บทที่ 17 จุยสง
ตึก ตึก ตึก
หยางอี้เดินขึ้นเวทีมาประชันหน้ากับอีกฝ่าย นักสู้ในชุดรัดรูปสีดำจากที่ฟังมาชายคนนี้นามว่า อุยกอ เป็หนึ่งในครูฝึกของสำนักอสรพิษเหล็กซึ่งเป็สำนักชั้นสองของเมืองหลวงนับว่ามีฝีมือด้านการต่อสู้ด้วยมือเปล่าอยู่มิใช่น้อย
“เ้าหนูรีบยอมแพ้เสียเถอะข้ามิอยากรุนแรงกับเ้า เฮ้อ...เป็เพียงเด็กน้อยกลับไปขัดหูขัดตาผู้มีอำนาจ”อุยกอ กล่าวออกมาอย่างเรียบเฉย หยางอี้ฟังแล้วก็มิได้ประหลาดใจนักเื้ัต้องเป็ชายชราจิ้งหรือไม่ก็จุยสงอย่างแน่นอน
“เชิญท่านลงมือตามสบายเถอะ ข้าเองก็อยากเห็นทักษะหมัดอสรพิษของสำนักท่านให้ประจักษ์แจ้งเช่นกัน”หยางอี้กล่าวออกมาพร้อมไล่สายตาจนไปหยุดที่ชายชราจิ้งที่ยิ้มเหี้ยมให้แก่มันก็รู้ได้ทันทีว่าเื้ัคือต่าแก่คนนี้เอง
‘เฮอะ ตาแก่นี่ยุ่งกับข้าไม่เลิกคงต้องจัดการเสียหน่อยแล้ว ’
ด้านอุยกอเมื่อได้ยินคำกล่าวของหยางอี้ที่มิได้เกรงกลัวมันแม้แต่น้อยก็ทำให้มันมีอาการไม่พอใจและคิดจะอัดเ้าเด็กนี่ให้รู้ซึ้งถึงความแข็งแกร่งของสำนักอสรพิษเหล็ก
“ เริ่มการประลองได้ ”เสียงกรรมการประกาศสัญญานให้ทั้งคู่เริ่มต่อสู้กันอุยกอเมื่อสิ้นเสียงมันก็พุ่งเข้าหาหยางอี้ทันทีนิ้วมือขดเกร็งเป็กรงเล็บพุ่งเข้าหาชายหนุ่มหมายจะขย้ำเข้าที่คอของอีกฝ่ายคำสั่งที่มันได้รับมานั้นคือสาหัสแต่หากสังหารได้ก็มิเป็ไรหยางอี้หรี่ตามองก่อนเอียงคอเล็กน้อยเพื่อหลบอย่างฉิวเฉียดการกระทำนี้ปู้หยุนและหญิงรับใช้ที่ถูกเรียกมาสอบถามมองดูผ่านกระจกอยู่บนห้องรับรองถึงกับเสียวสันหลังหากพลาดขึ้นมาคงมิจบแค่เจ็บตัวแน่นอน!
สิ่งที่ปู้หยุนหรือแม้สำนักระดับแนวหน้านั้นกังวลคือทางราชวงศ์เพียงส่งสารมาให้ระวังและอย่ามีเื่กับเด็กหนุ่มเพราะอาจจะเป็การสร้างหายนะได้แต่กลับไม่บอกให้แน่ชัดถึงเื้ัของเด็กหนุ่มคนนี้ว่าเป็เช่นไรหากเกิดเหตุมิคาดฝันขึ้นและผู้ที่อยู่เื้ัมันออกโรง...หากยังพอสามารถทำให้ตระกูลผู้เป็เ้าของหอเมฆาเบ่งบานออกหน้ารับได้ก็ดีไปแต่หากว่าตระกูลยังไม่สามารถทำได้เล่า?จะเกิดเื่แบบใดขึ้น?
อุยกอเมื่อการโจมตีแรกพลาดเป้าหมัดต่อไปก็โจมตีต่อเนื่องทันทีหยางอี้เคลื่อนไหวเพียงร่างท่อนบนเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะเท่านั้น
“ ยอดเยี่ยม ไม่มีการเคลื่อนไหวที่เสียเปล่าเลยแม้แต่น้อยกระทั่งมองการเคลื่อนไหวอีกฝ่ายจนสามารถโยกหลบเพียงร่างกายท่อนบนได้! ”
เสียงสตรีในชุดสีฟ้าที่นั่งชมอยู่ในพื้นที่รับรองนักสู้กล่าวชมออกมาอย่างไพเราะซึ่งเรียกสายตาของบุรุษหนุ่มด้านข้างให้หันมามองอย่างมิสบอารมณ์
“น้องสาวชูหนิงก็พูดเกินไป นั่นเป็เพราะอีกฝ่ายอ่อนแอเกินไปเ้าเด็กนั่นถึงทำแบบนี้ได้หากเป็ข้าล่ะก็มันจะจบลงในสามกระบวนท่า! ”
จุยสงกล่าวออกมาอย่างโอ้อวด ชูหนิงเป็บุตรสาวคนกลางของตระกูลชูตัวมันตกหลุมรักนากั้แ่พบกันเมื่อ 1 ปีก่อน และมันก็ตามตื้อนางจนกระทั่งบัดนี้และเหตุผลที่มันมาร่วมประลองในวันนี้ก็เพราะได้ข่าวว่านางเข้ามาประลองเช่นกันมันจึงได้มาร่วมด้วย
“อย่างนั้นข้าจะรอดูหากท่านได้เจอกับเขา”ชูหนิงกล่าวออกมาพร้อมยิ้มบางอย่างเป็มารยาทก่อนนางจะหันกลับไปสนใจการต่อสู้ต่อ
บนเวที อุยกอที่ไม่สามารถโจมตีโดนหยางอี้ได้เลยก็ถอยกลับมาตั้งหลักใหม่มันตกตะลึงไม่น้อยที่เด็กหนุ่มตรงหน้านั้นสามารถหลบทุกการโจมตีของมันได้ อุยกอแม้จะมีอาการหอบแต่มันก็มิได้เหนื่อยมากนักเพราะหยางอี้เพียงหลบมิได้โจมตีสวนมา
“ หลบเก่งนักนะเ้าหนู เจอนี่หน่อยเป็ไง ”อุยกอเกร็งพลังปราณในร่างให้หมุนวนจนก่อเกิดเป็อสรพิษพันเลื้อยพันรอบตัวมันจากนั้นก็เลื้อยลงมาปกคลุมแขนขวาของมัน
หยางอี้ััได้อย่างชัดเจนถึงลมปราณก่อตั้งจิตขั้นกลางที่อัดแน่นอยู่ที่แขนขวาของอุยกอตัวเขาก็ไม่ได้ประมาทมันเช่นกันลอบโคจรลมปราณหน่วงไว้ด้วยหัตถ์หละวันขั้นหลอมดาราไว้ที่มือขวาหัตถ์หละวันของหยางอี้นั้นพัฒนามาถึงขั้นที่ 5 แล้วระหว่างที่อยู่ในป่าดับดารา
“ ฟ่อ ฟ่อ หมัดอสรพิษเหล็ก! ”อุยกอพุ่งเข้ามาพร้อมกับอสรพิษที่เกิดจากลมปราณอ้าปากขู่คำราม
หยางอี้ขยับร่างกายพุ่งเข้าหาอุยกอราวกับลูกศรก่อนที่หมัดทั้งสองจะเข้าปะทะกันอย่างจัง่ที่เข้าปะทะกันหยางอี้จำต้องปลดทักษะซ่อนจันทร์เพื่ออัดลมปราณปะทะเข้ากับอุยกอทำให้หลายคนที่จับตาดูอยู่รอบเวที ััได้ถึงระดับก่อตั้งจิตขั้นกลางของหยางอี้แถมอีกเพียงครึ่งก้าวจะเข้าสู่ขั้นปลายแล้ว!
ปู้หยุนถึงกับหลั่งเหงื่อเย็นเยียบ หยางอี้อายุเพียง 15 เกือบจะ 16ปีแต่ก้าวมาถึงขั้นนี้แล้ว! เื้ัเ้าหนูนี่ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอนเช่นเดียวกันทั้งจุยสงและชีหนิงนั้นกว่าจะมาถึงขั้นเดียวกับหยางอี้ก็อายุ19 ปีแล้ว ทำทั้งสองคนตกตะลึงเป็อย่างมาก!
ปัง !อ้าก !
อุยกอกระเด็นออกไปกว่า 5 เมตร ก่อนจะนอนดิ้นอยู่บนพื้นเวทีแขนขวาของมันนั้นถึงกับบิดงอผิดรูป กระดูกภายในหักกว่า 5 ท่อนอย่างน้อยต้องรักษากันนานหลายเดือนกว่าจะหายเป็ปกติ รอบลานประลองเงียบกริบอีกครั้งก่อนจะมีเสียงของผีพนันที่เลือกเดิมพันกับหยางอี้เฮขึ้น
เฮ เฮ
“ ผู้ชนะ หยางอี้!”กรรมการประกาศออกมาอย่างชัดเจนเพื่อตอกย้ำคนดูหยางอี้เดินลงจากเวทีก่อนจะไปนั่งยังที่ของตนสายตาหลายคู่ล้วนจับจ้องมายังเขา
‘เฮ้อ เพียงแค่ครึ่งลมหายใจเดียวกลับมีคนจับััได้ขนาดนี้เชียวรึ ’
“ฮ่า ๆ ยอดเยี่ยมเ้าหนู เ้านับเป็รุนเยาว์ที่อนาคตไกล!”ชายชราชูกล่าวชื่นชมหยางอี้จากใจจริงชีหนิงเองก็หันมาก้มหัวและยิ้มให้เล็กน้อยเป็การทักทาย หยางอี้นั้นพยักหน้าและยิ้มให้ทั้งสองเช่นกันแล้วหลับตาลงเมินสายตาอาฆาตของจุยสงไปอย่างไม่ใยดีมันจึงกล่าวออกมาอย่างหงุดหงิดเล็กน้อย
“ฮึ่ม หากเ้าเจอกับข้า ข้าจะ.. ”
“รอบต่อไป หยางอี้เจอกับชีหนิง และจุยสงเจอกับเฒ่าชู! ”
“ บัดซบ! ”
จุยกล่าวสงอย่างหัวเสียมันนั้น้าเจอกับหยางอี้เพื่อทุบตีชายหนุ่มที่บังอาจทำตัวโดดเด่นกว่ามันหรือไม่ก็ชีหนิงเพื่อที่จะได้ใกล้ชิดนางและฉวยโอกาสเล็กน้อยแต่ตอนนี้มันกลับต้องมาเจอกับตาเฒ่าหนังเหนียวเื่นี้ทำให้มันหงุดหงิดเป็อย่างมาก
จุยสงมองมายังหยางอี้อย่างรังเกลียด เ้าเด็กนี่โผล่มาจากไหนกัน มันแย่งชิงความโดดเด่นจากข้าไปทั้งที่วันนี้ควรจะเป็เวทีแสดงความโดดเด่นของข้าแท้ๆกระทั่งน้องสาวชีหนิงก็ยังสนใจมัน และที่หน้าเจ็บใจที่สุดมันกลับได้สู้กับชีหนิงในรอบนี้แต่ข้า... กลับต้องมาเจอตาแก่ชู!
หยางอี้เฝ้ามองจุยสงมาได้สักระยะแล้ว รู้เขารู้เราดีที่สุด ในเมื่อมีคนตั้งใจมาหาเื่ก็ต้องสังเกตให้ละเอียดกันเสียหน่อย
เสียงประกาศเรียกนักสู้ขึ้นเวทีดังขึ้น หยางอี้และชีหนิงลุกจากเก้าอี้และเดินไปยังลานประลองชายหนุ่มเลือกใช้เส้นทางผ่านยังที่นั่งของจุยสง
“เฮ้พี่ชาย พี่สาวชีหนิงช่างงดงามนักข้านี่โชคดีจริงๆที่ได้สู้กลับนาง...ท่านคิดเช่นนั้นไหม?”ใบหน้าของหยางอี้ปรากฎความหื่นกระหายเล็กน้อย ส่วนจุยสงที่ได้ฟังถ้อยคำของหยางอี้กลับกลายเป็โกรธขึ้นมาทันทีใบหน้าแดงซ่านเขียวคล้ำกลับไปกลับมา
“เ้าเด็กเปรต หากเ้ากล้าข้าจะสับเ้าเป็ชิ้นๆ!”จุยสงคำรามต่ำออกมาจิตสังหารพวยพุ่งเข้าหาหยางอี้อย่างเต็มที่ แต่ไหนเลยจิตสังหารของบุรุษหนุ่มปราณก่อตั้งจิตจะเทียบได้กับาาเสือดำ?
หยางอี้ยักไหล่เดินผ่านมิได้สนใจจุยสงแม้แต่น้อยแต่ก่อนจะก้าวขึ้นเวทีชายหนุ่มหันกลับมายิ้มให้จุยสงเล็กน้อย
“ไม่ต้องห่วงพี่ชายข้าจะดูแลนางอย่างดี ”
“เ้า เ้า เ้า !ฮึ่ม ! ”จุยสงพยายามสงบอารมณ์ลง อัจฉริยะรุ่นเยาว์คำนี่มิได้ตกมาจากฟ้า พลังและหัวสมองแน่นอนจุยสงรับรู้ได้ว่าหยางอี้้ายั่วโมโหมันมันพยายามไม่สนใจหยางอี้เดิมทีมันตั้งใจจะข่มขู่เ้าเด็กนี่แต่ไหนเลยกลับโดนยั่วโมโหเสียเองแถมดันเป็เื่ชีหนิงจะให้มันละเลยได้อย่างไร?
หยางอี้และชีหนิงเดินขึ้นมาบนลานประลองเรียบร้อยแล้วทั้งสองจ้องมองกันก่อนที่หยางอี้จะเป็ฝ่ายเริ่มสนทนา
“พี่สาว ทักษะกระบี่ของท่านนั้นเยี่ยมยอดยิ่งนักครั้งนี้คงเป็การต่อสู้ที่ดีแน่นอน ”ชีหนิงยิ้มเล็กน้อยก่อนกล่าวออกมา
“น้องชายชมเกินไปแล้ว ทักษะของเ้าเองก็เยี่ยมยอดคงเป็ปัญหากับข้าไม่น้อย“
“ เริ่มการประลองได้ “
พรึ่บ!สิ้นเสียงประกาศชีหนิงไม่รอช้านางพุ่งเข้าหาหยางอี้ทันทีหนึ่งกระบี่ถูกแทงเข้าสู่หัวไหล่ของชายหนุ่มนางยิ้มเล็กน้อยก่อนจะััได้ถึงบางอย่างที่ด้านหลังชีหนิงรีบยกปลอกกระบี่ขึ้นมาตั้งรับ
ปัง !หยางอี้ที่หลบออกมาด้วยท่าเท้ามายา์ะโขึ้นลอยตัวเหนือพื้นขาขวาถูกเกร็งพลังก่อนจะฟาดออกไปอย่างแรง ชีหนิงแม้จะยกปล่อยกระบี่ขึ้นมาต้านรับก็ยังกระเด็นออกไปกว่า10 เมตรนางมองไปยังมือของนางที่สั่นระริกเรี่ยวแรงที่จับปลอกกระบี่แทบจะไม่หลงเหลือเพราะความรู้สึกด้านชาอย่างใ
“ รวดเร็วและรุนแรง! ”
สองคำที่นางสามารถบ่งบอกได้ถึงเด็กหนุ่มเบื้องหน้าที่กำลังมองมายังนางด้วยรอยยิ้ม
ชีหนิงวางปลอกกระบี่ลงก่อนจะหันมามองหยางอี้อย่างจริงจังพลังปราณโดยรอบร่างของนางปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มที่ บรรยากาศเริ่มกลายเป็กดดันจนทำให้หยางอี้ต้องมองไปยังชีหนิงอย่างจริงจังด้วยความมุ่งมั่นของนางรังสีกระบี่เริ่มปรากฎออกมารอบๆตัวพลังปราณถูกถ่ายเทเข้าสู่กระบี่สีเงินวาวภายในมือของนาง
“ กระบวนท่าที่ 4 พิรุนเฉือนนภา! ”
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว
ปราณกระบี่ถูกฟาดฟันออกมาเป็คมกระบี่สามสายพุ่งเข้าหาหยางอี้ชายหนุ่มมิได้ประมาทแม้แต่น้อย สายตาจับจ้องไปยังกระบี่ของชีหนิงั้แ่รังสีกระบี่ปรากฎให้เห็นด้วยความเร็วที่เหนือกว่าทักษะย่างก้าวมายา์ถูกใช้ออกอย่างต่อเนื่องทิ้งไว้เพียงร่างเงามายาที่ถูกฉีกกระชากด้วยปราณกระบี่!
ชีหนิงเมื่อเห็นหยางอี้เคลื่อนตัวหลบหลีกก็เป็ตามที่คาดไว้นางพุ่งเข้าหายังทิศทางของหยางอี้ทันทีคมกระบี่ทิ่มแทงเข้าหาชายหนุ่มอย่างต่อเนื่อง
“ ฮึ่ม เ้ากำลังดูถูกข้าอยู่! ”
ชีหนิงสบถออกมาอย่างไม่พอใจเด็กหนุ่มเบื้องหน้านางทำเพียงหลบไปมามิได้คิดจะต่อสู้เลยสักนิดหยางอี้ที่ได้ฟังก็ยิ้มเล็กน้อยตัวเขานั้นมิได้ดูถูกชีหนิงแต่อย่างใดทว่าเหตุผลที่มาที่นี่ก็เพื่อทดสอบความสามารถของตัวเองหากหยางอี้้าสู้เต็มกำลังแน่นอนว่านางย่อมมิใช่คู่มือของชายหนุ่ม
วูบ ! หยางอี้อยู่ๆก็หายตัวไปปรากฎด้านข้างของชีหนิงราวกับภูตผี หัตถ์หละวันถูกใช้ออกอีกครั้งฝ่ามืออันหนักหน่วงที่ถูกห่อหุ้มด้วยพลังปราณอันร้อนแรงพุ่งเข้าหาชีหนิงจากด้านข้างนางหรี่ตาก่อนที่กระบี่สีเงินจะถูกชักกลับมาป้องกันแต่ด้วยความรุนแรงทำให้นางกระเด็นออกไปพร้อมกับโลหิตที่ไหลซึมออกมาจากปากนาง
วูบ ชีหนิงกลายเป็ใเมื่อเงาร่างของหยางอี้มาปรากฎตัวเื้ัทิศทางที่นางกระเด็นออกไป
ปัง“ อ๊า! ”
หยางอี้ง้างขาเตะเข้าเต็มแผ่นหลังของชีหนิงทำให้นางกระเด็นกลิ้งไปกลับพื้นสนามประลองอย่างโเี้จนทำให้ผู้คนที่เห็นกลายเป็นิ่งเงียบเด็กนี่กระทั่งเตะสายน้อยร่างบอบบางจนกลิ้งขมำไปกลับพื้นได้อย่างไม่กระพริบตา
“บัดซบ! ข้าจะสับเ้าเป็ชิ้นๆ ”จุยสงตระโกนออกมาเมื่อเห็นยอดดวงใจของมันถูกเตะกลิ้งไปกับพื้นทำให้มันโกรธเป็อย่างมากหยางอี้มิได้สนในรอบข้างแม้แต่น้อยชายหนุ่มเดินไปยังร่างสะบัดสะบอมของชีหนิง
“พี่สาวท่านเป็อะไรหรือไม่? ข้านั้นลงมือเกินไปหน่อยแต่หากข้ามิทำเช่นนี้คงเป็การดูถูกท่าน”ชีหนิงมองมายังหยางอี้อย่างแปลกประหลาด หนักเท้าล่ะสิไม่ว่า!เล่นเตะนางซะจนระบมหลังแต่ในใจนางได้ยอมรับแล้วว่ามิอาจสู้กับชายหนุ่มได้
“ ข้าขอยอมแพ้ ”ชีหนิงพูดขึ้นกับกรรมการก่อนจะหันมายิ้มให้กับหยางอี้
“ ข้าแพ้แล้ว ขอบคุณน้องชายที่ออมมือ ”นางกล่าวออกมาพร้อมกับประสานมือ
เสียงกรรมการประกาศออกมาเรียกเสียงเชียร์โห่ร้องจากผู้ชมอย่างคับคั่งการต่อสู้ไม่ว่าจะสตรีหรือบุรุษชัยชนะคือทุกสิ่ง!ไม่มีใครข้องใจกับวิธีการของหยางอี้
“ เชิญพี่สาว ”หยางอี้ยื่นมือให้กับชีหนิงเพื่อดึงตัวนางให้ลุกขึ้นเมื่อนางลุกขึ้นแล้วหยางอี้ก็ผายมือไปยังทางลงเพื่อให้นางเดินไปก่อนชีหนิงเพียงยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเดินไปแต่เดินเพียงไม่กี่ก้าวนางก็เซล้มลงดูเหมือนเท้าซ้ายของชีหนิงจะาเ็จากการกระทบกับเวทีอย่างแรงถึงแม้ว่าหยางอี้จะยั้งมือแล้วก็ตาม
“ อ๊ะ ”
วูบ!เงาบุรุษเคลื่อนเข้ามาประครองร่างของนางมิให้ล้มลง ด้วยความในางเงยหน้ามองก่อนจะพบว่าเป็หยางอี้นั่นเองความใกล้ชิดกับชายหนุ่มทำให้ใบหน้าของชีหนิงร้อนผ่าวเริ่มขึ้นสีแดงจางๆ
“ พี่สาวท่านเดินไหวหรือไม่ ”
“ ข ข้าไม่เป็ไร ข้อเท้าคงจะาเ็เล็กน้อย ”
หลังจากพูดจบนางพยายามดันตัวเองออกมาซึ่งหยางอี้ก็มิได้ขัดแต่อย่างไรชีหนิงเอียงหน้าเล็กน้อยเพื่อหลบสายตาของหยางอี้
การกระทำของทั้งสองอยู่ในสายตาของทุกคนเสียงโห่ร้องเป่าปากดังมาเป็ระยะ แต่ก็ยังมีอยู่หนึ่งคนที่ใบหน้าเขียวคล้ำด้วยความโกรธจุยสงเฝ้ามองทั้งคู่อย่างเดือดดาล นิ้วมือของมันกำแน่นจิกลงไปในเนื้อจนหยาดเืไหลออกมาและทุกอย่างถูกกระตุ้นอย่างรุนแรงเมื่อสายตาของมันประสานเข้ากับหยางอี้ที่ส่งยิ้มมาให้
“ เ้าบัดซบหยางอี้ ข้าจะฉีกเ้าเป็ชิ้นๆ!”ชีหนิงเดินไปได้เล็กน้อยก็จำต้องให้หยางอี้ประคองร่างลงจากเวทีเมื่อกลับมายังซุ้มทั้งสองจึงแยกจากกันทางด้านชีหนิงนั้นได้รับการรักษาจากผู้าุโของสนามประลอง ส่วนหยางอี้นั้นกลับไปนั่งรอยังที่เดิม
“รอบต่อไป เฒ่าชูและจุยสง ขึ้นเวทีประลองได้! ”
ทั้งสองเหินขึ้นเวทีอย่างองอาจผู้เฒ่าชูเต็มไปด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่นขณะมองยังฝูงชนและจุยสง เท้าทั้งสองค่อยๆแตะพื้นลานประลองอย่างแ่เบาส่วนจุยสงที่เหินขึ้นตามมาด้วยท่าทีองอาจและดุดัน ด้วยบุคคลิกและหน้าตาของมันทำให้หญิงสาวไม่น้อยหลงไหลอย่างเคลิบเคลิ้ม
“ ฮ่าๆ เป็เกียรติยิ่งนักที่คนแก่อย่างข้าจะได้ชมฝีมือของคุณชายจุย! ”เฒ่าชูพูดออกมาด้วยรอยยิ้มผิดกลับจุยสงที่ใบหน้าบูดเบี้ยวยิ่งนักการที่ชีหนิงยอมให้หยางอี้แตะต้องประคองลงจากเวทีนั้นทำให้อกมันแทบจะะเิด้วยความหึงหวงและความอิจฉา
“ตาเฒ่าชูข้าขอให้ท่านยอมแพ้เสียตอนนี้ข้าอารมณ์ไม่ดีนักและข้าทนรอจะจัดการเ้าเด็กบัดซบนั่นไม่ไหวแล้ว!”จุยสงพูดออกไปด้วยความหงุดหงิดตอนนี้ให้หัวของมันมีเพียงความ้าระบายความอัดอั้นกับหยางอี้เท่านั้น
เฒ่าชูเมื่อได้ฟังคำพูดของจุยสงถึงกับคิ้วกระตุกเ้าเด็กนี้มิได้เห็นหัวมันเลย แม้จะเป็อัจฉริยะรุ่นเยาว์แล้วอย่างไร?ตัวมันอาศัยอยู่ในโลกอันโหดร้ายนี้มาหลายสิบปีแล้วเ้าเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมเช่นนี้บังอาจมาดูถูกความภาคภูมิใจในฐานะนักสู้ของมัน?
“ ฮึ่ม! เด็กน้อยแม้จะเป็ลูกหลานคนใหญ่โตแต่ข้าเฒ่าชูผู้นี้มิได้เกรงกลัวเ้า!วันนี้ข้าจะสอนมารยาทให้กับเ้าเอง! ”
“ เฮอะ! ตาแก่ใกล้ตายเช่นท่านจะทำอะไรได้?รีบๆเข้ามาได้แล้วข้ามิได้มีเวลามากนัก!”
“ เริ่มการประลองได้ ”
สิ้นเสียงของกรรมการด้วยความโมโหที่ถูกหยามเกียรติเฒ่าชูพุ่งเข้าหาจุยสงทันที ทั้งสองะเิพลังปราณระดับก่อตั้งจิตขั้นสูงออกมาปะทะกันหมัดต่อหมัดการต่อสู้ของทั้งสองคนดุเดือดเป็อย่างมากจนคนดูแทบหยุดหายใจประกายไฟจากหมัดที่ห่อหุ้มด้วยลมปราณปะทะกันอย่างต่อเนื่องรัวถี่ยิบราวกับดอกไม้ไฟ
เฒ่าชูประหลาดใจไม่น้อยที่จุยสงสามารถรับหมัดของมันได้ทุกหมัด หลังจากรัวหมัดใส่กันได้ไม่นานทั้งสองก็แยกจากกัน
“ ใช้ได้นี่ตาแก่! ”จุยสงคำรามออกมาก่อนจะพุ่งเข้าหาชายชราพร้อมกับะโขึ้นเล็กน้อย
“หมัดดาวตก!”จุยสงคำรามออกมาทำให้หลายคนตกตะลึง หมัดดาวตกเป็ทักษะปฐีขั้นกลาง!
อย่างไรก็ตามเฒ่าชูหรี่ตาลงก่อนจะกวาดขาออกเป็วงกลมย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อตั้งรับหมัดที่พุ่งลงมาของจุยสง
“ มาแล้วๆ เคล็ดเคลื่อนวารีของเฒ่าชู ”
ทันทีที่หมัดดาวตกของจุยสงพุ่งเข้าปะทะกับฝ่ามือของเฒ่าชูสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้จุยสงตกตะลึงอย่างสิ้นเชิง หมัดดาวตกขึ้นชื่อในเื่พลังทำลายที่สูงและด้วยความเร็วของมันพลังหมัดที่ถูกอัดแน่นด้วยปราณทำให้ทักษะนี้มีพลังทำลายสูงมากหากฝึกขั้นสูงสุดสามารถบดขยีู้เาขนาดย่อมได้อย่างง่ายดาย และทันทีที่หมัดปะทะเข้ากับฝ่ามือแขนทั้งสองข้างของเฒ่าชูเคลื่อนไหวอย่างแปลกประหลาด ขวาป้ายออกซ้ายหมุนเข้าทุกอย่างเป็ไปอย่างเรียบง่ายแต่รวดเร็ว พลังทำลายทุกอย่างของจุยสงพลันมลายหายอย่างสิ้นเชิง!
ปัง !หนึ่งฝ่ามือกระแทกเข้ากลางอกของจุยสงทำให้มันกระออกไป 5 ก้าวก่อนจะสำลักโลหิตออกมาจากปากเล็กน้อย
“ เด็กน้อย ยังเร็วไปที่เ้าจะดูแคลนตาแก่คนนี้”เฒ่าชูพูดออกมาด้วยใบหน้าเรียบเฉย ด้านจุยสงนั้นแม้จะงุนงงแต่มันก็มิได้รับาเ็มากนักจุยสงพุ่งเข้าหาเฒ่าชูอีกครั้ง ทั้งกระบวนท่าและทักษะระดับต่ำถูกใช้ออกมาอีกมากมาย
เวลาผ่านไปสภาพของจุยสงตอนนี้นับว่าสบัดสบอมไม่น้อยชายชราเบื้องหน้ามองมายังมันอย่างนิ่งเฉยใบหน้าไร้อารมณ์จากชายชราแสดงถึงการเย้ยหยันเป็อย่างดีจุยสงระดมโจมตีเข้าไปไม่รู้กี่ครั้งแต่ทุกครั้งกลับถูกสวนกลับจนกระเด็นกลิ้งไปกับเวที
“ ดี! ตาแก่...หากมือข้ามิอาจฉีกการป้องกันของเ้าได้เช่นนั้นมาดูกันว่าสิ่งนี้จะทำได้หรือไม่!”พูดจบจุยสงถุยเืออกจากปากและลุกขึ้นช้าๆ ดวงตาของมันวาวโรจน์จ้องมองไปยังชายชราเบื้องหน้า
ที่มือขวาของมันค่อยๆปรากฎออกเป็รูปศาสตราวุธอย่างช้าๆทวนเล่มยาวที่ถูกจุยสงเรียกออกมา ตัวด้ามจับเป็สีแดงฉานส่วนปลายทำจากโลหะสีดำสนิทเพียงเห็นก็ััได้ถึงความดุดันของทวนเล่มนี้บวกกับสภาพของจุยสงทำให้บรรยากาศโดยรอบตัวมันเปรียบดั่งนักรบผู้เป็ดั่งเทพา!
เฒ่าชูเมื่อััได้ถึงสิ่งที่จุยสงเรียกออกมาใบหน้ามันเริ่มมีเม็ดเหงื่อผุดขึ้นทันทีก่อนที่มันจะกล่าวออกมาเสียสั่นเล็กน้อย
“ ท ทวนโลหิตทมิฬ! ศาสตราวุธปฐีขั้นสูง! ”
“ศาสตราวุธปฐีขั้นสูง! ”
ผู้คนกลายเป็ตกตะลึงเมื่อได้ยินคำของเฒ่าชูหลายคนที่มีระดับพลังปราณต่ำกว่าก่อตั้งจิตถึงกับหน้าซีดเผือดเพราะแรงกดดันจากปราณอันหนักหน่วงของทวนโลหิตทมิฬ
ตามบันทึกของเมืองหลวงทวนโลหิตทมิฬนั้นเป็อาวุธคู่กายของจักรพรรดิองค์ที่17 ของจักรวรรดิเมฆาหวนเมื่อ 20,000 ปีที่แล้วในยุคนั้นจักรวรรดิเมฆาหวนถูกรุกรานจากจักรวรรดิรุ่งอรุณ เมื่อถึงคราวิกฤติองค์จักรพรรดิได้เข้าร่วมาและใช้ทวนโลหิตทมิฬสังหารกองทัพศัตรูอย่างหมดสิ้น! เดิมทีทวนเล่มนี้เป็อาวุธระดับกลางแต่จากการอาบโลหิตผู้คนนับไม่ถ้วนทำให้มันกลายเป็ศาสตราวุธระดับสูง
ตามตำนานนั้นกล่าวว่าหลังจากองค์จักรพรรดิสิ้นพระชนทวนเล่มนี้ได้ถูกเก็บรักษาโดยราชวงศ์และมีผู้ใช้มันได้เพียง7 คนเท่านั้น! และ100 ปีที่ผ่านมานั้นไม่มีผู้ใดเลยที่สามารถนำทวนโลหิตทมิฬออกมาใช้ได้
เฒ่าชูมองไปยังจุยสงที่เนื้อตัวเปอะเปื้อน ใบหน้าซีกซ้ายถูกอาบด้วยโลหิตร่างกายตั้งชันอย่างองอาจ ในมือขวาถือทวนด้ามแดงค้ำยันกับพื้นไอพลังปราณสีดำแดงแผ่พุ่งออกมาจากทวนเสียดสีกับอากาศราวกับเสียงร้องโหยหวนจากความเ็ป
“ น นี่ เป็ไปได้อย่างไร ข้ารู้มาว่าทวนเล่มนี้เป็ศาสตราวุธที่มีจิติญญาและศาสตราวุธปฐีขั้นสูงอย่างทวนโลหิตทมิฬนั้นมิน่าจะยอมรับผู้เป็นายที่ระดับต่ำกว่าได้! ”
“ ฮ่าๆ ตาแก่โง่เขลา! นั่นเป็เพราะคุณชายผู้นี้แข็งแกร่งเพียงพอที่จะสยบมันลงได้ไงล่ะ!”จุยสงคำรามออกมาและหัวเราะอย่างบ้าคลั่งผู้คนที่ชมอยู่รอบลานประลองต่างเต็มไปด้วยความหวาดกลัว บางคนกล่าวออกมาว่า
“หากเป็เช่นนี้ไม่แน่ว่าปีนี้รายชื่อของจุยสงจะขยับไปอยู่ใน 10สุดยอดของเมืองหลวงแล้ว! ”
หยางอี้เองก็ตกตะลึงเช่นกันเพราะััที่ได้จากแรงกดดันของทวนนับว่าน่าสะพรึงกลัวไม่น้อยสำหรับชายหนุ่มเขาจ้องมองไปยังจุยสงพร้อมกับยกยิ้มอย่างชั่วร้าย
บนเวทีนั้นบรรยากาศความกดดันถาโถมเข้าหาเฒ่าชูอย่างต่อเนื่อง จุยสงยกทวนขึ้นมาอย่างช้าๆก่อนจะชี้ปลายทวนไปยังเฒ่าชู
“ ตาย ! ”สิ้นเสียงจุยสงพุ่งเข้าหาเฒ่าชูพร้อมฟาดทวนเข้าหาจากด้านข้างเฒ่าชูนั้นเมื่อเห็นจุยสงพุ่งเข้ามาก็รีบนำไม้เท้าอาวุธคู่กายออกมาต้านรับทันที
ปัง !
“เพียงศาตรวุธปฐีขั้นต่ำคิดว่าจะหยุดทวนข้าได้เรอะ !”จุยสงมองไปยังร่างของเฒ่าชูที่กระเด็นออกไปกว่า 5 เมตร
“ตาแก่ใกล้ตายเช่นเ้าบังอาจทำให้ข้าผู้นี้ต้องอับอายต่อหน้าผู้คนจงมารับความตายซะ! ”จุยสงพุ่งเข้าหาเฒ่าชูที่กำลังลุกขึ้นอีกครั้งคมทวนตวัดเข้าหาร่างอันผอมบางของชายชรา ไม้เท้าหัวสุนัขถูกยกขึ้นมาพร้อมกับกระบวนท่าเคลื่อนวารีถูกใช้ออกอย่างต่อเนื่อง
จุยสงไม่มีความปราณีแม้แต่น้อยทวนโลหิตทมิฬถูกจุยสงกระหน่ำฟาดฟันอย่างต่อเนื่องเฒ่าชูนั้นตั้งรับอย่างเต็มที่ทุกการฟาดฟันของจุยสงทำให้ร่างชายชราต้องสั่นะเืแม้จะเริ่มมีโลหิตไหลซึมออกจากมุมปากแต่ชายชรายังคงกัดฟันตั้งรับต่อไป
จุยสงกลายเป็บ้าคลั่งยิ่งขึ้นเมื่อฟาดฟันมากว่า 30 กระบวนท่ายังไม่สามารถจัดการเฒ่าชูได้ห่างออกไปในสถานที่นั่งพักของนักสู้หยางอี้กำลังนั่งมองไปยังลานประลองด้วยรอยยิ้มอันเ้าเล่ย์
“ เป็ไปตามที่ข้าคิด หึหึ ”หยางอี้หัวเราะอยู่ในใจหลังจากเฝ้ามองการต่อสู้มาจุยสงเพียงใช้ทวนโลหิตทมิฬฟาดฟันใส่เฒ่าชูเพียงเท่านั้นและที่เฒ่าชูเสียเปรียบในการต่อสู้แน่นอนว่าย่อมมาจากความแข็งแกร่งของศาสตราวุธปฐีระดับสูง
หยางอี้หันกลับไปด้านหลังเล็กน้อยก็พบว่าปู้หยุนกำลังเดินมาทางตนพร้อมกับยิ้มทักทาย
“ไม่คิดว่าผู้ดูแลจะสนใจการประลองด้วย ”
“ฮ่าๆ ข้านั้นสนใจทวนโลหิตทมิฬของจุยสงเล็กน้อย ”
ปู้หยุนยิ้มบางพร้อมตอบออกไป แน่นอนว่าที่วันนี้มันมาดูการประลองเป็เพราะหยางอี้และยิ่งจุยสงนำทวนโลหิตทมิฬออกมาอีกทั้งดูเหมือนในรอบสุดท้ายมันต้องประลองกับหยางอี้ยิ่งทำให้ปู้หยุนนั้นเป็กังวลจนต้องลงมายังลานประลองเพื่อเตรียมรับมือหาเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น
“ดูเหมือนว่าคุณชายจุยสงจะยังไม่สามารถควบคุมทวนโลหิตทมิฬได้อย่างสมบูรณ์...คุณชายหยางคิดเห็นอย่างไร? ”
หยางอี้ประหลาดใจเล็กน้อยที่ปู้หยุนถามออกมา แน่นอนเขาคิดว่าปู้หยุนต้องมองออกอยู่แล้วแต่ไม่คาดว่าจะถามออกมาเช่นนี้
“ ข้าเองก็คิดเช่นนั้นแต่จากที่ได้ฟังมาจากผู้คนรอบข้าง ข้าคิดว่าทวนเล่มนี้ต้องมีความพิเศษบางอย่าง...”
เมื่อได้ยินปู้หยุนก็มีดวงตาวาวโรจน์ตัวมันเองเนื่องจากหอเมฆาเบ่งบานมีธุรกิจซื้อขายจึงจำเป็ต้องศึกษาข้อมูลหลายๆอย่างทำให้มันได้รู้ความลับบางอย่างของทวนเล่มนี้และนั้นเป็สิ่งที่มันกำลังกงวลใจอยู่นั่นเองยังมีอีกสิ่งที่มันคับข้องใจเป็อย่างมากคือตราประทับสีดำที่อยู่ตรงปลายทวนจากตำราที่มันศึกษามานั้นมันมิได้มีสิ่งนี้อยู่บนทวนโลหิตทมิฬ!
บนลานประลองสภาพของเฒ่าชูนั้นกลายเป็ย่ำแย่ปากและจมูกมีเืไหลออกมาเป็ผลจากการทนรับและใช้พลังปราณมากเกินไปด้านจุยสงจากความหงุดหงิดที่ชายชราเบื้องหน้าสามารถทนรับการโจมตีของมันได้เป็เวลานานทำให้มันเริ่มบ้าคลั่งจิตใจจมดิ่งสู่ความกระหายในการฆ่าและเหมือนทวนโลหิตทมิฬจะรับรู้ถึงความ้านั้นมันสั่นขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะปลดปล่อยแรงกดดันอันหนักหน่วงออกมา
วูบ !
เปาะ !
เพียงเสี้ยวลมหายใจนั้นการฟาดในครั้งสุดท้ายของจุยสงทำให้ไม้เท้าหัวสุนัขของเฒ่าชูหักลงชายชรามีใบหน้าซีดขาวดวงตาเหม่อลอยที่ปากและจมูกมีเืไหลออกมาจากการรับมือจุยสงนานเกินไปร่างอันโงนเงนค่อยเอียงตัว แต่ก่อนที่ร่างนั้นจะล้มััพื้นก็มีเสียงบางอย่างดังขึ้น
ฉึก !อ้า !
จุยสงยิ้มเหี้ยมขณะแทงปลายทวนไปยังหน้าอกของชายชราก่อนจะตวัดเหวี่ยงร่างของชายชรากลิ้งตกลานประลองไปท่ามกลางความตกตะลึงของผู้คน
จุยสงค่อยๆหันกลับมาทางฝั่งพื้นที่รับรองนักสู้ก่อนที่มันจะยกทวนขึ้นและชี้ปลายทวนไปยังเด็กหนุ่มผู้หนึ่งที่กำลังนั่งยิ้มเหี้ยมมองมายังมันอยู่เช่นกัน
“ขึ้นมาสิ...ไอ้หนู ! ”