บทที่ 15 เที่ยวตลาด
นินตื่นตาตื่นใจมากกับภาพที่เห็นขนลำคลองนี้มีเรือที่สัญจรไปมาจำนวนมากถ้าเป็ที่โลกเดิมของเขาก็คือรถเกือบจะติดนั่นแหละกล่าวได้ว่ามันคึกคักกว่าและดีกว่าที่เขาคิดเอาไว้ เมืองหลวงก็คือเมืองหลวงมีความเจริญกว่าเมืองอื่นๆ มากดูจากจำนวนคนที่เห็นบนถนนหรือทางเรือ
นิน “ชาวต่างชาติไม่น้อยเลยนะ” แก้วจึงเล่าให้ฟัง
แก้ว” เพราะขุนหลวงท่านส่งเสริมการค้ามากครับท่านส่งทูตไปยังประเทศต่างๆ เพื่อดึงเอาการค้าการค้ามาที่ประเทศไทยและส่งคนไปแลกเปลี่ยนความรู้ด้านงานช่างและความรู้ด้านอื่นๆ เพื่อมาปรับใช้กับประเทศของเราด้วยครับ “นินพยักหน้า
นิน” มิน่ามันถึงแตกต่างจากที่พี่คิดไว้มาก “เขาสีคางไปมา แก้วถามออกมาอย่างสนใจ
แก้ว” ได้ยินทางคุณแม่ว่าพี่นินช่วยจ้าวคุณพ่อจากมังราหรือขอรับ” นินพยักหน้า
นิน “ใช่ตอนที่พี่ไปถึงพวกเขาเกือบโดนมังราสังหารแล้วจริงๆ อาการพวกเขาสาหัสมากถ้าพี่ไปช้ากว่านี้คงสายไปแล้วดาบนั้นกำลังจะตัดคอลุงอยู่แล้ว “นินทำท่าให้ดูทุกคนสูดลมหายใจเข้าลึกการต่อสู้ของพวกเขาเสี่ยงอันตรายเป็อย่างมาก
แก้ว “มีคนบอกว่ามังราหนังเหนียวราวกับเพชรและพลังเหนืุ์เพราะลงอาคมทั้งยังทักษะการต่อสู้ที่เก่งกาจจริงหรือไม่ “นินยักไหล่
นิน” ต่อหน้าพี่ชายคนนี้มังราหรือก็คือมังคุดดีๆ นี่เอง “ทุกคนหัวเราะออกมาแต่มีเสียหนึ่งดังขึ้นเบาๆ ที่ขัดหูนิน
พิม” ขี้คุย “นินยิ้มแล้วหันไปมอง
นิน” โอ้นี่คุณกำลังดูิ่ว่าที่สามีอยู่นะ “พิมมีใบหน้าเ็าหลายส่วน
พิม” พูดอะไรของนาย “นินหัวเราะ
นิน” เอาล่ะในเมื่อคุณบอกว่าผมขี้คุยงั้นผมจะคุยให้ฟัง “แก้วตั้งใจฟัง
นิน” ตลอดทางเราถูกกลุ่มโจรที่มีอาคมโจมตีอ้อพวกลุงจับไปพี่นินคนนี้เข้าไปช่วยมาสังหารกลุ่มโจรโพกผ้าแดงจนพวกมันค่ายแตกไปเลย “ทุกคนฟังอย่างตื่นเต้นตลอดพูดแล้วยังตื่นเต้น นินเขาเล่าออกมาเป็ฉากๆ ทำให้ทุกคนมีอารมณ์ร่วม
นิน” จุดที่มันที่สุดคือตอนที่เราเกินทางมาที่ลบบุรี “เจาเล่าเื่ตอนที่สู้กับปุณยะทำให้เขานึกเื่หนึ่งขึ้นมาได้
นิน” จริงด้วยพี่ซื้อของขวัญมาฝากทุกคนด้วยนะเดียวกลับไปจะเอาให้ “สองสามถามออกมา
ลิน” จริงหรือเ้าคะคืออะไรเ้าคะ “นอนยิ้มออกมา
นิน” แค่ของเล็กๆ น้อยๆ น่ะเดี๋ยวกลับไปก็รู้ “จากนั้นทุกคนก็มาถึงตลาดท่าเรือ กล่าวได้ว่าที่ท่าเรือนี้คนคึกคักมากแม้เป็ตลาดเล็กแต่ก็ใหญ่มากๆ ที่บอกว่าเล็กเพราะถ้าเทียบกับตลาดท่าเรือขนส่งสินค้าตลาดนี้ก็เล็กจริงๆ นั่นแหละ ที่นี่มีของครบทุกอย่างทำให้นึกถึงถนนคนเดิน่ที่เป็่เทศกาลใหญ่ๆ เลยมีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ชาวต่างชาติพวกนี้คือพ่อค้าพวกเขาเข้ามาสั่งสินค้าไปขายที่ประเทศตัวเองและนำสินค้าที่ประเทศตัวเองมาขายที่ไทยเช่นกันบางครั้งก็มีพวกที่หนีาจากประเทศตัวเองเข้ามาด้วยคนพวกนี้จะต้องทำการลงทะเบียนหลายขั้นตอน นินลงจากเรือขึ้นท่าน้ำก็ััถึงบรรยากาศคึกคักของการค้าขายพวกเขาส่งเสียงเรียกลูกค้าอย่างครึกครื้น แม้นินจะเดินตลาดมาสองสามเมืองแล้วก็ตามทว่าบรรยากาศที่นี่ดีกว่ามากอาจจะเป็เพราะผู้คนก็ได้
นิน “ทุกคนเต็มที่พี่นินคนนี้รวยมาก” ทั้งสามคนตาเป็ประกายส่วนอีกคนมองเขาแบบเ็าเห็นนินเดินนำภาก็เรียก
ภา “พี่นินเดี๋ยว” นินหันมาทำหน้างงๆ ไม่รอให้นินถามภาก็พูดขึ้น
ภา “พี่รู้ทางรึเ้าคะ” นินชะงักแล้วไปเดินข้างหลัง
นิน” นั่นสิงั้นเธอนำ” ทุกคนหัวเราะจากนั้นทุกคนก็เดินไป ตลาดที่นี่ค่อนข้างสับสนวุ่นวายมีซอยเข้าไปมากกว่าสิบซอยแต่ละซอยมีร้านค้าเป็สิบร้านหากไม่รู้ทางก็คงจะสับสนหาร้านที่้าไม่เจอแน่เพราะสินค้าที่นี่มีหลายชนิดและจะไม่ซ้ำกันเกินสามร้านมีทั้งร้านค้าไทยและเทศแต่ส่วนมากจะเป็แบบสินค้าส่งออกหมายถึงสำหรับพ่อค้าซื้อกันจำนวนมากๆ เพื่อนำไปขายต่อมากกว่า
ภา “ตลาดท่าเรือส่วนมากจะเป็สินค้าส่งมากกว่ามังจะขายของที่ละมากๆ พี่ดูสิเห็นไหมพวกเขาซื้อกันไปทีละมากๆ” ภาชี้ไปที่ร้านหนึ่งซึ่งกำลังขนของไปยังรถเข็นนินพยักหน้า
นิน “งั้นก็ไม่มีร้านเครื่องเหล็กหรือพวกเครื่องปั้นน่ะสิ” ภาส่ายหน้า
ภา “ที่นี่ไม่มีหรอกจะต้องไปร้านช่างโดยเฉพาะซึ่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของเมืองส่วนร้านปั้นน่าจะมีนะเคยเห็นอยู่เ้าค่ะ” นินผิดหวังที่ไม่มีร้านเครื่องเหล็กเขา้าทำบางอย่างเสียหน่อย
ภา “ที่นี่จะเป็ของที่สำเร็จแล้วนำมาว่าขายมากกว่าถ้าจะสั่งทำก็ติดต่อหน้าร้านพวกเขาก็ได้” นินถามต่อ
นิน “งั้นร้านมันอยู่ตรงไหนหรือวันหลังพี่จะได้ไปกับพี่ทอง” ภายิ้ม
ภา” งั้นก็ให้พี่ทองพาไปเถอะจ้ะเขาคุ้นเคยร้านเหล็กเป็อย่างดี “นินพยักหน้าทุกคนเดินเที่ยวไปเรื่อยๆ จนถึงร้านขายอาวุธ
นิน “แก้วเราเข้าไปดูอาวุธกันหน่อยดีกว่านายใช้อาวุธเป็ไหม” แก้วตาเป็ประกาย
แก้ว “เป็ขอรับถูกบังคับให้เรียนั้แ่เด็กแล้วขอรับพี่นิน “นินยกนิ้วให้
นิล” งั้นก็ดีเดี๋ยวพี่ซื้อให้เล่มหนึ่ง “ทั้งสองเข้าไปดูก็พบว่ามีอาวุธหลากหลายกว่าที่คิด อย่างที่บอกยุคที่นินเข้ามาเป็ยุคที่วัฒนธรรมและเทคโนโลยีถูกหลอมเข้ากับต่างชาติไปแล้วถึงสามส่วนดังนั้นการแต่งการอาวุธจึงมีหลายรูปแบบเน้นการใช้งานจริงเป็หลักจึงไม่แปลกที่การแต่งตัวและด้านอื่นๆ จะพัฒนาตามไปด้วยเช่นดาบและมีดที่มีรูปร่างคล้ายทั้งจีนและญี่ปุ่น นินเลือกมีดสั้นสองแบบคือแบบจีนดูเหมือนกระบี่ย่อส่วนอีกอันเป็แบบมีดสั้นของญี่ปุ่นนินเลือกแบบเรียบง่ายที่สุดในร้านแค่คุณภาพดีอาวุธพวกนี้ใครๆ ก็มีได้และเลือกอาวุลับอีกหลายอันอาวุธลับที่ว่าคือมีดเล่มเล็กๆ
แก้ว “ทำไมพี่นินไม่เลือกอันที่งามกว่านี้ล่ะหรือว่าเงินไม่พอ” นินยิ้มออกมา
นิน “พี่จะบอกอะไรให้หากว่าอาวุธของนายเด่นและคนจำได้วันหนึ่งถ้ามีการนายไปทำภารกิจลับขึ้นมามีทหารหรือใครจำอาวุธของนายได้พวกเขาจะสืบจนหาตัวนายเจออย่างง่ายดายกล่าวให้ถูกคือนายหาเบาะแสให้พวกมันนั่นเอง” ทั้งสี่มองนินด้วยความใ
ลิน “ละเอียดอ่อนขนาดนั้นเชียวหรือ” นินยิ้มออกมา
นิล “นี่แค่ส่วนน้อยนะดังนั้นไม่ว่าทหารหรือสายลับโดดเด่นน้อยยิ่งปลอดภัย” ทุกคนพยักหน้าแม่แต่พิมพ์ก็พยักหน้าไปด้วย
แก้ว “แล้วทำไมพี่ถึงไม่ซื้อดาบล่ะ” นินส่ายหน้า
นิน “มันพกลำบากพี่ี้เีถือ” ทุกคนหมดคำจะพูดหลายแก้วจึงเลือกดาบตามคำแนะนำของก่อนจะออกจากร้านก็เหมือนมีคนเรียกไว้เสียก่อน
“แม่พิมพ์”
ทุกคนหันไปมองก็พบว่าเป็ชายหนุ่มหล่อเหลาเขาเป็ลูกชายของท่านราชครูออกญาโหรธิบดี ส่วนตัวเขาก็เป็ถึง หมื่นชัยเทพ ทุกคนจะเรียกเขาว่าหมื่นเทพ หน้าตาของเขาหล่อเหลาคมเข้มสุขุมมองคนทะลุมีสีหน้าสงบเยือกเย็นอยู่เสมอทว่าต่อหน้าพิมมาลาเขาจะเผลอตัวเสมอ เขามีอายุยี่สิบห้าปียังไม่สมรสแน่นอนว่าเขาชอบพิม ทุกคนหันไปตามเสียงก็พบเข้ากับชายคนนี้พิมขมวดคิ้วและยังรักษาท่าทางให้สงบเยือกเย็นเช่นเดิม
พิม “พี่เทพ” หมื่นเทพยิ้มออกมา
“แม่พิมมาตลาดทำไมไม่บอกพี่เล่าพี่จะได้พาน้องมา” พิมส่ายหน้า
พิมพ์ “มิเป็ไรน้องไม่กล้ารบกวนงานราชการพี่เทพหรอก” หมื่นเทพยิ้ม
เหมื่นเทพ” งั้นวันนี้ให้พี่สะดวกเดินด้วยหรือไม่ “นินเห็นสายตาของหมื่นเทพแล้วก็เข้าใจมันเต็มไปด้วยความรักแล้วหันไปมองพิมก็เหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง
นิน “แบบนี้นี่เองมีคนรักแล้วทำไมไม่ปฏิเสธล่ะ” เขาเดินไปร้านข้างๆ แล้วซื้อถั่วมาหนึ่งถุงแล้วส่งให้สามคน
นิน “นี่คนรักของพิมหรือ “ทั้งสามพยักหน้าและส่ายหน้าทำเอานินสับสน
ลิน” เป็อย่างนี้ทั้งสองสนิทกันั้แ่เด็กเ้าค่ะแต่ก็ไม่เห็นพี่พิมพูดเื่อะไรเกินเลยเ้าค่ะแต่พี่เทพน่ะมองออกง่ายชอบพี่พิมขนาดนั้นซื้อของมาฟากออกบ่อย จน่หนึ่งมีข่าวว่าเป็คู่รักทว่านี่ก็ลางเลยมาอายุยี่สิบแล้วก็ไม่เห็นให้ผู้ใหญ่มาเอ่ยปากพี่พิมเลยรักษาระยะห่างเ้าค่ะ จากนั้นหนุ่มๆ ทั้งพระนครก็แวะเวียนมาเอาของมาฝากพี่พิมไม่ขาดสายแต่ที่น่าโมโหคือหมื่นช้างและหมื่นแผนก็นำของมาฝากให้พี่หญิงด้วยหมื่นช้างแย่ขนาดนั้นพี่พิมจะสนใจได้อย่างไรเ้าคะและหมื่นแผนอีกครอบครัวมีปัญหากันถึงขั้นนั้นใครจะรับไมตรีกัน “ภาพยักหน้า
ภา” พี่พิมมีคนชอบหลายคนมากแต่ก็ยังไม่มีท่าทีกับใครเป็พิเศษเลยเ้าค่ะ “นินเอาถั่วเข้าปากจากนั้นดวงตาของเขาก็เบิกกว้าง
นิน “เดียวนะพิมเป็ชื่อของวันทองไม่ใช่พิมหรอกหรือถึงแม้ว่าชื่อจริงจะต่างกัน พิมมาลา และพิมพิลาไลยแต่ก็มีส่วนคล้ายกันอยู่บ้าง เวรแล้วฉันมาแทรกกลางระหว่างพวกเขาสามคนนี่หว่า” นินขมวดคิ้วครุ่นคิด
ลิน “หรือว่าพี่นินจะหึงเ้าคะ” นินรีบส่ายหน้า
นิน “พี่จะไปหึงได้ไงพี่เพิ่งจะรู้จักกันยังไม่ข้ามวันเลยนะ” ภากล่าวยิ้มๆ
ภา “พี่พิมไม่ได้แค่สวยอย่างเดียวนะเ้าคะยังเก่งและฉลาดมากด้วยธุรกิจที่บ้านที่เจริญได้ก็มีพี่พิมจัดการด้วยอีกอย่างฝีมือดาบพี่พิมก็มีนะเ้าคะ “นินมองไปที่ร่างบอบบางของนางก็ไม่เชื่อทันทีสองคนนี้ต้องอวยเกินจริงแน่ๆ
แก้ว” ว่าแต่ทำไมพี่นินถึงไม่ชอบพี่สาวกระผมล่ะขอรับ “นินถึงกับพูดไม่ออกจะบอกไม่ชอบก็จะเป็การทำให้อีกฝ่ายเสียหน้าบอกว่าชอบคนอื่นก็จะหาว่าคิดไม่ซื่อเขาจะพูดอย่างไรดี
นิน “เอ่อคือยังไงดีเอาเป็ว่าของแบบนี้ต้องใช้เวลาแล้วกัน” เขาไม่รู้จะตอบอย่างไรจริงๆ เขามองไปทางหมื่นเทพ
นิน” ดูพี่ชุดเหลืองนั่นแทบอยากจะเอาพี่พวกเธอกลับไปบ้านอยู่แล้วทำไมถึงไม่ส่งผู้ใหญ่มาสู่ขอเล่าหรือว่าสุขภาพของเขามีปัญหา “ทุกคนกลอกตา
พิกุล “พี่นินพี่คิดอะไรอยู่เนี่ยน่าจะไม่ใช่แบบนั้นหรอกเ้าค่ะพี่ “นินทำท่าคิดจริงจัง
นิล “เช่นนั้นก็แปลกงั้นต้องมีปัญหาที่พิมแล้วล่ะ” ทั้งสามหมดคำจะพูด
ลิน “เดียวสิพี่ทำไมพี่ไม่หึงเล่านั่นคู่หมั้นเลยนะ” นินกลอกตา
นิน “พวกเด็กจะไปรู้อะไรฉันเพิ่งมาถึงรู้จังแค่ไม่ถึงสามชั่วโมงจะไปหึงได้อย่างไรนั่นบ้าแล้ว “นินดูว่าพิมจะตอบอย่างไรเมื่อตาเสื้อเหลืองของเดินเที่ยวด้วย เธอยิ้มบางๆ แล้วกล่าวด้วยเสียงเรียบ
พิม “วันนี้น่าจะไม่สะดวกเ้าค่ะข้ามากับน้องๆ และแขกของคุณพ่อคงไม่รบกวนพี่เทพหรอก “หมื่นเทพมองไปด้านหลังของนางก็พบว่ามีน้องๆ ของนางอยู่พร้อมบ่าวหลายคนจึงไม่ฝืนใจแล้วกล่าวทักทุกคน
หมื่นเทพ” ขออภัยพี่ไม่เห็น” นินบ่นเบาๆ
นิน “เห็นก็แปลกแล้วในตาเอ็งมันมีแต่สาวไง” แน่นอนว่าทุกคนได้ยินพิมขมวดคิ้วบ่นในใจ
พิม” คนคนนี้พูดจาอะไรน่าเกลียดที่สุด “หมื่นเทพขมวดคิ้ว
หมื่นเทพ” นี่บ่าวคนใหม่หรือแม่พิมพ์” นินแทบทรุดสี่พี่น้องหัวเราะเบาๆ
นิน “ตาข้างไหนของนายดูว่าฉันเป็บ่าวล่ะนั่นหล่อขนาดนี้ไอ้บ้านี่ชักไม่ถูกชะตาแล้วไง” หมื่นเทพเพิ่งเจอคนก้าวร้าวแบบนี้เป็ครั้งแรกก็ประหลาดใจ
“ไม่ใช่รึ” นินกลอกตา
นิน “ชุดก็ไม่ใช่แล้วไหมแกไอ้หน้าอ่อนจงใจใช่ไหมเนี่ย” ลูกน้องหมื่นเทพรีบเข้ามา
“สามหาว” ไอ้ฟักก็เดินเข้ามาขวาง
“แกสิสามหาวนี่คือท่านเข…” มันกำลังจะพูดแต่นินรีบดึงฟักกลับมาเขาเข้าไปยืนขวางหน้าแทน
นิน “เชื่อไหมว่าถ้าแกชักดาบออกมาคนที่จะเสียเืจะเป็พวกแกแทน” นินแผ่จิตสังหารอันน่ากลัวออกมาหมื่นเทพประหลาดใจแต่ก็เอ่ยปากหาทางลงให้ลูกน้อง
“งั้นรึงั้นข้าคงเข้าใจผิดต้องขออภัยด้วย” นินกลอกตา
นิน “ช่างเถอะข้าไม่ถือสาผู้ไม่รู้ความเพียงแต่ว่าข้าหวังว่านายควรสอนบ่าวให้ดีกว่านี่เห็นไหมว่ามีทั้งเด็กและสตรีอยู่ด้วยนายไม่เพียงตำหนิบ่าวแต่ยังทำเป็มองไม่เห็นอีกเกรงว่าคงไม่ได้ใส่ใจพวกเธอเลยใช่หรือไม่ว่าจะได้รับอันตรายหรือเปล่า” สี่พี่น้องถึงกับมองไปที่นินหมื่นเทพเองก็ไม่ทันจะคิดเช่นกันพิมมองนินที่มีสีหน้าจริงจังดูเหมือนว่าเขาจะโกรธจริงๆ นางจึงรีบพูด
พิม “งั้นข้าขอตัวก่อนนะพี่เทพ” หมื่นเทพจึงพยักหน้า
หมื่นเทพ “ได้ไว้พี่จะไปเยี่ยมท่านเ้าคุณไม่รู้ว่าท่านกลับมาหรือยัง” พิมพยักหน้าเมื่อเขาเดินจากไปนินก็ฉุนขึ้นมา
นิน “ฉันอยากจะต่อยหน้าหล่อๆ ของมันจริงๆ” ทุกคนหัวเราะยกเว้นพิม
พิม “ทำไมนายต้องโมโหขนาดนั้นด้วย” เมื่อพูดออกไปแล้วนางก็นึกเสียใจแบบนี้เท่ากับเข้าข้างพี่เทพไม่ใช่หรือ
เมื่อเจอคำถามนี้นอนก็มองหน้าพิมอย่างจริงจังแล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเ็าขึ้นหลายสาวพร้อมจ้องตาเธอทำเอาพิมใเหมือนกัน
นิน “ทำไมถึงโกรธเธอกล้าถามได้นะ” จากนั้นเขาก็เงียบไปนานก่อนจะพูด
นิน “พวกนั้นจะทำร้ายเรานะน้องเธออาจได้รับอันตรายได้เลยนะช่างเถอะฉันลืมไปว่าพวกเธอเป็คู่รักกัน” ทั้งสามมองสถานการณ์ก็รีบห้าม
ภา “พี่นินใจเย็นๆ ก่อนพี่พิมไม่ได้หมายความแบบนั้นหรอก “นินไม่สนใจ
นิน” ช่างเถอะ “นินไม่กล่าวอะไรต่ออย่างไรเสียเขามันคนนอก พิมไม่พูดอะไรอีกเห็นนินเดินไปทุกคนก็เดินตามไปเงียบๆเมื่อได้เดินไปสักพักนินก็ลืมเื่เมื่อครู่ไปแล้ว
นิน “เดี๋ยวก่อนมีร้านเครื่องหนักไหมฉันจะสั่งทำของบางอย่าง” ถาจึงกล่าวออกมา
“มีเ้าค่ะอยู่ห่างสองซอยเ้าค่ะ” ทุกคนจึงไปที่นั่นนินสะดุดตากับตุ๊กตาเซรามิกทันที
นิน “อย่าบอกนะว่ามีการทำเซรามิกแล้วน่ะ” ทั้งสี่กลอกตา
ภา “เซรามิกเราทำได้มาหลายสิบปีแล้วเ้าค่ะพี่นินเพิ่งเคยเห็นหรือเ้าค่ะ” มุมปากนินยิ้มขึ้นมาเขาไม่ไหวกับส้วมหลุมเอามากๆ
นิน “เยี่ยมเลยแล้วโรงผลิตที่เมืองหลวงมีกี่เ้ากัน” ภาจึงบอกสถานที่ออกมา
ภา” เตาเผานอกกำแพงเมืองเ้าค่ะน่าจะมีสามเ้าเ้าค่ะ “นินยิ้มออกมา
นิน” เยี่ยมไปเลย “ทั้งสี่มองหน้ากัน
แก้ว” เยี่ยมแปลว่าอะไรครับ “นินหัวเราะแล้วพูดออกมา
นิน” แปลกว่าดีมากๆ ไงล่ะ “ทั้งสี่จึงเข้าใจนินดูตุ๊กตาเซรามิครูปหมูเขาหยิบขึ้นมาแล้วมองไปมองมาแล้วมองหน้าของพิมที่บึ้งตลอดเวลา
” เถ้าแก่เอานี่ตัวหนึ่งครับ “เถ้าแก่ห่อให้เขานินสอบถามเื่ร้านกับเถ้าแก่หลายเื่จนได้ข้อสรุปนินจะไปดูที่โรงเผาของเขาในวันสองวันข้างหน้า จากนั้นก็เดินไปเรื่อยๆ จนไปเจอร้านเครื่องประดับ
นิน “พวกเธอเข้าไปดูไหม” ทั้งสองคนพยักหน้าร้านนี้ค่อนข้างใหญ่มากนินเดินไปมุมหนึ่งเพื่อเลือกดูของที่ผู้หญิงยุคนี้ใช้กันคนในร้านก็ไม่น้อยทว่าแม้เขาดูเหมือนไม่สนใจอะไรทว่าสายตาเขาสอดสายสำรวจทุกคนที่เขามานี่เป็นิสัยของสายลับ ด้านเหมือนเทพรีบกลับออกมาจากตลาดก็หงุดหงิดมากวันนี้เขาเสียหน้ามากจริงๆ เขาลืมความปลอดภัยของพิมไปได้อย่างไรกัน
“ท่านหมื่นขอรับพวกเราผิดเอง” หมื่นเทพโบกมือ
หมื่นเทพ “พวกเ้าทำไปเพราะความปลอดภัยของข้าแต่ว่าไอ้นั่นมันเป็ใครกันถึงได้กล้าเช่นนี้” เขามองไปที่ลูกน้อง
“ไปสืบมาว่าไอ้นั่นเป็ใครกัน” ลูกน้องพยักหน้า ทางพวกสาวๆ เข้ามาในร้านเครื่องประดับพิมและน้องสาวหยิบดูหลายอย่างพิมสนใจพาหุรัด (เครื่องประดับที่รัดต้นแขนเรียกว่า พาหุรัด) ทองขึ้นมาดูมันงดงามมากมีพลอยสีเขียวตรงกลางจับแล้วจับอีกแต่ไม่เอาเพราะราคาสูงมาก
ภา “สวยไปหมดเลยไม่ได้มาเสียนานแบบใหม่ๆ แปลกตามาก” ลินก็พยักหน้า
ลิน “สวยจริงๆ นั่นแหละไม่เอาจริงหรือ” พิมส่ายหน้าภาเห็นพี่สาวสีหน้าไม่สู้ดีก็ถาม
ภา “มีอะไรหรือเปล่าเ้าค่ะ” พิมส่ายหน้า
พิม “ไม่มีพวกน้องดูไปเถอะพี่จะไปดูแหวนสักหน่อย” ส่วนแก้วเบื่อจะตายดูของพวกนี้เขาเลยไปนั่งตรงหน้าร้านคุยกับบ่าว หลังจากที่อยู่ในร้านพอสมควรเธอก็ซื้อแหวนทองมาแทนน้องสาวสองคนก็ซื้อแหวนมาเช่นกันเมื่อจ่ายเงินแล้วออกมาทุกคนมองหานินก็พบว่าเขาเพิ่งเดินตามหลังมา
ลิน “พี่ก็เข้สไปดูด้วยหรือส่วนมากบุรุษไม่เข้าไปหรอกนะ “นินยิ้ม
นิน” มาเที่ยวก็ต้องดูให้หมดสิ “ลินคิดว่ามีเหตุผลจากนั้นทุกคนก็ไปที่ร้านเครื่องหนัง เขาเป็ผู้ชายอายุประมาณสามสิบปลายๆ
นิน “เถ้าแก่รับสั่งทำแบบเฉพาะไหม” เขายิ้มแล้วพยักหน้า
“แน่นอนแต่ราคาจะสูงหน่อยนะ” นินพยักหน้า
นิน “ไม่มีปัญหางั้นขอเข้าไปคุยเงียบๆ หน่อยได้ไหม “เถ้าแก่พยักหน้าเขาให้ลูกสาวเฝ้าหน้าร้านส่วนเขาและเถ้าแก่ไปยังในร้าน
นิน “ผม้าเข็มขัดแบบนี้แล้วก็” เขาอธิบายของที่้าให้ทุกช่างเครื่องหนังฟังอยู่นาน
ถา” พี่นินสั่งทำอะไรกันทำไมถึงลึกลับเช่นนี้ “พิมเม้มริมฝีปากไม่กล่าวอะไรส่วนลินนั้นพูดออกมาตรงๆ
ลิน” นั่นสิเ้าข้าเราแอบฟังดีไหม” ภาดีดหน้าผาก
ภา” จะทำแบบนั้นได้อย่างไร “แก้วพูดขึ้น
แก้ว “ผมเริ่มหิวแล้วขอรับหาอะไรรองท้องก่อนดีหรือไม่” พิมส่ายหน้า
พิม “ไม่ได้รอนินออกมาก่อนถึงอย่างไรก็ต้องไปพร้อมกัน” ทุกคนเห็นด้วย
ฟัก “งั้นกระผมไปซื้อให้ก่อนดีไหมขอรับ” ทุกคนเห็นว่าเข้าท่าทว่านินก็ออกมาพอดีแน่นอนว่าหูของเขาดีมากจึงกล่าวออกมา
นิน “พวกเธอหิวหรือไม่หาขนมรองทองก่อนไหม “ทั้งสี่พยักหน้านินยิ้มแล้วให้ทุกคนนำทางไปเขาเลี้ยงขนมพวกเธอจนพอใจแล้วเดินทางกลับระหว่างทางเขาซื้อผ้ามาหลายพับด้วยส่วนนินเซื้อเสื้อผ้าแบบสำเร็จรูปมาหลายชุดเพราะชุดแบบตะวันตกมันใส่ง่ายกว่าเยอะ ทางหมื่นเทพที่มาถึงบ้านแล้วก็มีสีหน้าเครียดขรึมเขารู้สึกไม่สบายใจอย่างประหลาดเขามองไปที่ผ้าพื้นหนึ่งแล้วรำพึงกับตัวเอง
” แม่พิมเ้ามีใจให้พี่บ้างหรือไม่ข้าอยากส่งผู้ใหญ่ไปสู่ขอเ้าเหลือเกิน “ทว่าเขาไม่กล้าจริงๆ หากว่ามันเป็ความรู้สึกฝ่ายเดียวเขาคงเสียใจจนบ้าแน่นอนเพราะท่าทีของพิม่หลังนั้นทำอย่างกับเขาเป็คนแปลกหน้าส่วนสาเหตุที่เขาไม่ขอพิมเสียทีนั่นเพราะเขาอยากได้ยศขุนเสียก่อนลูกสาวเ้าพระยาตำแหน่งแค่หมื่นมันน้อยเกินไป จากนั้นก็มีคนเดินเข้ามา
” ท่านหมื่นขอรับมีคำสั่งให้ท่านเข้าวังขอรับ “เขาจึงสลัดความคิดแล้วมุ่งมั่นไปที่งานในการต้อนรับทูตครั้งนี้เขาต้องทำให้ดีจะได้อวยยศเป็ขุนเสียที"…