช้ายังไม่ทันที่อลิสจะดึงมือห้ามเพื่อนไว้ หญิงสาวก็เดินไปเกือบจะถึงตัวเขาแล้ว
อลิสได้แต่เดินตามเพื่อนไปอย่างเลี่ยงไม่ได้เพราะเขารู้ดีว่าด้วยนิสัยไม่ยอมใครของเบล จะเกิดอะไรขึ้น
“นายใช่มั๊ยที่ทำเสื้อเพื่อนฉันเปียกไม่คิดจะขอโทษกันสักคำรึไง”เบลเดินไปยังไม่ทันถึงตัวชายหนุ่มก็ะโถามล่วงหน้าไปแล้ว
ชายหนุ่มหันหน้ามาตามต้นเสียงเป็จังหวะเดียวกันที่อลิสเดินมาถึงจุดที่เบลยืนอยู่พอดี
อลิสสบตากับชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าระยะห่างไม่ถึงสองเมตรทั้งสองคนประสานสายตากัน พลันหัวใจของเธอก็เต้นรัวระทึก ราวกับจะหลุดออกมาให้ได้
“นะ..นายปลาวาฬ อย่างั้นเหรออออ”