ณ โลกปัจจุบัน ค่ำคืนแห่งความเดียวดาย
แก้วแล้วแก้วเล่าที่ “เสิ่นอี้” สตรีข้ามเพศเ้าของธุรกิจหมื่นล้าน ที่บัดนี้เหลือแต่ชื่อ กระดกสุราดีกรีแรงลงคอ ความเ็ปจากรักลวงหลอกที่สูบสิ้นทุกอย่างไปจากนางมันสาหัสเกินทน คฤหาสน์หรูริมสระว่ายน้ำที่เคยเป็รังรัก บัดนี้กลวงโบ๋ราวกับหัวใจของนาง
“ทำไม! ทำไมต้องเป็ฉัน!” นางกรีดร้องก้องในความเงียบ แสงจันทร์สาดส่องร่างงามระหงในชุดราตรีราคาแพงที่บัดนี้ยับยู่ยี่ไม่ต่างจากชีวิตเ้าของ
ความเมามาย และความพลั้งเผลอเพียงชั่ววูบ ร่างของนางเซถลาตกลงไปในสระน้ำเย็นเยียบ ความใ ความพยายามตะเกียกตะกายไขว่คว้า แต่ร่างกายที่หนักอึ้งด้วยฤทธิ์สุราไม่ยอมเชื่อฟัง “ไม่! ฉันยังไม่อยากตายแบบนี้! ไอ้์บ้า! ไอ้เทวดาเฮงซวย! กลั่นแกล้งกันเกินไปแล้ว! ให้โอกาสฉันได้ใช้ชีวิตในแบบที่ฉันควรจะเป็สิโว้ย!” นั่นคือความคิดสุดท้ายอันเกรี้ยวกราด ก่อนที่สติทั้งหมดจะดับวูบลง พร้อมกับฟองอากาศสุดท้ายที่ลอยขึ้นสู่ผิวน้ำ
ห้วงยามแห่งการเปลี่ยนผ่าน…
ความมืดมิด...ความหนาวเหน็บ...แล้วพลันก็เกิดแสงสว่างวาบ! ิญญาของเสิ่นอี้รู้สึกราวกับถูกกระชากออกจากร่าง ความสับสนอลหม่านถาโถมเข้ามา นางอยู่ที่ไหน? เกิดอะไรขึ้น? ความโกรธแค้นต่อโชคชะตายังคงคุกรุ่น
พลัน! สภาพแวดล้อมก็เปลี่ยนไป กลิ่นควันไฟและเสียงเอะอะโวยวายดังแว่วมาแต่ไกล เสิ่นอี้ในสภาพดวงจิตโปร่งแสงมองเห็นภาพเลือนรางของกลุ่มคนกำลังวุ่นวายอยู่กับกองเพลิง และริมสระน้ำเบื้องหน้า มีร่างของเด็กหนุ่มผู้หนึ่งนอนแน่นิ่ง รอบกายมีคนกำลังร้องไห้ระงมและพยายามปฐมพยาบาลกันอย่างสิ้นหวัง
“อะไรกันวะเนี่ย? กองถ่ายละครพีเรียดรึไง?” นางพึมพำอย่างงุนงง
แล้วนางก็เห็นเขา...ดวงจิตโปร่งแสงอีกดวงหนึ่ง รูปร่างเป็เด็กหนุ่มหน้าตางดงามหมดจด แต่ซีดเซียวและเต็มไปด้วยความโศกศัลย์ กำลังยืนมองร่างของตนเองที่นอนอยู่ริมสระด้วยแววตาที่ว่างเปล่า
“อ๋อ...ยมทูตนี่เอง หน้าอ่อนไปหน่อยนะพ่อคุณ” เสิ่นอี้เอ่ยขึ้นอย่างไม่ทุกข์ร้อน แม้จะอยู่ในสภาพิญญา ความปากแซ่บก็ยังไม่จางหาย “มารับฉันแล้วสินะ เร็วดีนี่ ฉันเพิ่งด่าพวกท่านไปหยกๆ คงรีบมาเอาคืนล่ะสิ!”
ดวงจิตของเด็กหนุ่มผู้นั้นหันมามองนางอย่างช้าๆ แววตาอ่อนโยนแต่แฝงความประหลาดใจ “ข้า...มิใช่ยมทูตหรอกขอรับ” เสียงนั้นแ่เบาราวกระซิบ แต่กลับก้องกังวานในโสตประสาทของเสิ่นอี้ “ข้าคือ...เซี่ยหยาง เ้าของร่างที่นอนอยู่นั่น”
“หา?” เสิ่นอี้ทวนคำอย่างไม่อยากเชื่อ “แล้วนายมาทำอะไรตรงนี้? อย่าบอกนะว่านายก็เพิ่งตายเหมือนฉัน?”
เซี่ยหยางยิ้มเศร้า “ข้า...ปรารถนาความตายมาเนิ่นนานแล้วขอรับท่าน ความทุกข์ทรมานของข้ามันสั่งสมราวกับกาลเวลาที่ผ่านไปนับพันปี” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและสิ้นหวัง “ข้าเฝ้ารอ...รอคอยใครสักคนที่จะเข้าใจและปลดปล่อยข้าเสียที”
เสิ่นอี้เริ่มประมวลผลอย่างรวดเร็ว สมองนักธุรกิจของนางแม้ในยามเป็ิญญาก็ยังทำงาน “เดี๋ยวนะ...นายอยากตาย แต่ฉันไม่อยากตาย แล้วนี่มันเื่บ้าอะไรกัน? นายตายแล้วฉันจะไปเข้าร่างนายแทนงั้นเหรอ? พล็อตนิยายน้ำเน่าชัดๆ!”
เซี่ยหยางมองนางด้วยแววตาเปี่ยมความหวัง “ท่าน...ท่านคือผู้ที่ฟ้าประทานมาใช่หรือไม่? ท่านคือผู้ที่จะทำให้ความปรารถนาของข้าเป็จริงใช่หรือไม่ขอรับ?”
“ปรารถนาอะไรของนาย?” เสิ่นอี้ถาม แม้จะยังสับสนแต่ก็เริ่มรู้สึกถึงความผูกพันบางอย่างกับิญญาดวงนี้
“ข้า...ข้าเกิดมาในร่างบุรุษ แต่หัวใจของข้าเป็สตรี” เซี่ยหยางเอ่ยออกมาด้วยความเ็ป “โลกใบนี้...สังคมนี้...มิเคยยอมรับในสิ่งที่ข้าเป็ ข้าต้องซ่อนเร้น ปิดบัง จนแทบจะขาดใจตาย การถูกบังคับให้แต่งงานกับสตรี คือฟางเส้นสุดท้ายของข้า ข้าจึงเลือกหนทางนี้” เขามองไปยังร่างของตนที่บ่าวไพร่กำลังสิ้นหวังในการยื้อชีวิต
เสิ่นอี้เงียบไปครู่หนึ่ง ความรู้สึกบางอย่างที่คุ้นเคยอย่างเ็ปแล่นผ่านดวงจิตของนาง...ความรู้สึกของการไม่เป็ที่ยอมรับ การต้องต่อสู้เพื่อตัวตนที่แท้จริง
“ท่าน...” เซี่ยหยางมองลึกเข้าไปในดวงจิตของเสิ่นอี้ ราวกับมองเห็นตัวตนที่แท้จริงของนาง “ข้ารู้สึกได้...ว่าท่านเข้าใจข้า”
“เออ...ก็คงงั้นมั้ง” เสิ่นอี้ตอบเบาๆ ความโก๊ะเปิ่นก่อนหน้าจางหายไป เหลือเพียงความรู้สึกหนักอึ้งในใจ “แล้วนายจะให้ฉันทำอะไร?”
“ได้โปรด...ได้โปรดใช้ชีวิตในร่างของข้าแทนข้าด้วยเถิด” เซี่ยหยางคุกเข่าลงตรงหน้าดวงจิตของเสิ่นอี้ “ได้โปรด...เป็ในสิ่งที่ข้าอยากเป็ สวมใส่อาภรณ์ที่ข้ารัก ทำในสิ่งที่หัวใจข้าปรารถนา ทำให้โลกใบนี้ได้เห็น...ว่าตัวตนเช่นข้ามิได้ผิดแผกหรือน่ารังเกียจ ได้โปรด...ทำให้ความปรารถนาสุดท้ายของข้าเป็จริงด้วยเถิด”
เสิ่นอี้มองภาพนั้นนิ่งนาน นางผู้ไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตา นางผู้ถูกหักหลังจนสิ้นเนื้อประดาตัว นางผู้ตายอย่างไม่เต็มใจ...บัดนี้กลับได้รับโอกาสให้มีชีวิตอีกครั้งในร่างของเด็กหนุ่มผู้มีชะตากรรมคล้ายคลึงกัน มันคือความบังเอิญ? หรือฟ้าดินกำลังเล่นตลกกับนางอีกครั้ง?
“ถ้าฉันทำตามที่นายขอ...แล้วนายล่ะ?”
เซี่ยหยางยิ้มออกมาเป็ครั้งแรก รอยยิ้มนั้นเศร้าแต่ก็เต็มไปด้วยความสงบและปลดปล่อย “ข้า...ก็จะสามารถปล่อยวางได้เสียที ขอบคุณท่าน...ขอบคุณจริงๆ” ร่างโปร่งแสงของเขาเริ่มส่องสว่างอ่อนๆ และค่อยๆ เลือนจางลง
“เดี๋ยวสิ! แล้วฉันจะทำยังไงต่อล่ะ?” เสิ่นอี้ร้องถาม
“จงเป็ตัวของท่าน...ในร่างของข้า...” เสียงสุดท้ายของเซี่ยหยางแ่เบา ก่อนที่ดวงจิตของเขาจะสลายหายไปในอากาศธาตุ เหลือเพียงความรู้สึกอุ่นๆ และความปรารถนาอันแรงกล้าที่ถ่ายทอดมายังเสิ่นอี้
ความโกลาหลรอบข้างเริ่มชัดเจนขึ้น เสียงร้องไห้ เสียงะโเรียกชื่อ "คุณชายเซี่ยหยาง!" พลันนั้น ิญญาของเสิ่นอี้ก็รู้สึกถึงแรงดึงดูดอันมหาศาลจากร่างที่นอนแน่นิ่งอยู่ริมสระ...ร่างที่บัดนี้กำลังจะกลายเป็บ้านหลังใหม่ของนาง
“เอาวะ! ไหนๆ ก็ตายรอบนึงแล้ว ลองดูอีกสักตั้งจะเป็ไรไป!” เสิ่นอี้ตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว ก่อนที่สติของนางจะถูกดูดกลืนเข้าไปในร่างนั้น.