หลังจากที่องค์หญิงเซียงเซียงทรงตื่นจากบรรทมพระองค์ก็ทรงร้องเรียกหาเหวยเซียงไม่หยุด “เหวยเซียง! เหวยเซียง! เ้าอยู่ที่ไหนน่ะ”
“หม่อมฉันอยู่นี่เพคะทรงเป็อะไรหรือเพคะ” เหวยเซียงรีบวิ่งเข้ามาดู
“เราฝันไม่ดีเลย” องค์หญิงทรงจับมือนางกำนัลไว้แน่น
“พระองค์ทรงฝันว่าอะไรหรือเพคะ”เหวยเซียงอยากรู้
“เราฝันว่าเ้าทิ้งเราไปจนเราไม่เหลือใครเลย รู้มั้ยว่าเรารู้สึกโดดเดี่ยวมากในยามไม่มีเ้าเ้าสัญญากับเราได้มั้ยว่าจะไม่ทิ้งเราไปไหน” องค์หญิงทรงรอคำตอบ
“หม่อมฉัน เอ่อ….” เหวยเซียงคิดว่านางยังมีความฝัน
“ทำไมล่ะเราไม่ดีต่อเ้างั้นหรือ” องค์หญิงตรัส
“เปล่าเพคะแต่หม่อมฉันมีจุดมุ่ง….”เหวยเซียงกล่าวไม่จบเพราะองค์หญิงตรัสแทรก
“เ้ามีจุดมุ่งหมายอะไรความจริงเราก็ไม่อยากขัดขวางความฝันของเ้า แต่เรารู้สึกถูกชะตากับเ้ามากเราไม่อยากได้นางกำนัลคนอื่นอีกแล้ว” องค์หญิงทรงกรรแสง
เหวยเซียงถอนหายใจและกล่าวว่า“ก็ได้เพคะ หม่อมฉันสัญญาว่าจะติดตามพระองค์ไปทุกที่ไม่จากพระองค์ไปไหนเพคะ”
“ขอบใจเ้ามาก เหวยเซียง”องค์หญิงทรงดีพระทัยและกอดนางกำนัล
“เสด็จไปสรงน้ำเถอะนะเพคะพระองค์จะต้องเสด็จไปเข้าเฝ้าไทเฮาอีก” เหวยเซียงเตือน
“ความจริงไม่เห็นต้องฝึกอบรมมารยาทอะไรนี่แค่อภิเษกกับาาต่างแคว้นเอง” องค์หญิงทรงไม่เข้าพระทัย
“ไม่ได้นะเพคะทุกที่ต่างมีธรรมเนียมปฏิบัติ หากไม่รู้จักปรับตัวพวกเราจะอยู่แคว้นฝางได้ยากขึ้นนะเพคะ” เหวยเซียงเตือน
“เราเชื่อเ้าเราจะรีบไปอาบน้ำแต่งตัวเดี๋ยวนี้ล่ะ” องค์หญิงทรงยอมฟัง
“หม่อมฉันไปเตรียมน้ำก่อนนะเพคะ”เหวยเซียงรีบไปเตรียมน้ำอุ่นให้องค์หญิงทันที
********************************
นอกจากที่องค์หญิงเซียงเซียงจะต้องปฏิบัติภารกิจอบรมมารยาทตามธรรมเนียมแคว้นฝางที่ตำหนักของไทเฮาแล้วองค์ชายรองก็ทรงได้รับราชโองการให้เป็ผู้แทนพระองค์ตรวจราชการที่เมืองหุยสงเช่นกัน
เหวยเซียงซึ่งได้ทราบข่าวนางรู้สึกดีที่ไม่ได้พบชายสูงศักดิ์ที่ชอบกดขี่ข่มเหงนางก็จริงแต่ภายในใจก็แอบกังวลว่านางจะได้ยาแก้พิษได้ยังไง นางคิดในใจว่า “ข้าเป็เพียงนางกำนัลตำแหน่งเล็กๆพระองค์จะทรงมาสนพระทัยชีวิตคนอย่างข้าได้ยังไงข้าคงจำต้องปล่อยให้เป็ไปตามชะตาแล้วก็มาดูกันว่าพระองค์จะทรงยอมปล่อยให้ข้าตายหรือเปล่า”
********************************
ในเวลาใกล้เที่ยงเหวยเซียงจะต้องไปที่โรงครัวเพื่อแจ้งรายการพระกระยาหารขององค์หญิงเซียงเซียงโดยเหวยเซียงจะเป็ผู้เลือกพระกระยาหารให้เพื่อบำรุงพระวรกายขององค์หญิงให้แข็งแรงอีกทั้งเหวยเซียงจะเป็ผู้ตรวจสอบว่าอาหารมีพิษหรือไม่ด้วย
องค์รัชทายาททรงทอดพระเนตรเห็นเหวยเซียงกำลังจัดแจงยกสำรับอาหารจากที่โรงครัวไปที่ตำหนักขององค์หญิงเซียงเซียงด้วยตัวเองพระองค์ทรงสงสัยก็เลยถามกงกงคนสนิท
“เหวยเซียงนางกำนัลขององค์หญิงเซียงเซียงมาทำอะไรที่โรงครัว” องค์รัชทายาทตรัส
“กระหม่อมได้ยินมาว่านางควบคุมดูแลพระกระยาหารขององค์หญิงด้วยตัวเองพะย่ะค่ะ นางเลือกรายการอาหารที่บำรุงและมีประโยชน์ต่อพระวรกายขององค์หญิงอีกทั้งยังตรวจสอบด้วยว่าอาหารมีพิษหรือไม่ด้วยพะย่ะค่ะ” กงกงรายงาน
“นั่นสิ นางเป็หมอนางย่อมรู้ว่าอาหารใดมีประโยชน์ต่อร่างกายบ้าง เราชักอยากได้นางเป็คนของเราบ้าง”องค์รัชทายาทตรัส
“เอ่อ มันจะดีหรือพะย่ะค่ะกระหม่อมได้ข่าวมาว่านางเป็คนขององค์ชายรองมาก่อนเห็นมีคนเล่าลือว่าแม้นางจะรับใช้องค์หญิงเซียงเซียงแต่นางก็เข้านอกออกในที่ตำหนักขององค์ชายรองทุกคืน นางอาจเป็ เอ่อสนมขององค์ชายรองก็เป็ได้นะพะย่ะค่ะ” กงกงไม่สะดวกจะพูด
“องค์ชายรองมีเอิ่นลั่วเป็คนรักอยู่แล้วทั้งคนเขายอมนอกใจนางอย่างนั้นหรือ” องค์รัชทายาททรงไม่เชื่อ
“กระหม่อมไม่แน่ใจพะย่ะค่ะ”กงกงเองก็ไม่มั่นใจกับข่าวลือนั้น
“เอาล่ะ งั้นมาพิสูจน์กัน”องค์รัชทายาทตรัส
********************************
ณ ตำหนักองค์รัชทายาท
“ถวายบังคมเพคะองค์รัชทายาท” เหวยเซียงคารวะผู้สูงศักดิ์
“ลุกขึ้นเถิด” องค์รัชทายาทตรัส
“ขอบพระทัยเพคะ เอ่อพระองค์ทรงมีอะไรให้หม่อมฉันรับใช้หรือเพคะ” เหวยเซียงสงสัย
“เรามีข้อเสนอ” องค์รัชทายาทตรัสสั้นๆพร้อมกับสังเกตสีหน้าของนางกำนัล
“ข้อเสนออะไรเพคะ”เหวยเซียงอยากรู้
“เราเสียดายความสามารถของเ้าเห็นว่าเ้าเป็ถึงหมอเราก็เลยอยากสนับสนุนเ้าให้เป็หมอหลวงหญิงมากกว่าที่จะมาเป็นางกำนัลตำแหน่งเล็กๆแบบนี้”องค์รัชทายาททรงเสนอ
“เป็ความจริงหรือเพคะ” เหวยเซียงรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก
“เห็นสีหน้าเ้าแบบนี้เ้าคงอยากเป็หมอหลวงหญิงมากเลยสินะ” องค์รัชทายาททรงรู้สึกพอพระทัยที่อีกฝ่ายเหมือนจะยอมรับข้อเสนอ
“ใช่เพคะหม่อมฉันอยากเป็มาก” เหวยเซียงกล่าวโดยไม่ปกปิด
“งั้นเราแต่งตั้งเ้าให้เป็….”องค์รัชทายาทตรัสไม่จบเพราะมีคนกล่าวแทรก
“ช้าก่อนเพคะทรงกระทำเช่นนี้มันเป็การดูถูกนางกำนัลเหวยเซียงนะเพคะ” เอิ่นลั่วกล่าว
“เอ่อเดี๋ยวสิแม่นางเอิ่นลั่ว” เหวยเซียงกำลังจะแย้ง
“ไม่เป็ไรข้ามาช่วยเ้าแล้ว” เอิ่นลั่วจับมือให้กำลังใจเหวยเซียง
ตอนนี้เหวยเซียงกำลังงง “เอ่อ นี่เป็การช่วยอย่างนั้นหรือ”ในใจเหวยเซียงคิดว่า “นี่เ้ากำลังขัดขวางความฝันของข้าอยู่นะ”
“เ้าเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าเอิ่นลั่ว ดูสีหน้าเหวยเซียงสินางดีใจแค่ไหนที่เรากำลังแต่งตั้งในนางเป็หมอหลวงหญิง”องค์รัชทายาทตรัส
“ทรงเข้าพระทัยผิดแล้วเพคะเหวยเซียงเป็คนจงรักภักดีต่อองค์ชายรองและองค์หญิงเซียงเซียงนางไม่มีวันทรยศเ้านายหรอกเพคะ” เอิ่นลั่วกล่าว
“เ้าคิดแทนนางหรือเปล่าเอิ่นลั่ว” องค์รัชทายาททรงแย้ง
“คงไม่หรอกเพคะใครๆก็รู้ว่าเหวยเซียงเป็คนขององค์ชายรองความสัมพันธ์ของทั้งสองแน่นแฟ้นมากกว่าที่พระองค์ทรงดำริไว้เพคะ” เอิ่นลั่วกล่าว
“มันไม่ใช่อย่างนั้นนะแม่นางเอิ่นลั่ว ท่านเข้าใจผิดแล้ว” เหวยเซียงรีบแย้ง
“เ้าอย่าอายไปเลยปล่อยให้ข้าพูดให้เถอะนะ” เอิ่นลั่วกล่าว
“เ้าตัดสินใจแทนนางไม่ได้นะเอิ่นลั่วชีวิตใครชีวิตมัน ปล่อยให้เหวยเซียงพูดและตัดสินใจเองดีกว่า” องค์รัชทายาททรงหันพระพักตร์ไปทางเหวยเซียงและตรัสว่า “เ้าว่าไง อย่าให้ใครมาครอบงำเ้า จงตัดสินใจทำตามความฝันเถิด”
เหวยเซียงเห็นว่าได้โอกาสกำลังจะพูดแต่อยู่ดีๆภาพที่องค์หญิงเซียงเซียงร้องเรียกหาตนก็ผุดขึ้นมาในหัวคำมั่นสัญญาที่มีต่อองค์หญิงว่าจะติดตามพระองค์ไปทุกที่ยังกึกก้องในโสตประสาทของนางนางเลยกล่าวว่า “ขอบพระทัยเพคะที่พระองค์ทรงมีพระเมตตายอมแต่งตั้งหม่อมฉันให้เป็ถึงหมอหลวงหญิงแต่หม่อมฉันขอปฏิเสธที่จะรับตำแหน่งนี้หม่อมฉันขอเป็นางกำนัลติดตามองค์หญิงเซียงเซียงเพคะ”
“เห็นมั้ยเพคะหม่อมฉันมองคนไม่ผิด เหวยเซียงมีความจงรักภักดีมากแค่ไหนงั้นหม่อมฉันและเหวยเซียงขอตัวเพคะ” เอิ่นลั่วรีบจูงมือเหวยเซียงออกจากตำหนักองค์รัชทายาททันที
“เดี๋ยวสิแม่นางเอิ่นลั่ว พวกเราจะไปไหน” เหวยเซียงกำลังโดนลากจูง
“ไปตำหนักองค์ชายรอง”เอิ่นลั่วกล่าวสั้นๆ
“ข้า….” เหวยเซียงกล่าวไม่จบเพราะเอิ่นลั่วรีบพูดตัดบท
“อย่าพูดมากไม่งั้นยาพิษออกฤทธิ์เร็วขึ้น” เอิ่นลั่วรีบขู่
“นี่เ้ารู้อย่างนั้นหรือ”เหวยเซียงใ
“ใช่! อีกนิดก็ถึงแล้ว อดทนหน่อยก็แล้วกัน ข้าไม่ได้หยิบยาแก้พิษมาด้วย”เอิ่นลั่วได้รับมอบหมายให้มอบยาแก้พิษให้กับเหวยเซียงแทนองค์ชายรอง
“ที่แท้องค์ชายรองก็มอบหมายให้เ้านำยาแก้พิษมาให้ข้านี่เอง”เหวยเซียงคิดในใจว่า “อย่างน้อยองค์ชายรองก็ทรงมีพระเมตตาอยู่บ้าง”
“ใช่แล้ว” เอิ่นลั่วกล่าวสั้นๆ
“เอ่อข้าขอแก้ความเข้าใจก่อนเถอะนะ ข้าไม่ได้เป็คนขององค์ชายรอง คืนนั้นข้าสลบพระองค์ทรงอุ้มข้าไปนอนที่พระแท่นบรรทมเท่านั้น” เหวยเซียงไม่อยากให้คนรักขององค์ชายรองเข้าใจผิด
“เื่นั้นข้ารู้แล้ว”เอิ่นลั่วกล่าว
“นั่นสินะองค์ชายรองทรงเล่าทุกอย่างให้เ้าฟังอยู่แล้ว เ้าเป็คนรักของพระองค์นี่” เหวยเซียงกล่าว
“แล้วแต่เ้าจะคิดก็แล้วกันถึงแล้วพอดี รอข้าอยู่ตรงนี้ ข้าจะไปหยิบยามาให้” เอิ่นลั่วเดินตรงไปที่ห้องบรรทมขององค์ชายรองเพื่อไปหยิบยาแก้พิษ
ระหว่างที่รอเหวยเซียงนึกเจ็บใจตัวเองที่ไม่เลือกเส้นทางก้าวหน้าของตนเองนางยอมทิ้งความฝันได้ยังไง
“อะนี่ยา รีบกินซะ” เอิ่นลั่วยื่นยาให้หญิงสาวหนึ่งเม็ด
เหวยเซียงทานยาเสร็จก็เลยถาม“ทำไมเ้าต้องขัดขวางไม่ให้องค์รัชทายาทแต่งตั้งข้าเป็หมอหลวงหญิงด้วยล่ะ”
“เ้ารู้หรือไม่ว่าองค์รัชทายาททรงทำเช่นนั้นทำไม” เอิ่นลั่วย้อนถาม
“ทรงเห็นความสามารถข้าไง”เหวยเซียงกล่าว
“เ้าผิดแล้วในยุคที่ผู้ชายเป็ใหญ่ ไม่มีทางเลยที่ผู้หญิงอย่างเ้าจะก้าวหน้า” เอิ่นลั่วแย้ง
“ทำไมล่ะ ในเมื่อข้าจะได้เป็ถึงหมอหลวงหญิงเชียวนะ” เหวยเซียงไม่เข้าใจ
“ไม่ใช่ว่าไม่เคยมีหมอหลวงหญิงมาก่อนนะตำแหน่งนี้เคยมีมาแล้ว แต่เพราะพวกนางทนรับแรงกดดันไม่ไหว เลยลาออกกันหมด” เอิ่นลั่วเล่า
“ทำไมล่ะ” เหวยเซียงอยากรู้
“พวกนางไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจรักษาผู้ป่วยด้วยตัวเองพอวินิจฉัยโรคได้แล้ว ต้องรอให้หัวหน้าหมอหลวงตรวจสอบก่อนทุกครั้งไม่เพียงเท่านั้น ยามที่ไปรักษาเหล่าเชื้อพระวงศ์พวกนางก็เป็ได้เพียงลูกมือของทีมหมอหลวงชายและไหนล่ะหนทางที่หมอหลวงหญิงจะก้าวหน้า” เอิ่นลั่วกล่าวตามเนื้อผ้า
“มันอาจไม่เลวร้ายขนาดนั้นก็ได้” เหวยเซียงกล่าว
“ประวัติศาสตร์มันเกิดขึ้นแล้วและมันก็เป็เื่จริง” เอิ่นลั่วไม่ได้แต่งเื่ขึ้นมาเอง
“แล้วทำไมพระองค์ถึงทรงแต่งตั้งข้าเป็หมอหลวงหญิงล่ะ”เหวยเซียงอยากรู้วัตถุประสงค์ที่แท้จริงขององค์รัชทายาท
“ความจริงคือองค์รัชทายาททรงเป็ชายสูงศักดิ์ที่แปลกมากยามเมื่อองค์ชายรองทรงสนพระทัยหญิงผู้ใดองค์รัชทายาทจะทรงให้ความสนพระทัยหญิงผู้นั้นทันทีไม่ว่านางจะมีรูปลักษณ์แบบใดหรือมีตำแหน่งใหญ่เล็กแค่ไหนก็ตาม” เอิ่นลั่วกล่าว
“องค์ชายรองไม่มีวันสนใจข้าหรอก”เหวยเซียงคิดว่าไม่น่าใช่เหตุผลนี้
“แต่เ้าลองดูพฤติกรรมที่ตัวเ้าต้องเข้านอกออกในตำหนักองค์ชายรองทุกคืนสิใครจะไม่คิด” เอิ่นลั่วกล่าว
“นั่นก็เพราะยาพิษนั่นไง เห็นมั้ยว่าองค์ชายรองทรงอำมหิตมากแค่ไหน”เหวยเซียงอธิบาย
“ยาพิษนั่นไม่ได้รุนแรงขนาดนั้นแค่เ้าได้ยาแก้พิษจนครบ 20 วัน เ้าก็หายแล้ว” เอิ่นลั่วไม่คิดว่าองค์ชายรองเป็คนอำมหิต
“องค์รัชทายาททรงมีพระเมตตาเ้าอาจเข้าใจพระองค์ผิดก็เป็ได้นะ” เหวยเซียงเปลี่ยนเื่
“ข้าเคยมีคนรู้จักหญิงผู้นั้นถูกองค์รัชทายาทหลอกให้หลงรักนางเคยหลงเชื่อจนยอมทรยศองค์ชายรองไปสวามิภักดิ์ต่อองค์รัชทายาทเมื่อพระองค์ทรงสมพระทัยได้นางมาเข้าพวกแล้วหลังจากนั้นไม่นานพระองค์ก็ทรงทิ้งขว้างหญิงผู้นั้นอย่างไม่ใยดีพระองค์ทรงทำเพียงเพื่อเอาชนะองค์ชายรองเท่านั้นจริงๆ” เอิ่นลั่วเตือน
“แล้วตอนนี้หญิงผู้นั้นเป็อย่างไรบ้าง”เหวยเซียงเป็ห่วง
“นางเข้มแข็งมากขึ้นแล้วและจะไม่มีวันเชื่อใจชายสูงศักดิ์ผู้นั้นอีก” เอิ่นลั่วเช็ดน้ำตา
“เ้ามีน้ำตาคลออย่าบอกนะว่ามันเป็เื่ของเ้า” เหวยเซียงสงสัย
“เ้าคิดว่าคนอย่างข้าจะเสียรู้อย่างนั้นหรือ” เอิ่นลั่วย้อนถาม
“ข้าได้ข่าวว่าเ้าเป็กุนซือและเป็หญิงที่ฉลาดมากคงไม่ใช่เ้าหรอก” เหวยเซียงกล่าว
“คิดอย่างนั้นก็ดีแล้วเ้ากลับตำหนักองค์หญิงเซียงเซียงเถิดเ้าเป็ผู้ที่ถูกองค์ชายรองเลือกและเป็คนที่องค์ชายรองทรงไว้พระทัยมากที่สุด”เอิ่นลั่วรู้สึกว่าองค์ชายรองทรงให้ความสำคัญต่อเหวยเซียงเป็อย่างมาก
“เ้าเข้าใจผิดแล้ววันเลือกนางกำนัล องค์ชายรองทรงหลับพระเนตรชี้ไม่ได้ตั้งพระทัยเลือกข้าอย่างจริงจังเสียหน่อย” เหวยเซียงอธิบายเพราะเห็นพระองค์ทรงหลับตาจิ้มกับตาของตัวเอง
“แต่การที่พระองค์ทรงให้เ้ามาอยู่กับพระขนิษฐาที่พระองค์ทรงรักมากที่สุดนั่นหมายความว่าทรงไว้วางพระทัยให้เ้าดูแลพระนางนะ”เอิ่นลั่วกล่าว
“มันไม่ใช่ความไว้พระทัยแต่มันเป็การบีบบังคับด้วยการมอบยาพิษ หากข้าทรยศข้าจะไม่ได้รับยาแก้พิษ” เหวยเซียงกล่าว
“น่ามันก็เหมือนกันนั่นแหละรู้มั้ยพระองค์ทรงกำชับให้ข้าคอยสอดส่องไม่ให้ใครรังแกเ้าได้” เอิ่นลั่วไม่อยากให้เหวยเซียงมององค์ชายรองในแง่ร้าย
“ข้าว่าเ้าเป็ฝ่ายรังแกข้าเสียมากกว่า เ้าขัดขวางความฝันที่จะเป็หมอหลวงหญิงเชียวนะ”เหวยเซียงรู้สึกเสียดาย
“แต่เ้าก็เป็ฝ่ายเลือกที่จะไม่เป็เองนี่”เอิ่นลั่วแย้ง
“นั่นมันก็จริง”เหวยเซียงต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ตนเลือกเอง
“เชื่อข้าเถิดขุนนางที่เป็ผู้หญิง ไม่มีทางก้าวหน้าในหน้าที่การงานได้หรอก ขนาดข้าเองข้าเคยสอบจอหงวนได้ แต่พอรู้ว่าข้าเป็ผู้หญิง ข้าก็โดนปลดจากตำแหน่งทันทีโดยไม่มีใครเลยที่จะยอมมองดูผลงานของข้าก็มีแต่องค์ชายรองที่เรียกข้าให้มาเป็ที่ปรึกษาตอนนี้ข้าทำได้เพียงปล่อยชีวิตให้ไหลไปตามกระแสธาราเท่านั้น” เอิ่นลั่วมีประสบการณ์มาแล้ว
“เ้าทดท้อเร็วไปหรือเปล่าหากเ้าพยายามมากกว่านี้ เ้าอาจมีโอกาสคว้าฝันของเ้าก็เป็ได้” เหวยเซียงอยากให้นางสู้ต่อ
“ข้าเลือกเส้นทางที่เป็ปรปักษ์ต่อองค์รัชทายาทไปแล้วจึงไม่มีทางเลยที่ข้าจะเติบโตก้าวหน้าในหน้าที่การงานได้หรอก” เอิ่นลั่วกล่าว
“ข้าก็คงไม่ต่างจากเ้า”เหวยเซียงวิเคราะห์แล้ว หากนางเป็หมอหลวงหญิง ชะตาก็คงไม่ต่างกัน
“ดีแล้วที่เ้าเลือกติดตามองค์หญิงนั่นยิ่งทำให้องค์รัชทายาทชื่นชมในตัวเ้ามากขึ้น”เอิ่นลั่วกล่าว
“ทำไมล่ะ” เหวยเซียงขมวดคิ้วสงสัย
“พระองค์ทรงเกลียดคนทรยศหักหลังเ้านายของตัวเองและพวกที่ย้ายข้างไปอยู่กับฝ่ายของศัตรูน่ะการที่พระองค์ทรงทำเช่นนี้ก็เพื่อลองใจเ้าเท่านั้น” เอิ่นลั่วเตือน
“ขอบคุณที่เตือนข้าต่อไปข้าจะระวังตัว” เหวยเซียงกล่าว
“เ้าไปได้แล้วระวังคนขององค์รัชทายาทให้ดี พระองค์ทรงจับตามองเ้าอยู่” เอิ่นลั่วกล่าวเตือน
“ข้าทราบแล้วงั้นข้าขอตัว” เหวยเซียงรีบกลับตำหนักขององค์หญิงเซียงเซียงทันที
เอิ่นลั่วมองดูเหวยเซียงเดินจากไปในใจนางคิดว่า “เ้าคิดถูกแล้ว ผู้หญิงโง่คนนั้นคือข้าเองข้าถูกองค์รัชทายาทหลอกให้หลงรัก ยอมเข้ากับฝ่ายของพระองค์เมื่อพระองค์ทรงสามารถเอาชนะองค์ชายรองได้แล้วพระองค์ก็เฉดหัวข้าไปอยู่ชายแดนด้วยการยัดเยียดข้อหาขโมยของมีค่าในตำหนักยังดีที่องค์ชายรองทรงให้โอกาสข้ารับใช้พระองค์ด้วยการให้มาเป็ที่ปรึกษารู้มั้ยว่าข้ารู้สึกแค้นใจองค์รัชทายาทมากแค่ไหน สักวันข้าจะต้องแก้แค้นพระองค์ให้สาสมคอยดู”