บทที่ 5 เศรษฐีคนใหม่
วิกฤติต้มยำกุ้งที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบไปทั่ว ผู้ประกอบการที่มีผลกระทบมากที่สุดก็คือผู้ที่สั่งสินค้านำเข้าและผู้ที่ส่งออกสินค้า ที่ยังไม่ได้ชำระเงิน
วิชุดานั่งดูโทรทัศน์ฟังรายงานผลค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงในแต่ละวันจนถึงคืนวันศุกร์ค่าเงินบาทอ่อนลงจนถึง 50 บาทต่อ 1 ดอลล่าร์
“ได้เวลาที่จะขายเงินดอลล่าร์ออกจากมือแล้ว”
เมื่อถึงวันเสาร์ที่เป็วันหยุดของแม่และลุงชาตรีจะมากินข้าวด้วยกันที่บ้าน วิชุดาตื่นแต่เช้าออกไปที่ตลาดซื้ออาหารสดเตรียมทำกับข้าวฉลองความสำเร็จที่รอคอยโดยเธอปล่อยให้แม่นอนตื่นสายในวันหยุดของแม่
เมื่อดาริกาตื่นเช้ามาก็เห็นกระดาษใบเล็กเขียนโน้ตไว้ที่โต๊ะอาหาร
“หนูออกไปตลาดอยากกินอะไรพิเศษในวันนี้”
ดาริกาอ่านกระดาษใบเล็กที่ลูกสาวเขียนไว้พร้อมวาดรูปหัวใจก็ยิ้มอย่างสดชื่น นี่คือความสุขเดียวในชีวิตของเธอ
หลังจากโดนหักหลังจากผู้ที่ได้ขึ้นชื่อว่าสามีครอบครัวของเธอต้องหนีตายหัวซุกหัวซุน ทิ้งทรัพย์สมบัติไว้เื้ัโชคดีที่ยังมีเงินสดที่เก็บสำรองไว้เธอกับครอบครัวต้องแยกกันหนีไปคนละทิศและทางเพื่อหลอกล่อคนที่ตามล่าจนบัดนี้ก็ยังไม่ได้สืบหาว่าครอบครัวไปอยู่ที่ใด
ดาริกากับลูกต้องปิดบังตัวตนอย่างมิดชิดและเลือกที่จะมาอยู่ในอำเภอเล็ก ๆ ห่างไกลความเจริญจนเวลาผ่านไปถึงสิบกว่าปีจนข่าวคราวทุกอย่างเงียบหายไป
“แม่ หนูกลับมาแล้วมาดูสิจ้ะวันนี้หนูซื้ออะไรกลับมาบ้าง”
เสียงจอดรถมอเตอร์ไซค์ของลูกสาวพร้อมกับเสียงสดใสมาจากด้านนอก
วิชุดาหอบของสดที่ซื้อมาจากตลาดพะรุงพะรัง ดาริกามองดูลูกสาวที่ดูเปลี่ยนไปหลายอย่างดูมีความสุขมาก และดูเหมือนความมั่นใจและการตัดสินใจจะเฉียบขาดเหมือนกับผู้ใหญ่จนบางครั้งดาวิการู้สึกเหมือนว่าลูกสาวของเธอเป็พี่สาวมากกว่าลูกสาว
“ซื้ออะไรมาเยอะแยะเลยลูกวันนี้อยากกินอะไรแม่จะได้ทำให้ถูกใจ”
เธอช่วยลูกสาวหิ้วของที่ล้นมือเข้าไปในครัว พลางเอ่ยถามเมนูที่ลูกอยากให้ทำ
“วันนี้มีเื่ดีที่ต้องฉลอง หนูอยากกินจิ้มจุ่มแม่ทำน้ำจิ้มแบบเผ็ดสำหรับลุงชาตรี และก็แบบไม่เผ็ดสำหรับเราสองคนอ้อวันนี้หนูหมักแป้งไว้จะลองทำพิซซ่าให้แม่ลองชิมด้วย”
“พิซซ่าเหรอแม่ไม่รู้ว่าหนูทำเป็ด้วย”
เสียงของแม่แสดงความแปลกใจ จะไม่แปลกใจได้อย่างไรในเมื่อในยุคนี้พิซซ่ายังไม่เป็ที่แพร่หลายและดาริกาก็ไม่เคยทำให้ลูกสาวกินเลยแม้แต่ครั้งเดียว
“หนูเรียนมาจากคุณครูจ้ะ”
วิชุดากล่าวตัดบท เพื่อไม่ให้แม่เกิดความสงสัย
หลังจากเสร็จสิ้นจากอาหารเช้าง่าย ๆ สองแม่ลูกก็ช่วยกันทำความสะอาดบ้านและต่อด้วยการเตรียมอาหารสำหรับตอนเที่ยง
ถึงแม้ว่าบ้านของวิชุดาจะหลังเล็กแต่ภายในห้องครัวที่แยกเป็สัดส่วนเพื่อไม่ให้กลิ่นอาหารรบกวนภายในบ้านก็เต็มไปด้วยของใช้ที่ทันสมัยไม่ว่าจะเป็ไมโครเวฟ เตาอบ ซึ่งแม่ใช้สำหรับทำขนมเค้กและขนม คุ๊กกี้ขาย
วิชุดาตั้งใจว่าจะทำพิซซ่าขายเป็เ้าแรกของที่นี่และถ้าการขายเป็ไปในทางที่ดีเธอก็อยากเปิดเป็ร้านและขยายแฟรนไชส์ออกไปเหมือนในโลกปัจจุบัน
เมื่อสองแม่ลูกเตรียมอาหารเสร็จก็อาบน้ำแล้วมานั่งรอแขกคนสำคัญ
ใกล้เวลาเที่ยงเสี่ยชาตรีก็ขับรถจิ๊บคันใหม่คันเดิมของเขามาจอดที่หน้าบ้านอย่างที่เคยทำวันนี้เขาดูหนุ่มกว่าอายุหลายปี จากเสื้อเชิ้ตสีขาวและกางเกงยีนส์สีน้ำตาล
เมื่อเข้ามาด้านใน เสี่ยชาตรีก็ชะงักเท้าเมื่อเห็นสองแม่ลูกที่นั่งรอด้วยหน้าตาสดชื่น
“วันนี้มีอะไรพิเศษรึเปล่าคุณดากับหนูวิหน้าตาสดชื่นแจ่มใสเป็พิเศษ”
เสียงทักทายของเสี่ยชาตรีที่ก้าวเข้ามาในบ้าน
“สวัสดีค่ะคุณลุงวันนี้หนูมีเมนูพิเศษให้คุณลุงชิมค่ะ”
วิชุดาสวัสดีผู้มีพระคุณด้วยรอยยิ้มสดใส
“เมนูพิเศษเหรอมาสิ ลุงพร้อมแล้ว”
บนโต๊ะอาหารมีหม้อไฟตั้งไว้รอเรียบร้อยแล้วรอบหม้อไฟมีจานเนื้อสไลด์บางเฉียบ เครื่องใน สไบนาง อย่างละจานถัดมาเป็ถาดผักหลายชนิดที่เด็ดวางไว้เป็หมวดหมู่พร้อมกับน้ำจิ้มในถ้วยเล็กลวดลายสวยงาม เสี่ยชาตรีมองอาหารตรงหน้าแล้วก็ยิ้มบางเบา
“นี่คือสิ่งที่เขาโหยหามาตลอดในชีวิตของเขา”
เสี่ยชาตรีเลื่อนเก้าอี้ให้ดาริกานั่งก่อนจากนั้นก็นั่งลงตรงกันข้าม
จิ้มจุ่มที่ดาริกาทำรสชาติดีจนเสี่ยชาตรีกินอย่างเอร็ดอร่อยเมื่อเห็นว่าเขาจะอิ่มเกินไป วิชุดาจึงบอกเมนูอาหารที่ยังเหลืออยู่
“คุณลุงอย่าเพิ่งกินจิ้มจุ่มจนอิ่มมากเกินไปนะคะหนูยังมีอีกเมนูใหม่ที่อยากให้คุณลุงชิมให้ก่อนที่จะวางขาย”
เสียงของวิชุดาเรียกเสียงหัวเราะให้กับแม่และเสี่ยชาตรี
“ไม่เป็ไร ลุงตัวใหญ่กระเพาะใหญ่ยังกินได้อีกเยอะ”
เมื่อกินอาหารคาวเสร็จในแต่ละครั้งแม่ของวิชุดาจะเก็บถ้วยจานออกจากโต๊ะอาหารก่อนที่จะเสิร์ฟอาหารชุดใหม่อยู่เสมอซึ่งปกติชาวบ้านทั่วไปหรือคนไทยจะไม่ได้ทำแบบนี้
นี่ก็เป็อีกเื่หนึ่งที่วิชุดาสงสัยในชาติกำเนิดของแม่
หลังกินจิ้มจุ่มเสร็จวิชุดากับแม่ช่วยกันเก็บหม้อและจานชามออกจากโต๊ะอาหารจากนั้นก็วางจานและอุปกรณ์ในการกินพิซซ่า
พิซซ่าถาดใหญ่หอมกรุ่นที่วิชุดาเพิ่งอบเสร็จก็พร้อมเสิร์ฟเธอวางพิซซ่าหน้าแฮมและซีฟู้ดถาดใหญ่ลงที่โต๊ะอาหารที่รองด้วยไม้กลม กลิ่นพิซซ่าหอมกรุ่นหน้าตาน่ากินที่แม้แต่ดาริกาก็ยังกลืนน้ำลาย
“เชิญทุกคนชิมได้เลยค่ะ”
วิชุดาตักพิซซ่าเสิร์ฟให้แม่ก่อนจากนั้นก็ตักให้ลุงชาตรี แล้วตักให้ตัวเอง
เสี่ยชาตรีตัดพิซซ่าคำเล็กเข้าปากเมื่อลิ้นัักับรสชาติของพิซซ่าเขาถึงกับหลับตาปล่อยให้ลิ้นดื่มด่ำไปกับอาหารที่แสนอร่อยคำนี้
“อร่อยมากจริง ๆ กรอบนอกนุ่มใน หนูเก่งมาก จริง ๆ อย่างนี้ถ้าทำขาย ก็ต้องขายดีมากแน่ ๆ”
เสียงของเสี่ยชาตรีเรียกรอยยิ้มกว้างของวิชุดา
“แล้วแม่ล่ะคะ เป็ไง”
“อร่อยมากเลยลูกแทบไม่น่าเชื่อเลยว่าหนูเพิ่งจะหัดทำ”
จากนั้นพิซซ่าถาดใหญ่ก็หมดไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากทานอาหารกลางวันเสร็จแล้วเสี่ยชาตรีก็รู้ว่าวันนี้ต้องมีอะไรพิเศษมากกว่าเมนูอาหารใหม่ที่วิชุดานำเสนอเขาจึงถามขึ้นหลังจากย้ายมานั่งที่ห้องรับแขก
“เอาล่ะตอนนี้ หนูวิบอกลุงมาว่าวันนี้มีอะไรพิเศษ”
“คุณลุงเก่งจริง ๆ เลยค่ะ ที่เดาออกสมแล้วที่เป็ผู้ยิ่งใหญ่ในแถบนี้”
วิชุดากล่าวชื่นชมอย่างจริงใจ
“ดูหนูรายงานค่าเงินบาทจากรายการข่าวในโทรทัศน์เมื่อคืนนี้ตอนนี้เงินบาทอ่อนลงจนถึง 50 บาทแล้วค่ะหนูคิดว่าจะขายเงินดอลล่าร์ที่ถือไว้ตอนนี้ คุณลุงเห็นเป็ไงบ้างคะ”
เสี่ยชาตรีเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตัวเองกับวิชุดามีเงินดอลล่าร์ที่ถือไว้เก็งกำไรอยู่เขาจำได้ว่าั้แ่วันแรกที่ตัดสินใจเชื่อใจและซื้อเงินดอลล่าร์ไว้วิชุดาบอกเขาว่าเงินบาทจะอ่อนค่าจนถึง 50 บาทต่อ 1 ดอลล่าร์ซึ่งตอนนั้นเขาก็ไม่ได้ปักใจเชื่ออะไรมากมาย คิดว่าเป็การคาดเดาตามปกติของคนทั่วไปคาดไม่ถึงตอนนี้ค่าเงินบาทอ่อนลงตามการคาดการณ์ของวิชุดาราวกับรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า
“ได้สิ ลุงเห็นด้วยอย่างแน่นอนเดี๋ยววันจันทร์ที่จะถึงลุงจะให้ลูกน้องไปจัดการให้จะขายทั้งหมดหรือจะเก็บไว้บางส่วนดีล่ะ”
เขาหันมาถามขอความเห็นจากเธอ
“หนูว่าขายทั้งหมดดีกว่าค่ะหนูเดาว่าเงินบาทคงไม่อ่อนค่ามากไปกว่านี้หรอกเพราะรัฐบาลก็กำลังพยายามแก้ปัญหานี้อยู่ ตอนนี้คงเป็จุดต่ำสุดแล้วล่ะค่ะ”
คำตอบของวิชุดาราวกับนักลงทุนที่คร่ำหวอดในวงการสร้างความประหลาดใจให้กับเสี่ยชาตรีอีกครั้งหนึ่ง
“เด็กคนนี้เปลี่ยนไปั้แ่เมื่อไหร่ทำไมเราไม่ได้สังเกตุ”
เขานึกอยู่ในใจ