ภายในห้องครัวเธอเห็นฉินซู่ที่กำลังวุ่นวายอยู่คนเดียว
ฉินซู่ที่กำลังทำความสะอาดอยู่เขาสังเกตเห็นว่ามีคนเข้ามาในครัวพอเงยหน้าขึ้นก็เห็นต่งเสี่ยวเสี่ยวผมเผ้ายุ่งเหยิงยืนอยู่ตรงประตูเธอยังดูงัวเงียอยู่เล็กน้อย
"ตื่นแล้วเหรอ? ไปล้างหน้าล้างตาก่อนเถอะ แล้วค่อยมากินข้าว"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวได้กลิ่นหอมของเนื้อที่ลอยอบอวลอยู่ในอากาศเธอกลืนน้ำลายลงคอ ท้องร้องโครกคราก เธอเอื้อมมือไปลูบท้องที่แบนราบก่อนจะพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง
ฉินซู่หัวเราะออกมาเบาๆต้องบอกเลยว่าท่าทางของภรรยาดูน่ารักน่าเอ็นดูจริงๆ
ถึงในใจจะคิดไปไกลแล้วแต่มือก็ยังคงทำงานอยู่
พอต่งเสี่ยวเสี่ยวแต่งตัวเรียบร้อยลงมาข้างล่างเจ้าตัวเล็กทั้งสามก็นั่งเรียบร้อยอยู่บนเก้าอี้แล้ว บนโต๊ะมีอาหารค่ำร้อนๆวางอยู่
"คงจะหิวกันแย่แล้วสิ มากินข้าวเร็วเข้า"
ฉินซู่ยิ้มอย่างอ่อนโยนเขาดึงเก้าอี้ว่างข้างๆ ออกเพื่อให้ต่งเสี่ยวเสี่ยวนั่ง
อาหารเย็นวันนี้คือซุปซี่โครงตุ๋นเห็ดชาไชโป๊วผัดกับเนื้อเค็มตากแห้ง ผัดผักหนึ่งจาน และเนื้อวัวผัดอีกหนึ่งจาน
ต่งเสี่ยวเสี่ยวตักข้าวเข้าปากเธอมองไปที่หลินเจียเจียที่กำลังกินข้าวอย่างเงียบๆ จึงถามขึ้นมาว่า
"ตอนนี้มีข่าวคราวของน้องชายพี่บ้างไหม?"
พอได้ยินเรื่องน้องชายของตัวเองหลินเจียเจียก็ชะงักไป เธอมองไปที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวที่กำลังกินข้าว
ปากเธออุ่นตั้งสามสิบเจ็ดองศาแต่ทำไมถึงพูดจาเย็นชาแบบนี้กันนะ?
พอนึกถึงน้องชายที่เธอเองก็ยังไม่รู้ชะตากรรมของเขาหลินเจียเจียก็น้ำตาคลอเบ้า ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"ไม่มี"
เพราะฝนตกหนัก ทำให้เกิดดินถล่มปิดกั้นเส้นทางเดียวที่จะออกจากหมู่บ้านซึ่งก่อนหน้านี้หลินเจียหย่วนก็อยู่ในกลุ่มคนที่ติดอยู่ด้วย
ตอนนี้ชาวบ้านกำลังค้นหาในกองโคลนมาหลายวันพวกเขาขุดพบชาวบ้านบางคนที่ถูกฝังลึกและเสียชีวิตไปแล้ว
แต่ตอนนี้ยังไม่มีข่าวคราวของหลินเจียหย่วนไม่รู้ว่าเขาเป็นตายร้ายดียังไงบ้าง
พอนึกถึงเรื่องนี้หลินเจียเจียก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
ต่งเสี่ยวเสี่ยวชะงักไป เธอรู้สึกผิดขึ้นมาเธอไม่น่าถามคำถามนี้เลยจริงๆ
ฉินซู่ตักซุปให้ต่งเสี่ยวเสี่ยวอย่างเงียบๆเขาตั้งใจตักซี่โครงหมูสองชิ้น พร้อมกับเห็ดชาที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวชอบก่อนจะพูดขึ้นมาอย่างใจเย็น
"หลินเจียหย่วนเคยเป็นทหารมาก่อนมีทักษะดีเยี่ยม ตอบสนองเร็วกว่าคนทั่วไป ฉันคิดว่าเขาน่าจะติดอยู่นอกหมู่บ้านดินถล่มรอบนี้ครอบคลุมพื้นที่ค่อนข้างกว้าง แถมบริเวณรอบๆ ก็เต็มไปด้วยโคลนเดินทางยาก อีกอย่างตอนนี้ก็ยังไม่มีทางเข้าออกอีกด้วย"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวชื่มชมสามีของตัวเองในใจ‘พูดได้ดีมาก’
หลังจากกินอิ่มต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ถือกล่องยาไปที่ศาลบรรพบุรุษ
ถึงพวกชาวบ้านที่ได้รับบาดเจ็บจะได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีแล้วแต่ก็ยังต้องติดตามอาการ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการผิดปกติที่ไม่ได้ตรวจพบ
ฉินไห่ซู่กำลังสูบกล้องยาสูบสีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล เขายืนอยู่กลางศาลบรรพบุรุษ แล้วอธิบายให้พวกชาวบ้านฟัง
"ฉันโทรศัพท์แจ้งหัวหน้าแล้วเดี๋ยวรัฐบาลในเมืองจะส่งคนมาช่วยเปิดทางให้"
ในหมู่บ้านมีโทรศัพท์
โทรศัพท์บ้านมีราคาแพงน้อยคนที่จะติดตั้งได้ เพื่อความสะดวกสบาย ประกอบกับมีเลขาประจำหมู่บ้านและการสนับสนุนจากรัฐบาลที่บ้านของฉินไห่ซู่จึงติดตั้งโทรศัพท์บ้านไว้เครื่องหนึ่ง
แต่โทรศัพท์บ้านโทรทางไกลทั้งระยะใกล้และไกลมีราคาแพงดังนั้นถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ฉินไห่ซู่ก็จะไม่ใช้ เขาไม่อยากเปลืองเงิน
แต่ตอนนี้เส้นทางเดียวที่จะออกจากหมู่บ้านถูกปิดตายสนิทจึงทำได้เพียงอาศัยโทรศัพท์บ้าน โทรศัพท์ไปแจ้งรัฐบาลในเมืองเพื่อขอความช่วยเหลือ
ฝนยังคงตกต่อเนื่อง ท้องฟ้ามืดครึ้ม
เขามองไปที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวที่กำลังวุ่นวายอยู่ท่ามกลางชาวบ้านฉินไห่ซู่ก็รู้สึกชื่นชมในใจ
ถ้าลูกสาวของตัวเองเก่งเหมือนต่งเสี่ยวเสี่ยวได้บ้างเขาคงจะยิ้มจนหลับฝันดี
น่าเสียดายที่ทำได้แค่คิด!
ลูกสาวของเขาก่อนหน้านี้เอาแต่ใจจดจ่ออยู่กับฉินซู่ โชคดีที่ช่วงหลังกลับตัวกลับใจไม่ยึดติดกับฉินซู่และอยากจะไปทำงานในเมือง
ผลปรากฏว่าทางรัฐบาลเพิ่งจะตอบตกลงได้ไม่นานฝนก็ตกลงมาอย่างหนัก ปิดตายเส้นทางออกจากหมู่บ้านเสียแล้ว
หลี่เจียวเจียวก็ไม่ได้อยู่เฉยๆพอรู้ว่าฉินซู่กำลังช่วยเหลือคน เธอจึงถือโอกาสเอาอาหารมาส่งเพื่อตีสนิทกับฉินซู่
"พี่ฉินซู่ฉันได้ยินมาว่าขาพี่หายดีแล้ว!"
หลี่เจียวเจียวยิ้มหวานโปรยเสน่ห์เธอถือตะกร้าอาหารอยู่ในมือ เหลือบมองขาของฉินซู่ และพยายามหาเรื่องคุย
ฉินซู่กำลังยุ่งอยู่กับการนับเทียนและผ้าขาวที่ต้องใช้ในงานศพจึงไม่ได้สังเกตเห็นหลี่เจียวเจียวที่อยู่ข้างๆ เลยสักนิด
พอได้ยินคนเรียกชื่อตัวเองตั้งใจว่าจะตอบกลับไปพอเป็นพิธี แต่พอนึกถึงขาที่หายดีแล้วก็เผยรอยยิ้มที่อ่อนโยนออกมา แล้วพูดว่า
"เมียของฉันเป็นคนรักษาให้หายน่ะ!"
หลี่เจียวเจียว“…”
การที่ฉันมาหาพี่ครั้งนี้ไม่ได้อยากจะมาฟังพี่ชมเมียตัวเองสักหน่อย!
เธอกลั้นความอิจฉาในใจเอาไว้และแสดงรอยยิ้มที่อ่อนโยนออกมา ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล
"เสี่ยวเสี่ยวนี่เก่งจริงๆสมแล้วที่เป็นคนมาจากเมืองหลวง เสี่ยวเสี่ยวเก่งขนาดนี้ ในเมืองหลวงคงจะมีหนุ่มๆที่ยอดเยี่ยมมากมายชอบเธอ ใช่ไหมคะ? ไม่เหมือนฉันฉันมีพี่คนเดียวในใจตั้งแต่แรกเลยนะ"
ฉินซู่พยักหน้าเห็นด้วย
"พูดถูกแล้ว เมียฉันเก่งขนาดนี้ก็ต้องมีผู้ชายมาชอบเธอเยอะ การที่ฉันได้แต่งงานเธอถือเป็นบุญที่สั่งสมมาตั้งแต่ชาติปางก่อน เธอดีเกินกว่าที่ฉันเอื้อมถึงจริงๆ"
ถ้าภรรยาของเขาไม่ถูกส่งตัวมาสร้างชนบทเขาอาจจะไม่มีโอกาสได้สานสัมพันธ์กับภรรยาของเขาเลยก็ได้
ดังนั้นเขาจึงเป็นคนที่โชคดีที่สุด!
หลี่เจียวเจียว“…”
พี่ฉินซู่ไม่ได้เข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่ในคำพูดของเธอเลยหรือไงนะ?
หลี่เจียวเจียวสูดหายใจเข้าลึกๆแล้วแสดงละครต่อไป
"เฮ้อฉันก็ได้ยินพวกปัญญาชนพูดกันว่าก่อนหน้านี้เสี่ยวเสี่ยวเล่นใช้ชีวิตเที่ยวเล่นไปวันๆ ในเมืองหลวงเอาแต่คลุกคลีอยู่กับพวกผู้ชาย ไม่รู้ว่าไปก่อเรื่องอะไรไว้ถึงได้โดนส่งตัวมาที่ชนบท"
ฉินซู่ขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาวางงานในมือลงยืดตัวตรง แล้วหันกลับไปมองหลี่เจียวเจียว
หลี่เจียวเจียวดีใจที่เขาหันมาสนใจเธอจึงพูดต่อไป
"ฉันยังได้ยินมาว่าปัญญาชนในยุคแปดศูนย์หลายคนก็แต่งงานมีลูกในหมู่บ้านเรานี่แหละแต่ทุกคนก็ทิ้งลูกทิ้งเมียกลับเมืองไปหมด"
ฉินซู่เข้าใจสิ่งที่หลี่เจียวเจียวอยากจะสื่อ
เรื่องราวแบบนี้เป็นที่รู้กันทั่วในยุคแปดศูนย์
เนื่องจากไม่มีทะเบียนสมรสจึงไม่ได้รับการยอมรับทางกฎหมาย การแต่งงานครั้งนี้จึงถือเป็นโมฆะ
มีปัญญาชนจำนวนไม่น้อยที่ใช้ช่องโหว่นี้ได้รับโควตากลับเมือง และไปสร้างครอบครัวใหม่ในเมือง
ฉินซู่มองเธอด้วยสายตาเย็นชาดวงตาที่เย็นเยียบจ้องเขม็งไปที่หลี่เจียวเจียว
"แล้วสิ่งที่เธอต้องการจะสื่อคืออะไรกันแน่?เธออยากจะบอกว่าเมียของฉันเป็นผู้หญิงแบบนั้นสินะ?"
หลี่เจียวเจียวยิ้ม แล้วโบกมือ"ฉันไม่ได้มีเจตนาไม่ดีหรอกนะคะแค่อยากให้พี่ระวังเสี่ยวเสี่ยวไว้บ้าง เพราะฉันก็ไม่อยากให้พี่ต้องเป็นคนโง่ถึงพี่จะไม่คิดถึงตัวเอง ก็ต้องคิดถึงเด็กๆ ทั้งสองคนด้วยสิคะ"
หลี่เจียวเจียวรู้ดีว่าเด็กทั้งสองคนคือจุดอ่อนของฉินซู่ขอแค่เธอหว่านเมล็ดแห่งความสงสัยลงไปในใจเขา วันหนึ่งถ้ามันปะทุขึ้นมาพอต่งเสี่ยวเสี่ยวหย่ากับพี่ฉินซู่แล้ว เธอก็จะมีโอกาส
ฉินซู่มองด้วยสายตาที่จริงจังก่อนจะตอบกลับไปอย่างเย็นชา
"แล้วยังไงล่ะ? การแต่งงานของฉันได้รับการรับรองจากกองทัพแถมฉันกับเมียก็จดทะเบียนสมรสกันแล้วไม่ใช่เรื่องที่คนนอกอย่างเธอจะมาชี้นิ้วสั่งได้"
สีหน้าของหลี่เจียวเจียวเปลี่ยนเป็นซีดเผือดทันที