ตำนานยอดหญิงซูเจิน

    เจ้ายังยืนยันคำเดิมหรือไม่? 4

            ตกดึก เงาร่างสองร่างวูบไหวในยามรัตติกาลร่อนลงยังบ้านหลังหนึ่งเมื่อร่างทั้งสองปรากฏภายในห้อง คนที่รออยู่แล้วก็คุกเข่าลงอย่างพร้อมเพรียง

            “นายหญิง!” เสียงอันเบาบางทว่าหนักแน่นดังขึ้น

            ซูเจินนั่งลงยังเก้าอี้ที่ถูกเตรียมเอาไว้แล้วโบกมือเบาๆหนึ่งครา“ลุกขึ้น นั่งเถอะ”

            เหล่าเด็กหนุ่มสาวลุกขึ้นตามคำสั่งและนั่งลงบนเก้าอี้ของพวกเขา

            “อยู่ในสำนักเป็นอย่างไรกันบ้าง?”ซูเจินถามไถ่ก่อนเป็นอันดับแรก กวาดตามองแต่ละคนมีสีหน้ายินดีแม้มาอยู่ได้ไม่นานแต่พลังของพวกเขาก็ก้าวหน้าถึงแม้จะเพียงเล็กน้อยก็ตามซูเจินเห็นแล้วก็รู้สึกพอใจ

            “สนุกดีเจ้าค่ะนายหญิง” เด็กสาวคนหนึ่งตอบ

            “ล้วนมีแต่เรื่องแปลกใหม่แต่ก็เป็นสิ่งที่ดีมากขอรับ” เด็กหนุ่มอีกคนตอบ พวกเขาไม่เคยออกจากหมู่บ้าน ตอนเดินทางเห็นสิ่งต่างๆในเมืองก็ว่าตื่นตาตื่นใจแล้วแต่พอได้เข้ามาอยู่ในสำนัก ได้เจอคนรุ่นราวคราวเดียวกัน พูดคุยเรื่องเดียวกันก็ทำให้พวกเขาสนุกสนานกันมากจริงๆ

            “ก็ดีแล้ว ชีวิตหนึ่งของคนเราจะว่าสั้นก็สั้น ใช้ชีวิตของพวกเจ้าให้คุ้มค่าเถอะโลกของเรายังกว้างใหญ่ไพศาลนัก” ซูเจินบอก

            “ขอรับ/เจ้าค่ะ” เด็กๆรับรู้ได้ถึงความห่วงใยต่างก็ซาบซึ้งจากส่วนลึกในจิตใจของพวกเขา

            “พวกเจ้าคงรู้เรื่องสุสานบรรพกาลแล้วใช่หรือไม่?”

            “ขอรับ/เจ้าค่ะ”

            “มีคนของเราที่ไม่ได้เป็นศิษย์ในอยู่กี่คน?”ซูเจินถาม

            “ห้าคนขอรับ” เฮยหลงเป็นคนตอบ ซูเจินพยักหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง

            “ให้ทั้งห้าคนอยู่ที่สำนักต่อไปแล้วให้คอยดูพวกจินจูด้วย หากนางเกิดเรื่องใดขึ้นให้แอบช่วยเหลือพวกนางอย่างลับๆ”ซูเจินฝากฝัง

            “ขอรับ/เจ้าค่ะ” ทั้งห้าคนตอบรับอย่างพร้อมเพรียง

            “เรื่องนี้ต้องฝากพวกเจ้าด้วยนะ” ซูเจินพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนนุ่มเสมือนว่านางได้ขอร้องไม่ใช่การออกคำสั่ง เด็กทั้งห้าคนพยักหน้ารับคำเป็นอย่างดี

            “เฮยหลงกับเหวินอี้พวกเจ้าช่วยกลับไปที่หมู่บ้านและรอคอยที่นั่น หากประตูปรากฏใกล้หมู่บ้านมากเกินไปให้เจ้ารีบพาคนอื่นๆไปซ่อนตัวลึกเข้าไปในใจกลางป่าจะมีถ้ำแห่งหนึ่งอยู่อาจจะไม่สามารถเข้าไปภายในได้แต่ก็สามารถหลบซ่อนตัวแถวนั้นได้ ไม่ต้องกังวลเรื่องสัตว์อสูรแม้อสูรขั้นแปดทั้งแปดตนก็จะเปิดทางให้พวกเจ้าแน่นอน” ซูเจินบอก

            แม้มีมนต์ของเทพอสูรเสวี่ยอู่ก็ไม่อาจวางใจมนต์มีผลเพียงบิดเบือนเส้นทางไม่อาจอำพรางหมู่บ้านเอาไว้ได้หากประตูปรากฏใกล้หมู่บ้านมากเกินไป คนที่หมายจะไปที่นั่นอาจพบเจอเข้ากับหมู่บ้านพวกคนในหมู่บ้านจะเกิดอันตรายได้ อย่างไรก็ควรจะวางแผนป้องกันเอาไว้ก่อน

            “ยังมีเรื่องใดอีกหรือไม่ขอรับ?” เฮยหลงถามต่อ

            “ยังมีวันพรุ่งนี้ข้าจะให้เสี่ยวไป๋ล่วงหน้าเอาข้อความนำไปส่งให้เจี่ยเจียก่อน มีฉบับหนึ่งที่ต้องใช้รหัสพิเศษในการถอดอีกทีข้าจะฝากรหัสในการถอดไปกับเจ้าด้วย จำไว้ว่าจะต้องบอกแก่เจี่ยเจียของข้าเท่านั้นแล้วก็ไม่ต้องรีบนักก็ได้ ข้อความในจดหมายฉบับนั้นยังไม่รีบร้อนแต่อีกฉบับข้าได้ขอร้องบางอย่างกับพวกนางขอให้พวกเจ้าช่วยประสานงานให้เป็นไปอย่างเร็วที่สุด”ซูเจินหยิบเอาแผ่นป้ายแผ่นหนึ่งออกมาให้เฮยหลง“ตอนบอกรหัสให้ส่งป้ายนี้ให้นางด้วย”

            เฮยหลงรับมาแล้วรีบเก็บลงอย่างมิดชิดทันทีเหวินอี้ชะเง้อคอยาวอยากรู้อยากเห็นเป็นต้องเบ้ปาก

            “อีกเรื่องอีกสองสามวันข้ากับจือเหลียงจะเดินทางออกนอกสำนักเรื่องทางสำนักต้องฝากพวกเจ้าที่เหลือด้วย”

            “ข้าไปด้วยนะเจ้าคะ!”หนิงจูโผงผางเอ่ยขึ้นมาเสียงดัง

            “เจ้าอยู่ที่นี่เถอะ” ซูเจินบอก

            “ให้ข้าไปด้วยเถอะเจ้าค่ะนายหญิงให้หนิงจูไปด้วยนะเจ้าคะ” หนิงจูยังคงอ้อนวอนหลังจากนางแยกตัวออกมาบอกตามตรงว่ามันน่าเบื่อไม่มีความสุขเท่ากับตอนอยู่กับนางหญิงเลย นางอยากจะอยู่กับนางหญิงเหมือนเดิมตอนนี้สบโอกาสเหมาะพอดีนางจึงไม่ลังเลที่จะพูดขึ้น

            ซูเจินมองใบหน้าน่ารักของหนิงจูอยู่พักหนึ่งก่อนจะตัดสินใจ “หนิงจู เจ้าอยู่ที่สำนักเถอะ เรื่องทางนี้จำเป็นต้องให้เจ้าดูแลมีเจ้าอยู่ข้าถึงจะวางใจได้”

            หนิงจูมองนายหญิงอย่างจริงจังเห็นเพียงความจริงใจในแววตาของอีกคนเท่านั้น หนิงจูรู้สึกกลายเป็นคนพิเศษนางจึงพยักหน้ารับคำในที่สุด “เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”

            “ดี หากมีเรื่องอะไร ให้รีบแจ้งมาทันที”

            “ขอรับ/เจ้าค่ะ”

             

            วันนี้จือเหลียงเงียบผิดปกติซูเจินสังเกตเห็นตั้งแต่เมื่อวาน วันนี้เขายังหายหน้าไปไม่มาอยู่กับนางอย่างเคย มาคิดๆดูแล้วเหมือนช่วงนี้เมื่อเดือนก่อนเขาเองก็หายหน้าไปเหมือนกัน ตอนแรกนางคิดว่าเป็นเพราะเขาไปเข้าเรียนและฝึกฝนวิชาเวทของตัวเองแต่วันนี้นางชักจะไม่แน่ใจ

            “จือเหลียงไปไหนเล่า?”คนชื่อสลับกันเอ่ยถามเมื่อไม่เห็นคนที่ปกติจะตัวติดกับสหายของเขาอยู่ตลอด

            “ไม่รู้” ซูเจินตอบสั้นๆ

            “แล้ววันนี้เรียกข้ามามีอะไร?” เหลียงจือถาม

            “เจ้าได้เป็นศิษย์ในแล้วใช่หรือไม่?”

            “แน่นอนสิ เจ้าถามทำไม?”เหลียงจือมองอีกคนอย่างสงสัย

            “เร็วๆนี้จะมีประตูสุสานบรรพกาลปรากฏขึ้นทางสำนักจะให้ศิษย์ในทุกคนได้เข้าร่วมการแสวงโชคครั้งใหญ่ เจ้าจะไปด้วยหรือไม่?”ซูเจินถาม

            “ประตูสุสานบรรพกาลคืออะไร?” เหลียงจือขมวดคิ้วเมื่อได้ยินชื่อที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน

            “เจ้าไม่รู้จัก?” ซูเจินเลิกคิ้วถามเหลียงจือส่ายหน้าหวือ

            “แล้วเจ้ารู้เรื่องพวกนี้มาจากไหน?ไม่เห็นเคยได้ยินเรื่องพวกนี้มาก่อนเลยนะ” เหลียงจือถามอย่างสงสัย

            “ข้าจะรู้มาจากไหนก็ช่างเถอะแต่เรื่องนี้เป็นเรื่องอันตราย สายเวทอ่อนแอเช่นเจ้ามีโอกาสไม่ได้กลับออกมาสูงมากข้าเลยอยากรู้ว่าเจ้าจะเข้าร่วมหรือไม่?” ซูเจินเอ่ยจริงจัง

            “เข้าไปแล้วจะได้อะไร?” เหลียงจือเอียงคอถามซูเจินแทบสำลักชาที่กำลังจิบอยู่ เจ้าคนผู้นี่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยจริงๆมีคนตั้งมากมายเท่าไหร่ที่ต้องการเข้าไปในสุสานนั่น

            “สมบัติมากมาย ทั้งอาวุธ เงินทองของมีค่าหากดวงดีอาจได้โชคครั้งใหญ่ ทั้งทรัพยากรในการฝึกตน ทั้งพลังหรือสมุนไพรโอสถหายากมากมายเกินกว่าจะนึกได้” ซูเจินอธิบาย

            พอเหลียงจือได้ยินประโยคที่ว่าสมุนไพรกับโอสถหายากดวงตาก็เบิกกว้างส่องประกายวิบวับความละโมบแสดงออกมาเกินกว่าจะอธิบายเป็นคำพูด

            เจ้าคนโลภ!

            “เหอะ คงไม่ต้องถามแล้วสินะ”ซูเจินพูดเสียงขึ้นจมูก “แล้วเจ้าจะวางแผนไว้อย่างไร คนที่ไม่มีพลังป้องกันตัวเองได้เช่นเจ้าต้องตายตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าไปแน่”

            “เจ้าพูดอะไรน่ะซูซูมีเจ้าอยู่ข้ายังต้องกลัวอะไรอีก หรือเจ้าจะไม่ไป?” เหลียงจือพูดอย่างใสซื่อ

            “อย่าได้หวังพึ่งข้า!สุสานบรรพกาลเป็นสถานที่ลึกลับ เมื่อเข้าไปแล้วไม่อาจบอกได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น มีเพียงตัวเจ้าเองที่จะช่วยตัวเองได้หากเจ้าอยากเข้าไปก็ต้องเตรียมใจไว้ให้พร้อม”

            เหลียงจือกลืนน้ำลายดังอึก กะพริบตาปริบๆ“ยะ...อย่างนั้นข้าไม่ไปดีหรือไม่?”

            “ไม่ดี”

            “อ้าว เจ้าจะเอาอย่างไรกันแน่?”เหลียงจืองุนงงเป็นที่สุด

            “ข้าหมายถึงเมื่อมีโอกาสก็ต้องรีบคว้าเอาไว้แม้เจ้าจะอ่อนแอแต่ด้านการปรุงโอสถของเจ้านับว่าเป็นเลิศไม่ใช่หรือ? เจ้าก็หลอมโอสถระดับสูงเอาไว้เยอะๆหลายๆชนิดหน่อยเมื่อยามคับขันมันจะต้องช่วยชีวิตเจ้าเอาไว้ได้แน่” ซูเจินกล่าวเสียงหวาน หว่านล้อมอีกฝ่ายอย่างแนบเนียน

            “จริงด้วย แต่ด้วยพลังของข้าในตอนนี้หลอมโอสถได้จำกัดทั้งยังต้องใช้สมุนไพรจำนวนมาก สูตรการหลอมข้าก็ยังเรียนรู้ได้ไม่มากพอ”เหลียงจือทำหน้าครุ่นคิด

            ซูเจินปล่อยให้เขาคิดไปส่วนนางทำเพียงจิบชาเงียบๆ เขาบอกว่ายังเรียนรู้สูตรการหลอมโอสถได้ไม่มากพอแต่นางว่ามันมากเกินพอแล้ว เขายังอายุน้อยพลังยังไม่มากพอ แต่ก็เฉลียวฉลาดทั้งยังมีอาจารย์ดีนางว่าดีไม่ดีเขาอาจจะมีระดับของผู้ปรุงโอสถมากกว่าผู้ปรุงโอสถที่มีอายุมากกว่าบางคนเสียอีก  

            เหลียงจือคิดอยู่นานจนในที่สุดก็เงยหน้ามองสหายที่นั่งจิบชาอยู่ด้านหน้าอย่างไม่เดือดเนื้อร้อนใจเขารู้สึกตงิดๆในใจนัก ทว่าไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด

            “เจ้า...พอจะมีคำแนะนำให้ข้าหรือไม่?”เหลียงจือถามเอ่ยปากในที่สุดคนตรงหน้าวางจอกชาลงแล้วยิ้มกว้างให้เขาอย่างสยองที่สุดมันงามแต่เขากลับมองว่ามันน่าขนลุก หรือเขาจะตัดสินใจอันใดผิดไป?

            “หากเจ้าขอร้องถึงเพียงนั้น ข้าจะช่วยเจ้าก็ได้”ซูเจินยิ้มเจ้าเล่ห์ ในที่สุดเขาก็ยอมเอ่ยปากพูดมันออกมา นางอุตส่าห์นั่งรอให้เขาพูดเองมาตั้งนาน

            เหลียงจือขนลุกอีกครั้งเขาแค่ถามยังไม่ได้ขอร้องเลยสักคำนะ เหลียงจือชักอยากกลับคำแล้วลุกขึ้นเดินหนีออกไปจริงๆ

            “เรื่องพิษเย็นยะเยือกในตัวเจ้าข้าว่ามันถึงเวลาแล้วที่ข้าจะทำการถอนพิษให้ หลังจากถอนพิษแล้วเจ้าก็สามารถใช้พลังในการหลอมโอสถได้อย่างเต็มที่ส่วนเรื่องสมุนไพรเจ้าไม่ต้องห่วงตอนนี้ข้าได้ให้คนรวบรวมพวกมันมาอย่างเร่งด่วนที่สุดแล้ว ขอเพียงเจ้าหลอมมันเพื่อข้ากับคนของข้าสักเล็กน้อยเรื่องพวกนี้เจ้าก็ไม่ต้องกังวลอีก” ซูเจินยิ้มสว่างไสว เสมือนว่าเป็นการช่วยเหลือเขาอย่างบริสุทธิ์ใจ

            “เจ้า!” เหลียงจืออ้าปากค้าง ตกหลุมพรางแล้วตกหลุมพรางนางจิ้งจอกแล้ว! ไม่คิดเลยว่านางจะทำแบบนี้กับสหายได้ลงคอพูดจาหลอกล่อแล้วใช้เขาเป็นโรงหลอมให้พวกนาง!

            เจ้าคนโหดเหี้ยม!

    คล้ายกับเรื่องตำนานยอดหญิงซูเจิน ที่คุณอ่าน

    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.38M 1499
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    เคล็ดกายานวดารา

    เคล็ดกายานวดารา

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    11.12M 7294
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    791K 1635
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    นิยาย แฟนตาซี
    81K 280
    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.44M 2988