ทางหลิวอี้สบายใจแล้วแต่อีกฝ่ายมันตรงกันข้ามกันเลยหลังจากที่ได้ยินหลิวอี้พูดแล้ว เซียวจื่อหานมีความรู้สึกซับซ้อน สับสน วุ่นวายใจปนเปกันไปหมด เขาเป็คนจัดการความคิดและอารมณ์ของตัวเองได้ดีมาตลอดแต่ครั้งนี้เขาจัดการไม่ได้เลย
ทำไมเธอต้องพูดแบบนั้นหรือจะเป็อย่างที่เขาสงสัยแต่มันก็ไม่น่าเป็ไปได้เธอบอกเธอรู้ทุกอย่างเธอรู้อะไรบ้าง คำพูดของและท่าทางของหลิวอี้ค้างคาใจเขามาก
รอยยิ้มเมื่อกี้คือรอยยิ้มแบบจริงใจครั้งแรกที่เธอยิ้มให้กับเขามันสวยมากมันทำให้เขาเลิกมองไม่ได้จริงๆถึงตอนนี้เธอจะดูอ่อนแอ ใบหน้าดูผอมไปบ้างแต่ดวงตาที่สดใส ไม่เ็าหมางเมินลักยิ้มที่แก้มสองข้างแม้มันจะไม่ชัดมาก ริมฝีปากบางสีแดงสด
เธอยิ้มให้เขาและจากไปเนี่ยนะตอนนี้มันเหมือนไม่ใช่เธอเลย เธอเปลี่ยนไปมาก ๆ ไม่เหมือนเธอที่เขารู้จักเขาพยายามอย่างมากที่จะไม่ยุ่งกับเธอ แต่ตอนนี้เขาเปลี่ยนใจละเขาต้องรู้ให้ได้ว่ามันเกิดอะไรกันแน่ หลังจากจัดการความคิดได้แล้วเซียวจื่อหานส่ายหน้าเล็กน้อย ยืนยิ้มบาง ๆ อยู่คนเดียว
“ถึงขั้นเสียสติเลยเหรอ โดนด่ามาหรือไงเดี๋ยวทำหน้าเครียด เดี๋ยวทำหน้างง สลับไปมา แล้วก็มายิ้มคนเดียว”เจียงชิงหยวนมองหน้าเพื่อนอย่างเบื่อหน่ายกับความหลายอารมณ์และชวนกันเดินกลับบ้านพัก
“จื่อหานตกลงมีเื่อะไรกัน บอกฉัน ๆอยากรู้ใจจะขาดแล้ว หลิวอี้พูดอะไรงั้นเหรอ”
“ไม่ใช่เื่ของแก” เซียวจื่อหานใช้หางตามองเพื่อนแล้วทำท่าไม่สนใจ
“ไม่ต้องมาแอ๊คใส่ฉันเลย ไอ้ท่าทางเ็าสูงส่งเก็บไว้ใช้กับคนอื่นเลย ทำอย่างกับฉันไม่รู้จักแก”
“ความลับเพื่อน”
“แกฆ่าฉันเถอะ จื่อหานถ้าแกไม่บอกฉัน ๆต้องอกแตกตายพอดี ฉันยอมตายด้วยน้ำมือแก”
เซียวจื่อหานทนไม่ไหวกับท่าทางเพื่อนเขาหัวเราะออกมา
“เออ ถึงเวลาฉันจะบอกแกเอง รอให้ฉันแน่ใจก่อน”
“อย่าบอกนะว่าพวกแกแอบคบกัน ตอนไหนอ่า? ทำไมฉันไม่รู้? ตกลงที่แกสนใจหลิวอี้เป็พิเศษแกชอบเธอเหรอ แกไปจีบตอนไหน ลูกเขามีพ่อมีแม่ แกแอบทำอะไรลับๆ ล่อๆแบบนี้ไม่ได้นะ”
“เพ้อเจ้อใหญ่ล่ะฉันไม่ได้แอบกับเธอแต่มีบางเื่ฉันต้องแน่ใจก่อน ถึงจะเล่าให้ฟังได้”เขาไม่เล่าหรอกถึงจะสนิทกับเหมือนพี่น้องบางเื่มันเล่าไม่ได้จริง ๆ
“อย่าโกหกกันนะ แกก็รู้ว่าฉันรู้จักแกดีแค่ไหนโกหกฉันไม่ได้หรอก”
เขารู้จักกับจื่อหานมาั้แ่ 5 ขวบและเป็เพื่อนกันมาตลอด เื่ที่มีความสุขเขาก็รับรู้เวลาที่มีความทุกข์เขาก็อยู่ด้วย ไม่ว่าจะดีจะเลวยังไงก็ผ่านมาด้วยกันเสมอแม้แต่ไอ้การแสดงออกเ็าของเซียวจื่อหาน มันก็ไม่ใช่นิสัยจริง ๆ มีแค่แม่แท้ ๆกับเขาเท่านั้นที่รู้ว่าเพื่อนคนนี้เป็ยังไง คิดจะมาหลอกเขาเหรอ ยากกก บอกเลย
พอกลับถึงบ้านหลิวอี้ก็มานั่งนึกสูตรผักดองที่เธอเคยทำมันอร่อยกว่าผักดองสมัยนี้ที่มีแต่รสชาติไม่เค็มโดด ก็เปรี้ยวโดด ตอนนี้เธอคิดได้ 3-4 สูตรแล้ว ขณะที่ยังเพลิดเพลิน เฟยหลงก็เข้ามา
“พี่ วันนี้แม่สื่อมาอีกแล้วล่ะ”
“มาละไงต่อ ย่าพูดกับพ่อหรือยัง”
“ไม่ใช่ของพี่ แม่สื่อมาคุยเื่พี่รองน่ะว่าทางฝ่ายหญิงไม่ตกลง เห็นแม่สื่อบอกว่าทางนั้นไม่มีรู้สึกว่างานพี่รองมั่นคงเขากลัวลูกลำบาก เพราะอะไรเหรอพี่” เฟยหลงทำหน้าสงสัย
“ที่ฝั่งผู้หญิงคิดไว้ก็ถูกนั้นล่ะลูกจ้างชั่วคราวได้เงินเท่าไหร่กันเชียว พอๆ กับพ่อเองมั้ง บ้านก็อาศัยเขาอยู่บ้านพักในโรงงานก็ให้คนที่บรรจุแล้วเข้าพักได้ถ้าแต่งแล้วไปเช่าบ้านอยู่เงินเดือนเขาจะพอเหรอ” เฟยหลงพยักหน้างึกๆ คิดตามไปด้วย
“ถึงพี่รองจะไม่ค่อยกลับบ้านเราไม่ค่อยได้เจอเขาแต่เขาทำงานมา 3 ปีล่ะ ควรบรรจุได้แล้วพี่ว่าแกอย่าไปสนใจเลย”
“ถ้างั้นเขาจะแต่งกับคนในเมืองได้เหรอถ้าเป็อย่างที่พี่บอก” เฟยหลงยังสงสัย
“คงยาก แล้วป้าสะใภ้รองว่าอย่างไรบ้างเล่า”ตอนนี้หลิวอี้เริ่มสนุกกับความเดือดร้อนของป้าสะใภ้เธอล่ะ
“ก็โวยวายกับแม่สื่อบอกว่า ที่บ้านก็ไม่ง้อเหมือนกันลูกชายเขามีการศึกษา ทำงานในเมืองเขาหาสะใภ้ได้สบาย ๆ ส่วนย่าก็ไม่ต่างกันบอกพรุ่งนี้จะสู่ขอผู้หญิงในหมู่บ้านเลยก็ได้ แต่ดีไม่พอสำหรับพี่รองเลยต้องใช้แม่สื่อหาคนในเมืองที่เหมาะสมให้”
“55555 ขำอ่ะ เป็ผู้ชายเลอค่ามากเลยเนอะบ้านนั้นลูกแต่ละคนได้ยีนป้าสะใภ้ทุกคน ถ้าไม่ดีมาก ๆ ก็ต้องรวยมากๆ อ่ะถึงจะหาคนแต่งได้ง่ายๆ ” หลิวอี้หัวเราะจนท้องแข็ง
“ยิง หรือ ยีน อะไรนั้นหมายความว่าไงเหรอ”เฟยหลงสงสัยหนักเลยทีนี้
“ง่ายๆ ก็คือ ลูกบ้านนั้น ถ้าไม่น่าตาเหมือนป้าก็ส่วนสูงได้ป้า แล้วงานก็ไม่ค่อยดี แถมบ้านก็ไม่ได้ร่ำรวย ไม่มีอะไรเด่นสักอย่างถ้าไม่ได้ชอบพอกันมาก่อน ก็น่าจะหาเ้าสาวยาก ยังไงล่ะ”
เฟยหลงรีบสำรวจส่วนสูงตัวเองทันทีว่าเตี้ยไหมเขาไม่อยากเตี้ยนะ
“แกจะกลัวทำไม หน้าตาพ่อแม่เราก็ดีทั้งคู่แขนขายาวทั้งคู่ ถึงร่างกายจะผอมไปหน่อยแต่ก็ยังดูดี ฉันกับก็น้องเล็กก็หน้าตาดีแกเพิ่งจะ 14 ร่างกายยังไม่โตเต็มที่เลยต้องรอให้โตเป็หนุ่มก่อนถึงจะรู้”
“พี่รู้ปะ นอกจากพี่จะกล้าพูดกล้าคิดมากขึ้นแล้วพี่ยังหลงตัวเองด้วยนะ” สองคนพี่น้องหัวเราะกันเอง
หลังจากไล่น้องชายเข้าห้องแล้วเธอก็มานั่งคิดสูตรผักดองต่อพอมีเวลาเหลือก่อนนอน ก็ร่างแบบเสื้อบุบวมที่จะทำแล้วก็เข้านอน
ความตั้งใจแรกว่าจะไปหาสมุนไพรอาทิตย์ละ4 วันแต่ลุงหัวหน้าหมู่บ้านก็ให้เธอไปหาได้เลยหลังจากทำงานเสร็จผ่านมาหลายวันล่ะเธอยังหาที่ตากสมุนไพรไม่ได้เลยส่วนที่เก็บมาหลิวอี้เอามาเก็บหลังสำนักงานได้ เธอก็แอบตากไปด้วยเพราะตอนนี้ถึงแม้ว่าสมุนไพรจะเยอะมากขึ้น ก็ยังสลับตากได้ยังแอบได้อยู่แต่ก็เหนื่อยมากจริง ๆ
เอ้อหูคงใกล้จะหายดีแล้วรออีกสักหน่อยค่อยไปหา แต่ตอนนี้เธออยากได้ธนูมากจริงๆอยากซ้อมมือดูว่าจะเหมือนเดิมไหม
เหมยฮวาก็เป็อีกเื่ที่น่ารำคาญใจหล่อนมาหาทุกวัน ดีที่ลานด้านหลังถ้าไม่เข้าไปโดยตรงมองจากด้านนอกจะไม่เห็นอะไรหลิวอี้ต้องอดทนเป็อย่างมากในทุกครั้งที่เจอหน้าวันนี้ก็เช่นกัน มาอีกล่ะ
“หลิวอี้ ฉันเอาขนมมาให้เธอหน่ะ ฉันซื้อมาจากอำเภอเธอลองกินหน่อยซิ "
“ฉันไม่ชอบกินของหวานหน่ะ” (เห็นหน้าหล่อนฉันก็จะอ้วกล่ะ)
“เธอผอมมากเกินไปละนะ เธอกินให้มากๆไปเที่ยวอำเภอกันฉันไหม ฉันไม่เคยไปกับเธอเลย มันคงน่าสนุกดี "
“ต้องทำงาน จะไปได้ยังไงล่ะ” (หงุดหงิดละนะ)
แทบทุกครั้งที่มาก็พูดประโยคพวกเนี้ยกินนี่ไหม ผอมไปนะ กินเยอะๆ ห่วงเธอนะ ไปโน่น นั้น นี่ กับฉันไหมเป็ห่วงเป็ใยสารพัด วนไปวนมาถ้าเป็คนอื่นคงเกลียดฉันแล้วล่ะที่ไม่เคยให้ความร่วมมือ แต่นี่กลับตีมึน ยิ้มหวาน ทำตาแบ้วใส่ทุกรอบถ้าไม่รู้ความจริงหลงเชื่อก็ไม่แปลกอะไรเลย
อ่าาาา!!! ฉันคิดออกแล้วตอนแรกว่าจะไม่ทำอะไร รอจนหาทางหาเงินได้ก่อน ค่อยลงมือ แต่นี่รนหาที่เองนะปั่นประสาทกลับซะหน่อย ที่บอกว่าจูเจียงหยงคู่ควรกับหล่อน แอบรักมานานแล้วต้องพิสูจน์แล้วล่ะ
“เหมยฮวา เธอสนิทกับจูเจียงหยงไหม”
“ทำไมเหรอเธอมีอะไรกับเขาเหรอ หลิวอี้”
หลิวอี้ทำสีหน้าลำบากใจเหมือนอยากพูดแต่ก็ไม่พูด
“พูดมาเถอะเราเป็เพื่อนกันนะ มีอะไรก็พูดกับฉันได้”เหมฮวาพยายามฉีกยิ้ม แต่ทันดูฝืนทนมาก
“จะดีเหรอ คือ.. ฉันไม่รู้ควรถามดีไหม มันไม่เหมาะสม”หลิวอี้ทำเขินนิดๆ ส่วนเหมยฮวาเริ่มอยู่ไม่นิ่งแล้ว
“พูดเถอะหลิวอี้ฉันจะไม่บอกใครหรอก รู้แค่เราสองคน” (เสียงเริ่มแข็งแล้ว หล่อนแค่อยากรู้หรือหล่อนหึงจ๊ะ แม่คนดี)
“ก็ได้” ถอนหายใจเล็กน้อย “คืองี้ เขาชอบยิ้มให้ฉันหน่ะพยายามจะคุยกับฉันตลอดเลย พวกฉันเคยสนิทกันตอนเด็กๆ พอเริ่มเข้ามัธยมต้นจนตอนนี้ก็ไม่ได้สนิทกันล่ะ ทั้ง ๆที่ฉันกับเขาก็เรียนที่เดียวกันแต่ก็ไม่ได้สนิทกันอีกล่ะ”ถอนหายใจอีกครั้งทำหน้าลำบากใจมากกว่าเดิม
“ั้แ่เรียนจบมา เขาก็พยายามจะเข้ามาคุยด้วยเวลาเจอกันทุกครั้งเขาก็ยิ้มให้ฉันตลอดเลย เธอว่าเขาอยากจะกลับมาสนิทกับฉันเหมือนตอนเด็กใช่หรือเปล่า”
“ค…คงแบบนั้นมั้ง”เหมยฮวายังคงยิ้มสู้อยู่แต่เสียงเริ่มสั่น
“ฉันก็ว่าอย่างนั้นแหละ คงคิดถึงตอนเป็เด็กแต่ตอนนี้พวกเราโตแล้วเนี้ยซิ ชายหญิงสนิทสนมมากๆ มันก็ไม่เนอะ เธอว่าไหม”
“ฉ..ฉันก็ว่าอย่างนั้นแหละ เขาคงอยากเป็เหมือนเด็กๆเธออย่าคิดมากเลยนะ ตอนนี้เราเอาเวลามาคิดเื่ข้อสอบจะออกแบบไหนดีกว่าว่าไหม”
“อือ ฉันก็ว่าแบบนั้นล่ะเขาคงไม่ได้คิดเกินเลยกับฉันหรอกเนอะ เธอว่าไหม หื้มมม” (ตอกย้ำเข้าไปอีกทีรีบตัดบทเหรอเอาให้ดิ้นตายกันไปเลย 55555)
“ไม่หรอกเธออย่าคิดเยอะเลยฉันมานานล่ะต้องกลับบ้านก่อนนะ” เหมยฮวายิ้มหวานให้ก่อนจะออกไป
จะรู้ตัวบ้างไหมว่าที่หล่อนยิ้มเมื่อกี้ตาหลอนแข็งมากเลยนะเหมยฮวาเอ๊ยตอนนี้ก็ชัดละหล่อนหมายปองจูเจียงหยงแล้วยังทำอะไรมากไม่ได้ก็เล่นาประสาทไปก่อน เผื่อธาตุแท้หล่อนจะออกมาเองฉันจะได้ไม่เสียเวลา
ชาติก่อนหล่อนเล่นฉันจนตายแต่ชาตินี้ฉันไม่ทำเธอถึงตายหรอกนะอยู่ใช้ชีวิตทรมานไปนานๆนั่นล่ะคือสิ่งที่ฉัน้า