ตอนที่ 2 มิติปริศนา ลานบ้านไร่กลางทุ่ง
แม้ว่าคุณลุงจะได้รับาเ็ แต่เซียวิเยวี่ยก็กลัวว่าพวกเขาจะตามทัน เธอจึงนั่งรถแท็กซี่กลับบ้าน
ภายในรถ หญิงสาวรีบต่อสายโทรศัพท์ทางไกลหาพ่อ เพื่อป้องกันไม่ให้ญาติเ่าั้กล่าวหาเธอด้วยความเท็จ
“พ่อ แม่ รีบกลับมาทีค่ะ ลุงและคนอื่น ๆ กำลังจะฆ่าหนู…”
ทันทีที่อีกด้านรับสาย เซียวิเยวี่ยไม่สามารถควบคุมอารมณ์ที่อัดอั้นได้อีกต่อไป เธอบังคับตัวเองให้สงบสติอารมณ์และบอกเล่าทุกอย่างเกี่ยวกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น
หลังจากรับฟังเื่ราว พ่อเซียวพูดด้วยความโกรธเกรี้ยว “ิเยวี่ยไม่ต้องกลัวนะลูก พ่อกับแม่จะรีบจองตั๋วกลับจีนทันที! ไม่แปลกใจเลยที่ลุงจัดทัวร์เที่ยวยุโรปให้เรา พ่อก็นึกสงสัยอยู่ว่าคนขี้เหนียวอย่างเขาจู่ ๆ จะเปลี่ยนนิสัยของตัวเองได้ยังไง ที่แท้เขาก็้าฉวยโอกาสตอนที่พ่อไม่อยู่เพื่อรังแกลูกสาวของพ่อ!”
“รังแกอะไรล่ะ? พวกเขา้าเอาชีวิติเยวี่ยของเราต่างหาก! ช่างมีจิตใจต่ำทรามจริง ๆ สุขภาพร่างกายของิเยวี่ยลูกรักอ่อนแอเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว เซียวเฉียงเซิ่ง เื่นี้เลยเถิดไปไกลแล้วนะคะ!” แม่เซียวตื่นใจนหลั่งน้ำตา
ดวงตาเซียวิเยวี่ยร้อนผ่าวทันใด
“หนูวิ่งหนีออกมาแล้ว พอเห็นลุงกำลังจะตีหนู หนูเลยสู้กลับ พ่อคะแม่คะ หนูกลัวมากจริง ๆ รีบกลับมานะ”
คนขับเหลือบมองเซียวิเยวี่ยผ่านกระจกมองหลังและพูดปลอบใจ “แม่หนูอย่าร้องไห้ไปเลย ตัดความสัมพันธ์กับญาติพวกนั้นไปเลยจะดีกว่า ถ้าเป็ฉัน ฉันคงตัดขาดจากพวกเขาเหมือนกัน”
เซียวิเยวี่ยวางสายโทรศัพท์ ขณะกำลังรักษาอารมณ์ให้คงที่ เพราะตอนนี้สมองของเธอก็ทำงานอย่างบ้าคลั่ง
“ค่ะ คงต้องตัดความสัมพันธ์จริง ๆ”
และทำให้พวกเขาชดใช้อย่างสาสม!
คุณย่าให้กำเนิดทายาททั้งหมดห้าคน เสียชีวิตแล้วสองคนในวัยเด็ก และเหลืออีกสามคน ได้แก่ คุณลุง พ่อเซียว และอาหญิง
เนื่องจากคุณย่าเลี้ยงลูกด้วยความลำเอียง อาหญิงจึงแต่งงานออกเรือนั้แ่อายุยังน้อย และไม่เคยกลับมาที่บ้านอีกเลย
คุณย่าสาปแช่งอาหญิงว่าเป็เหมือนหมาป่าตาขาว*[1] เมื่อนึกถึงเื่นี้ แต่เซียวิเยวี่ยกลับยกย่องอาหญิงของเธอว่าเป็คนสุขุมและเด็ดขาดอย่างมาก
ต่างจากพ่อเซียวที่มีจิตใจอ่อนโยน อันเป็สาเหตุให้คุณย่าและครอบครัวของลุงคอยเอาเปรียบอยู่เสมอ
แต่คราวนี้พ่อเซียวจะไม่ยอมอ่อนข้อเหมือนกับซาลาเปานุ่ม ๆ อย่างแน่นอน
----
“เ้ารอง แหกตาของแกดูซะว่าให้กำเนิดสิ่งชั่วร้ายแบบไหนขึ้นมา! นางเด็กสารเลวไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงใช้กรรไกรแทงพี่ชายของแกจนเืสาด! ตอนนี้ฮ่วนฮ่วนยังอยู่ในห้องคลอดเพื่อรอรับเื แกรีบลากตัวนางเด็กนั่นกลับมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!”
คุณย่าะโใส่โทรศัพท์เสียงเอ็ดอึง ในเวลานี้มือของลุงถูกพันด้วยผ้าก๊อซหนาพร้อมกับดวงตาสองที่ฉายชัดถึงความแค้นเคือง
“แม่ ครั้งนี้แม่กับพี่ทำเกินไปแล้ว! ถ้าพี่เขาไม่ตีิเยวี่ยก่อน
แล้วิเยวี่ยจะสู้กลับได้ยังไง? แม่ก็รู้ว่าเธอมีสุขภาพย่ำแย่มาั้แ่ตอนที่ยังเป็เด็ก แล้วยังจะขู่บังคับให้บริจาคเือีก นี่แม่อยากฆ่าหลานตัวเองพร้อมบีบบังคับให้ผมตรอมใจตายใช่ไหม?”
พ่อเซียวผิดหวังอย่างยิ่งกับการกระทำของแม่ น้ำเสียงของเขาปราศจากอารมณ์ใด ๆ ในอดีตเขายอมอดทนเพราะเห็นแก่ความผูกพันระหว่างแม่ลูกและความสัมพันธ์ของพี่น้อง แต่ตอนนี้ดูเหมือนเขาจะถึงขีดจำกัดแล้ว
คนพวกนี้ไม่ควรมาแตะต้องลูกสาวที่เป็ดั่งแก้วตาดวงใจของเขา
“ผมเคยคิดว่าพฤติกรรมของน้องสาวในอดีตดูก้าวร้าวเกินไปหน่อย แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเธอจะฉลาดกว่าผมมาก เป็ผมเองที่โง่เขลาเกินไป ผมกับชิงหว่านจะกลับจีนเร็ว ๆ นี้ ถ้าใครกล้าแตะต้องลูกสาวของผมอีกครั้ง ผมจะไม่ไว้หน้าใครอีกแม้จะเป็แม่ก็ตาม”
กล่าวจบ โดยไม่รอให้คุณย่าตอบกลับสิ่งใด พ่อเซียวพลันตัดสายไปทันที
“เ้าลูกชายไม่รักดี กล้าดียังไงถึงวางสายใส่ฉันแบบนี้?” คุณย่ามองโทรศัพท์ในมือด้วยความเหลืออด
เมื่อต่อสายกลับไปอีกครั้ง ปรากฏว่าโทรไม่ติดแล้ว เนื่องจากพ่อเซียวได้กดบล็อกเบอร์ของเธอ
คุณย่าก่นด่าสาปแช่งหาว่าเขาเป็ลูกชายอกตัญญู โดยลืมไปว่าค่าใช้จ่ายประจำวันของเธอตลอดหลายปีที่ผ่านมาเป็เงินช่วยเหลือจากพ่อเซียวทั้งหมด
----
ณ เขตหวาฮั่น
เซียวิเยวี่ยตรงขึ้นไปบนชั้นสองทันทีที่กลับถึงบ้าน นี่คือบ้านหลังใหม่ของครอบครัว และพวกเขาเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ไม่นานมานี้
บ้านพักหลังเล็กตั้งอยู่ในเขตหวาฮั่นทางตอนใต้ของเมือง ซึ่งมีสนามหญ้าหน้าบ้านที่กว้างขวาง
ก่อนหน้านี้พ่อเซียวซื้ออะพาร์ตเมนต์สามห้องนอนในตัวเมืองโดยชำระเงินเต็มจำนวน และมอบให้เป็ชื่อของเซียวิเยวี่ย
ทว่าเมื่อครอบครัวลุงเซียวทราบข่าว พวกเขายืนกรานให้สามีภรรยาเซียวยกบ้านหลังนั้นเป็เรือนหอของลูกสาว คุณย่าช่วยข่มขู่ด้วยอารมณ์ที่ฉุนเฉียว คุณลุงยังบอกอีกว่าพวกเขาจะอาศัยอยู่แค่ชั่วคราวในเวลาไม่กี่เดือนเท่านั้น สุดท้ายพ่อเซียวก็หมดหนทางและตอบตกลงอย่างไม่เต็มใจ
หลังจากเกิดข้อพิพาทอยู่นาน ในที่สุดแม่เซียวยื่นคำขาดให้ครอบครัวย้ายออกไปอยู่ในสถานที่ห่างไกล ไม่เช่นนั้นเธอจะขอหย่า
พ่อเซียวไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากขายบ้านหลังเก่าที่เขาอาศัยอยู่ เมื่อรวมกับเงินออมอันน้อยนิด เขาซื้อบ้านพักชานเมืองหลังนี้ ทางตอนใต้ของเมืองนั้นห่างไกลและไม่มีรถไฟใต้ดิน ทำให้ราคาที่พักอาศัยไม่สูงมาก
ในปีที่สองของวันสิ้นโลกเกิดฝนตกหนักและน้ำท่วม ครึ่งหนึ่งของพื้นที่โลกจมอยู่ใต้บาดาล เมืองเผิงจิงทั้งหมดกลายเป็มหาสมุทรอันกว้างใหญ่ หลงเหลือเพียงพื้นที่ทางใต้ของเมืองเท่านั้นที่รอดพ้นจากวิกฤติการณ์ เนื่องจากมีภูมิประเทศสูง
ทางใต้อันห่างไกลของเมืองกลายเป็ที่หลบภัยของผู้คนหลายล้านคน เนินเขาเต็มไปด้วยผู้อยู่อาศัย และเขตหวาฮั่นกลายเป็สถานที่แออัดจนการขว้างอิฐหนึ่งก้อนสามารถโจมตีคนได้สามคน ผู้คนหลายหมื่นชีวิตเบียดเสียดเข้าไปในโรงรถใต้ดิน บ้านพักเป็ที่้าในท้องตลาด ส่งผลให้ราคาพุ่งทะยานขึ้นมาก
ในเวลานั้นเซียวิเยวี่ยไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องขายบ้านพักเพื่อให้ครอบครัวมีเงินซื้ออาหารกินดี ๆ และลงเอยด้วยการแบ่งปันพื้นที่พักอาศัยร่วมกับผู้ลี้ภัย การขายบ้านพักยังดีกว่าเสี่ยงที่จะถูกคนเลวทรามเข้ามาปล้นชิงไม่วันใดก็วันหนึ่ง อย่างน้อยเงินที่ได้รับมาก็สามารถนำไปซื้อขนมปังสักก้อน
ชั้นบนของบ้าน
เซียวิเยวี่ยค้นดูในกล่องและตามตู้เพื่อค้นหาเกมจิ๊กซอว์ มันเป็เกมจิ๊กซอว์ขนาดใหญ่ที่ประกอบไปด้วยชิ้นส่วน 2,000 ชิ้น เธอได้รับมันเป็ของขวัญวันเกิดครบรอบ 19 ปีจากคุณปู่
ตอนที่ครอบครัวลุงเข้ามาปล้นชิงเสบียงในชีวิตก่อนของเธอ ลูกพี่ลูกน้องได้หยิบเกมจิ๊กซอว์นี้ติดมือไปเพื่อหวังให้ลูกชายเล่น ต่อมาเซียวิเยวี่ยค้นพบว่ามันมีมิติปริศนาอยู่ภายในเกมจิ๊กซอว์ดังกล่าว
หลังจากวันสิ้นโลก หลายคนต้องหันมาจับหนูและแมลงกินเพื่อความอยู่รอด แต่ครอบครัวของลุงกลับสามารถเพลิดเพลินกับผักผลไม้สด ใบหน้าของพวกเขาเปล่งปลั่งและสุขภาพดี ขณะที่คนอื่น ๆ ประสบกับภาวะขาดแคลนอาหารจนร่างกายซูบผอม
สิ่งที่น่ารังเกียจยิ่งกว่านั้นคือ พวกเขาพรากชีวิตสุขสบายที่ควรจะเป็ของเซียวิเยวี่ยไปโดยไม่แม้แต่จะแบ่งปันข้าวสารให้เธอด้วยซ้ำ ลูกพี่ลูกน้องของเธอเปิดเผยความจริงเื่นี้ในตอนที่หญิงสาวกำลังจะสิ้นใจบนเตียง ก่อนปล่อยให้เซียวิเยวี่ยเสียชีวิตไปพร้อมกับหัวใจที่อัดแน่นด้วยความแค้นเคือง
เจอแล้ว!
เซียวิเยวี่ยวางเกมจิ๊กซอว์ในมืออย่างระมัดระวัง เกมจิ๊กซอว์ที่ต่อเสร็จสมบูรณ์ก่อให้เกิดดินแดนในอุดมคติซึ่งมีสภาพแวดล้อมสวยงาม
บนทุ่งหญ้ากว้างมีลำธารสายเล็กไหลเอื่อย น้ำในลำธารใสสะอาดราวกับผลึกคริสตัล มองลงไปเห็นหมู่ปลาและกุ้งเวียนว่ายอยู่ในน้ำอย่างสนุกสนาน
บ้านไม้หลังเล็กตั้งตระหง่านไม่ไกลจากลำธาร พร้อมสนามหญ้าขนาดเล็กสะอาดตาด้านหน้าตัวบ้านซึ่งล้อมรอบด้วยรั้วไม้ และมีบ่อน้ำอยู่ตรงหัวมุม
แม่ไก่กำลังไล่จิกแมลงบนพื้นพร้อมลูกไก่หลายตัวที่เดินตามติด ขณะที่ไก่อีกตัวยืนเด่นบนหลังคาและจ้องมองออกไปในระยะไกล
ด้านหลังบ้านไม้มีพื้นที่เพาะปลูกราว ๆ 5 ไร่ โดยมีลูกแมวตัวน้อยยืนอยู่ด้านหน้าแปลงผัก
เซียวิเยวี่ยวางชิ้นส่วนจิ๊กซอว์ไว้บนพื้น และมุ่งความสนใจไปที่การรวบรวมชิ้นส่วนปริศนาที่เหลือ หลังจากการเกิดใหม่ มิติปริศนานี้ก็หวนคืนสู่เ้าของเดิมในที่สุด!
เมื่อก่อนตอนที่มีเวลาว่าง เธอจำได้ว่าตนเองพยายามต่อชิ้นส่วนวันละนิด และใช้เวลากว่าครึ่งปีจึงต่อเสร็จครึ่งหนึ่ง ตอนนี้เธอ้าต่ออีกครึ่งให้เสร็จสมบูรณ์
สี่ชั่วโมงผ่านไปโดยไม่รู้ตัว เซียวิเยวี่ยลูบลำคอที่แข็งเกร็งของตนเองพลางกดชิ้นส่วนสุดท้ายลงบนเกมจิ๊กซอว์
ก่อเกิดเสียงดังหึ่ง ๆ น่าฉงน หญิงสาวคล้ายกับได้ยินเสียงไก่ขัน ‘เอ้กอีเอ้กเอ้ก’ แว่วเข้ามาในหู
เมื่อลืมตาขึ้น เธอค้นพบว่าตนเองมาอยู่กลางทุ่งหญ้าจริง ๆ
เซียวิเยวี่ยรีบดีดตัวลุกขึ้นจากทุ่งหญ้า โดยหายใจรัวเร็วด้วยความตื่นเต้น เธอทำได้แล้ว ในที่สุดก็เปิดพื้นที่มิติสำเร็จ!
เซียวิเยวี่ยมองดูทุกสิ่งรอบตัวด้วยความประหลาดใจระคนใ
กลิ่นหอมของหญ้าลอยมาตามสายลม และความรู้สึกของหญ้าใต้ฝ่าเท้าของเธอนั้นสมจริง
[ดินแดนอุดมคติจดจำผู้เป็นายสำเร็จ] เสียงกลไกไร้อารมณ์พลันดังขึ้น
“นั่นใครพูดน่ะ?”
ขณะที่เซียวิเยวี่ยกำลังตกอยู่ในความสับสน เสียงแปลกประหลาดนั้นก็ดังขึ้นอีกครั้ง
[ขอต้อนรับนายท่านเข้าสู่ดินแดนอุดมคติ โหมดภารกิจได้เปิดใช้งานแล้ว ภารกิจแรกคือ การซ่อมแซมเล้าไก่ที่เสียหาย โปรดเลือกว่าจะยอมรับภารกิจหรือไม่ นับถอยหลังสามวินาที 3 2…]
“ยอมรับ!”
เซียวิเยวี่ยโพล่งตอบออกไปทันที แม้ว่าเธอจะยังคงสับสน แต่สัญชาตญาณบอกให้เธอยอมรับภารกิจดังกล่าว
[ภารกิจแรกถูกเปิดใช้งาน นายท่านโปรดดำเนินการ]
เมื่อเซียวิเยวี่ยเดินมาที่เล้าไก่ เธอเห็นว่าแผ่นไม้้าได้รับความเสียหายจริง ๆ ขณะที่กำลังคิดว่าจะต้องซ่อมแซมมันอย่างไร จู่ ๆ กล่องเครื่องมือก็ปรากฏขึ้นด้านข้าง
เธอหยิบกระดานแผ่นใหม่ขึ้นมาวางทับบริเวณที่เสียหาย ถือค้อนในมือขวาและตะปูในมือซ้าย เธอเริ่มออกแรงเหวี่ยงค้อนเพื่อซ่อมแซม
[ขอแสดงความยินดีกับนายท่านที่ทำภารกิจแรกสำเร็จ และได้รับรางวัลเป็บ้านไม้สองชั้น]
ครู่ต่อมา เซียวิเยวี่ยเห็นบ้านไม้หลังเล็กค่อย ๆ ลอยขึ้นจากพื้นดิน โดยเพิ่มชั้นพิเศษเข้าไปโดยตรง
“สุดยอด!”
เซียวิเยวี่หัวเราะออกมาด้วยความตื่นเต้น นี่สินะคือความมหัศจรรย์ของดินแดนอุดมคติ ไม่น่าแปลกใจเลยที่ครอบครัวของลุงสามารถใช้ชีวิตอย่างสุขสบายท่ามกลางหายนะ ซึ่งทั้งหมดนี้ควรจะเป็ของเธอ
เสียงกลไกหยุดลง หลังจากที่เซียวิเยวี่ยเริ่มคุ้นเคยกับพื้นที่มิติแล้ว เธอจึงกลับไปที่ห้องของตัวเอง
เหลือเวลาอีกหนึ่งเดือนก่อนวันสิ้นโลก เธอมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างต้องทำ และกาลเวลาไม่เคยรอใคร
[1] หมาป่าตาขาว หมายถึง คนอกตัญญู