เช้าวันคล้ายวันเกิดครบรอบสามขวบมาพร้อมกับแสงแดดอบอุ่นสาดส่อง ทว่าบรรยากาศภายในจวนซ่งกลับตึงเครียดเขม็งราวกับสายธนูที่ถูกน้าวจนสุดกำลัง
งานเลี้ยงถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ ลานกว้างกลางจวน โคมแดงมงคลและผ้าแพรพรรณหลากสีสันถูกประดับประดาอย่างประณีต เสียงดนตรีบรรเลงขับขานอย่างครื้นเครง แเื่ผู้มีเกียรติทยอยเดินทางมาร่วมแสดงความยินดี ทุกอย่างดูงดงามและรื่นเริงบันเทิงใจ
หากแต่นี่เป็เพียงฉากบังหน้าที่ซ่อนคมดาบอันเย็นเยียบไว้เื้ัเท่านั้น
ซ่งจงอี้ในชุดขุนนางเต็มยศยืนแย้มยิ้มต้อนรับแเื่ ทว่าดวงตากลับลอบกวาดมองและประเมินทุกใบหน้าอย่างละเอียดถี่ถ้วน ซ่งจิ้งอันคอยควบคุมบัญชีรายชื่อแขกอยู่ที่ประตู ตรวจสอบทุกคนที่ก้าวผ่านธรณีประตูเข้ามาอย่างไม่ให้ออกนอกสายตา ขณะที่ซ่งติ้งหย่วนในชุดลำลองทะมัดทะแมงเดินตรวจตราไปรอบๆ ลานกว้าง ภายใต้สาบเสื้อคลุมตัวหนาซุกซ่อนกระบี่คมกริบเอาไว้ ท่าทางของเขาองอาจดุดันราวกับพยัคฆ์ร้ายที่กำลังเฝ้าระวังภัยให้ถ้ำของตน
แม้กระทั่งเจิ้นกั๋วกงก็มาร่วมงานด้วยตัวเอง โดยมีองครักษ์เงายอดฝีมือแฝงตัวอยู่ในคราบของบ่าวไพร่ กระจายกำลังอยู่ทั่วทุกมุมจวน
และแล้ว แขกผู้มีเกียรติที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะปรากฏตัวก็มาถึง... คนจากตระกูลเป้ย!
“ท่านพี่ซ่ง!” เป้ยจิ้งเฉียน ผู้นำตระกูลเป้ยและผู้พิทักษ์ชายแดนเหนือ ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มละไมกว้างขวาง “มิได้พบกันเสียหลายปี ได้ยินว่าท่านได้บุตรสาวผู้เป็ดั่งแก้วตาดวงใจ ข้าจึงพาลูกชายมาร่วมแสดงความยินดีด้วยตนเอง”
ซ่งจงอี้ยิ้มแย้มต้อนรับอย่างอบอุ่น ทั้งสองเคยเป็สหายร่วมรบที่เคยเคียงบ่าเคียงไหล่ในศึกทวงคืนแผ่นดินเหนือ มีมิตรภาพอันแน่นแฟ้นลึกซึ้ง และที่ข้างกายของเป้ยจิ้งเฉียนนั้น มีเด็กหนุ่มในชุดคลุมสีครามยืนนิ่งสงบ ใบหน้าหล่อเหลาหากแต่เ็าไร้ความรู้สึก—เป้ยจิ้งหาน
เหยาเหยาซึ่งซุกตัวอยู่ในอ้อมอกอุ่นของมารดา พลันเบิกตากว้างและสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้เห็นร่างของเด็กหนุ่ม
'เอ๊ะ! พระเอกมาด้วยอย่างนั้นหรือ! แล้วเขาจะมาร่วมงานวันเกิดของข่าทำไมกันล่ะเนี่ย' นางคิดด้วยความฉงนสนเท่ห์ 'อ้อ... ตระกูลเป้ยกับตระกูลซ่งเป็สหายเก่าแก่นี่เอง ในนิยายต้นฉบับไม่ได้เขียนถึงเื่นี้เลยสักนิด คงเป็เพราะตระกูลซ่งเป็เพียงตัวประกอบใช้แล้วทิ้ง นักเขียนเลยไม่ได้ใส่ใจรายละเอียดพวกนี้สินะ'
'แต่ช่างหัวเื่นั้นก่อนเถอะ! ตอนนี้เื่คอขาดบาดตายกำลังจะเกิดขึ้นแล้ว วันนี้คือวันที่พวกมันจะลงมือตามแผนสอง ข่าต้องระแวดระวังตัว!'
——————
เมื่อเวลาอันเป็มงคลมาถึง ก็เข้าสู่ ‘พิธีเสี่ยงทายโชคชะตา’
ตามประเพณดั้งเดิม ร่างเด็กน้อยจะถูกวางลงตรงกลางลานกว้าง รายล้อมไปด้วยสิ่งของมงคลหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็พู่กันจีน ตราหยก เงินทอง ดาบจำลอง ตลอดจนตำราพิชัยา หากเด็กน้อยหยิบจับสิ่งใด ก็จะใช้สิ่งนั้นทำนายชะตาชีวิตและอนาคต
เสิ่นว่านอวี๋ประคองร่างของเหยาเหยาลงบนเสื่อสีแดงอย่างทะนุถนอม สายตาของนางเปี่ยมไปด้วยความห่วงใยและไม่ยอมละสายตาจากบุตรสาวแม้แต่น้อย ขณะเดียวกันองครักษ์ที่แฝงตัวอยู่รอบด้านก็เริ่มขับเคลื่อนลมปราณ เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินทุกเมื่อ
เหยาเหยาคลานเตาะแตะเข้าไปท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่จับจ้องมาเป็จุดเดียว
'พิธีเสี่ยงทายสินะ' เด็กหญิงคิดในใจ 'จะหยิบอะไรดีล่ะ? ในนิยายเดิม เด็กๆ ของตระกูลซ่งต้องตายตกไปก่อนที่จะได้จัดพิธีนี้เสียอีก ข้าเลยไม่มีข้อมูลอ้างอิงเลย... เอาเป็ว่าหยิบของที่ดูเท่ๆ และมีความหมายดีๆ ก็แล้วกัน'
สายตากลมโตกวาดมองไปรอบๆ ก่อนจะสะดุดเข้ากับ ‘ตราอาญาสิทธิ์ทหารจำลอง’ ที่ท่านตานำมาวางไว้ และ ‘ตำราพิชัยา’ เล่มหนา นางลังเลอยู่เพียงอึดใจ ก่อนจะใช้มือน้อยๆ ทั้งสองข้างคว้าจับสิ่งของทั้งสองสิ่งไว้พร้อมกัน มือซ้ายกำตราอาญาสิทธิ์ทหาร มือขวาโอบกอดตำราพิชัยา
ลานกว้างตกอยู่ในความเงียบงันไปชั่วขณะ ก่อนที่เจิ้นกั๋วกงเฒ่าจะะเิเสียงหัวเราะอย่างพึงพอใจและภาคภูมิใจเป็ล้นพ้น “ฮ่าๆๆๆ ดี! ดีเยี่ยมยิ่งนัก! หลานสาวของข้าจับได้ทั้งตราทหารและตำราพิชัยา! เติบใหญ่ไปภายหน้า ย่อมต้องเป็ผู้ปรีชาสามารถ เก่งกล้าทั้งฝ่ายบุ๋นและบู๊อย่างแน่นอน!”
เหล่าแเื่ต่างพากันเอ่ยปากชื่นชมและแสดงความยินดีเกรียวกราว ทางด้านเป้ยจิ้งหานที่ยืนดูอยู่ไม่ไกล ดวงตาอันเ็าดุจน้ำแข็งขั้วโลกพลันสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อเห็นเด็กหญิงตัวน้อยเลือกตราทหารและตำราศึก แทนที่จะเป็เครื่องประดับหรือเงินทองดั่งเช่นเด็กผู้หญิงทั่วไป
เด็กคนนี้... มีบางอย่างที่ไม่ธรรมดาจริงๆ
'อืม... จับได้ตราทหารกับตำราพิชัยา ดูเท่ไม่หยอกเลยแฮะ' เหยาเหยาคิดอย่างพึงพอใจในผลงานของตนเอง 'เผื่อว่าชาตินี้ข่าจะเก่งกาจทั้งบุ๋นและบู๊ขึ้นมาจริงๆ จะได้ปกป้องครอบครัวได้ และไม่ต้องตกเป็ภาระของใคร—'
ทว่าความคิดของนางยังไม่ทันสิ้นสุดลง เสียงเครื่องดนตรีที่กำลังบรรเลงอย่างรื่นเริงพลันสะดุดกึกและเงียบหายไปกะทันหัน!
——————
เหตุการณ์วินาศสันตะโรเกิดขึ้นรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ!
คณะนักแสดงกายกรรมที่ถูกจ้างมาสร้างความบันเทิง พลันเผยธาตุแท้ พวกเขาชักดาบที่ซุกซ่อนไว้ออกมาอย่างรวดเร็ว ร่างเงาสี่ห้าสายพุ่งทะยานดุจวิหคเหิน ตรงดิ่งเข้าหาจุดศูนย์กลางของลานกว้าง—ซึ่งเป็จุดที่เหยาเหยานั่งอยู่!
“คุ้มกันคุณหนู!!!” ซ่งติ้งหย่วนแผดเสียงลั่นดังก้องจวน เขากระชากกระบี่ออกจากสาบเสื้อคลุมแล้วพุ่งตัวเข้าขวางหน้าดาบสั้นทันที
เสียงกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนกของแเื่ดังกึกก้อง ลานกว้างพลันแปรเปลี่ยนเป็ความโกลาหล องครักษ์เงาที่ซุ่มซ่อนอยู่กรูเข้าปะทะกับกลุ่มมือสังหาร เสียงศาสตราวุธเข้าห้ำหั่นกระทบกันดังเคร้งคร้างแสบแก้วหู
เสิ่นว่านอวี๋หัวใจแทบหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม นางพุ่งตัวสุดแรงเกิดเข้าไปคว้าตัวเหยาเหยามากอดไว้แนบอก หมุนตัวหลบคมดาบที่เฉียดผ่านผิวเนื้อไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด ทว่ามือสังหารยอดฝีมือผู้หนึ่งกลับฝ่าวงล้อมขององครักษ์เข้ามาได้ ดาบยาวในมือของมันเปล่งประกายเย็นเยียบ เล็งตรงมายังสองแม่ลูกอย่างเหี้ยมโหด!
เสิ่นว่านอวี๋ไม่มีเวลาให้หลบหนี นางทำได้เพียงใช้แผ่นหลังของตนเองเป็โล่กำบัง โอบกอดร่างของบุตรสาวไว้แน่นเพื่อใช้ชีวิตของตนปกป้องเหยาเหยาเอาไว้—
'ท่านแม่!!!' เหยาเหยากรีดร้องสุดเสียงในใจด้วยความหวาดกลัวและใสุดขีด 'ไม่นะ! ท่านแม่จะโดนฟันแล้ว!'
ในเสี้ยวอึดใจแห่งความเป็ความตาย สมองของเหยาเหยาแล่นพล่านด้วยความเร็วแสง—ระบบบุญ! นางยังมีแต้มบุญสะสมอยู่ถึง 152 แต้ม!
'ระบบ! ยันต์อะไรก็ได้ที่ช่วยสถานการณ์ตอนนี้ได้! เอาออกมาเร็วเข้า!'
ทว่ายังไม่ทันที่ระบบจะตอบสนอง เงาร่างสีครามสายหนึ่งกลับทะยานเข้ามาด้วยความเร็วที่เหนือกว่าอย่างเทียบไม่ได้!
เป้ยจิ้งหาน!
เด็กหนุ่มผู้เคยมีท่าทีเฉื่อยชาและเ็า บัดนี้เคลื่อนไหวรวดเร็วปานพยัคฆ์กระโจน เขาฉวยกระบี่จากมือขององครักษ์ข้างกาย ฟาดฟันเข้าปะทะกับดาบของมือสังหารอย่างแม่นยำ ประกายไฟสว่างวาบพร้อมเสียงโลหะปะทะกันดังกึกก้อง แรงปะทะอันมหาศาลทำให้คมดาบของศัตรูเบนทิศทางไป ก่อนที่เป้ยจิ้งหานจะหมุนตัวเตะยอดอกของมือสังหารผู้นั้นอย่างรุนแรงจนร่างลอยละลิ่วไปกระแทกเข้ากับเสาหินอย่างจัง
ทุกอย่างเกิดขึ้นและจบลงเพียงชั่วพริบตาเดียว
เป้ยจิ้งหานยืนตระหง่านขวางเบื้องหน้าของเสิ่นว่านอวี๋และเหยาเหยา ปลายกระบี่ในมือมีหยาดโลหิตสีแดงฉานไหลหยดลงสู่พื้น สายตาอันคมปลาบและเย็นะเืกวาดมองกลุ่มมือสังหารที่เหลืออยู่พลางเอ่ยน้ำเสียงทุ้มต่ำทว่าทรงพลังอำนาจเด็ดขาด
“ใครกล้าแตะต้องเด็กคนนี้อีก... ข้าจะตัดมือมันทิ้งเสีย!”
น้ำเสียงเ็าของเด็กหนุ่มวัยสิบห้า กลับเปี่ยมอำนาจที่ทำให้มือสังหารถึงกับชะงัก
——————
ศึกพลิกผันในพริบตา
ซ่งติ้งหย่วนที่ฝึกปรือมาอย่างหนักหน่วงตลอดสามปี บัดนี้ฝีมือดาบเฉียบคมขึ้นมาก เขาฟาดฟันมือสังหารล้มลงทีละคน ส่วนองครักษ์ของท่านตาที่เตรียมพร้อมมาเต็มที่ ก็ค่อยๆ ปิดล้อมจนมือสังหารไร้ทางหนี
เจิ้นกั๋วกงเสียงสั่งกึกก้อง "จับเป็! เอาไว้สอบปากคำสักคน!"
คราวนี้ตระกูลซ่งเตรียมพร้อมมาดีกว่าเดิม องครักษ์รีบปลดอาวุธและง้างปากมือสังหารที่จับได้ เพื่อกันไม่ให้กัดยาพิษฆ่าตัวตายเหมือนคราวก่อน — จับเป็ไว้ได้สองคน
ไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ศึกก็จบลง
ลานที่เคยครึกครื้นกลายเป็สมรภูมิย่อมๆ แต่ใจกลางวง เหยาเหยายังปลอดภัยดีในอ้อมแขนของแม่ ไม่มีแม้รอยขีดข่วน
เสิ่นว่านอวี๋กอดลูกแน่น ทั้งร่างสั่นเทาด้วยความใที่กลั้นไว้ น้ำตาไหลพราก "เหยาเหยา... ลูกไม่เป็ไรนะ ไม่เป็ไรแล้ว..."
'ท่านแม่... ท่านแม่ไม่เป็ไรใช่ไหมเ้าคะ!' เหยาเหยาคลำตัวแม่ด้วยมือน้อยๆ พอเห็นว่าแม่ปลอดภัยก็ร้องไห้โฮออกมาด้วยความโล่งอกระคนใ 'ดีจังที่ท่านแม่ไม่เป็ไร ดีจังๆ...'
นางซบหน้ากับอกแม่ ร้องไห้สะอึกสะอื้น แต่ในใจกลับมีความดีใจพลุ่งพล่านขึ้นมา
'ข้ารอด... ข้ารอดแล้ว!' นางคิดทั้งน้ำตา 'ในต้นฉบับเดิม วันนี้คือวันที่ข้าตาย แต่ตอนนี้ข้ายังอยู่! ยังหายใจ! ยังร้องไห้อยู่ในอ้อมท่านแม่!'
'เราทำได้! ครอบครัวข่าทำได้! เราฉีกบทหน้าสุดท้ายของข้าได้แล้ว!'
[ติ๊ง——]
[ยินดีด้วย โฮสต์ฝ่าด่านเคราะห์สำเร็จ เปลี่ยนแปลงโชคชะตาครั้งใหญ่ มอบแต้มบุญพิเศษ 100 แต้ม! ตอนนี้มีแต้มบุญสะสมปัจจุบัน 252 แต้ม! ปลดล็อกสิทธิ์ใหม่ในร้านค้าบุญกุศล]
'ได้แต้มบุญตั้งร้อยแต้ม!' เหยาเหยาใปนดีใจ 'การพลิกชะตาครั้งใหญ่ได้แต้มบุญเยอะขนาดนี้! แถมปลดล็อกของใหม่ด้วย! เดี๋ยวต้องไปดูสักหน่อยแล้ว...'
——————
ท่ามกลางความโกลาหลที่ค่อยๆ สงบลง เหยาเหยาที่ซบอยู่ในอ้อมแม่ เงยหน้าขึ้นมองเด็กหนุ่มที่ยืนขวางหน้าพวกนางเมื่อครู่
เป้ยจิ้งหานหันกลับมาพอดี สายตาเ็าปะทะกับดวงตากลมโตเปียกน้ำตาของเด็กน้อย
เป็ครั้งที่สองที่ทารก ไม่สิ ตอนนี้เป็เด็กหญิงตัวน้อยแล้ว — คนนี้จ้องเขาด้วยแววตาที่ไม่เหมือนเด็กทั่วไป
เหยาเหยาสะอึกเบาๆ แล้วเอ่ยด้วยเสียงใสๆ ผ่านม่านน้ำตา "พี่... ช่วยแม่... ขอบคุณ"
เป้ยจิ้งหานนิ่งไปครู่หนึ่ง ในใจของเด็กหนุ่มที่เ็ามาตลอด มีบางอย่างกระเพื่อมไหวอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน เขายื่นมือออกไปลูบศีรษะเล็กๆ ของเด็กหญิงเบาๆ อย่างเก้ๆ กังๆ ราวกับไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรกับความรู้สึกแปลกประหลาดนี้
"...อืม" เขาเอ่ยเพียงคำเดียว ก่อนจะเบือนหน้ากลับ แต่กกหูกลับแดงเรื่อขึ้นเล็กน้อย
'เอ๊ะ พระเอกลูบหัวข้า!' เหยาเหยาคิดอย่างงงๆ 'ท่าทางเ็าแต่ใจดีนะเนี่ย ช่วยทั้งข้าทั้งท่านแม่... ขอบคุณจริงๆ นะ ถึงในนิยายเขาจะเป็พระเอกของคุณหนูฟ่านนั่น แต่คนช่วยครอบครัวข้า ข้าจะจำบุญคุณนี้ไว้!'
เสิ่นว่านอวี๋ที่เห็นภาพตรงหน้า ดวงตาเปี่ยมความหมายวาบขึ้น นางจดจำใบหน้าของเด็กหนุ่มตระกูลเป้ยคนนี้ไว้อย่างแม่นยำ — ผู้ที่ในเื่เล่าถูกลิขิตให้เป็ของฟ่านชิงเสวี่ย แต่วันนี้กลับยื่นมือปกป้องลูกสาวของนาง
ชะตาที่ถูกเขียนไว้ ดูเหมือนจะเริ่มเบี่ยงเบนไปไกลกว่าที่ใครคาดคิดเสียแล้ว
——————
ค่ำคืนนั้น หลังจัดการที่เกิดเหตุเรียบร้อย ทั้งครอบครัวซ่งล้อมวงกันในห้อง เหยาเหยาหลับใหลอยู่ในอ้อมแม่ด้วยความเหนื่อยล้า
ซ่งจิ้งอันถือบันทึกคำสารภาพเบื้องต้นของมือสังหารที่จับเป็ได้ สีหน้าเคร่งขรึม "มือสังหารชุดนี้มาจาก 'เงาทมิฬ' เช่นเดียวกับที่ลอบทำร้ายท่านตา และคราวนี้... เราจับเป็ไว้ได้ เบาะแสยังไม่ขาดหายเสียทีเดียวขอรับ"
ซ่งจงอี้พยักหน้า ดวงตาเย็นวาบ "ดี ค่อยๆ สาวถึงตัวการ อย่าเพิ่งรีบ วันที่เราถือหลักฐานครบมือ คือวันที่อ๋องรองจะได้ลิ้มรสความเ็ปที่เขาทำกับตระกูลเราตลอดสามปีนี้"
เจิ้นกั๋วกงถอนหายใจ มองหลานสาวที่หลับไปแล้วอย่างเอ็นดูปนเ็ป "เด็กน้อยอายุเพิ่งสามขวบ ต้องเผชิญด่านความเป็ความตายถึงเพียงนี้... แต่นางก็ผ่านมาได้ เพราะมีพวกเราทั้งตระกูลอยู่ข้างนาง"
เสิ่นว่านอวี๋ก้มลงจูบหน้าผากลูกสาวเบาๆ ในใจท่วมท้นด้วยความรู้สึกหลายอย่างปนเปกัน
"บทประพันธ์เขียนว่าเ้าจะตายวันนี้" นางกระซิบแ่เบา "แต่เ้ายังอยู่ ยังหายใจ ยังอุ่นอยู่ในอ้อมแม่... ลูกรัก นับจากวันนี้ไป บันทึกชีวิตเ้า แม่กับพ่อพี่ๆ จะช่วยเ้าเขียนใหม่เอง"
ในห้วงนิทรา เหยาเหยายิ้มน้อยๆ ราวกับได้ยินคำสัญญานั้น
ด่านแรกแห่งชะตา — ผ่านพ้นแล้ว
แต่นี่เป็เพียงจุดเริ่มต้น เพราะข้างหน้ายังมีเื่ราวอีกหลายร้อยหน้าที่รอให้ตระกูลซ่งฉีกทิ้งและเขียนขึ้นใหม่ด้วยมือของพวกเขาเอง