“แล้วยังไง” นคินทร์ถามอย่างไม่เข้าใจ ก่อนที่อีกฝ่ายจะอ้ำอึ้งครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยถามบางอย่างออกมา
“คุณคินทร์แน่ใจแล้วเหรอครับ ว่าจะแต่งงานกับคุณมิตาจริง ๆ”
“แน่ใจ” เขาตอบเสียงเรียบ
“แต่ดูเหมือนคุณคินทร์ไม่ดีใจเลยนะครับ” นุวัตรตอบตามความรู้สึก แม้เขาจะตามดูแลนคินทร์ได้ไม่นาน แต่ด้วยนิสัยประจำตัวของนคินทร์ ที่เป็คนไม่สุงสิงกับใคร วางตัวห่างจากคนอื่นเสมอ เป็ไปไม่ได้ที่จะหลงรักผู้หญิงที่รู้จักกันไม่ถึงสามเดือน
“นายจับผิดฉันเหรอ”
“เปล่าครับ จากการที่คุณคินทร์ให้ผมไปติดต่อคุณมิตามาทำงานด้วย รวมถึงการแต่งงานที่จะเกิดขึ้น ผมดูยังไงก็ไม่น่าจะใช่ความรัก ผมแค่เป็ห่วง กลัวว่าชีวิตหลังแต่งงานของคุณคินทร์ จะไม่มีความสุข การแต่งงานไม่ใช่เื่เล่น ๆ นะครับ ที่จะเป็ใครก็ได้ หากว่าคุณคินทร์้าให้คุณศิวกร
สบายใจผมก็ไม่เห็นด้วยที่จะใช้วิธีนี้ มันยังมีวิธีอื่น ๆ อีกมากมายนะครับ”
“อย่าบอกเื่นี้กับคุณพ่อเด็ดขาด”
“เื่อะไรครับ” อีกฝ่ายขมวดคิ้วแปลกใจ
“ก็หลายเื่ ๆ ที่เป็ความลับระหว่างฉันกับนายไง คุณพ่อไม่ใช่คนโง่ ถ้าเขาสืบเจออะไรบางอย่าง ฉันจะไม่เก็บนายข้างตัวอีกต่อไป ฉันจะไล่นายออก ฉะนั้นไม่ว่าฉันกำลังจะทำอะไรก็ตาม นายไม่ต้องอยากรู้ เพียงแค่ทำตามคำสั่งฉันก็พอ เข้าใจใช่ไหม” น้ำเสียงเย็นเยือก ทำให้อีกฝ่ายรีบตอบรับ แล้วกดวางสายไป ปล่อยให้ชายหนุ่มทอดสายตามองตรงไปยังถนน พร้อมความคิดมากมายในสมอง
เช้าวันรุ่งขึ้นรมิตาเตรียมขนเสื้อผ้าไปสองสามชุด เดินลงมารอ นคินทร์อยู่ด้านล่าง ก่อนที่พี่นกจะกวักมือเรียกเธอไปคุยด้วย สองเท้าเล็กของหญิงสาวเดินไปหาพร้อมรอยยิ้มอ่อนหวานเหมือนเช่นเคย
“จะไปไหน”
“ไปทำงานที่ปราจีนบุรี สักสองสามวันค่ะ”
“ไปกับเ้านายคนหล่อนั้นเหรอ”
“ค่ะ”
“เขาดูแลเธอดีมากเลยนะ คนอะไรโชคดีเป็บ้าอยู่ ๆ ก็มีเ้านาย หน้าตาดีแถมรวยล้นฟ้ามาหลงรัก คอยตามรับตามส่งอยู่ทุกวัน ฉันล่ะอิจฉาจริง ๆ” รมิตายืนนิ่งไม่ตอบโต้ ก่อนที่อีกฝ่ายจะเบิกตากว้าง
“นั่นไง พูดถึงก็มารับเลย”
“ถ้างั้นมิตาไปก่อนนะคะ”
“จ้า เดินทางปลอดภัยนะ”
“สวัสดีค่ะ” หญิงสาวยกมือไหว้ลา ก่อนจะหันตัวเดินตรงไปยังรถหรูของเขาที่จอดรออยู่
“ทำไมลงมารอพี่ข้างล่างล่ะ ทำไมไม่รอบนห้อง”
“มิตาลงมารอข้างล่างดีกว่าค่ะ พี่คินทร์จะได้ไม่ต้องขึ้นไปรับให้เสียเวลา”
“แต่เราเป็แฟนกันแล้วนะ” คำตอบของชายหนุ่มทำให้หญิงสาวชะงัก พร้อมกับพวงแก้มแดงระเรื่อขึ้นมา ก่อนที่เขาจะปล่อยยิ้ม แล้วหันไปหมุนพวงมาลัยเดินทางมุ่งหน้าสู่จังหวัดปราจีนบุรี
ภายในห้องทำงานของศิวกร เขาเรียกนุวัตรเข้ามาพบ แล้วงัดสายตาราบเรียบ เค้นเอาคำตอบบางอย่างด้วยความอยากรู้
“ทำไมนายไม่ขับรถให้นคินทร์”
“คุณคินทร์้าขับไปเองครับ ไม่้าให้ผมเอารถคันใหญ่ไป” คำตอบของนุวัตรทำให้อีกฝ่ายนิ่งเงียบไป
“ปกติแล้ว นคินทร์เป็คนเกลียดการขับรถเป็ที่สุด ยิ่งเดินทางออกต่างจังหวัด ยิ่งไม่ชอบเลยล่ะ ทำไมถึงจะขับไปเองล่ะ”
“ผมพยายามขอร้องคุณคินทร์แล้ว ว่าผมจะขับไปให้ แต่คุณคินทร์ไม่ย่อมท่าเดียว” ศิวกรครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกบางอย่างได้
“หรือเป็เพราะ เขาอยากขับไปกันเองสองคน นายคิดเหมือนฉันไหม” นุวัตรก้มหน้าลงแล้วตอบไปอย่างที่ควร
“ก็น่าจะใช่นะครับ”
“เอาล่ะ ยิ่งเห็นแบบนี้ฉันก็ยิ่งมั่นใจ ว่าลูกชายของฉันจะไม่กลับไปเมืองนอกอีก จำไว้นะ ถ้าลูกชายฉัน้าอะไร ให้ช่วยอะไร นายต้องทำตามคำสั่งเขาทุกอย่างเลยนะ เอาจริง ๆ ฉันก็อยากอุ้มหลานอยู่เหมือนกัน” นุวัตรเหลือบศิวกรครู่หนึ่ง พลันต้องหลบสายตาแล้วเงียบปากลงไม่พูดสิ่งใดต่อ แม้รู้ว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้องนัก แต่คำขู่ของนคินทร์ทำให้ชายหนุ่มนิ่งเงียบ ปล่อยให้ชายกลางคนเข้าใจไปเช่นนั้น
ภายในรถคันหรูของนคินทร์ เขาดูแลเอาใจใส่รมิตาอย่างดี จนเธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเป็เ้าหญิง ชายหนุ่มหาโอกาสดึงมือเธอข้างหนึ่งไปกำไว้แน่น พร้อมกับขับรถ แล้วหันมาส่งสายตาหวานฉ่ำเป็ระลอก หัวใจของรมิตาคล้ายกับล่องลอยอยู่บนอากาศ ไม่อาจหาคำพูดใดแทนความสุขที่มีได้
“หากง่วงก็หลับได้เลยนะ ไม่ต้องนั่งเป็เพื่อน” เขาพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่น ก่อนที่หญิงสาวจะส่ายศีรษะไปมาแล้วส่งยิ้มกลับ
“ไม่ง่วงค่ะ มิตานั่งเป็เพื่อนพี่คินทร์ดีกว่า” แล้วเธอจึงหยิบขนมแซนด์วิช ที่ทำเองแบบง่าย ๆ ขึ้นมาจากกระเป๋า
“ทานรองท้องเสียหน่อยนะคะ มิตาตั้งใจทำมาให้” ว่าแล้วเธอก็หยิบออกจากกระดาษ พร้อมกับยื่นไปให้เขา ก่อนที่ชายหนุ่มจะส่ายศีรษะแล้วมองเธออย่างมีความหมาย
“ไม่ทานเหรอคะ” หญิงสาวเลิกคิ้วถาม ก่อนที่เขาจะแย้มยิ้มออกมาอย่างอบอุ่น
“เปล่า เพียงแต่พี่ไม่มีมือจับน่ะ มิตาป้อนให้พี่หน่อยได้ไหม” คำอ้อนของชายหนุ่มทำให้หญิงสาวปล่อยยิ้มหวานรู้ทันเขาทันที