หลายวันมานี้เสียนฟ่างวิ่งเข้าออกจวนสกุลเสียนแทบจะทุกวัน หลังจากที่เซียฮูหยินรับปากให้ตัวเองออกเดินทางไปเจียงหนานได้ เสียนฟ่างก็เข้ามาจัดการเื่รายละเอียดการเดินทางกับบิดา คนในสกุลเสียนตอนนี้ต่างทราบว่าเสียนฟ่างกำลังจะเดินทางไปเสาะหาไร่ชาดีที่เจียงหนาน รถม้าสัมภาระต่าง ๆ เสียนเซิ่งลี่สั่งการให้บ่าวในจวนจัดเตรียมไว้พร้อมที่จะออกเดินทางแล้ว
“เสียนฟ่าง เ้าเดินทางครานี้ความจริงไม่น่าจะมีอันตรายอะไร แต่ว่ามีคนคุ้มกันไปด้วยมากหน่อยข้าจะได้วางใจ องครักษ์ที่ติดตามพ่อมีอยู่ไม่น้อย จะให้ติดตามเ้าไปด้วยก็แล้วกัน ส่วนผู้รับใช้ก็เอาที่ดูไว้ใจได้ติดตามไปด้วย ใช้คนของจวนเราจะดีกว่า”
“ท่านพ่อ ข้าไปดูไร่ชาไม่ได้ออกไปรบเสียหน่อย ไม่ต้องมีผู้ติดตามมากปานนั้น” เสียนฟ่างอดขำบิดาไม่ได้ ตัวเขาโตจนออกเรือนแล้วบิดาก็ยังเป็ห่วงเป็ใยไม่เคยเปลี่ยน
เสียนเซิ่งลี่เห็นบุตรชายส่งเสียงหัวร่อที่ในเื่ที่ตัวเองสั่งการ ก็อดที่จะว่ากล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้มมิได้ ั้แ่เสียนฟ่างปรับปรุงตัวขึ้นมาในคราวนี้ เสียนเซิ่งลี่ก็เบาใจขึ้นมาก รู้สึกว่าบุตรชายโตเป็ผู้ใหญ่แล้ว อนาคตของสกุลเสียนเห็นทีจะวางไว้บนบ่าเสียนฟ่างได้แล้ว
“เ้าเป็บุตรชายคนโตของจวนโหว มีผู้ติดตามมากหน่อยจะเป็ไรไป หากเ้า้าพ่อจะหาคนสักร้อยคน จุดประทัดส่งเ้าที่หน้าประตูเมืองเสียยังได้”
“ข้ารู้แล้ว เช่นนั้นก็จัดการตามที่ท่านพ่อเห็นสมควรก็แล้วกัน แต่ว่าจุดประทัดข้าไม่เอานะ” เสียนฟ่างกล่าวถึงตรงนี้ สองพ่อลูกสบตากันอดหัวเราะเสียงดังออกมามิได้
“เช่นนั้นก็ไม่มีอะไรแล้ว พรุ่งนี้ข้าจะให้คนเอาใบผ่านแดนไปให้ เ้าพร้อมเมื่อไรก็ออกเดินทางได้ อ่อ เสียนฟ่าง เ้าจำเอาไว้ให้ดีไร่ชาที่จะไปดูอยู่เมืองเหยียนเฉิงหากไปถึงแล้วลองศึกษาดูให้ทั่ว หากพอใจก็ทำสัญญาซื้อขายให้เรียบร้อย อีกอย่างเสร็จธุระแล้วก็รีบกลับมา หากไม่จำเป็อย่าเข้าใกล้เมืองเจียงหนิงเด็ดขาด”
“เหตุใดถึงห้ามไปที่เจียงหนิง” เสียนฟ่างถาม เมืองเจียงหนิงถือเป็จุดศูนย์กลางของเจียงหนาน สำนักผู้ตรวจการ ข้าหลวงประจำมณฑลที่ถูกส่งไปจากเมืองหลวงล้วนประจำการอยู่ที่นั่น ความจริงสมควรเป็พื้นที่ที่ปลอดภัยที่สุด
“เ้าไม่ต้องถามมากความ ข้าบอกว่าไม่ควรไปก็ไม่ควรไป อีกสองวันจะให้ขบวนรถม้าไปที่จวนแม่ทัพ เ้าก็ออกเดินทางได้”
เสียนฟ่างร่ำลาบิดาแล้ว ก่อนออกมายังแวะไปหาท่านย่ากล่าวอำลาอีกครั้ง วันที่ออกเดินทางคืออีกสองวันหลังจากนี้ เพื่อไม่ให้ต้องย้อนไปมา เสียนเซิ่งลี่จะให้ขบวนเดินทางไปรอรับเสียนฟ่างที่จวนแม่ทัพ เพื่อออกเดินทางไปเจียงหนาน ระหว่างทางที่เสียนฟ่างกลับออกมาจากเรือนของฮูหยินผู้เฒ่าก็พบเจอกับเสียนเฉิงที่ยืนลับ ๆ ล่อ ๆ อยู่ด้านหนึ่ง
“อาเฉิง เหตุใดมายืนอยู่บริเวณนี้”
“พี่ใหญ่ ท่านจะไม่อยู่บ้านอีกแล้ว ท่านพ่อบอกว่าท่านจะไปเจียงหนาน อีกนานกว่าจะกลับมาอีก” เสียนเฉิงขณะที่กล่าวน้ำเสียงเบายิ่งนัก
เสียนฟ่างเดินเข้าไปใกล้น้องชายต่างมารดา นั่งยอง ๆ ที่ด้านหน้าของเสียนเฉิง กล่าวว่า “พี่ใหญ่ไปไม่นานก็จะกลับมาแล้ว กลับมาคราวนี้ พี่ใหญ่จะสร้างจวนของตัวเองเอาไว้ให้เ้าไปเที่ยวเล่นดีหรือไม่”
“บ้านเราก็ใหญ่โต ข้าไม่อยากให้ท่านไป ข้าอยากให้ท่านอยู่ที่บ้านนาน ๆ พี่ใหญ่ ข้าไปกับท่านด้วยได้หรือไม่ ข้าจะไปขอท่านพ่อติดตามท่านไปเจียงหนานด้วย”
เสียนฟ่างลูบศีรษะเสียนเฉิงเบา ๆ สายหน้า “พี่ใหญ่ไปไม่นานก็กลับมาแล้ว เอาไว้เ้าโตกว่านี้ พี่ใหญ่จะพาเ้าไปด้วย เ้าอยู่ที่บ้านดูแลท่านพ่อท่านแม่กับท่านย่าแทนข้าด้วย”
เสียนฟ่างเกลี้ยกล่อมเสียนเฉิงอยู่สักพักก็ออกมา น้องชายต่างมารดาคนนี้ยิ่งมายิ่งติดเสียนฟ่างยิ่งกว่าเดิม ทุก ๆ ครั้งหากเสียนฟ่างกลับมาที่จวนสกุลเสียนมักจะมีของเล่น หรือขนมติดไม้ติดมือมาฝากน้องชายเป็ประจำ หากมีเวลาว่างก็มักจะสอนเสียนเฉิงอ่านหนังสือ เล่าเื่ราวต่าง ๆ ให้ฟังอยู่เสมอ
รถม้าของเสียนฟ่างออกจากจวนสกุลเสียนแล้ว วันนี้เสียนฟ่างไม่มีธุระที่ไหนอีกจึงให้อาเค่อ ขับรถกลับไปที่จวนแม่ทัพในทันที รถม้าเดินทางมาได้สักระยะหนึ่ง ที่ด้านหน้ากลับได้ยินเสียงผู้คนมากมายคล้ายยืนเฝ้าดูสิ่งใดอยู่ อาเค่อขับรถม้าแหวกฝูงชนไปได้เพียงไม่นานก็ต้องหยุดลง
“คุณชายด้านหน้าไปต่อไม่ได้แล้วขอรับ ด้านหลังก็กลับรถไม่ได้ คงต้องรออีกสักระยะหนึ่ง”
“ด้านหน้าเกิดอะไรขึ้น”
“ไม่ทราบขอรับ มีทหารจำนวนมากปิดกันทางสัญจร สองข้างทางมีคนออกมามุงดู ดูเหมือนจะเป็ขบวนรถของทางการขอรับ”
เสียนฟ่างคิดว่าไหน ๆ ก็ต้องหยุดรออยู่ดี มิสู้ออกไปชมดูว่าเป็ขบวนรถของคนใหญ่คนโตที่ใดออกเดินทาง หลังจากเปิดม่านรถม้าลงมาแล้ว เสียนฟ่างมองเห็นประชาชนหลายร้อยคนยืนอยู่เต็มสองข้างฝั่งถนน ต่างฝ่ายต่างส่งเสียงพูดคุยชี้ชวนให้ดูขบวนรถม้า มีทหารหลายร้อยนายขี่ม้าในชุดเกราะแวววาวติดตามหลัง ที่ด้านหลังสุดยังมีทหารเดินเท้าถือหอกยาวติดตามมาเป็แถวยาวสุดสายตา ดูท่าจะไม่ใช่คนใหญ่คนโตธรรมดาเสียแล้ว
เสียนฟ่างบอกให้อาเค่อเฝ้ารถม้าเอาไว้ ตัวเองแหวกฝูงชนออกไปที่แถวหน้า ประชาชนสองข้างทางถูกทหารประจำเมืองกันเอาไว้ ไม่ให้ล้ำไปที่ถนนที่ขบวนรถม้ากำลังผ่านไป ดูจากทิศทางดูเหมือนจะเป็การเดินทางออกนอกเมือง
เสียงชาวบ้านที่อยู่ด้านข้างพูดคุยกันอย่างออกรส “เ้าดูส่านอ๋องได้รับแต่งตั้งเป็ผู้แทนพระองค์ไปตรวจดูการสร้างเขื่อนที่เจียงหนาน ขบวนติดตามยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้ หากเป็ฮ่องเต้เสด็จเองคงจะยิ่งใหญ่กว่านี้นับร้อยเท่า”
“แต่ว่าเหตุใดถึงไม่เป็องค์รัชทายาท ใช่ว่าไม่ทรงได้รับการโปรดปรานแล้วหรือไม่”
“เ้ากล่าวเพ้อเจ้ออะไร พูดจาระวังหัวหลุดจากบ่า เื่พวกนี้เ้าพูดจาส่งเดชได้ที่ไหน”
“รัชทายาทเพิ่งจะเสด็จกลับมาจากการสับเปลี่ยนกำลังพลที่ชายแดน เพิ่งมาถึงเมืองหลวงยังไม่ถึงเดือน ฮ่องเต้คงเกรงว่าจะใช้งานพระองค์หนักเกินไปกระมั่ง จึงมีพระบัญชาให้ส่านอ๋องเสด็จในคราวนี้”
เสียนฟ่างนอกจากรู้ว่าฮ่องเต้คือถังเสวียนจงแล้วอื่น ๆ ไม่ได้สนใจใคร่รู้ ผู้ใดเป็รัชทายาท ผู้ใดคือส่านอ๋องกลับไม่รู้สักอย่าง เื่ราวในวังหลวงไม่เกี่ยวข้องกับตนเอง จึงไม่ได้จดจำใส่ใจ
“ท่านน้า ส่านอ๋องเป็ผู้แทนพระองค์เสด็จไปที่ใด” ชายสองคนที่เถียงกันมองดู คุณชายรูปงามที่ตรงหน้า เห็นเสียนฟ่างแต่งกายด้วยเสื้อผ้าเนื้อดี ท่าทางไม่เหมือนชาวบ้านทั่วไปจึงไม่กล้าเสียมารยาท
“คุณชายท่านนี้ เื่นี้ข้าก็ไม่รู้แน่ชัด เห็นทางการประกาศว่า ฮ่องเต้ทรงแต่งตั้งให้ส่านอ๋องเป็ผู้แทนพระองค์เสด็จไปที่เจียงหนาน อื่น ๆ พวกข้าล้วนไม่ทราบ” พอกล่าวจบทั้งสองคนต่างก็พากันหลบหน้าเสียนฟ่างไปทางอื่น
กว่าขบวนผู้แทนพระองค์จะเดินทางออกนอกเมืองจนหมดสิ้น ก็กินเวลาเกือบครึ่งชั่วยาม ทหารที่คอยกั้นทางสัญจรเอาไว้ จึงเปิดทางให้ประชาชนเดินทางได้ตามปกติ เสียนฟ่างเมื่อไม่มีสิ่งใดให้ติดตามดูแล้วเมื่อกลับมาที่รถม้าจึงให้อาเค่อเดินทางต่อไปที่จวนแม่ทัพ
ั้แ่วันที่เซียฮูหยินมาที่จวนในวันนั้น ดูเหมือนบ่าวไพร่ในจวนยิ่งมายิ่งเคารพนบนอบกับเสียนฟ่างมากขึ้นจนเสียนฟ่างรู้สึกได้ หลายวันมานี้อาเจียงแทบไม่ต้องออกไปจ่ายตลาดเองเหมือนแต่ก่อน ในตอนเย็นพ่อบ้านใหญ่จะให้คนเข้ามาสอบถามว่า เรือนเล็ก้าสิ่งใดให้จดเอาไว้ วันรุ่งขึ้นพ่อบ้านใหญ่จะให้บ่าวออกไปซื้อหามาให้ ซ้ำยังบอกว่าท่านแม่ทัพสั่งการว่าค่าใช้จ่ายในจวนแม่ทัพมีมากพอไม่จำเป็ต้องให้คุณชายเสียนต้องวุ่นวายไป
ทุก ๆ วันพ่อบ้านใหญ่จะให้บ่าวเข้ามาจัดการดูแลตักน้ำ ทำความสะอาดที่บริเวณรอบ ๆ เรือนที่เสียนฟ่างอาศัย ต้นไม้ใบหญ้าล้วนตัดแต่งไม่ให้รกหูรกตา กระทั่งทางเดินระหว่างเรือนที่พักกับศาลาน้อยที่เสียนฟ่างใช้เป็ประจำ ยังสั่งให้ทำหลังคาขึ้นมาจนตลอดทางเดิน โดยบอกว่าท่านแม่ทัพไม่อยากให้คุณชายเสียนต้องตากแดด
อาหารการกินก็กลายเป็อาเจียงต้องเข้าไปที่ครัวใหญ่คอยช่วยกำกับการทำอาหาร จากนั้นจึงให้บ่าวยกมาที่เรือนน้อย ตอนนี้กลายเป็ว่าอาเจียงต้องคอยคิดทำอาหารให้ทั้งเรือนใหญ่ เรือนน้อยไปด้วยในแต่ละวัน
เสียนฟ่างกลับมาถึงในเวลาบ่ายแล้ว เพราะ้าเลี่ยงเซียถิงที่ตอนนี้ไม่รู้เป็อะไร เวลาหลังเที่ยงที่ไรต้องเดินมาที่เรือนน้อยเป็ประจำ ทำทีว่ามาตรวจดูว่าบ่าวที่ส่งมาทำความสะอาดตัดต้นไม้ทำงานดีหรือไม่ จากนั้นก็ยึดศาลาของเสียนฟ่างนั่งทำงานอยู่เป็ชั่วยามก่อนจะกลับไป ทำให้เสียนฟ่างไม่มีที่อ่านหนังสือในตอนบ่าย จะหอบเอาหมอนออกไปนอนหลังเที่ยงก็ไม่ได้
“คุณชายเสียนท่านกลับมาแล้ว เออ...ท่านแม่ทัพว่าหากคุณชายกลับมาแล้วให้เชิญไปที่ห้องหนังสือสักหน่อย เห็นว่านายหญิงฝากสิ่งของไว้ให้คุณชายขอรับ” สวี้เจ้อได้ยินบ่าวบอกว่าเสียนฟ่างกลับมาแล้วก็รีบออกมารับหน้าก่อนที่เสียนฟ่างจะไปที่เรือนน้อย
เซียฮูหยินกลับไปที่สุสานหลวงั้แ่สองวันก่อน ก่อนที่จะกลับไปยังแวะมาหาเสียนฟ่างอีกครั้งหนึ่ง ก่อนจะกลับไปยังออกปากว่ากล่าวสวี้เจ้อเสียยกใหญ่ที่บกพร่องดูแลไม่ทั่วถึง ต่อให้เซียถิงไม่สั่งการไว้ เื่เหล่านี้สมควรพิจารณาได้เอง ทำให้สวี้เจ้อถูกตัดเบี้ยหวัดไปถึงสองเดือน
สวี้เจ้อเดินนำเสียนฟ่างมาที่ห้องหนังสือหลังจากเคาะประตูแล้วก็ถอยออกไป “เข้ามาได้” เสียงของเซียถิงกล่าวออกมาจากในห้อง ไม่รู้ทำไมเสียนฟ่างได้ยินเสียงนี้ทีไรจิตใจกลับสั่นไหวน้อย ๆ ขึ้นมา จิตใจที่ยึดมั่นกับเซียถิงเห็นทีไม่อาจตัดทอนได้อย่างง่ายดาย
“ท่านพี่ ท่านอยากพบข้า?”
เซียถิงเห็นผู้มาเป็เสียนฟ่างน้ำเสียงกลับอ่อนโยนลงมาก สายตามองไปที่เก้าอี้ที่อยู่ตรงข้ามคล้ายบอกให้เสียนฟ่างนั่งลงก่อน
“ท่านแม่ก่อนจะกลับไปที่สุสานหลวง ฝากเสื้อคลุมกันหนาวเอาไว้ให้เ้า เ้าจะเดินทางไกล อีกอย่างใกล้หน้าหนาวแล้ว เสื้อคลุมนี้พอดีได้ใช้” เซียถิงหยิบเสื้อคลุมหนังจิ้งจอกสีขาวตัวยาวดูอ่อนนุ่มน่าอบอุ่นยิ่งนักเดินมาที่เสียนฟ่างนั่งอยู่จากนั้นจึงคลุมลงที่ไหล่ สองมือบรรจงผูกเชือกอย่างแ่เบาให้กับเสียนฟ่าง
“เ้าลองยืนดูว่าพอดีหรือไม่ หากไม่พอดีจะได้ให้คนไปแก้ไข”
เสียนฟ่างลุกขึ้นยืนตามแรงประคองของเซียถิงใบหูแดงระเรื่อ สถานการณ์แบบนี้อันตรายยิ่งนัก เซียถิงทั้งที่รู้ว่าเสียนฟ่างรักชอบตัวเองมาโดยตลอด กลับใช้วิธีนี้มาหยอกเย้า เซียถิงสองมือประคองเสียนฟ่างไว้ที่ด้านหลังโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้
“่เอวดูหลวมเกินไป เ้าต้องกินให้มากกว่านี้ ข้าจะให้พ่อบ้านเอาไปแก้ไข พรุ่งนี้จะให้เอาไปส่งที่เรือนเ้า” เซียถิงกระซิบบอกที่ข้างหู มือกลับรั้งไว้ที่เอวของเสียนฟ่างไม่ยอมปล่อย
เสียนฟ่างจิตใจเต้นระรัวคิดว่าหากเซียถิงดำเนินแผนการเช่นนี้ เสียนฟ่างจะเล่นงานกลับให้ตะลึงงันไปเลย ท่านไม่ชมชอบบุรุษกลับกลั่นแกล้งกันเยี่ยงนี้ อย่านึกว่าเสียนฟ่างจะเกรงกลัว
เสียนฟ่างดิ้นรนอยู่ในอ้อมแขนหันตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเซียถิง ยกตัวขึ้นประกบปากลงไปโดยที่เซียถิงไม่ทันตั้งตัว ริมฝีปากกดประทับ เซียถิงคราวนี้เป็ฝ่ายตกตะลึงแทน ไม่ทันตั้งตัวเสียนฟ่างสอดลิ้นเข้ามาทำให้เซียถิงรีบปล่อยมือ ดันตัวเสียนฟ่างออกไปในทันที
“ฮ่า ฮ่า ...เป็ไรแล้ว จะต่อหรือไม่ ท่านพี่” เสียนฟ่างหยิบเสื้อคลุมหนังจิ้งจอกติดมือมาด้วย หันหลังวิ่งออกจากห้องหนังสือ โดยไม่ได้หันกลับไปดูเซียถิงที่ยังยืนตกตะลึงกับจูบเมื่อครู่ มือข้างหนึ่งกลับลูบอยู่ที่ริมฝีปากตัวเองอยู่อย่างนั้น
เซียถิงไม่ได้ตั้งใจเช่นนั้นในตอนแรก หากแต่ในตอนที่สวมเสื้อคลุมให้กับเสียนฟ่าง เสื้อคลุมสีขาวฟูฟ่องพอสวมลงไปกลับเข้ากันกับรูปร่างเล็กที่อยู่ตรงหน้าอย่างประหลาด เนื้อตัวเสียนฟ่างดูนุ่มนิ่มน่าถนอม กลับทำให้ลืมตัวไปอดที่จะกอดคนตรงหน้าไม่ได้ คิดไม่ถึงเสียนฟ่างกล้าจูบตัวเองก่อน เซียถิงไม่ทันตั้งตัวทั้งไม่เคยจูบกับบุรุษ เมื่อถูกจู่โจมจึงผลักไสโดยสัญชาตญาณ แต่ว่ารสจูบนี้กลับไม่ได้น่ารังเกียจอย่างที่เคยคิดเอาไว้
เสียนฟ่างกลับมาที่เรือนแล้วก็ตรงเข้าห้องตัวเอง กระโจนขึ้นไปบนเตียงซุกหน้าไว้กับหมอนใบหูยังแดงก่ำ คิดไม่ถึงตัวเองกล้าทำเช่นนั้นลงไปได้
“คุณชายเสียน ขอรับบ่าวเอาน้ำชามาให้ เอ๋..คุณชายท่านจะนอนกลางวันหรือขอรับ” อาเป่ามองเห็นเสียนฟ่างมาถึงก็รีบเข้าห้องนอน จึงรีบชงน้ำชานำมาให้ กลับเห็นเสียนฟ่างนอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียงรองเท้าก็ยังไม่ถอด ไม่ทราบว่าวันนี้คุณชายเสียนพบเจอเื่ราวใดมาถึงได้เหนื่อยล้าถึงเพียงนี้
หลังจากจูบคราวนั้นเซียถิงก็ไม่กล้ามาให้เสียนฟ่างเห็นอีกเลย ทำให้เสียนฟ่างได้กลับไปใช้ศาลาน้อยของตัวเองได้อย่างสบายใจในสองวันที่ผ่านมา เื่แบบนี้เสียนฟ่างมีประสบการณ์มากกว่านัก สองวันถัดมาเสียนเซิ่งลี่สั่งให้รถม้ามารอที่หน้าจวนแม่ทัพแต่เข้าตรู่เพื่อรอรับเสียนฟ่างออกเดินทาง
เดินทางคราวนี้เสียนฟ่างนำอาเป่าไปคอยติดตามรับใช้แค่คนเดียว รถม้าที่บิดาจัดหามาให้มีคนขับรถวัยกลางคนรูปร่างเตี้ยเล็กผอมบางเป็คนขับ ยังมีชายวัยกลางคนอีกสามคนขี่ม้าติดตามที่ด้านหลัง ดูท่าคงจะเป็องค์รักษ์ที่บิดาจัดหามาให้ นอกจากนี้ในรถม้ายังมีหีบใส่ของใช้จำเป็อีกสองหีบ ที่ด้านในยังมีเตาผิงขนาดเล็กคอยให้ความอบอุ่นพร้อมกับหมอนอิงผ้าห่มนวมพร้อมสรรพ
เสียนฟ่างตื่นมาแต่เช้าจัดเตรียมเสื้อผ้าตั๋วเงินที่จะนำไปใช้จ่าย หลังจากหาอาหารรองท้องแล้วจึงเดินนำอาเป่าออกมาที่หน้าจวน แต่ต้องประหลาดใจที่เห็นเซียถิงยืนรออยู่ที่หน้าจวนด้วยเช่นกัน
“ข้าจะไปส่ง ขึ้นรถม้าเถอะ”
หลายวันมานี้เซียถิงเพียรหลบหน้า เสียนฟ่างนึกว่าเซียถิงจะปล่อยให้ตนจากไปโดยที่ไม่ออกมากล่าวคำร่ำลาเสียแล้ว เอาเถอะออกมาส่งที่หน้าประตูเมืองก็ถือว่ามีน้ำใจมากแล้ว เสียนฟ่างเปิดม่านขึ้นไปบนรถม้าก่อน ไอร้อนจากเตาที่ด้านในทำให้เสียนฟ่างต้องถอดเสื้อคลุมที่ใส่เอาไว้ออกมาวางไว้ด้านข้าง
“เสื้อตัวนี้อุ่นดีหรือไม่” เซียถิงที่ติดตามขึ้นมาถอดเสื้อคลุมสีดำของตัวเองออกวางไว้เช่นกัน ทำไมนะเสียนฟ่างรู้สึกว่าเซียถิงมีสีหน้าคล้ายมีแผนการในใจ
รถม้าออกเดินทางแล้วอาเป่านั่งที่ด้านหน้ากับคนขับรถม้า ด้านนอกอากาศเริ่มหนาวเย็นแล้วอาเป่าสวมเสื้อกันหนาวทั้งหนาทั้งหนักที่เสียนฟ่างจัดหาให้ ที่ศีรษะยังสวมไว้ด้วยหมวกขนสัตว์อีกหนึ่งใบ เสียนฟ่างสั่งเอาไว้ว่าหากทนไม่ไหวก็ให้เข้ามานั่งด้านในด้วยกัน แต่ว่าอาเป่าเห็นท่านแม่ทัพนั่งอยู่ด้านใน ต่อให้ใจกล้ากว่านี้ยังไม่กล้าเข้าไป ความหนาวที่ภายนอกนี้ยังพอทนทานรับได้
รถม้าผ่านประตูเมืองด้านทิศใต้ออกมาแล้ว ทหารที่เฝ้าประตูเมืองอยู่หลังจากตรวจสอบเอกสารผ่านทางแล้วก็กำลังจะปล่อยให้ขบวนรถของเสียนฟ่างผ่านไป หากแต่ว่าเซียถิงยังไม่มีท่าทีว่าจะลงจากรถม้า เสียนฟ่างที่อดรนทนไม่ได้จึงเอ่ยปากถาม
“ท่านพี่ส่งถึงเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว ท่านพี่ถนอมตัวด้วย” เสียนฟ่างกล่าวอำลาแล้วแต่ว่าเซียถิงก็ยังนั่งอยู่ ซ้ำยังเหมือนว่ากำลังกลั้นยิ้ม
“ข้าบอกว่าจะไปส่ง มิได้บอกว่าจะส่งถึงแค่ประตูเมือง เ้าจะไปเจียงหนาน ข้าจะไปส่งเ้าที่เจียงหนาน พร้อมกับรับเ้ากลับมาด้วย”