เช้าวันต่อมา...
แสงอาทิตย์สาดส่องเข้ามาในบ้านหลังเล็ก เพราะเมื่อคืนไม่มีใครมีสติพอจะลุกมาปิดประตู เบนต์สะบัดหัวไล่ความมึนงง พอลืมตาขึ้นมาก็พบว่า 'ตั้ม' กำลังนอนกอดเขาแน่นหนึบราวกับกำลังฝันหวานว่ากอดเมียอยู่ ส่วนสามสาวทั้งหน่อย แวว และลิน ก็นอนกองกันอยู่บนพื้น กอดกันกลมเป็ปลากระป๋องเพื่อสู้กับอากาศที่หนาวเหน็บ
“ไอ้ตั้ม! มึงลุกออกไปเดี๋ยวนี้ ก่อนที่กูจะทนไม่ไหวอัดถั่วดำมึงจริงๆ!” เบนต์พยายามผลักเพื่อนออกอย่างทุลักทุเล แต่ตั้มก็ยังเหนียวหนึบไม่ยอมตื่นง่ายๆ
ตุ๊บ!!
“โอ๊ย!!” ตั้มอุทานลั่นเมื่อถูกเท้าปริศนาผลักจนร่วงตกโซฟา “ไอ้เบนต์! ไอ้เพื่อนเหี้ย! เมื่อคืนล่ะรักกูนักรักกูหนา กอดกูยังกับกูเป็เมีย พอเช้ามาล่ะขับไล่ไสส่งกูยังกับกองขี้เลยนะมึง!” พูดจบตั้มก็คลานไปดึงลินที่นอนกอดแววอยู่บนพื้นมากอดแทน แล้วหลับต่อหน้าตาเฉย
เบนต์ยกมือนวดขมับ นึกถึงภาพความวุ่นวายเมื่อคืนแล้วก็ได้แต่สะบัดหัวไล่ความคิด เพราะเมากันทั้งห้าคน เขาเองก็กลัวจะระงับอารมณ์ไม่อยู่จนต้องไปลากไอ้ตั้มมานอนกอดกันท่าไว้ ยิ่งคิดยิ่งปวดหัวตุบจนต้องลุกเดินเลี่ยงออกมาหน้าบ้าน แล้วเขาก็ต้องชะงักเมื่อเห็น 'แม่วัน' เดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงตรงเข้ามา
“ไอ้ตั้ม! หม้อทอดแม่มึงอยู่ไหน!” พอพูดจบแม่วันก็ต้องขมวดคิ้วแน่น เมื่อเห็นภาพลูกหลานนอนกอดก่ายกันระเนระนาดบนพื้น สุดท้ายแกก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างเอือมระอา เดินไปอุ้มหม้อทอดไร้น้ำมันขึ้นมาแนบอกเอง ก่อนจะหันมามองเบนต์ที่ยืนมองหน้าเหวอๆ อยู่
“เบนต์... แม่ว่านะ เอาอีหน่อยไปทำเมียจริงๆ เถอะ สงสารมันว่ะ” ทิ้งะเิลูกใหญ่เสร็จ แม่วันก็สวมรองเท้าเดินกลับบ้านพลางส่ายหัวแรงๆ ทิ้งให้เบนต์ยืนงุนงงกับคำแนะนำที่รุกหนักของทุกคนในหมู่บ้าน
เขามองกลับเข้าไปในบ้าน เห็นร่างของหน่อยที่หลับปุ๋ยอยู่ในกองเพื่อน... ผู้หญิงที่เขาแอบรักมาตลอดและพยายามปกป้องสุดชีวิต สุดท้ายเขาก็ทำได้เพียงถอนหายใจยาวๆ สะบัดหัวไล่ความฟุ้งซ่านเพื่อกลับไปอาบน้ำและไปดูบ่อปลาที่สวนตามกิจวัตรเดิม
แต่ในใจของเบนต์รู้ดีว่า... ลมหนาวปีนี้ มันช่างปั่นป่วนหัวใจเขามากกว่าปีไหนๆ เสียจริง
ยามเที่ยงวัน...
แสงแดดเริ่มร้อนแรงแผดเผาเข้ามาในตัวบ้าน แม้ลมหนาวจะยังพัดเอื่อยๆ แต่ทั้งสี่คนที่เหลือก็ยังคงหลับใหลไม่ได้สติ สภาพแต่ละคนไม่ได้นอนกอดกันกลมเหมือนเมื่อเช้าแล้ว แต่ยังคงนอนกองระเนระนาดอยู่บนพื้นราวกับซากปรักหักพังหลังพายุสงบ
“โอ๊ย!!! ไอ้พวกเหี้ย! ตื่นโว้ยยย! ตื่นมาแดกข้าวแดกปลา!”
เสียงะโของแม่วันดังสนั่นก้องบ้านราวกับเสียงั์คำราม แกก้าวฉับๆ เข้ามาในบ้านเพื่ออุ้มหม้อทอดไร้น้ำมันใบที่สองออกไป เพราะตอนนี้ที่ร้านลูกค้าเริ่มแน่นจนต้องรีบใช้เครื่องทอดเพิ่ม แม่วันใช้ปลายเท้าเขี่ยแววลูกสาวตัวเองเบาๆ “อีแวว! ตื่นได้แล้วมึงน่ะ!”
แต่เมื่อเห็นแต่ละคนทำเพียงแค่ครางอืออาแล้วพลิกตัวนอนต่อ หญิงสูงวัยก็ได้แต่สะบัดหัวอย่างระอาใจ แกไม่ได้คิดจะเข้มงวดอะไรจริงจังนัก เพราะรู้ดีว่าทุกคนโตพอที่จะรับผิดชอบชีวิตตัวเองได้แล้ว และที่สำคัญ... วันนี้ไม่มีงานการอะไรให้ต้องรีบร้อน
แม่วันทอดสายตามองไปที่ 'หน่อย' ที่นอนหลับตาพริ้มอยู่ท่ามกลางกลุ่มเพื่อน ในใจลึกๆ แกนึกสงสารปนเอ็นดู เด็กสาวที่ตั้งใจกลับมาพักผ่อนรับลมหนาวที่บ้านเกิด แต่ดันต้องมาเจออดีตสามีที่ตามจองล้างจองผลาญไม่เลิกราแบบไอ้บีม
แกพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ พลางคิดว่าถ้าเมื่อคืนไม่มีเบนต์ พี่ชายที่แสนดีและเด็ดขาดคนนั้นคอยกันท่าไว้ ไม่รู้ป่านนี้ชีวิตของหน่อยจะเป็ยังไงต่อ...
แม่วันอุ้มหม้อทอดเดินออกจากบ้านไป ทิ้งให้ความเงียบยามเที่ยงเข้าปกคลุมบ้านหลังเล็กอีกครั้ง ปล่อยให้เหล่าขี้เมาได้นอนพักผ่อนให้เต็มที่...
ยามบ่าย...
แสงแดดจัดจ้าทำเอาหน่อยกะพริบตาตื่นขึ้นมาพร้อมอาการปวดหนึบที่ขมับจนแทบะเิ เธอรีบพยุงร่างไปกอดชักโครกอ้วกเอาฤทธิ์สุราออกมาแทบเป็แทบตาย ก่อนจะจัดการอาบน้ำชำระล้างความอ่อนล้าอย่างเร่งด่วน
เมื่อเริ่มได้สติ เธอจึงเดินไปหาอะไรรองท้องที่ร้านแม่วัน และได้จังหวะเห็น 'เบนต์' กำลังเดินเข้ามาหาที่นั่งทานข้าวพอดี
“พี่เบนต์! ทางนี้ค่ะ” หน่อยกวักมือเรียกชายหนุ่ม
เบนต์หันมามองตามเสียง เมื่อเห็นว่าเป็เธอจึงเดินมาทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม “ตื่นแล้วเหรอ? แล้วอีกสามคนน่ะฟื้นหรือยัง?” เขาถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยตามปกติ
“ยังเลยค่ะ... ปล่อยให้นอนไปก่อน เดี๋ยวพวกนั้นตื่นค่อยช่วยกันเก็บกวาด” หน่อยตอบพลางยิ้มขำ เมื่อนึกถึงวีรกรรมเมื่อคืน มันเป็บรรยากาศที่สนุกอย่างบอกไม่ถูก... ทั้งอบอุ่นและโหยหาอย่างประหลาด
“พี่มีเื่อยากคุยด้วย” เบนต์เอ่ยขึ้น สายตาจับจ้องไปที่แม่วันที่กำลังเคาะกระทะเสียงดังฉ่า
“ค่ะพี่เบนต์ พูดมาเถอะ... ทำตัวเป็คนอื่นคนไกลไปได้” หน่อยตอบติดตลกพลางส่ายหัวน้อยๆ
“มาเป็เมียพี่เถอะ” คำพูดสั้นๆ ทว่าหนักแน่นของเบนต์ทำเอาอากาศรอบตัวเหมือนจะหยุดหมุน
หน่อยถึงกับชะงักค้างด้วยความงุนงงปนใจนแทบทำช้อนหลุดมือ
“ถ้าไม่้า... ก็เป็พี่เป็น้องแบบนี้ต่อไป” เขาเสริมต่อด้วยสีหน้าจริงจังไร้แววล้อเล่น
“พี่เบนต์... พี่พูดจริงเหรอคะ? หน่อยน่ะ... เคยเป็เมียเก่าน้องชายพี่นะ” หน่อยถามละล่ำละลัก
“พี่จริงจัง... หน่อยเคยเห็นพี่พูดอะไรเรื่อยเปื่อยไหมล่ะ?” เบนต์สบตาเธอตรงๆ ย้ำเตือนถึงนิสัย 'คำไหนคำนั้น' ของเขา
แม่วันเดินมาเสิร์ฟจานอาหารให้เบนต์พอดี “หน่อย... จะกินอะไร ก๋วยเตี๋ยวหรือข้าว?”
“ก๋วยเตี๋ยวค่ะแม่วัน... ขอน้ำซุปเยอะๆ นะคะ” หน่อยตอบเสียงแ่ รวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงเพื่อสั่งของแก้เมาค้าง
เบนต์ลงมือทานอาหารในจานอย่างรวดเร็วตามนิสัยคนทำงาน “เก็บเอาไปคิดดูเถอะหน่อย...”
พอแม่วันยกชามก๋วยเตี๋ยวมาวางตรงหน้าหน่อย เบนต์ก็ทานเสร็จพอดี เขาขยับลุกขึ้นเตรียมตัวไปทำงานในสวนต่อ ทิ้งให้หญิงสาวนั่งนิ่งอยู่กับชามก๋วยเตี๋ยวร้อนๆ
“เอ้า... ลุกไปเสียแล้ว ว่าจะคุยด้วยสักหน่อยเชียวไอ้เบนต์นี่” แม่วันเท้าสะเอวมองตามหลังหลานชายจอมขยันไปอย่างระอาใจ
“พี่เบนต์มีงานด่วนเหรอคะแม่วัน เห็นรีบทานจังเลย?” หน่อยถามพลางเป่าควันออกจากชามก๋วยเตี๋ยว
“ก็จะอะไรเสียอีกเล่า ก็เื่ไร่เื่สวนนั่นแหละ ยิ่งเมื่อคืนไอ้บีมก่อเื่วุ่นวายขนาดนั้น บ้านหลังนั้นเลยปวดหัวกันไปหมด” แม่วันทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามเพื่อชวนคุย
“เกิดอะไรขึ้นอีกคะ?” หน่อยถามด้วยความสงสัย พลางตักน้ำซุปร้อนๆ เข้าปากเพื่อเรียกความสดชื่น
“หืม... ก็เมื่อคืนเบนต์มันขังไอ้บีมไว้ในห้องน่ะสิ ไอ้บีมมันเลยคลั่งขู่จะเผาบ้านทิ้งเสียให้ได้ พอเช้ามาไอ้เบนต์มันเลยเปิดประตูเข้าไปจัดการกระทืบเสียเกือบตายคาห้องมั้งน่ะ” แม่วันส่ายหัวด้วยความอ่อนใจกับความเลวร้ายของลูกหลาน
“เผาบ้านเชียวเหรอคะ... แล้วมันจะไปซุกหัวอยู่ที่ไหนล่ะนั่น?” หน่อยเอ่ยออกมาอย่างอึ้งๆ ไม่คิดว่าบีมจะกล้าพูดขนาดนั้น
“ก็นั่นแหละ... ไอ้เบนต์มันเลยตัดสินใจจะไปสร้างบ้านหลังเล็กๆ อยู่ที่สวนนู่น แล้วจะทิ้งบ้านหลังใหญ่ให้ไอ้บีมอยู่กับพ่อแม่ไปแค่สามคน ตอนนี้มันก็คงไปเดินดูที่ทางอยู่มั้งว่าจะลงเสาตรงไหนดี” แม่วันถอนหายใจยาวเหยียด
หน่อยรู้สึกะเืใจอย่างหนักเมื่อได้ยินเื่ราวทั้งหมด เธอเพิ่งตระหนักว่าตัวเองโชคดีแค่ไหนที่ตอนนั้นตัดสินใจเด็ดขาด หอบกระเป๋าออกจากชีวิตพังๆ ของบีมแล้วหนีไปดิ้นรนที่กรุงเทพฯ แม้่แรกจะลำบากแสนสาหัสจนแทบถอดใจ แต่กลับเป็ 'เบนต์' คนนี้เองที่แอบส่งเงินไปช่วยเหลือและให้กำลังใจเธออยู่ห่างๆ จนเธอสามารถตั้งหลักและมีชีวิตที่มั่นคงได้อย่างทุกวันนี้
สายตาของเธอมองออกไปทางสวนที่เบนต์เพิ่งเดินลับตาไป... ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีกับความซาบซึ้งในน้ำใจของเขากำลังตีรวนอยู่ในอก
ยามเย็น...
สายลมหนาวพัดโยเอากลิ่นหอมจางๆ ของฟางข้าวลอยมาตามลม หน่อยกำลังยืนล้างจานชามอยู่ในครัวอย่างเหม่อลอย คำพูดของเบนต์ที่ร้านข้าวยังคงดังก้องอยู่ในหัวจนเธอไม่รู้จะจัดการกับความรู้สึกตัวเองอย่างไร
“เป็เหี้ยอะไรของมึงห๊ะอีหน่อย! แก้วใบเดียวมึงจะขัดไปถึงพรุ่งนี้เช้าเลยไหมมึง?” แววที่กำลังเตรียมกับข้าวเย็นะโถามเมื่อเห็นเพื่อนรักยืนถูแก้วใบเดิมซ้ำๆ มานานนับสิบนาทีแล้ว
หน่อยก้มมองแก้วในมือพลางถอนหายใจยาว “แวว... พี่เบนต์บอกให้ฉันไปเป็เมียเขาอ่ะ” เธอตัดสินใจโพล่งออกมาเพราะอัดอั้นจนอยากหาที่ปรึกษา
เคร้ง!!
แววที่กำลังถือมีดปังตอสับหมูอยู่ถึงกับทำมีดหลุดมือกระแทกพื้น “หน่อย... นี่มึงยังจะรอให้พี่เขาเอาพรมแดงมาปูให้มึงเดินเข้าห้องนอนอยู่อีกเหรอไงวะ!” แววรีบหยิบมีดขึ้นมาสับลงบนเขียงไม้เสียงดัง ปึก! “นี่นะ... ถ้าไม่ติดว่าเป็ลูกพี่ลูกน้องกับพี่เขานะ กูนี่แหละจะลากพี่เขาเข้าห้องนอนกับกูเองกับมือเลย!” พูดจบยัยเพื่อนตัวดีก็ก้มหน้าก้มตาสับหมูต่ออย่างใส่อารมณ์
“หึๆ...” หน่อยหลุดขำออกมาในลำคอ ก่อนที่ทั้งสองคนจะะเิเสียงหัวเราะลั่นบ้านเมื่อนึกถึงเื่ที่เคยคุยกันสมัยยังเด็ก
พวกเธอเคยแอบนินทาความเ้าระเบียบและนิสัยเงียบขรึมของเบนต์ว่า 'คนจริงจังแบบพี่เบนต์เนี่ย ถ้ามีเมียขึ้นมาจริงๆ คงต้องปูพรมแดงจากหน้าบ้านไปยันเตียงนอนแน่ๆ'
“หน่อย... แกหยุดขำเลยนะ นี่ฉันกำลังจริงจังอยู่นะเว้ย!” แววพยายามปั้นหน้าดุใส่เพื่อน แต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหว ต้องกุมท้องลงไปทรุดนั่งหัวเราะจนตัวงออยู่อย่างนั้น
“หัวเราะอะไรกันดังไปสามบ้านแปดบ้าน?” ลิน เดินยิ้มร่าเข้ามาพร้อมหิ้วหม้อข้าวที่เพิ่งหุงเสร็จมาส่งให้สองสาวที่ยังคงดึงดันจะทำกับข้าวกินกันเอง แทนที่จะไปฝากท้องที่บ้านใหญ่
“พี่ลินมานี่เลย... เดี๋ยวหนูเล่าให้ฟัง!” แววรีบเช็ดน้ำตาที่ไหลพรากเพราะความขำเมื่อครู่ ก่อนจะรื้อฟื้นวีรกรรมสมัยเด็กที่เธอกับหน่อยเคยแอบนินทาพี่เบนต์เื่พรมแดง รวมถึงตอนที่พากันแอบไปดูเบนต์ถอดเสื้อะโน้ำในสวน ทำเอาลินขำพรืดจนตัวงอไปอีกคน บรรยากาศในครัวอบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะขณะที่สามสาวช่วยกันเตรียมมื้อเย็น
“พี่ลิน... หน่อยมีเื่อยากปรึกษาพี่หน่อยได้ไหมคะ?” หน่อยเอ่ยขัดจังหวะความฮาขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ดูชั่งใจ เธอทั้งหวาดกลัวเื่ของบีม และหวั่นใจกับข้อเสนอของเบนต์จนสับสนไปหมด
“หืม... ว่ามาสิ” ลินตอบพลางรินเบียร์ใส่แก้วที่มีน้ำแข็งพูนๆ
หน่อยขมวดคิ้ว พยายามเรียบเรียงคำพูดก่อนจะตัดสินใจพูดออกไปตรงๆ “พี่ลิน... เมื่อตอนบ่าย พี่เบนต์เขาขอให้หน่อยไปเป็เมียเขาค่ะ”
ลินพ่นลมหายใจออกมาพรืดใหญ่ก่อนจะวางแก้วลง “อย่างแรกเลยนะหน่อย... แกต้องคิดถึงตัวเองก่อน ถามใจตัวเองให้ชัดว่า้ายังไง เื่ 'พี่ผัวน้องสะใภ้' น่ะโยนทิ้งไปได้แล้วเพราะมันจบไปนานแล้ว แต่คำถามคือ... แกพร้อมจะอยู่กับผู้ชายคนนี้ไหม? พร้อมจะเปิดกล่องสุ่มใบนี้หรือเปล่า?”
ลินขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้น “พี่เบนต์นะไม่ใช่บีมนะหน่อยคิดให้ดี คิดให้ลึก... ถ้าวันหนึ่งแกเกิดไม่พอใจพี่เขาแล้วอยากทิ้งพี่เขาขึ้นมาแล้วถ้าพี่เบนต์ไม่ยอมนะ ความรุนแรงหรือการตามรังควานมันจะไม่ใช่เื่ตลกแบบที่ไอ้บีมทำแน่ๆ แกเคยอยู่ชายคาเดียวกับเขามานาน นิสัยใจคอเขาก็คงพอจะเห็นผ่านตามาบ้าง ถึงไม่ได้อยู่บนเตียงเดียวกัน แต่นิสัยคนน่ะ... อยู่บ้านหลังเดียวกันมันซ่อนกันไม่มิดหรอก”
“หน่อย... หน่อยไม่รู้ว่าตัวเองรู้สึกยังไงกันแน่พี่ลิน” หน่อยตอบตามความจริงด้วยแววตาสับสน
“เอางี้! เดี๋ยวคืนนี้กูจัดให้มึงทดลองงานเลย!” แววโพล่งขึ้นมาพร้อมดีดตัวลุกจากเก้าอี้ “เดี๋ยวกูโทรตามพี่เขามานอนเตียงเดียวกับมึงคืนนี้เลย มึงจะได้รู้ดำรู้แดง ไม่เสียเวลา!” พูดจบยัยเพื่อนตัวดีก็โกยแน่บไปคว้าสมาร์ทโฟนทันที
“เฮ้ย! อีแวว! หยุดนะ!” หน่อยรีบถลาเข้าไปห้ามแต่ไม่ทันการณ์
“ฮัลโหลพี่เบนต์! รีบมาบ้านยัยหน่อยด่วนเลยพี่!” แววกรอกเสียงใส่โทรศัพท์เสร็จก็กดวางสายทันทีราวกับกลัวโดนจับได้ “โอ๊ยๆ! ช่วยด้วย! อีหน่อยจะฆ่าฉันแล้ววว!”
แววะโลั่นบ้านเมื่อถูกหน่อยะโตะครุบตัวเพื่อแย่งสมาร์ทโฟนออกไป เสียงหัวเราะผสมเสียงโวยวายดังระงมไปทั่วอีกครั้ง ท่ามกลางความป่วนของสองเพื่อนรักที่ทำเอาความเครียดหายวับไปกับตา