กลางดึกในยามที่เมืองหลับใหล ไร้เสียงผู้คนเดินขวักไขว่ มีเพียงเสียงลมแ่ที่พัดผ่านเสาไฟ บนถนนเส้นใหญ่ทอดยาวออกไปไกลมีร่างของชายคนหนึ่งกำลังหอบหายใจหนักใช้ร่างพิงรถยนต์เก่าจอดข้างทาง ยังไม่ทันจะได้พักเขาต้องฝืนร่างกายออกวิ่งอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของคนจำนวนหนึ่งวิ่งไล่ตามหลังเข้ามาเรื่อยๆ
“ หยุดหนีเสียทีด็อกเตอร์ คุณไม่มีทางหนีไปได้ หยุดเดี๋ยวนี้! ”
เสียงชายคนหนึ่งร้องะโก้องไล่ตามหลัง มันเป็เสียงที่กดดันจนหัวใจของเขาแทบหยุดเต้น ด็อกเตอร์กลับไม่มีเวลาฟัง เขากัดฟันแน่นเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น ในมือข้างหนึ่งกุมกระเป๋าหนังเอาไว้ให้แน่นกลัวว่าหลอดยาจำนวน 5 หลอดจะหล่นหายไป
“ ด็อกเตอร์ ถ้าคุณยังไม่หยุดเราจะยิงคุณ หยุดเดี๋ยวนี้! ”
น้ำเสียงข่มขู่ยังคงร้องะโไล่หลัง ด็อกเตอร์ชุดขาวทำเพียงหันมองเล็กน้อยเท่านั้นก่อนจะวิ่งเลี้ยวเข้าซอยแคบทอดตัวไปยังแม่น้ำที่อยู่ห่างอีกไม่ไกล
ภายในซอยเปลี่ยวทั้งมืดและเงียบ มีกลิ่นเหม็นเน่าโชยขึ้นมาจากคลองด้านข้าง ด็อกเตอร์กลับไม่มีเวลาสนใจ ภายในหัวของเขาคิดเพียงแค่ว่าจะต้องพาตนเองหนีไปให้ถึงแม่น้ำใหญ่
เมื่อวิ่งออกมาจากซอยเขาก็พบเข้ากับรั้วเหล็กขึ้นสนิมขวางกั้น มองลอดผ่านรั้วลงไปจะพบเข้ากับถนนเส้นเล็กตั้งขนาบข้างกับแม่น้ำใหญ่ ด็อกเตอร์แสดงออกให้เห็นถึงสีหน้าดีใจ เขารีบวิ่งเข้าไปจับรั้วเหล็กเตรียมปีนข้ามไปอีกฝั่ง
มือซ้ายจับไปยังรั้วกั้นก่อนจะนำกระเป๋าที่กอดเอาไว้ในมือขวามาคาบด้วยปากแล้วใช้มือคว้าไปยังรั้วเพื่อปีนป่าย ยังไม่ทันจะได้ใช้เท้าเหยียบรั้วเพื่อก้าวขึ้นไป ด็อกเตอร์กลับรู้สึกเ็ปบริเวณต้นขาขวา เขาไม่รู้เลยว่าเกิดสิ่งใดขึ้นถึงไม่สามารถยกเท้าขึ้นมาได้ ทันใดนั้นหูทั้งสองข้างก็ได้ยินเสียงปืนดัง ไม่นานมือซ้ายก็ถูกะุพุ่งเจาะเป็รูจนร่างร่วงลงมากระแทกพื้น
จากที่ไม่รู้ว่าทำไมขาขวาถึงไม่สามารถยกขึ้นมาได้ เขารู้ถึงสาเหตุของมันแล้ว ความคิดที่้าหนีให้พ้นทำให้ไม่ได้ยินเสียงรอบตัว แม้แต่เสียงปืนนัดแรกที่ยิงขาของตน
กระเป๋าหนังที่คาบเอาไว้ในปากร่วงหล่นจนฝาเปิดออก ขวดยาทั้งหมดกลิ้งออกมากองบนพื้น หนึ่งในนั้นลอดผ่านรั้วหล่นลงไปบนถนนด้านล่างกลิ้งไปหยุดอยู่อีกฝั่งยากจะมองเห็น
ด็อกเตอร์ตั้งสติจากความเ็ปพยายามใช้มืออีกข้างคว้าจับขวดยาแล้วใช้ปากเปิดฝาหวังจะโยนทิ้งแม่น้ำให้ยาสลายไปกับแม่น้ำสายใหญ่ อย่างน้อยๆด้วยแรงที่เหลืออยู่เขาคิดว่าคงสามารถโยนพวกมันลงแม่น้ำได้
ชายชุดดำตามมาทันหลังจากยิงสกัดเป้าหมายไปที่ต้นขาและแขนซ้าย พวกมันรีบพุ่งเข้าจับตัวด็อกเตอร์เอาไว้แล้วกดร่างจนติดพื้นสกัดไม่ให้อีกฝ่ายเปิดฝาขวดยา ด้วยแรงที่เหลือน้อยทำให้ด็อกเตอร์เปิดฝาขวดยาไม่ได้เลยสักขวด
“ ด็อกเตอร์ เราไม่คิดเลยว่าจะต้องมาเสียเวลากับคุณมากขนาดนี้ ”
หัวหน้าชายชุดดำถอดแว่นตาแล้วมองไปยังขวดแก้วขนาดเท่าหัวแม่มือ ข้างในบรรจุของเหลวสีแดงเอาไว้ มันเป็สสารที่สามารถเปลี่ยนโลกได้หากวิจัยสำเร็จ
“ ทำลายมันทิ้งไม่อย่างนั้นโลกจะต้องพบจุดจบ ! ”
ด็อกเตอร์พยายามเค้นเสียงออกมาให้ได้มากที่สุด เขา้าทำลายสสารภายในหลอดยาทิ้งไปให้หมด หากนักวิจัยยังคงพยายามศึกษามันต่อจะต้องเกิดหายนะขึ้นบนโลก ต่อให้มันจะเป็ความหวังใหม่ของมนุษย์ อันตรายจากสสารยังเป็สิ่งที่ไม่สามารถควบคุมได้
คำพูดของด็อกเตอร์กลับไม่มีน้ำหนัก เขาถูกทำให้สลบจากผลของยาที่ฉีดเข้าบริเวณต้นคอ ชายชุดดำที่จับตัวเป้าหมายได้แล้วจึงเก็บกวาดพื้นที่ ยาที่หล่นออกมาจากกระเป๋าถูกเก็บเข้าไปใหม่ รอยเืบนพื้นถูกเช็ดออกไปจนไม่มีสิ่งใดหลงเหลือ ร่างของด็อกเตอร์ที่สลบไม่รับรู้สิ่งใดถูกยกหามออกไปทางซอยเดิมเตรียมนำกลับไปยังฐานวิจัย
---------------------------------------------------------------
เสียงจิ้งหรีดเรไรแว่วเบาๆปะปนมากับเสียงน้ำกระทบขอบตลิ่ง ชายแก่สวมชุดหาปลาได้เดินผ่านบางสิ่งเขาจึงส่องไฟจับกบไปยังร่างของคนที่นอนขดอยู่บนพื้นอีกเพียง 2 เมตรก็จะกลิ้งลงสู่แม่น้ำ ด้วยความเป็ห่วงจึงเดินเข้าไปถาม อีกฝ่ายกลับหลับไม่ได้สติ ตามเนื้อตัวเต็มไปด้วยกลิ่นของสุรา ชายแก่จึงพยายามปลุกอีกฝ่ายอย่างน้อยควรจะขยับออกไปนอนที่อื่นไม่ใช่ริมตลิ่งแบบนี้
“ พ่อหนุ่ม ตื่นๆ มานอนทำไมตรงนี้ แกอยากตายอย่างนั้นเหรอ ตื่น ตื่น ! ”
แรงเขย่าและเสียงปลุกทำให้ชายสวมกางเกงยีนส์สีดำเปื้อนไปด้วยฝุ่นค่อยๆลืมตาตื่น จากแสงไฟที่ส่องแยงเข้ามาในตาทำให้เขามองไม่เห็นสิ่งใด ชายแก่ที่เห็นอาการของอีกฝ่ายไม่ปกติยากจะเดินกลับบ้านได้จึงชี้มือบอกให้ชายหนุ่มไปนอนอีกฝั่งของถนน อย่างน้อยตำแหน่งนั้นก็ไกลจากแม่น้ำ
ชายหนุ่มแทบไม่หลงเหลือสติเขารู้แค่ว่าตนต้องเปลี่ยนที่นอนจึงพยายามลุกเดิน ชายแก่เห็นว่าอีกฝ่ายไม่น่าไหวจึงช่วยพยุงจนไปถึงอีกฝั่งของถนน
“ นอนนิ่งๆล่ะ หายเมาแล้วค่อยเดินต่อ ที่นี่คงไม่มีรถวิ่งมาเหยียบแกหรอก ”
ชายแก่เห็นอีกฝ่ายพยักหน้ารับจึงเดินไปยังเรือพายจอดอยู่ริมตลิ่ง เขาใช้สิ่งนี้หาปลาภายในแม่น้ำมาหลายสิบปีจนจำไม่ได้ว่านานแค่ไหน ขณะกำลังมุ่งหน้าไปที่เรือเขาพบเข้ากับหลอดแก้วบรรจุของเหลวสีแดงสะท้อนแสงไฟ มันอยู่ใกล้ตำแหน่งที่ชายสวมกางเกงยีนส์นอนจึงเก็บไปให้แล้วเดินลงเรือ
ชายสวมกางเกงยีนส์สติเหลือน้อยนิด เขาไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายส่งสิ่งใดให้ จากเสียงของมันเขาพอจะรู้ว่ามีน้ำอยู่ด้านในคิดว่าเป็ยาแก้เมาค้างที่ชายแก่มอบให้จึงพยายามเปิดฝา ด้วยอาการเมาเขาไม่สนเลยว่าขนาดของมันจะเล็กหรือใหญ่ แค่เปิดฝามันได้เขาก็รีบกลืนมันลงไปในท้องแล้วทิ้งตัวลงนอนข้างถนนหวังว่าตนเองจะตื่นก่อนฟ้าสาง
ชายหนุ่มกลับไม่สามารถหลับลึก เขาสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกใช้สองมือกุมท้องแน่นด้วยความเ็ปจากอาการคลื่นไส้รุนแรงจนต้องพยายามลุกขึ้นนั่งอาเจียน ทว่าสิ่งที่ออกมามีเพียงน้ำลายเท่านั้น
ดวงตาทั้งสองเริ่มเบิกโพลงแต่กลับดูพร่ามัวเหมือนมองไม่เห็น ลมหายใจของเขาเริ่มขาดห้วงไม่เป็จังหวะ ชายสวมกางเกงยีนส์ไม่รู้เลยว่าตนเองเป็อะไร พยายามเอื้อมมือพาตนเองออกจากข้างถนนขอให้คนช่วยเหลือ
“ช่วยด้วย… ” เสียงแหบพร่าราวกับใกล้ขาดใจ มือที่เอื้อมหวังจะพาตนเองออกจากมุมถนนตกลงข้างลำตัว ร่างกายทรุดฮวบลงไปกองบนพื้นเหมือนตุ๊กตาที่เชือกขาด
อาการผิดปกติกลับไม่จบลง มันยังคงแสดงอาการออกมามากมายโดยที่เ้าของร่างไม่ได้สติ บริเวณคอชายสวมกางเกงยีนส์เริ่มมีเส้นเืสีดำปูดโปนเด่นชัด
ดวงตาเบิกกว้างถูกย้อมให้เป็สีดำทั้งสองข้าง เส้นผมสีดำเริ่มหลุดร่วงจนหมดศีรษะ ไม่นานเส้นใหม่ก็งอกกลับออกมาทดแทนเส้นเดิม
เล็บมือเล็บเท้าหลุดออกจากนิ้ว ไม่นานเล็บใหม่ก็งอกกลับมาแทนที่เดิม กระทั่งผ่านไป 1 ชั่วโมงร่างที่เต็มไปด้วยความเ็ปก็เริ่มสงบ เส้นเืปูดโปนเริ่มยุบตัวลงไป ชายสวมกางเกงยีนส์ที่ลมหายใจขาดห้วงเริ่มกลับมาหายใจปกติราวกับคนกำลังหลับพักผ่อน
“ ยังไม่ตื่นอีกอย่างนั้นเหรอ ช่างมันก็แล้วกัน ”
ชายแก่จับปลาถือตะกร้าใบใหญ่มองไปยังชายสวมกางเกงยีนส์ที่ยังคงนอนขดตัวอยู่ในตำแหน่งเดิม อีกไม่นานท้องฟ้าก็จะสว่างแล้ว เขาที่กลับมาจากจับปลาจึงปล่อยให้นอนต่อไปหลังจากไม่มีมดไต่ตามตัว
---------------------------------------------------------------
เสียงน้ำกระเพื่อมเป็จังหวะเบาๆแทรกด้วยเสียงคลื่นเล็กๆจากเรือที่แล่นผ่านไปอย่างเร่งรีบได้ปลุกชายสวมกางเกงยีนส์ให้สะดุ้งตื่นจากฝัน
เมื่อเปลือกตาทั้งสองเปิดกว้างเขาก็พบว่ารอบข้างเต็มไปด้วยเศษใบไม้ปลิวมากองรวมกัน
“ อือ… นี่ฉันกลับไม่ถึงบ้านงั้นเหรอ ? ” เสียงแหบพร่าเล็ดลอดออกมาจากปาก ดวงตาทั้งสองข้างค่อยๆปรับโฟกัสจนรู้ว่าตนเองนอนอยู่ริมแม่น้ำสายใหญ่ มองไปด้านหน้าเห็นเรือบรรทุกสินค้าลำมหึมาแล่นผ่าช้าๆทิ้งระลอกคลื่นเป็ทางยาวเอาไว้ ใกล้ๆมีเรือหางยาวชาวบ้านบรรทุกปลาสดกำลังมุ่งหน้าไปยังตลาด
เสียงของคนะโพูดคุยกันดังมาจากเรืออีกลำที่กำลังแล่นสวนมา สร้างบรรยากาศคึกคักแต่กลับทำให้เขารู้สึกกังวล เมื่อคืนเขาจำไม่ได้เลยว่าตนเองออกจากงานเลี้ยงฉลองกับเพื่อนร่วมแผนกเวลาใด แม้แต่ตำแหน่งที่ตนเองได้สติยังไม่รู้เลยว่าเดินมาถึงได้อย่างไร หากนับเป็ระยะทางระหว่างร้านและตำแหน่งนี้อยู่ห่างกันราว 5 กิโลเมตร เขาไม่มีความทรงจำหลงเหลืออยู่เลยจึงไม่รู้ว่าตนมาถึงที่นี่ได้เช่นไร
เมื่อมองไปยังร่างกายเขารู้สึกดีใจเพราะไม่มีรอยแผลเกิดขึ้น ร่องรอยที่เกิดจากการเดินชนสิ่งกีดขวางไม่มีให้เห็น เขากลับสงสัยว่าตำแหน่งที่ตนเองนอนเกิดอะไรขึ้น บนพื้นมีเส้นผมร่วงเต็มไปหมด แผ่นเล็บมือและเท้าร่วงตกอยู่รอบๆ เล็บมือของเขายังอยู่ครบจึงคิดว่าเป็เล็บปลอมที่ทำหล่นเอาไว้
เสียงเท้าหนักๆวิ่งเข้าใกล้เรื่อยๆ ชายสวมกางเกงยีนส์กลับไม่ได้สนใจ ถนนเส้นนี้ชาวบ้านมักใช้ออกกำลังกายประจำทุกเช้าเย็น เขาจึงล้วงมือเข้าไปในถุงกางเกงพบว่ากระเป๋าสตางค์และโทรศัพท์ยังคงอยู่ครบไม่หล่นหายไปไหน เขาจึงรีบลุกขึ้นยืนพลางปัดฝุ่นออกจากร่างกายแล้วมุ่งหน้ากลับบ้านด้วยท่าทางเร่งรีบหลังจากเห็นว่าโทรศัพท์มีสายเข้าจากน้องสาวหลายสิบสาย นับว่าโชคดีที่วันนี้เป็วันอาทิตย์จึงไม่ต้องไปทำงาน
การเลี้ยงสังสรรค์จนต้องเดินทางกลับเช้าเคยเกิดขึ้นบ่อยครั้ง เขาจึงไม่ค่อยวิตกมากนัก สิ่งที่จำเป็ต้องทำมีเพียงคิดคำโกหกเพื่อไปบอกกล่าวกับน้องสาวที่โทรหาตลอดทั้งคืน
“ หืม แปลก? ” เสียงบ่นพึมพำจากปากชายสวมกางเกงยีนส์ที่ค่อยๆออกแรงวิ่งกลับไปยังบ้าน เขารู้สึกได้ว่าร่างกายเบาเป็อย่างมาก หลังจากดื่มหนักร่างกายควรจะเต็มไปด้วยความเมื่อยล้าจากอาการเมาค้าง เขากลับรู้สึกสดชื่นกระปี้กระเป่าเต็มไปด้วยพลังงานเหลือล้นจึงเริ่มเพิ่มแรงให้มากขึ้นอีกเพราะกลัวว่าตนจะคิดไปเอง
สิ่งที่เกิดขึ้นกลับทำให้ชายหนุ่มเบิกตาโต ด้วยแรงที่ใช้ออกมายังไม่ถึงครึ่งเขากลับวิ่งแซงหน้าชาวบ้านหลายคนที่กำลังวิ่งออกกำลังกายในตอนเช้า จากพละกำลังที่เหลืออยู่เขาคิดว่าตนเองสามารถวิ่งได้เร็วกว่านี้จึงออกวิ่งอีกครั้งหนึ่งจนความเร็วเพิ่มขึ้นจนน่าใ ความเร็วของเขาไม่ต่างจากจักรยานไฟฟ้าที่กำลังวิ่งอยู่บนถนน้าด้วยความเร็ว 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กระทั่งมาถึงบ้านเขาจึงหยุดวิ่งพลางสำรวจร่างกายของตนที่รู้สึกเหนื่อยเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทั้งๆที่วิ่งมาเป็ระยะทางเกือบ 2 กิโลเมตร
“ มันเกิดอะไรขึ้นกัน หัวหน้าพาไปเสพยาบ้าหรือเปล่าเนี่ย ! ”