หุ่นทูฟ 2ตัวกำลังสาดปืนกลใส่เจมินี่ เจมินี่วิ่งฝ่าะุเข้าไปเอามือจิกคอกพิธ ส่วนทูฟตัวที่โดนจับก็อัดปืนซับแมชชีนกันเข้าที่คอกพิธเจมินี่เช่นกัน
“อ๊าคคคค ว๊ากกกกกกกก พังไปซะ ไอ้สัตว์ประหลาด!!” ... ไพลอตทูฟะโลั่นคอกพิทตัวเอง
จนะุหมด
“เดี๋ยว ยอมแพ้ ยอมแล้ว” ... ไพลอตทูฟะโลั่นแจ้งเจตจำนง
ส่วนอีกตัวรีบถอยรุ่นหนีเพราะรู้ว่าเพื่อนถ่วงเวลาให้
อิงฟ้ามองรอบๆในซากปรักหักพังมีกองไฟท่วมนี้ มีศพเด็ก ศพผู้หญิง พลเรือนมากมาย
“พวกแกรู้มั้ยว่าทำอะไรลงไปบ้าง กระหายมากนักใช่มั้ย” ... อิงฟ้าบังคับนิ้มมือ ค่อยๆ บีบคอกพิททูฟจนค่อยๆ อัดบี้
“ย..ย..อย่า .. ก็ยอมแพ้แล้วไง”
“แล้วประชาชนที่ตายตามพื้นตามตึกนี่ เขายิงสู้แกงั้นเหรอ? ห๊า!!” ... อิงฟ้าะโลั่นโคโลนี
“อ..อ๊า..อ๊าคคคคคอ่ะ..อ่อก..อ่อ.......ก...”
เสียงสัญญาณส่งออกนอกตัวหุ่นดังกระจายสู่การกระจายเสียง เสียงคอกพิทโดนบีบจนเละและเสียงร้องสุดท้ายของไพลอตทูฟนายนี้
ตึง ตึง ตึงเสียงทูฟตัวที่หนีกำลังวิ่งไม่หยุดบนถนนในเมืองและกำลังจะออกไปยังทางออกไปอวกาศ แต่ไม่ทันแล้ว เจมินี่วิ่งตามมาอย่างรวดเร็ว
ตึงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เสียงสับเท้าอย่างว่องไวและน้ำหนักดูตจะเบากว่าทูฟหรือ วาสเชอร์มาก
“เหวอมันตามมาแล้ว เรียกเมสเดค เรียกเมสเดค ภารกิจลำลายและยึดหุ่นรุ่นใหม่ล้มเหลว ทีมทำลายโดนเก็บ ผมกำลังหนี ส่งกำลังเสริมมาช่วยที ย้ำมันมาแล้วววววว อ....อ๊า.......ซ...ซ่า......”
เสียงซ่า ขาดหาย
สัญญาณจากยานเมสเดค ยานรับชั้นรามาลของโคราเชียที่จอดรอด้านนอกโคโลนีรับสัญญาณนี้ได้
ยาน Ramal (รามาล)
ยานรบขนาด 170 เมตร บรรทุกหุ่นรบได้4 ตัว
“ผู้พันครับ ...ให้ทีมทำลายยานซิกนัสมาช่วยทีมนี้มั้ยครับ” ...
พันจ่าโท เดฟ กราโตส รองกัปตันวัย 31ต้นหนยานเมสเดค ยานไล่ล่าชั้น รามาลถามกัปตันยานของตน
“ไม่ต้อง พวกนั้นมีภารกิจะเิยานรบใหม่ลำนั้น หากปลีกตัวมาช่วย เราจะไม่สำเร็จเลยสักภารกิจ พี่น้องเราที่ตายไป จะตายอย่างสูญเปล่า”
พันโท โลแกน แพทริค กัปตันอายุ 34ของยานเมสเดค ยานไล่ล่าชั้น รามาลตอบลูกน้องตน
....
..
“ตรงนี้ 3 เครื่อง ขยี้หมดแล้ว ตามออกไปสอยพวกที่เหลือดีมั้ยนะ ถ้าเป็ศักยภาพยัยนี่รับรองว่าน่าจะฆ่าพวกที่เหลือได้ แต่...การลุยเดี่ยวไม่รอกำลังเสริมเป็ข้อห้ามที่แสนจะอวดดีของการทำภารกิจ ใจเย็นๆ จำที่พ่อสอนไว้” ... อิงฟ้าบ่นคนเดียว
<อาวุธตอนนี้มีแค่ดาบบีมซอร์ด2 เล่มที่ไหล่ค่ะ ปืนGewehr (เกอเวียร์)ของดิฉันจะอยู่ที่ยานซิกนัสค่ะ> …เจมินี่ตอบอิงฟ้าในคอกพิท
“อ้าว ...ชุดอะไหล่อยู่ที่ยานหมดแล้ว ... แล้วทำไมเขาเพิ่งจะขนย้ายเธอทีหลังล่ะ?”
<จากความทรงจำของดิฉัน ชุดอะไหล่และอุปกรณ์ทดสอบทยอยมากับชิ้นส่วนประกอบของยานแม่ค่ะ ส่วนตัวฉันต้องติดตั้งระบบจากบริษัทจึงส่งมาทีหลัง>
“เอาเหอะ...เื่เทคนิคฉันก็ไม่ค่อยรู้เื่นักหรอก เอาเป็ว่าตอนนี้ยานอยู่ที่...”
<จากบทสนทนาในอุปกรณ์สื่อสารก่อนหน้านี้ เขามีคำสั่งออกยานใน 10นาทีหากขนย้ายดิฉันขึ้นยานไม่ทัน ตอนนี้ยานน่าจะกำลังเริ่มออกตัว เราออกไปสบทบด้านนอกดีกว่าค่ะ>
“เอางั้นก็เอา .... เอ....ไปทางไหนนะ ช่องปรับแรงดันสำหรับให้หุ่นรบออกตัวจากโคโลนี......”
<จะนำทางให้ค่ะ คุณอิงฟ้า>
“เรียกฟ้าเฉยๆ ก็ได้”
<รับทราบค่ะ คุณฟ้า>
................
ยานซิกนัส
รถของเคทวิ่งขึ้นทางเข้ายานที่เปิดจอด สภาพโดวยรวมรอบๆ เละเทะมาก
“เละเทะน่าดูเลยว่ะ แต่ดูแล้วตัวยานมีริ้วรอยนิดหน่อยเอง” … เอคิจิบ่นกับเพื่อน
เคทจอดรถรีบลงมา
พันจ่าเอก นิยม ใจทองรีบวิ่งมาหา
“คุณคงเป็คุณเคท ลิสบอน”
“ค่ะ... หัวหน้าช่างพันจ่าเอก นิยม ใจทอง สินะคะ”
“กัปตันล่ะครับ? ... ผู้พัน......”
เคทส่ายหน้า
“แม้แต่ทหารที่เด็กหนุ่มพวกนี้ช่วยไว้ ตอนนี้ก็ไม่รอดแล้ว” ... เคทชี้ไปในรถ
พวกเด็กหนุ่มหอบร่างไร้ิญญาของทหารนายนี้ลงมา
ตึงตึง ตึง
ทุกคนหันไป
หุ่นวาสเชอร์สีขาวเดินเข้ามานั่งชันเข่าลง คอกพิทเปิดออก ไพลอตห้อยสายสลิงลงมา
“เฮ้ยพวก....นั่น..นั่น.....”... เอคิจิเขย่าแขนเพื่อนทั้งสอง
“เออรู้แล้ว สุดยอด.....เธออยู่ที่นี่....”... แมกซ์มองตาไม่กระพริบ
“นา...นา..นาคีสีขาว .... พยานาคเกล็ดขาวแห่งสมรภูมิ วาสเชรอ์จ่าฝูงเครื่องสีขาว เครื่องเดียวที่ต่อกรกับศัตรูหลายตัวได้ สู้ได้กระทั่งLexei (เลกเซ่)” … จิมมี่บรรยายสิ่งที่รู้มาจากกลุ่มพวกพ้องสังคมโอตาคุสายทหาร
“หืม...ไอ้หนุ่ม 3 คนนี้รู้จักฉันด้วย?”... ไพลอตสาวอายุ 28 ปีคนนั้นเอียงคอมอง 3 คนนี้
“ร้อยเอก บนชูคิดแมน นายทหารระดับเอสไพลอตของกองทัพ จมยานและหุ่นรบข่้าศึกไปมากมาย ทำแผนภารกิจสำเร็จหลายงานจนสหพันธมิตรได้เปรียบจากการวางแผนโจมตีทางยุทธศาสตร์”... แมกซ์ยืนบรรยายกึ่งเหม่อ
“ดูแล้วพวกเธอไม่ใช่ทหาร....ทำไมรู้เื่การทหารดีจัง?” ... ร้อยเอกบนชูถาม
“ดูทรงแล้วน่าจะพวกโอตาคุสายทหารมากกว่าค่ะ พวกนี้มาเกะกะอะไรในยานชั้นความลับของกองทัพ จริงๆ พวกนายควรโดนคุมตัวออกไปแล้ว แต่คราวนี้เราเสียหายด้านกำลังคนหนักมาก จะยอมปล่อยให้ออกไปเองละกัน”
หญิงสาวทีท่าเข้มงวดนี้คือ พันจ่าตรีโซอี้ เซี่ยงกวน อายุ 25 มองมาทางพวกแมกซ์
พวกแมกซ์ เอคิจิ และจิมมี่ก้มหน้าสลดจ๋อย
“โอตะ...อะไรนะ? ... อ่ะ ช่างเหอะ ไม่รู้จัก แต่พวกนี้ใช้ได้นี่... กล้าตามมาที่นี่ด้วย นี่พวกเธอน่ะ แนะนำตัวซิ เริ่มจากนายตาอ้วน” ... ร้อยเอกบนชูสั่ง
“เอ่อ.... จ...จ.....จิมมี่ อู๋ ครับอายุ 20 ครับ นิสิตมหาวิทยาลัยครับ ชอบศึกษาเกี่ยวกับการทหารและหุ่นรบครับ” ... จิมมี่นำตัวแลลกล้าๆ กลัวๆ
“ผม .. เอคิจิ ลอนโด นิสิตมหาวิทยาลัยชอบศึกษาเกี่ยวกับการทหารและหุ่นรบเหมือนกันครับ อายุ 19 ปีครับ” ... เอคิจิแนะนำตัวแบบที่คิดว่าตัวเองฉาดฉานแล้ว
“แมกซ์ เบอร์นาร์ด อายุ ... 19ครับ นิสิตมหาวิทยาลัยเหมือนกันครับ”
“อืม...ลองมองไปรอบๆ สิ ว่าเกิดอะไรขึ้น” ... บนชูถาม
ทั้ง 3 คนมองรอบๆ
“ทีนี่โดนทูฟโจมตี แต่คุณบนชูเอาชนะพวกมันได้ แต่...เอ่อ...ทำไมผมไม่เห็นร่องรอยาสเชอร์ของฝั่งเราล่ะครับ?” ... แมกซ์มองรอบ
“ก็ไพลอต 4คนโดนสปายแม่งยิงตายหมดไงล่ะ ยานนี้บรรทุกหุ่นได้ 10 เครื่อง เรามีวาสเชอร์ 8 เครื่อง....ออกไปสู้ในเมืองไม่กลับมา 4 เครื่อง อีก 4 เครื่องไพลอตปกป้องยานตายกันหมดก่อน และอีก 2 เครื่องคือวาสเชอร์สีขาวตัวนี้ กับอีกตัวคือหุ่นลุ่ยใหม่พวกเธอไม่ต้องรู้หรอก” ... พันจ่าตรีโซอี้อธิบาย
“ไม่ต้องปิดหรอก พวกเขาเห็นมันระยะเผาขนเลยล่ะ” ... เคทบอก
เคทเดินมาบอกกับทั้ง 3 คน
“ขอบใจพวกเอมากนะที่ช่วยคนของเราถึงมันจะสายไป และที่นี่อันตราย พวกเธอไปซะเถอะเอารถนี่กลับไปบ้านซะ”
เอคิจิเดินกับจิมมี่ไปที่รถ
“เฮ้ย แมกซ์ ... ไปกันเถอะ รีบกลับหอพักกัน” ... เอคิจิชวน
“คุณลิสบอน คุณคิดแมน ... ผม ...อยากอยู่ช่วยครับ พวกผมเคยขับซิมูเลเตอร์มา ฝึกนิดหน่อยน่าจะช่วยยานได้” ... แมกซ์เสนอตัว
“เฮ้ย จะบ้าเหรอวะ?” ... จิมมี่ค้าน
“พวกแกไม่เห็นหรอ นอกจากช่างแล้ว ยานนี้แทบไม่เหลือผู้ชายเลยนะ เราจะหันหลังกลับไปจริงๆ เหรอวะ หลังจากที่พวกมันทำกับโคโลนีเราขนาดนี้เนี่ยนะ?” ... แมกซ์ถาม
“นี่ไม่ใช่เกมนะไอ้น้องชาย เวลาตายมันตายจริงนะ” ... พันจ่าตรีโซอี้ตวาดกลับ
“ผมรู้ เพราะไม่ใช่เกมไง พวกผมถึงอาสา คุณบอกเองนี่ไพลอตตายหมดแล้ว แต่หุ่นยังเหลือให้เรา 3คนใช่มั้ยล่ะ .. ไม่สิ ถ้าเพื่อนผมจะกลับผมก็ไม่ว่า แต่ผมจะอยู่”
“แต่พวกเธอคือพลเรือน ... พลเรือนไม่มีสิทธิ์ขึ้นขับหุ่นรบของกองทัพ”... พันจ่าตรีโซอี้ค้าน
“เอ่อ...ฉัน... พอจะช่วยเื่นั้นได้นะคะ”
ทุกคนหันไปหาต้นเสียงที่นุ่มนวล
นายทหารหญิงยศพันตรีเดินมา
พันจ่าตรีโซอี้กับ ร้อยเอก บนชู และ พันจ่าเอกนิยม ทำวันทยหัตถ์ทำความเคารพนายทหารยศสูง
นายทหารพันตรีหญิงทำความเคารพกลับและแนะนำตัว
“ฉัน..พันตรี จูลลี่แมกไกว์ ค่ะ...เอ่อ ..แล้ว เราจะทำยังไงกันดีคะ พันเอกก็ตายไปแล้ว...” ...จูลลี่ถามบนชู
“พันตรีแมกไกว์คะ ตามหลักแล้ว คุณต้องเป็กัปตันแทนค่ะ นายทหารตอนนี้คุณยศใหญ่ที่สุดแล้ว” ... ร้อยเอกบนชูบอก
“ห...หา....ฉ...ฉัน...ไม่ได้หรอกค่ะ ฉันเป็นายทหารธุรการ ฉันบอกตามตรงนะคะ เพราะครอบครัวผลักดันฉัน ฉันถึงมาอยู่ตรงนี้ เอาจริงๆ ฉันไม่ได้อยากเป็ทหารด้วยซ้ำ” ...จูลลี่รีบปฏิเสธตรงไปตรงมาแบบกล้าๆ กลัว
“ต่อให้ไม่ได้มาจากโรงเรียนนายร้อย แต่ตอนร้อยโทคุณต้องผ่านการอบรมผู้ฝูงมาแน่นอน”... ร้อยเอกบนชูจับแขนจูลลี่ให้กำลังใจ
“ผู้ฝูง?” ... เคททำทีท่างง
“อบรมผู้บังคับฝูง คือหลักสูตรที่นายทหารสัญญาบัตรต้องเรียนครับไม่งั้นจะขึ้นพันตรีไม่ได้หากไม่ผ่านการอบรมนี้” ... แมกซ์อธิบาย
“แหม...รู้เยอะจริงๆนะ ทำไมไม่เป็ทหารแต่ทีแรกล่ะจ้ะ” ... พันจ่าตรีโซอี้เหน็บแมกซ์
แมกซ์จ๋อย
พันจ่าเอกนิยมเอามือตบบ่าแล้วกระซิบ
“ดีแล้วผู้หญิงน่ะ เถียงไปก็ไม่ชนะพวกนางหรอก เชื่อข้า”
แมกซ์ได้แต่พยักหน้ารับ
“ยานต้องรีบออกตัวแล้ว พวกมันไม่จบแค่นี้หรอก” ... ร้อยเอกบนชูะโ
“ผู้พันคะ คุณต้องเป็กัปตันยานอย่างเลี่ยงไม่ได้แล้ว พันจ่าตรี พากัปตันไปหอบังคับการ ทุกคนแสตนด์บายเท่าที่จำนวนคนของเรามี” ...ร้อยเอกบนชูะโเสร็จหันมาถาม 3 หนุ่ม
“10วินาที จะมามั้ย?”
เอคิจิกับจิมมี่มองหน้ากันแล้วคิด
“ผมไปครับผม..” ... แมกซ์รับคำ
“ดีไปขึ้นยาน ฉันจะสั่งการให้ช่างเตรียมหุ่นให้เธอ” ... ร้อยเอกบนชูพูดจาฉาดฉานเด็ดขาด
“นอกจากเหตุผลที่น่าจะมีสาวๆมากกว่าผู้ชายแล้ว ... มันมีอะไรดีมั่งวะ” ...เอคิจิถามจิมมี่ไปถอนหายใจไป
“ไม่มี”... จิมมี่ตอบทันที
“มีเื่เดียว?”
“ใช่เื่เดียว”
ทั้งคู่มองหน้ากัน
“พวกเราไปครับ!!”
...................
ประตูทุกบานของยานโดนปิด เช็คความเสียหาย ระบบต่างๆ
บนหอบังคับการ
พันจ่าตรี โซอี้ เซี่ยงกวน อายุ 25 ปี เ้าหน้าที่หอบังคับการ และเป็พลขับของยานซิกนัส
จ่าโท เอมี่ สุนิษา อายุ 20 ปี เ้าหน้าที่หอบังคับการ ทหารประทวนสาวจบใหม่ไม่นาน
จ่าเอก โลคัส เวยน์ อายุ 22 ปี เ้าหน้าที่หอบังคับการ ทหารประทวนหนุ่ม
จ่าเอก เดล ชไนเดอร์ อายุ 23 ปี เ้าหน้าที่หอบังคับการ ทหารประทวนหนุ่ม
กัปตันยาน
พันตรี จูลลี่ แมกไกว์ อายุ 28 ปี
“ เช็คระบบพลังงาน ตรวจสอบท่อขับดันจากฝ่ายช่าง ติดต่อคาร์โก้แจ้งว่าเราพร้อมจะออกตัวในอีกไม่เกิน 5 นาที หุ่นรบที่เหลือพร้อมใช้งานมั้ย” ... ... พันจ่าตรี โซอี้ถามลูกเรือในหอบังคับการ
“ระบบพลังงานปกติ พร้อมสำหรับออกตัวค่ะ” ... จ่าโท เอมี่รายงาน
“ท่อขับดันเมนบูสเตอร์ทำงานปกติ แต่ฝ่ายช่างขอ 5นาทีเช็คว่ามีอะไรตกหล่นมั้ย” ... จ่าเอก โลคัสรายงาน
“ให้ 3 นาที พอครบ 5 นาทีตามที่แจ้งคาร์โก้ เราจะออกตัวเลย” ... พันจ่าตรีโซอี้ย้ำ
“หุ่นรบวาสเชอร์4 เครื่อง มีไพลอตพลเรือน 3 คน ตอนนี้กำลังเซทติ้งครับ” ... จ่าเอก เดลรายงาน
“ให้พร้อมใน5 นาที ทันทีที่เราออกไป หากโดนโจมตีเราต้องพร้อมปล่อยหุ่นออกไปสู้ ... ให้ตายสิ เอาพลเรือนมาสู้จริงๆ เหรอ” ... พันจ่าตรีโซอี้ ชักสีหน้าบ่น
[ ใจเย็นๆ จูลลี่เธอแค่มารับหน้าเฉพาะตอนออกยาน เมื่อมีกำลังเสริมมารับ่ต่อ เดี๋ยวเขาก็มีกัปตันมาคุมแทน เธอจะได้ไปแล้ว ฉันจะไปคุมยานรบยาวสองร้อยห้าสิบเมตรกว่าๆ ได้ไง.... นี่ถ้าฉันเลือกทางของตัวเองได้ ตอนนี้ฉันน่าจะได้ปริญญาโทสาขาฟื้นฟูธรรมชาติแล้ว... พ่อส่งฉันมาในที่ที่ไม่ควรมาจริงๆ ] … พันตรี จูลลี่ที่นั่งบนเก้าอี้กัปตัน ... พร่ำบ่นและให้กำลังใจตัวเองในใจ มือกำกุมกันไว้ทั้งสองข้างบนตัก
“กัปตันคะติดต่อคาร์โก้แล้ว เราจะออกตัวไม่เกิน 5นาทีนี้ค่ะ” ... พันจ่าตรี โซอี้รายงาน
[ ใจเย็นๆ จูลลี่....] … พันตรี จูลลี่ยังกังวลในใจ
“ กัปตันคะ!”
“อ่ะ..ค .. คะ?!” … พันตรี จูลลี่สะดุ้งตอบ
“ติดต่อคาร์โก้แล้ว เราจะออกตัวไม่เกิน 5 นาทีนี้ค่ะ …อืม... ตอนนี้ก็เหลือ 4 นาที” ... พันจ่าตรีโซอี้รายงาน
สัญญาณส่งมาที่จอหอบังคับการ
“ทุกคน ฉันรู้ว่าทุกคนกลัว เดิมทีพวกคุณมีหน้าที่แค่มาดูแลการทดสอบจนกว่าจะจบ นำออกไปส่งมอบจุดนัดพบแล้วนายทหารเฉพาะการจะมารับหน้าที่นำยานไปดูแลต่อ แต่เมื่อมันไม่เป็ไปตามที่คิดเราต้องดิ้นรนกันเองเท่าที่ทำได้ ไม่งั้นก็ตายกันหมด พวกโคราเชียมันไม่หยุดแค่เรายอมแพ้หรอก ประชาชนไม่สู้มันยังยิงตานไปเท่าไหร่แล้ว .... เรามีแต่ต้องสู้ ฉันเองเป็ไพลอตชำนาญการคนเดียวของที่นี่ จะคอยช่วยพาทุกคนให้รอดไปให้ได้มากที่สุด” ...ร้อยเอกบนชูพูดกับลูกเรือ
“รอดไปให้ได้มากที่สุด ... แสดงว่าเราอาจไม่รอดครบทุกคนไง” ...จ่าเอก เดล ยิ้มเชิงล้อเล่น
“ไม่ขำนะเว้ยเดล เราต้องรอดกันดิวะ ในสนามรบใครเขาพูดเื่ตายๆ กันวะ” ... จ่าเอก โลคัสบ่นเพื่อน
“นี่ไม่ใช่เวลามาเถียงกันนะ ผู้บังคับบัญชาบังอยู่นะพวกเธอ!!” ... พันจ่าตรีโซอี้ดุลูกน้อง
ร้อยเอกบนชูมองจากจอภาพไปยังพันตรีจูลลี่
“กัปตันคะ ฉันรู้ว่าคุณกลัว ทุกคนก็กลัวแต่เราต้องรอดไปจากที่นี่ให้ได้ ถ้าทุกคนร่วมมือกัน รวมทั้งคุณด้วย คุณต้องทำได้ค่ะ นึกถึงขั้นตอนที่ฝึกมา ส่วนจะรอดกันหรือไม่ ก็แล้วแต่ดวงแล้ว เพราะเราทำเต็มที่แล้ว กัปตันไม่ได้ลอยลำยานออกไปคนเดียวนะคะ เราจะไปด้วยกัน”
“.... คะ..ค่ะ...ผู้กอง” ... พันตรีจูลลี่พยักหน้า
“นั่นหมายถึง ชีวิตพวกเราอยู่ในกำมือกัปตันไงครับ” ...จ่าเอก เดลยิ้ม
พันตรีจูลลี่หน้าเสีย
“จิ๊ไอ้เดล.... ... ฮึ่ย .... จ่าเอกเดลห้ามแกล้งกัปตันนะ” ... จ่าโท เอมี่หันมาด่า
จูลลี่สงบสติครู่หนึ่ง สองมือตบแก้มตัวเองพร้อมกันสองที
“คาร์โก้พร้อมรึยัง?” ... พันตรีจูลลี่ถาม
“คาร์โก้พร้อมก่อนเวลาได้สัก2 นาทีแล้วค่ะ” ... พันจ่าตรีโซอี้รายงาน
“เอ่อ.... .”
บี๊บ
สัญญาณจากห้องช่างโผล่มาหน้าจอ
พันจ่าเอก นิยม หัวหน้าช่างซ่อมบำรุง คุมทหารช่างอีก 10 ชีวิตตอนนี้ขึ้นหน้าจอมารายงาน
“ระบบพร้อม เมนบูสต์พร้อม รอคำสั่งกัปตัน แต่ยังส่งหุ่นเข้าที่แท่นคาตาพัลท์ส่งตัวหุ่นไม่เสร็จครับ”
“ระบบพร้อมก็พอ เตรียมตัวออกยานได้ เราไม่มีเวลารอหุ่นในโรงเก็บพร้อม ผู้กองคิดแมนคุ้มกันด้วยนะคะ” ... พันตรีจูลลี่สั่ง
“รับทราบ”... ทุกคนรับคำ
“ต้องแบบนี้สิ.. รับทราบค่ะ กัปตัน ฉันจะคุ้มกันให้”... ร้อยเอกบนชูยิ้ม
ร้อยเอกบนชูขับวาสเชอร์สีขาวบินผ่านประตูคาร์โก้ออกไปก่อน จากนั้นสำรวจรอบ
“เคลียร์”
“ดี.. ซักนัส ออกตัวได้!” ... แม้น้ำเสียงจูลลี่ยังไม่หนักแน่น แต่ดูตั้งใจกว่าตอนแรกมาก
ยานซิกนัสออกตัวแล้ว
....
จิมมี่กำลังอึดอัดจากเข็มขัดนิรภัยและตื่นเต้นจนเหงื่อทุ่วมตัวในชุดนอมอลสูทของไพลอต ของวาสเชอร์
“เราจะรอดมั้ยวะเพื่อน นี่เราเข้ามาในยานรบใหญ่ขนาดนี้เลยนะ”
“รอดดิวะ อย่าพูดเป็ลางในสนามรบดิ” ...แมกซ์เองก็ไม่ได้ดีไปกว่ากัน มือยังสั่นไม่หยุด
“เอาน่า.. ไม่พูดเื่แต่งงานกับลาออก ก็พอ ถ้าพูดไอ้ 2 เื่นี้นะ ตายทุกเื่ตายทุกเกม” ... เอคิจิพูดติดตลกกลบความกลัว
บี๊บ..
ภาพจากมอนิเตอร์ขึ้นมา เป็หน้าของจ่าโท เอมี่
“เราโดนโจมตีแล้ว!! พวกคุณเตรียมตัวให้พร้อมเลย รอกัปตันยานสั่ง”
[กัปตันอย่าสั่งนะคร้าบบบบ]… จิมมี่ภาวนาในใจ
“วาสเชอร์3 เครื่องออกไปได้ ตอนนี้ร้อยเอกคิดแมนกำลังรับศึกคนเดียว” ... เสียงพันตรีจูลลี่สั่ง
“โธ่เอ้ยยยยย”... จิมมี่อุทานออกมา
“เฮ้ย อย่าโวยวายดิ ย่อตัวหุ่นให้พร้อมกับการปล่อยตัว” ... เอคิจิรีบเตือนเพื่อนๆ
ทุกคนบังคับหุ่นให้ย่อตัว
ประตูปล่อยหุ่นค่อยๆเปิด แสงค่อยๆ ลอดเข้ามา ความตื่นเต้นตึงเครียดออกมาทันที
“เปิดเกตปล่อยตัว คาตาพัลท์พร้อม วิสเต็มออลกรีน ตัวตัวได้ค่ะ” ...จ่าโท เอมี่บอกสัญญาณออกตัว
“แมกซ์เบอร์นาร์ด .. วาสเชอร์ ไปล่ะครับ!”
ฟู่ววววว ......
ฐานล็อคเทาหุ่นเลื่อนพุ่งออกไปยังรันเวย์ออกตัวของหุ่นข้างลำยาน แล้วคลายตัว แมกซ์กดเวอร์เนียร์บูสต์ที่หลังบินออกไป....
ตอนนี้หุ่นลอยเคว้งในอวกาศ มองกลับไปที่ยาน เอคิจิ กับ จิมมี่ตามออกมา
ฟิ้วๆๆๆๆ
ะุวิ่งลอยวุบวับไปทั่ว หุ่นทูฟ 3 เครื่องของโคราเชียยิงมาไม่ยั้ง แต่ไม่สามารถเอาชนะวาสเชอร์สีขาวได้
“ผู้กองคิดแมนสุดยอดไปเลย....” ...แมกซ์ทึ่งในบนชู
“พวกนาย ... แมกซ์ เอคิจิมาตรึงเ้าพวกนี้ไว้ เ้าอ้วนอย่าออกห่างจากซิกนัส คุ้มกันไว้ ยิงศัตรูทุกตัวอย่าให้เข้าใกล้ยานและอย่าขวางวิถียิงตอบโต้ของซินัสด้วย!!” ... ร้อยเอกบนชูบัญชาการต่อสู้แล้ว
“ร..รับทราบ..ครับ” ... จิมมี่ถอยกลับไป โดยไม่บินหันหลังกลับและตั้งโล่ตลอดเวลา
“หึ .. พอเป็นี่ไอ้หนู... เอาล่ะที่เหลือตรึงพวกมันไว้” ... ร้อยเอกบนชูออกคำสั่งจริงจังแล้ว
“ครับ” ...แมกซ์ตั้งโล่แล้วยิงปืนกลสวนกดศัตรูไม่ให้ยิงร้อยเอกต่อได้
“แล้วผู้กองล่ะครับ?” ... เอคิจิถาม
“จะจัดการตัวปัญหา มานู่นแล้ว จะแลกกันมั้ยล่ะ?” ... ร้อยเอกชี้นิ้วหุ่นไปทางศัตรู
ภาพที่เห็นคือ หุ่น Lexei (เลกเซ่) บินมาด้วยความเร็วที่ต่างกับทูฟลิบลับ