บทที่ 14: ประตูสู่โลกกว้าง
สามวันก่อนการเดินทางผ่านไปอย่างรวดเร็วสำหรับเฟยชิน มันคือสามวันที่เขาใช้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ ในตอนกลางวันเขาคือนักโทษที่กำลังจะได้รับการปลดปล่อย ช่วยจัดเตรียมสัมภาระและอุปกรณ์ต่างๆอย่างแข็งขัน ส่วนในตอนกลางคืน เขาคืออสูรที่กำลังลับเขี้ยวเล็บของตนเอง เขาฝึกฝน"เคล็ดวิชาอสูรไร้ลักษณ์" อย่างไม่หยุดพักพลังปราณสายใหม่ที่หลอมรวมกันเริ่มเสถียรและเชื่องเชื่อมากขึ้นมันไหลเวียนไปทั่วร่าง ซ่อมแซมาแเก่าและเสริมสร้างร่างกายของเขาให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
นอกจากการฝึกฝนแล้วเขายังใช้สถานะทาสผู้ไร้ตัวตนของตนเองให้เป็ประโยชน์เขาแอบฟังบทสนทนาของเหล่าศิษย์ที่ได้รับเลือกเข้าร่วมการเดินทางพวกเขาพูดคุยกันอย่างเปิดเผยถึงเป้าหมายหลักของการเดินทางครั้งนี้—"ผลแก้วัโลหิต"และ "เห็ดหลินจือเจ็ดสี" ซึ่งเป็สมุนไพรล้ำค่าที่เติบโตในเขตชั้นในของเทือกเขาเขี้ยวอสูรข้อมูลเหล่านี้ถูกจดจำไว้ในใจของเฟยชินอย่างแม่นยำมันคือแผนที่ที่จะนำทางเขาไปสู่อิสรภาพ
และแล้ววันออกเดินทางก็มาถึง...
บริเวณหน้าประตูใหญ่ของจวนตระกูลหลิวคึกคักเป็พิเศษเกวียนหลายเล่มถูกนำมาจอดรอเพื่อบรรทุกสัมภาระเหล่าศิษย์ในชุดเดินทางทะมัดทะแมงต่างยืนรวมกลุ่มกันด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและแฝงไว้ด้วยความหยิ่งผยองส่วนเฟยชินและคนงานอีกสี่ห้าคนยืนอยู่อีกมุมหนึ่งในชุดผ้าป่านเก่าๆรอคอยรับคำสั่งอย่างเงียบเชียบ
ผู้นำการเดินทางครั้งนี้คือ"หลิวเฉิน" บุตรชายคนโตของผู้าุโลำดับสองเขาเป็ชายหนุ่มวัยยี่สิบต้นๆ ที่มีใบหน้าสงบนิ่งและแววตาที่มั่นคงเขามีพลังอยู่ในขั้นก่อเกิดแก่นแท้ถือเป็ยอดฝีมือในหมู่คนรุ่นเยาว์และเป็ผู้ที่ได้รับความไว้วางใจให้ดูแลความปลอดภัยของทุกคนรวมทั้งน้องสาวร่วมตระกูลของเขา... หลิวชิงอี
"ทุกคนพร้อมแล้วรึยัง?" หลิวเฉินะโถามเสียงดัง "ตรวจสอบสัมภาระให้ดีเราจะออกเดินทางเดี๋ยวนี้!"
เอี๊ยด...
ประตูเหล็กขนาดมหึมาของจวนตระกูลหลิวค่อยๆถูกเปิดออก แสงแดดจากโลกภายนอกสาดส่องเข้ามา
เฟยชินก้าวเท้าเดินตามหลังขบวนออกไปอย่างช้าๆเมื่อเท้าของเขาัักับพื้นดินนอกกำแพงจวนเป็ครั้งแรกในรอบหลายปีความรู้สึกที่ซับซ้อนก็ถาโถมเข้ามาในใจ มันคือความโล่งใจที่ได้ออกจากกรงขังคือความตื่นเต้นที่จะได้เห็นโลกกว้างและคือความหวั่นเกรงต่ออนาคตที่ไม่อาจคาดเดาได้เขาหันกลับไปมองจวนตระกูลหลิวเป็ครั้งสุดท้าย มันยิ่งใหญ่และน่าเกรงขามแต่สำหรับเขาแล้ว มันไม่ต่างอะไรจากสุสานที่มีชีวิต
ขบวนเดินทางมุ่งหน้าออกจากเมืองเมฆาชาดสู่เส้นทางที่ทอดยาวไปยังเทือกเขาที่ตั้งตระหง่านอยู่ไกลลิบทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับเฟยชินนั้นดูใหม่ไปหมด เสียงจอแจในตลาด รอยยิ้มของผู้คนกลิ่นอาหารจากร้านข้างทาง มันคือโลกที่เขาเคยเห็นเพียงในความฝัน
"เร็วเข้าไอ้ทาส!เกะกะขวางทาง!" เสียงตวาดที่ไม่เป็มิตรดังขึ้นจากด้านหลังศิษย์สายรองคนหนึ่งนามว่า "หลิวจู"ผลักเฟยชินที่เดินช้าลงเล็กน้อยเพราะมัวแต่มองไปรอบๆ จนเกือบล้ม
เฟยชินรีบก้มหน้าลงและกล่าวขอโทษตามสัญชาตญาณ"ขออภัยขอรับคุณชาย"
แต่ก่อนที่หลิวจูจะได้แผลงฤทธิ์ไปมากกว่านี้เสียงใสดังกังวานของหลิวชิงอีที่ขี่ม้าอยู่ไม่ไกลก็ดังขึ้น "ศิษย์น้องจูพอได้แล้ว เขาทำงานของเขาอยู่ การเดินทางยังอีกไกลอย่าสร้างเื่โดยไม่จำเป็"
หลิวจูหน้าเจื่อนลงเล็กน้อยและยอมล่าถอยไปแต่โดยดี
เฟยชินประหลาดใจเล็กน้อยที่ได้ยินคุณหนูสี่ปกป้องเขานี่เป็ครั้งแรกที่นางพูดกับเขาโดยตรง (แม้จะไม่ได้มองมาที่เขาก็ตาม)นับั้แ่เหตุการณ์ประลองครั้งนั้น ดูเหมือนนางจะเปลี่ยนไปเล็กน้อยความเย่อหยิ่งลดลงและดูสุขุมขึ้น แต่เฟยชินก็ไม่ได้ใส่ใจมากนักเขาเพียงแค่ก้มหน้าและเดินต่อไป
เวลาผ่านไปจนตะวันคล้อยต่ำขบวนเดินทางได้มาถึงบริเวณตีนเขาและเริ่มตั้งค่ายพักแรมสำหรับคืนแรก
เฟยชินแหงนหน้ามองเทือกเขาที่อยู่เบื้องหน้า"เทือกเขาเขี้ยวอสูร" ช่างเป็ชื่อที่เหมาะสมเสียจริงยอดเขาแหลมคมนับร้อยทิ่มแทงขึ้นไปบนท้องฟ้าราวกับเขี้ยวของสัตว์ร้ายขนาดั์มีเมฆหมอกลอยปกคลุมอยู่ตลอดเวลา ทำให้บรรยากาศดู ลึกลับและอันตรายเสียงคำรามของสัตว์อสูรที่ไม่รู้จักดังแว่วมาจากที่ไกลๆทำให้คนงานหลายคนหน้าซีดเผือด
ประตูบานใหญ่อย่างจวนตระกูลหลิวถูกเปิดออกแล้ว...แต่บัดนี้เขากำลังจะก้าวเข้าสู่กรงขังที่ใหญ่กว่าและป่าเถื่อนกว่าหลายร้อยเท่า
เฟยชินกำหมัดแน่นดวงตาของเขาสะท้อนเงาของเทือกเขาอันมืดมิด อิสรภาพของเขารออยู่ ณ ที่แห่งนั้นและเขาจะต้องคว้ามันมาให้ได้ ไม่ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับอะไรก็ตาม