บทที่ 5 ะโลงบ่อเพลิงอย่างเต็มใจ
สีหน้าของลู่เฉิงเฟิงตกตะลึง “เธอจำได้จริง ๆ เหรอ?”
เหตุการณ์นั้นผ่านมาสิบห้าปีแล้ว เขาคิดว่าซูอี้จวินคงลืมเื่นี้ไปนานแล้ว
ทันใดนั้นลู่เฉิงเฟิงก็ดีใจมาก แสดงว่าเขาจำคนไม่ผิด ซูอี้จวินเป็เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ที่ช่วยชีวิตเขาไว้ในตอนนั้น และตอนนั้นยังมีผู้หญิงอ่อนโยนอยู่อีกคน น่าจะเป็แม่ของซูอี้จวิน
ั์ตาสีพีชเปล่งประกายเล็กน้อย ในที่สุดก็รู้แล้วว่าทำไมผู้ชายตรงหน้า ถึงช่วยชีวิตเธอไว้
ซูอี้จวินสงสัย “คุณจำฉันได้ยังไง? เป็เพราะกล่องลูกอมนั่นเหรอ? คุณไม่กลัวว่าตัวเองจะช่วยผิดคนหรือไง?”
ลู่เฉิงเฟิงยิ้มบาง “นอกจากกล่องลูกอมนั่นแล้ว ฉันยังจำไฝที่อยู่ระหว่างคิ้วของเธอได้ อันที่จริงต่อให้ไม่ใช่ ฉันก็จะช่วยอยู่ดี ผิดพลาดไปก็ไม่เป็ไร”
ความกลัวในดวงตาหญิงสาวจางหายไป แต่เมื่อเห็นบอดี้การ์ดที่เสียชีวิต ก็เศร้าสลด
ลู่เฉิงเฟิงถอนหายใจ “ฉันคิดว่าเป็แค่การลอบสังหารธรรมดา ๆ ไม่คิดว่าจะได้เจอเธอ ถ้ารู้ก่อนหน้านี้ ฉันคงลงมือไปนานแล้ว”
ซูอี้จวินมองดูเขา “คุณฆ่าคนบ่อยไหม?”
ลู่เฉิงเฟิงพ่นลมหายใจ
ใบหน้างามของซูอี้จวินที่กลับมามีสีสันพลันซีดเผือดลงอีกครั้ง
ลู่เฉิงเฟิงเหลือบมองเธอแล้วพูดขึ้น “โลกที่ฉันอยู่มันต่างจากเธอ ฉันไม่ฆ่าคนอื่น คนอื่นก็จะฆ่าฉัน เหมือนอย่างตอนนั้น ถ้าไม่ได้เจอเธอ ฉันคงกลายเป็กองดินไปนานแล้ว...”
“แล้วตอนนั้นคุณไปโดนอะไรมา? เืก็ท่วมตัว ตอนนั้นคุณอายุแค่สิบกว่าขวบเองไม่ใช่เหรอ? หมอบอกว่าาแบนตัวเกิดจากการโดนคนอื่นทำร้าย คุณเกือบเอาชีวิตไม่รอดแล้ว”
ซูอี้จวินจินตนาการไม่ออกเลยว่า คนแบบไหนถึงกล้าลงมือกับเด็กอายุสิบกว่าขวบได้ลงคอ?
“ฉันโชคดีที่ได้เจอเธอ เธอพาฉันไปโรงพยาบาล ช่วยจ่ายค่ารักษาพยาบาล แต่พอฟื้นขึ้นมาก็ไม่เจอใครแล้ว หลายปีมานี้ ฉันอยากจะขอบคุณพวกเธอมาตลอด!”
ลู่เฉิงเฟิงยืนขึ้น มองซูอี้จวิน ดวงตาไม่เ็าและโหดร้ายอีกต่อไป มีเพียงความจริงใจ ก้มตัวลงพลางพูดว่า “ขอบคุณ!”
ซูอี้จวินทำตัวไม่ถูก “คุณ คุณ คุณไม่จำเป็ต้องทำแบบนี้ คุณก็ช่วยฉันไว้เหมือนกัน? เราถือว่าหายกันแล้ว”
ลู่เฉิงเฟิงยิ้มบาง ๆ “คติในชีวิตของฉันคือ แค้นต้องชำระ บุญคุณต้องทดแทน!”
“ซูอี้จวินตอนนี้สถานการณ์ของเธออันตรายมาก ฉันจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อปกป้องเธอ ไม่ต้องกลัวนะ ถ้าผ่านวิกฤตนี้ไปได้ ฉันจะจากไปเอง”
“อันที่จริงแล้วค่าจ้างฉันสูงมาก แต่เธอไม่ต้องจ่าย เพราะเธอจ่ายไปแล้วเมื่อสิบห้าปีก่อน”
ซูอี้จวินรู้ว่าลู่เฉิงเฟิงกำลังพูดถึงค่ารักษาพยาบาลที่เธอจ่ายให้เขาตอนที่เขาถูกส่งตัวไปโรงพยาบาล
เธอพยักหน้าแล้วพูดว่า “ขอบคุณนะ!”
แม้ว่าผู้ชายคนนี้จะฆ่าคนไปมากมาย แต่หล่อนเชื่อว่าเขาจะไม่ทำร้ายเธอ
สิ่งที่เธอไม่รู้ก็คือ ครั้งนี้เพื่อปกป้องเธอ ลู่เฉิงเฟิงถึงกับผลักตัวเองลงไปในบ่อเพลิง และเป็การะโลงไปอย่างเต็มใจ สิ่งที่ต้องเผชิญหลังจากนี้คือการไล่ล่าจากองค์กรนักฆ่าทั้งหมด ขณะเดียวกันก็ต้องปกป้องผู้หญิงคนนี้ให้ดี
การกระทำของลู่เฉิงเฟิงถือเป็การทรยศต่อองค์กรนักฆ่าทั้งหมด สิ่งที่รอเขาอยู่คือการไล่ล่าอย่างไม่สิ้นสุด จนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะหายไปอย่างสมบูรณ์
แน่นอนว่าลู่เฉิงเฟิงรู้อยู่แก่ใจดีในตอนที่เขาลงมือสังหารฮาเดสและคนอื่น ๆ เขาก็เตรียมใจที่จะเผชิญหน้ากับองค์กรนักฆ่าทั้งหมดแล้ว
จัดฉากสถานที่เกิดเหตุ
เื่แบบนี้ไม่ใช่เื่ยากสำหรับเขา
เขาสอนซูอี้จวินให้เล่นไปตามบทบาท ระหว่างทางกลับบ้าน เธอพบกับนักฆ่า บอดี้การ์ดถูกฆ่าตายจนหมด นักฆ่าบังคับให้มอบข้อมูลเกี่ยวกับยาต้านมะเร็ง แต่เมื่อนักฆ่ากำลังจะฆ่าเธอ ก็มีคนอีกกลุ่มหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้น ฆ่าพวกนักฆ่ากลุ่มแรกจนเหี้ยนและขโมยข้อมูลหนีไป เธอซ่อนตัวอยู่ในรถ และรอดตายอย่างหวุดหวิด
จากนั้นก็โทรแจ้งตำรวจ ก่อนจะแจ้งตระกูลซูต่อไป
ผ่านไปสิบนาที ตำรวจก็มาถึง
เมื่อตำรวจเห็นภาพโศกนาฏกรรมตรงหน้า สีหน้าก็ซีดเผือด
พวกเขารีบล้อมสถานที่เกิดเหตุทันที หลังจากพบลู่เฉิงเฟิงและซูอี้จวิน ก็สอบถามตามปกติ
ซูอี้จวินเล่าเื่ราวตามที่ลู่เฉิงเฟิงสอนไว้
หลังจากที่ตำรวจตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุแล้ว พบว่าคำพูดของซูอี้จวินไม่มีพิรุธ แต่ก็ยัง้าให้พวกเขากลับไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจ
ซูอี้จวินพยายามอย่างหนักที่จะสงบสติอารมณ์ แต่หญิงสาวก็รู้สึกผิดอย่างมาก เธอจับมือลู่เฉิงเฟิงแน่นโดยไม่รู้ตัว นิ้วเรียวยาวขาวโพลน
การแสดงของลู่เฉิงเฟิงไร้ที่ติ ภายนอกดูเหมือนใ แต่ภายในใจสงบนิ่งอย่างสมบูรณ์
การจัดฉากหรือเสแสร้งเป็ทักษะพื้นฐานของนักฆ่า ชายหนุ่มจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเคยสร้างสถานที่เกิดเหตุปลอม ๆ มาแล้วกี่ครั้ง
กระทั่งตกดึก ทั้งสองคนจึงออกมาจากสถานีตำรวจ
คนจากตระกูลซูรออยู่ข้างนอก พวกเขารีบไปที่เกิดเหตุ แต่ลู่เฉิงเฟิงและซูอี้จวินก็ถูกนำตัวไปที่สถานีตำรวจแล้ว
“อี้จวิน...”
หญิงวัยกลางคนสวยสะพรั่งในชุดกี่เพ้าสีขาววิ่งเข้ามาหาด้วยความกังวล มองลูกสาวั้แ่หัวจรดเท้า “ลูกาเ็ตรงไหนหรือเปล่า?”
สมาชิกคนอื่นของตระกูลซูก็มารวมตัวกันเพื่อสำรวจดูซูอี้จวิน
ลู่เฉิงเฟิงมองดูหญิงวัยกลางคนที่ยังคงเสน่ห์ด้วยคิ้วอันอ่อนโยน เขาจำเธอได้ เธอกับซูอี้จวินเป็คนพาเขาไปส่งโรงพยาบาล
หลังจากยืนยันว่าซูอี้จวินปลอดภัย แม้จะยังใ แต่คนตระกูลซูต่างก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่ก็ยังกังวลอยู่บ้าง
“อี้จวิน เกิดอะไรขึ้น?”
คนที่พูดคือชายชราผมหงอก สวมชุดถัง*[1]
ชายชราคนนั้นเป็ปู่ของซูอี้จวิน ซูอวิ๋นเฉียว ผู้ก่อตั้งซูกรุ๊ป ปัจจุบันเกษียณตัวเองอย่างสมบูรณ์แล้ว
ซูอี้จวินเล่าเื่ราวตามที่ลู่เฉิงเฟิงสอนไว้อีกครั้ง เมื่อเธอบอกว่า โชคดีที่ ‘เรา’ รอดมาได้ ทุกคนถึงนึกได้ว่ายังมีคนอื่นอยู่ที่เกิดเหตุด้วย
สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่ลู่เฉิงเฟิง
“สวัสดีครับคุณปู่ สวัสดีครับคุณลุงและคุณป้าทั้งหลาย ผมเป็แฟนของอี้จวิน ชื่อลู่เฉิงเฟิง เรียกผมว่าเสี่ยวลู่ก็ได้ครับ”
ลู่เฉิงเฟิงแนะนำตัวเองพร้อมกับยิ้ม แต่ในใจกลับบ่นว่า ตอนนั้นน่าจะสอนเธฮพูดอีกแบบ เช่น เขากล้าหาญแค่ไหน ช่วยบังะุให้ซูอี้จวินยังไง แบบนี้ตระกูลซูน่าจะยอมรับได้ง่ายกว่า
ทุกคนในตระกูลซูมองไปที่ลู่เฉิงเฟิงด้วยสีหน้าตกตะลึง
แฟน?
จู่ ๆ แฟนโผล่มาได้ยังไง?
จากนั้น ทุกคนก็จับจ้องไปที่ซูอี้จวินอีกครั้ง
ซูอี้จวินรู้สึกผิดเล็กน้อย ใบหน้างามแดงก่ำ พยักหน้าเงียบ ๆ
“อี้จวิน ลูกมีแฟนั้แ่เมื่อไหร่? ทำไมพ่อถึงไม่รู้เื่?”
ซูหนานชิงพ่อของซูอี้จวิน ตัวไม่สูง ผิวคล้ำ หน้าตาธรรมดา แต่มีออร่าน่าเกรงขาม เพราะตอนนี้ตอนนี้เขาเป็ผู้ถือหางเสือของซูกรุ๊ป และดำรงตำแหน่งสูงสุดในบริษัท
เขาถามซูอี้จวินด้วยสีหน้าประหลาดใจ
ลู่เฉิงเฟิงพึมพำในใจ ‘โชคดีที่ซูอี้จวินสืบทอดความงามจากแม่มาอย่างสมบูรณ์ ถ้าได้มาจากพ่อคงจะน่าเสียดายมาก’
ซูอี้จวินดูเขินอาย “เรา เรา เราคบกันมาสามเดือนแล้ว ตอนแรกหนูวางแผนว่าคืนนี้จะพาเขากลับบ้าน เพื่อให้ทุกคนได้เจอเขา ไม่คิดว่าจะเกิดเื่แบบนี้ขึ้น ถ้าคืนนี้ไม่มีเฉิงเฟิง หนูคงถูกฆ่าตายไปแล้ว”
มุมปากลู่เฉิงเฟิงยกยิ้มขึ้น ดูเหมือนเขาจะคิดมากไป ซูอี้จวินฉลาดกว่าที่เขาคิด ประโยคนี้เผยให้เห็นความหมายแฝงสองอย่าง อย่างแรกคือการบอกเขาว่าเธอจะไม่เปิดโปงเขา อย่างที่สอง เธอไม่กลัวตัวเขาอีกต่อไป และยอมรับความคุ้มครองจากเขาแล้ว
*[1] ชุดถัง คือ เสื้อคอจีนที่ดัดแปลงมาจากเสื้อนอกของผู้ชายในสมัยราชวงศ์ชิง