บทนำ
โดย : LAMON888
“เป็เวลานานนับแสนปีกว่าแดน์จะมาเป็ดังเช่นทุกวันนี้” เซียนสตรีนางหนึ่งได้กล่าวไว้
เื่ราวนั้นได้เริ่มขึ้นั้แ่ก่อนที่์จะรวมเป็หนึ่งเดียว เป็เื่ราวของเทพบุปผานางหนึ่ง ที่ถือกำเนิดมาพร้อมกับมหาเทพยุคา ทำให้ผู้คนเรียกขาลกันว่าบุปผาา นางใช้เวลานับหมื่นปีในการฝึกตนกว่าจะได้ร่างเซียนจนกลายเป็เทพบุปผา นามว่า -หมู่ตัน-
ณ ตำหนักฉางเยว่
“บุปผาของข้าหายไปที่ใดกัน” เสียงของเทพผู้หนึ่งดังขึ้น
“มหาเทพท่านใจเย็นก่อนนะขอรับ” หงส์แดงน้อยนาม -เฟิ่งหวง- ซึ่งเป็สัตว์เทพประจำกายของมหาเทพกล่าวขึ้นด้วยความวิตกกังวล ก่อนที่จะเร่งรีบออกไปตามหาบุปผาของมหาเทพ แต่ค้นจนทั่วทั้งตำหนักนอกตำหนักในแล้วก็ยังหาบุปผาของมหาเทพไม่พบ จึงได้ออกไปตามหานอกตำหนักฉางเยว่ต่อ
ณ แดนบุปผา
“นนนนนนน..........นั่น นั่นมันอะไรกันหน่ะ” เซียนบุปผาน้อยนางหนึ่งที่มีหน้าตาน่ารักนาม -หลันฮวา- ร้องขึ้นเสียงดังจนได้ยินไปทั่วทั้งแดนบุปผา “เหตุใดถึงได้มีแต่ดอกโบตั๋นบานสะพรั่งทั่วทั้งเดนบุปผาเลยเล่า”
“มองไปทางไหนก็มีแต่ดอกโบตั๋นเต็มไปหมด ทางซ้ายก็มี ทางขวาก็มี”
“โอ๊ะ...อะไรโดนหัวข้า” นางเงิยหน้าข้ึนไปก็พบว่าเป็ดอกโบตั๋นที่ชนเข้ากับหัวของนาง
“ข้างบนก็ยังมีอีกเหรอเนี่ย”
นางหันซ้ายหันขวา และมองไปรอบๆตัว สายตาก็ไปสะดุดอยู่ตรงใจกลางมวลบุปผาเ่าั้ จับจ้องอยู่นานก็เริ่มเห็นการเคลื่อนไหวจากใจกลางของมวลบุปผาเ่าั้ มองเห็นเป็ทารกน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มกำลังขยับแขนขาไปมา ‘ดุ๊กดิ๊ก ดุ๊กดิ๊ก’ กำลังน่ารักน่าชังเลย
“นั่นนนนน...เหมือนจะเป็ทารกน้อยเลยนะ เหตุใดจึงมานอนอยู่ใจกลางของดอกโบตั๋นเ่าั้กัน??
“ดอกโบตั๋น”
“ทารกน้อย”
“ดอกโบตั๋น”
“ทารกน้อย”
“ดอกโบตั๋น”
“ทารกน้อย”
“นี่มันเื่แปลกประหลาดอันใดกันเนี่ยยยยยย”
“ ไหนจะดอกโบตั๋น ไหนจะเด็กทารกอีก” นางใยืนนิ่งไปครู่หนึ่งแล้วก็รีบรุดไปที่ตำหนักของเทพบุปผาอย่างตื่นตระหนก
.
.
.
.
“เด็กน้อยหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มผู้นี้เป็ใครกัน เหตุใดจึงมาปรากฏกายในแดนบุปผาผาของเราได้” เทพบุปผาอุทานขึ้นด้วยความงงงวย หลังจากตามหลันฮวามาที่สวนบุปผา
“ ท่านเทพๆ ดูที่หน้าผากของเ้าตัวน้อยนี่สิ มีปานอะไรอยู่ด้วย? รูปร่างคล้ายกับ...........คล้ายกับดอกโบตั๋นเลย” นางเอ่ยขึ้น หลังจากพินิจพิจารณาร่างของทารกน้อยอยู่เป็เวลานาน
.
.
.
.
“ เสี่ยวหมู่ตัน เ้าไปทำอะไรตรงนั้นหน่ะ” “ ซุกซนอะไรอีกแล้วใช่หรือไม่ ” เสียงเรียกหมู่ตันน้อยด้วยความเอ็นดูของเทพบุปผา
“ ท่านเทพพพ ” เสียงน้อยๆของหมู่ตันร้องเรียกหาท่านเทพ ด้วยเสียงที่ออดอ้อน พร้อมค่อยๆเดินเข้าไปหาท่านเทพ แล้วนั่งลงที่โต๊ะน้อยๆ ที่เป็โต๊ะประจำของนางข้างๆท่านเทพ
“ ท่านเทพ..ข้าอยากไปงานหมื่นบุปผาที่จัดขึ้นที่สวนบุปผาด้วยจังเลยเ้าค่ะ ” นางพูดไปพลางหยิบขนมกินไปพลาง ส่งสายตาออดอ้อนให้ท่านเทพพานางไปด้วย
.
.
.
.
ณ ตำหนักฉางเยว่
“ เสี่ยวหลาน.....เ้าออกไปเที่ยวเล่นที่ไหนมาซะนานเชียว ดวงจันทราขึ้นมาก็ตั้งนานแล้วเ้ามิเห็นหรือ ” เสียงของมหาเทพดังออกมาจากในตำหนักฉางเย่ พร้อมกันกับที่ เฟิ่งหวงออกมาเปิดประตูตำหนักให้
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
~ เสี่ยว..... ~ เป็การเรียกด้วยความเอ็นดู เช่น เสี่ยวหมู่ตันแปลว่าหมู่ตันน้อย
~ ฉางเยว่ ~ แปลว่า ชมจันทร์ :ในที่นี้เราจะหมายถึงตำหนักฉางเยว่ที่มหาเทพหรือพระเอกของเราอยู่นะคะ ความหมายของตำหนักที่ไรท์้าที่จะสื่อก็คือ ตำหนักที่สามารถเห็นแสงจันทร์สาดส่องได้สว่างและงดงามที่สุดนั่นเองค่ะ