เมื่อเข้าใจถึงความรู้สึกที่มีต่อฉางเฟยอย่างชัดเจนก็ยากที่จะปฏิเสธมัน หลินเอ๋อตกลงใจที่จะอยู่ร่วมกับฉางเฟย ใช้ชีวิตเฉกเช่นสามีภรรยาคู่ๆอื่นๆ ถึงแม้ว่ามันจะทำให้นางรู้สึกประหลาดกับการเป็อยู่ที่ต้องดำเนินต่อไปโดยมีใครอีกคนมาอาศัยอยู่ร่วมชายคาเดียวกันก็ตาม
ฉางเฟยก็ดูเป็คนปกติเขาไม่ถือยศถืออย่างและไม่กดขี่ข่มเหงอะไรนาง ช่วยเหลือและดูแลนางทุกๆอย่าง เื่งานเองก็เช่นกันแต่นั้นก็เป็อีกประเด็นที่ทำเอาชายหนุ่มทั้งหลายต้องพากันช้ำใจเมื่อรู้ว่าหลินเอ๋อนั้นมีคู่ครองแล้วแถมเป็ถึงคุณชายเสียด้วย
อยู่กินกันได้ซักระยะหลินเอ๋อก็เกิดตั้งท้องขึ้นมา นางเองแทบจะไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่ากำลังจะมีสมาชิกเพิ่มมาในครอบครัวอีกหนึ่งคน มารู้เอาก็เมื่อหลังอยู่กินกับฉางเฟยแล้วเดือนเศษเท่านั้น และนั้นยิ่งทำให้นางสับสนเข้าไปใหญ่ว่าควรจะกระทำตัวเช่นไร นางไม่เคยมีลูกมาก่อนนี่นา
ฉางเฟยลองถามจากสหายที่มีครอบครัวแล้วว่าควรทำเช่นไรและได้รับคำแนะนำเบื้องต้นมาจึงนำมาปฏิบัติใช้ ทั้งเื่อาหารการกิน เื่การใช้ชีวิตในแต่ละวัน
จนกระทั้งเวลาล่วงเลยเข้าเดือนที่เจ็ด ท้องของหลินเอ๋อเริ่มโตมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นางไม่สะดวกต่อการเคลื่อนไหวเหมือนแต่ก่อนแล้วเพราะกำลังจะมีอีกหนึ่งชีวิตมาเพิ่มและมันอยู่ในท้องป่องๆของนาง
ฉางเฟยในวันนี้ก็ยังคงทำหน้าที่ของตนเองตามปกติ เขามายังเมืองหลวงซึ่งอยู่ห่างจากหมู่บ้านที่เขาและหลินเอ๋ออาศัยอยู่ไม่มากนักเพราะเขาต้องมาทำงาน ใน่ขากลับฉางเฟยแวะซื้ออาหารบำรุงสำหรับคนท้องเพื่อนำไปฝากภรรยาของตนที่รอเขาอยู่ที่บ้าน แต่ในขณะนั้นเองฉางเฟยก็ได้พบกับกลุ่มคนปริศนาที่มาดักรอเขาที่ประตูทางออกของเมือง
“นายท่านให้พวกข้านำจดหมายฉบับนี้มาส่งให้กับคุณชาย พร้อมกำชับว่าให้คุณชายตอบกลับโดยด่วน”รับจดหมายมาเปิดอ่านได้ครู่หนึ่งฉางเฟยเงยหน้ามองคนตรงหน้า
“ข้าจำได้ว่าข้าสละทุกๆอย่างให้กับน้องชายของข้าไปหมดแล้ว ตอนนี้ข้าไม่ใช่คนของตระกูลแล้วใยท่านพ่อถึงยังติดต่อกับข้าอยู่อีก
“ข้าน้อยมีหน้าที่เพียงนำจดหมายมามอบให้และรับคำตอบกลับไปส่งให้แก่นายท่านเท่านั้นขอรับ แถมนายท่านยังฝากมาเตือนด้วยว่า หากนายท่านตกลงสิ่งที่นายท่าน้าจะเป็ความจริงในทันที”ฉางเฟยนิ่งไปครู่หนึ่ง ในหัวคิดถึงสิ่งที่เขาเคยวาดฝันเอาไว้ ก่อนจะหันกลับไปมองกลุ่มคนปริศนาพวกนั้นอีกหน
ท้องฟ้ามมืดมิดบอกเวลายามค่ำ หลินเอ๋อที่กำลังนั่งรอสามีอันเป็ที่รักของตนเดินกลับมาจากเมืองหลวงเพื่อมาหานางอย่างที่เคยเป็ มือของนางค่อยๆลูบท้องของตนเบาๆ
“เดี๋ยวพ่อของเ้าก็จะกลับมาแล้วนะ”พูดเบาๆพร้อมยิ้มอย่างอ่อนโยน ในใจก็นึกถึงใบหน้าของบุตรคนแรกว่าจะมีหน้าตาเป็เช่นไร
เวลาค่อยๆล่วงเลยไป แสงไฟจากตะเกียงที่แขวนอยู่หน้าบ้านส่องสว่าง หลินเอ๋อพยายามมองหาร่างของสามีตนแต่ก็ไม่พบมันยิ่งทำให้นางรู้สึกเป็กังวลเพราะเวลาขนาดนี้แล้วเขาน่าจะกลับมาได้แล้ว
“ทำไมท่านยังไม่กลับมาอีกนะฉางเฟย”นางมีความเป็ห่วงกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเขาหรือไม่ จนกระทั้ง
“หลินเอ๋อ! หลินเอ๋อเ้าอยู่ไหม”เสียงของท่านป้าฉวนะโเรียกอยู่หน้าบ้าน ทำให้นางต้องค่อยๆลุกขึ้นแล้วเดินออกมาดูก็พบว่าเป้ฯท่านป้าฉวนจริงๆ
“ท่านป้าฉวน มีอะไรกับข้าเหรอถึงได้มายามค่ำเช่นนี้”
“ข้าเห็นแสงไฟจากตะเกียงหน้าบ้านของเ้ายังติดอยู่ก็เลยจะมาถามว่าสามีของเ้ายังไม่กลับมาอีกหรือไง”หลินเอ๋อนิ่งไปไม่ได้ตอบอะไรแต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะรู้คำตอบ
“นี่ก็ดึกมากแล้ว เ้าควรจะไปนอนพักนะจะได้เป็ผลดีต่อลูกในท้อง คนท้องนอนดึกๆเดี๋ยวเสียสุขภาพ”
“ข้าเข้าใจแล้ว”
“เดี๋ยวสามีของเ้าก็คงกลับมาเองนั้นแหละ เขาอาจจะยังติดธุระอยู่”หลินเอ๋อพยักหน้าเป็เชิงเข้าใจก่อนที่ท่านป้าฉวนจะเดินทางกลับไป หลินเอ๋อมองไปยังทางเข้าบ้านของตนอีกหนเพื่อดูให้แน่ใจว่าฉางเฟยยังไม่กลับมา ก่อนที่นางจะดับไฟในตะเกียงแล้วเดินเข้าบ้านไปนอนพัก
อีกทางหนึ่ง
ณ บ้านตระกูลฉาง
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า.. ลูกชายของข้ากลับมาแล้ว”เสียงผู้นำตระกูล ฉางโจ ดังขึ้นท่ามกลางผู้คนในตระกูลอีกจำนวนมากมองฉางเฟยที่พึ่งจะเดินทางกลับมาถึงพร้อมผู้ที่ฉางโจส่งไปหาเขา
“ท่านพ่อ ท่านแม่”ฉางเฟยทำความเคารพทั้งสองคน
“เป็อันว่าเ้ายอมรับข้อเสนอของพ่อ แบบนี้สิถึงจะสมเป็ลูกของพ่อ”ฉางเฟยเงยหน้ามองพ่อของตน
“อย่าลืมสิ่งที่ส่งคนไปบอกกับข้าล่ะ”ฉางเฟยทวนสิ่งที่ได้ยินมาอีกหน
“แน่นอน หลังเ้าเข้าพิธีกับแม่นางหวังแล้ว คนของพ่อจะนำชื่อของเ้าเข้าทูลต่อองค์ฮ่องเต้ทันที เ้าจะได้เป็แม่ทัพฝ่ายเหนืออย่างที่เ้า้ายังไงล่ะ”
“ขอรับ”
“ท่านพี่...”เสียงของฉางเยี่ย น้องชายของฉางเฟยเอ่ยเรียกพร้อมรอยยิ้ม
“ไม่ได้พบกันนานเลยนะน้องพี่ เ้าสบายดีอยู่ใช่ไหม”ฉางเยี่ยยิ้มตอบ
“แล้วผู้หญิงที่เ้าไปอยู่ด้วยล่ะ นางรู้เื่นี้แล้วหรือยัง”ผู้เป็แม่เอ่ยถามขึ้น ฉางเฟยนิ่งไปไม่ได้ตอบกลับอะไร
“ช่างนางสิ ไม่ได้แต่งงานแค่อยู่กินข้าไม่นับว่าเป็ลูกสะไภ้ของตระกูลฉางเราหรอกนะ”ถูกจะฟังแล้วขัดหูแต่ฉางเฟยก็ไม่ได้ตอบกลับอะไรไป”หรือเ้าคิดจะเอานางมาอยู่ด้วย ข้ายินดีนะแต่ต้องไม่ใช่ภรรยา เป็อนุก็พอ”
“ขอรับ”ฉางเฟยตอบกลับ
เมื่อคุยกับทางครอบครัวเสร็จเป็ที่เรียบร้อยฉางเฟยกลับมายังจวนพักเดิมของตนซึ่งผู้ติดตามของเขามารอต้อนรับอยู่แล้วครบถ้วน
“ยินดีต้อนรับกลับมาขอรับคุณชาย”ทั้งหมดเอ่ยทักทายพร้อมคุกเข่าเคารพผู้เป็นายในทันที ฉางเฟยเดินผ่านพวกเขาเข้าไปในห้องพักของตนในที่สุด
เมื่อครบกำหนดเวลาฉางเฟยปรากฏตัวในงานแต่งของเขาและแม่นางหวังจากตระกูลใหญ่อีกตระกูล เพื่อดองสองตระกูลไว้ด้วยกันตามความ้าของพ่อแม่ทั้งสองฝ่าย บ่าวสาวในงานวิวาครั้งนี้เป็ที่รู้จักดีและเป็ที่นับถือ
“คำนับครั้งที่หนึ่ง!!! คำนับครั้งที่สอง!!! คำนับครั้งที่สาม!!!”
เป็อันเสร็จพิธี การประกาศอย่างชัดเจนถึงความเป็คู่ผัวตัวเมียของทั้งสองกลายเป็ข่าวใหญ่ภายในเมืองหลวงและเมืองรอบข้าง
อีกด้านหนึ่ง
และมันยังเป็เวลาเดียวกันกับการกำเนิดของทารกน้อยเพศหญิง นามว่าหลินเฟย บุตรสาวคนแรกของหลินเอ๋อซึ่งการให้กำเนิดครั้งนี้ผิดจากที่นางคิดเอาไว้ ไร้ซึ่งผู้เป็สามีและพ่อ ซึ่งมันทำให้นางเสียใจเป็อย่างมากเพราะั้แ่วันนั้นนางไม่ได้พบกับเขาอีกเลย และไม่รู้ว่าจะเป็ตายร้ายดีเช่นไรบ้าง
“หลินเฟย...”เอ่ยเรียกชื่อบุตรตัวน้อยที่พึ่งจะลืมตาดูโลกหนแรก เสียงอ้อแอ้จากเด็กน้อยทำเอาน้ำใสๆรินไหลออกจากดวงตาทั้งสองข้างของผู้เป็แม่อย่างห้ามไม่อยู่ ทำได้เพียงประทับจูบบนหน้าปากมลของบุตรสาวทั้งน้ำตา
เมื่อเห็นว่าสามีของตนหายไปและลูกน้อยพึ่งจะลืมตาดูโลก หลินเอ๋อจึงตัดสินใจที่จะเลี้ยงดูลูกของตนเสียก่อนและรักษาอาการาเ็จากการให้กำเนิดบุตรสาวตัวน้อย พร้อมกันนั้นนางก็พยายามสืบหาข่าวของสามีที่หายตัวไปจากคนในหมู่บ้านหรือนักเดินทางที่ผ่านไปมาซื้อหมั่นโถของนาง
แต่ก็ไร้ซึ่งวี่แววหรือข่าวคราว ถึงกระนั้นหลินเอ๋อก็ยังไม่ยอมแพ้ นาง้าให้เขากลับมาพบกับลูกของเขาและนางให้ได้ถึงแม้จะยากลำบากเพียงไรก็ตามที
พลบค่ำ
เมื่อจัดการอาบน้ำให้บุตรสาวเสร็จเป็ที่เรียบร้อยหลินเอ๋อก็จัดการกับตัวเองตามหลัง กินข้าวกินปลาก่อนจะให้นมลูกสาวและกล่อมนางให้นอน หลินเฟยเป็เด็กที่น่ารักและน่าเอ็นดู นางไม่ค่อยที่จะกวนผู้เป็แม่เสียเท่าไหร่ยกเว้นเวลาหิวนม
“หลับซะนะหลินเฟย...”เอ่ยบอกพร้อมประทับจูบบนหน้าผากบุตรสาวตัวน้อยอีกหน และจึงหลับตาลงช้าๆ
หุบเขาเซียน
งึม~ งำ~ งึม~
เสียงของของบุรุษปริศนาในชุดคลุมขาวสะอาด ดังผสมไปกับสายลมในขณะที่เขากำลังนั่งสมาธิลอยตัวอย่างกลางอากาศไร้ซึ่งสิ่งยึดติดใดๆ รอบกายมีเพียงสายลมและหมอกควันสีขาวห้อมล้อมอย่างเบาบาง
“อายุจะสองพันปีแล้วยังจะบำเพ็ญเพียรอยู่อีกงั้นรึ”แต่แล้วท่ามกลางความสงบกลับมีเสียงของหญิงสาวนางหนึ่งแทรกขึ้น
“จะสองพันหรือสามพันปี ข้าก็ไม่เห็นว่ามันจะไปเดือดร้อนใครนี่นา”เขาตอบกลับพร้อมลืมตาตื่นขึ้น หันมองต้นเสียงที่กำลังสยายปีขนนกขนาดใหญ่อยู่ตรงไหน ไร้ซึ่งเสียงทว่าแรงลมที่โบกพัดตามการขยับของปีขาวนวลนั้น
“ข้านำความจากท่านมหาเซียนอู๋ชิงมาส่ง”พูดจบก็นำม้วนสารส่งให้กับอีกฝ่าย เมื่อเปิดอ่านความในชายหนุ่มก็ต้องถึงกับขมวดคิ้ว
“ครั้งก่อนให้ข้าไปปราบเ้าัเพลิง ต่อมาให้ข้าไปจับเ้าจิ้งจอกอสูร อีกหนครั้งล่าสุดให้ข้าไปจองจำเ้าราชันปีศาจ มาครั้งนี้จะให้ข้าไปดูแลเด็กน้อยอีกงั้นหรือไง”
“ข้าไม่ใช่คนออกคำบัญชา ข้ามีหน้าที่ส่งข่าวเพียงเท่านั้น”
“แต่ข้าก็สามารถฝากคำตอบกลับไปได้ไม่ใช่เหรอ”อีกฝ่ายยกยิ้มที่มุมปาก
“หนนี้ไม่้าคำตอบ เพราะมันคือคำสั่งและเ้าต้องทำตามนั้น”ได้ยินเช่นนั้นก็ทำเอาอีกฝ่ายไม่พอใจ
“ข้าคิดว่าค่าตอบแทนระหว่างข้ากับเหล่าเซนและทวยเทพน่าจะหมดลงั้แ่ภารกิจก่อนหน้าแล้วนะ และหลังจากนี้ข้าสามารถใช้ชีวิตของข้าเองได้โดยไม่ต้องฟังคำสั่งใคร”
“คิดผิดแล้ว... หนนี้คือคราสุดท้ายต่างหากถึงจะหมดบุญคุณ”ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่
“ก็ได้ ข้าจะทำ และหลังจากนี้เราทั้งสองฝ่ายไร้ซึ่งบุญคุณต้องทดแทนกัน”
“ถ้าไม่นับเื่สิ่งที่เ้าถือครองอยู่ เหล่าเซียนและทวยเทพก็คงเห็นพ้องต้องกันอย่างที่เ้าว่า”พูดจบก็สลายหายไปกับสายลม ทิ้งไว้เพียงชายหนุ่มที่ค่อยๆลอยตัวลงมายืนบนพื้นริมหน้าผาอันแสนสูงชน มองไปข้างหน้าเห็นดวงจันทร์ขนาดใหญ่และเมฆหมอกหนาปกคลุมดังทะเลหมอกก็ไม่ปาน
“เอาล่ะ...”ทิ้งท้ายก่อนจะก้าวเท้าแล้วดิ่งกายลงหน้าผาอันแสนสูงชันผ่ากระแสลมแรงและทะเลหมอกหนา ผ่านม่านพลังเข้ามายังชั้นบรรยากาศของโลก สายตามองหาจุดหมายร่างกายเริ่มลุกเป็ไฟ แปลเปลี่ยนจากชายหนุ่มรูปโฉมงดงามท่ามกลางการลุกไหมของเปลวไฟ
มองจากระยะไกลคล้ายดวงไฟก็ไม่ปาน ฝ่าชั้นบรรยากาศพุ่งด้วยความเร็ว แล้วสลายหายไปก่อนจะตกถึงพื้นในที่สุด...