“ใครเคยมีความรักบ้างอยากรู้ว่ารักของคนอื่นเป็อย่างไรเหมือนกับของผมหรือเปล่า”
“ความรักเป็สิ่งสวยงามคำนี้ใครกันนะให้นิยามไว้เขาไม่ได้วงเล็บไว้หรือไงนอกจากสวยงามแล้วทำให้ตายทั้งเป็ได้เหมือนกันเหมือนกับที่เขาเคยได้รับเมื่อห้าปีก่อน”
-ผู้โดยสารขาเข้าต่างประเทศ-
ฟ้าครามลูกชายคนเดียวของบริษัทอมรกรุ๊ปได้กลับมาเยือนเมืองไทยอีกครั้งในรอบห้าปี จากเด็กหนุ่มวัยสิบเก้าที่ไม่ประสีประสากลายเป็ผู้ใหญ่ที่มีความคิดอ่านเกินตัวในวัย 24 ปี
“ทางนี้ครับคุณคราม”
ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งหน้าตาคมเข้มโดยเฉพาะสันจมูกเป็แนวโด่งรับกับคิ้วดกดำที่มีมาแต่กำเนิด ดวงตาคมเป็ประกายเจิดจ้าลักษณะที่โดดเด่นกว่าคนอื่นทำให้เดชคนขับรถวัยห้าสิบกว่ามองหาได้ไม่ยาก เขาโบกมือไหวๆส่งสัญญาณให้กับชายหนุ่ม
“ส่งกระเป๋ามาให้ผมดีกว่าครับคุณคราม”ฟ้าครามทำตามอย่างว่าง่ายกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ถูกลากออกไป ส่วนชายหนุ่มถือกระเป๋าเป้ใบย่อมไว้ในมือ
“พาผมไปหาคุณพ่อก่อน”น้ำเสียงสั่นจนรู้สึกได้และเขาคว้าแว่นตาดำขึ้นมาสวมใส่บดบังแววตาผู้สูงวัยกว่าเหลือบมองกระจกหลังและพยักหน้ารับรู้ ทั้งรถเงียบกริบ
วัดเงียบสงบเมื่อรถยนต์แล่นเข้าสู่บริเวณที่จอด ลุงเดชพาฟ้าครามเดินไปยังศาลาเจ็ดซึ่งตั้งศพของนายวิษณุ อมรกิจ ประมุขของอมรกรุ๊ป
กรอบรูปใบใหญ่ที่ตกแต่งด้วยดอกไม้นานาพันธ์ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลต่างจากหัวใจของเขาที่รัดแน่นจนแทบจะหยุดหายใจ ฝ่ามือหนาลูบคลำใบหน้าของผู้สูงวัยด้วยมือที่สั่นระริก
เขาใช้เวลาอยู่ตรงนี้กว่าครึ่งชั่วโมงในการจ้องมองภาพของท่านอยากจะบอกเื่ราวหลายอย่างให้ท่านได้ฟังรอยยิ้มเสียงหัวเราะที่ท่านเพียรสร้างมันขึ้นบ่อยเมื่ออยู่ต่อหน้าเขาบัดนี้คงไม่มีอีกแล้วเหลือทิ้งไว้แค่ความทรงจำ
“พ่อครับ ยกโทษให้ผมด้วยนะครับ”เขาร่ำร้องอยู่ในใจ
-บ้านอมรกิจ-
รถยนต์เลี้ยวเข้าประตูรั้วสีขาวตรงไปยังบริเวณตึกใหญ่ที่ทอดยาวไกลสุดลูกตาจนมาจอดที่ประตูทางเข้าคนในบ้านชายหญิงสี่คนมายืนรอรับทันทีที่ประตูเปิดออกฟ้าครามก็เดินออกมา
“คุณหนู”นมจันทร์ตรงเข้ากอดฟ้าครามด้วยความคิดถึงหญิงชราน้ำตาคลอเบ้า
ความคิดถึงของครามก็ไม่น้อยกว่านมจันทร์เช่นกัน เขากอดตอบด้วยมือที่สั่นระริกทั้งคิดถึงและใจหายไปพร้อมกันผู้คนมากมายรอบข้างจะทำร้ายเขากี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็ตามแต่กับนมจันทร์ที่เลี้ยงดูเขามาั้แ่แบเบาะไม่เคยทอดทิ้งเขาสักครั้งคอยซับน้ำตาและให้กำลังใจแม้ในเวลาที่เขาอ่อนแอที่สุด
“อย่าร้องไห้สิครับ ผมกลับมาแล้วจะไม่จากนมไปไหนอีก”การสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ในตอนนี้ ทำให้รู้ว่าการเสียคนที่รักโดยไม่ได้พูดจาเป็ความเ็ปที่ฝังลึกที่สุด
“จริงนะคะคุณหนู อย่าหลอกให้นมดีใจเล่น”คราบน้ำตายังฝังอยู่เต็มใบหน้าเหี่ยวย่นนมจันทร์เป็ลูกพี่ลูกน้องของแม่รักและเลี้ยงดูเขามาั้แ่เด็กถึงเขาจะเกเรกับคนอื่นแต่กับนมจันทร์ที่เทิดทูนรักเขาแค่หนึ่งเดียว เขาจะกลายเป็เด็กน้อยที่ว่าง่ายอีกครั้ง
“จริงครับนม ผมจะไม่หนีปัญหาอีกต่อไป”เขายืนยันให้หญิงชราสบายใจ ผ่านไปหลายปีร่องรอยบนใบหน้าและตามตัวของนมทำให้เขาะเืใจเหตุใดเขาถึงเพิกเฉยต่อเธอทั้งๆที่ท่านมอบความรักความอบอุ่นให้เขาแค่หนึ่งเดียว
รอยยิ้มอ่อนโยนคำพูดจริงใจทำให้หญิงชรายิ้มได้ในความเศร้าโศกมีรอยยิ้มของหลานชายที่ทำให้เข้มแข็งได้
“พักผ่อนก่อนเถอะค่ะคุณหนูมาเหนื่อย นมให้เด็กทำความสะอาดห้องให้แล้ว ่เย็นสักหกโมงค่อยไปที่วัด”ถึงแม้ชายหนุ่มจะห้ามไม่ให้นมจันทร์เรียกแบบนี้แต่หญิงชรายังเรียกเขาอยู่เสมอเขาจึงปล่อยเลยตามเลย
เขาพยักหน้ารับและเดินขึ้นไปบนห้องนมจันทร์จะตามมาช่วยจัดของแต่เขาห้ามไว้ไม่อยากให้เหนื่อยกระเป๋าเสื้อผ้าแค่นี้เขาทำเองได้ อยู่เมืองนอกต้องทำเองทุกอย่างมากกว่านี้
กรอบรูปเก่าที่อยู่ในลิ้นชักถูกเขาจับขึ้นมาภาพสามคนพ่อแม่ลูกที่ตะคองกอดลูกชายวัยขวบกว่าในอ้อมกอดสีหน้ามีความสุขอดีตที่เขาเก็บมันไว้ในลิ้นชักและไม่คิดจะเอากลับมาตั้งไว้ข้างเตียงอีกเลยเมื่อทุกอย่างมันพังลงไปต่อหน้าวันนั้นเมื่อสิบปีที่แล้ว
“แม่ครับอย่าทิ้งผมไป”เด็กชายวัยสิบขวบกอดเข่าผู้เป็แม่ไว้แน่นไม่ให้ไปจากบ้านนี้เสียงร้องไห้ดังสะอื้นน้ำตาเต็มสองหน้าไหลรินไม่ขาดสาย
“ปล่อย ครามให้แม่ไปเถอะพ่อแกเขาจะได้อยู่กับคนที่รัก”เขามองหน้าแม่ไม่เข้าใจในความหมายของมันสักเท่าไหร่รู้แค่ว่าเขาจะไม่ยอมให้แม่ไปอยู่ที่อื่นรักและคิดถึงแม่อยากอยู่กับแม่คนเดียว
“พี่จันทร์มาเอาครามไปที พราวจะต้องรีบไปขึ้นเครื่อง”
นมจันทร์ในวัยห้าสิบเขาเป็ทั้งลูกพี่ลูกน้องญาติคนเดียวที่เหลือของฝนพราวแม่ของเขาเธอกระวีกระวาดไปกอดเด็กชายที่รักเหมือนลูกด้วยเลี้ยงมาั้แ่เกิดครามในวันนั้นทั้งดิ้นและถีบจนผู้ชายในบ้านมาช่วยกันจับไว้ไม่ให้ตามแม่ไป
“พราวฝากครามให้พี่จันทร์ดูแล คิดเสียว่าเป็ลูกพี่จันทร์เองไหนๆก็รักและดูแลครามั้แ่เด็กพราวคงจะไม่กลับมาที่นี่อีกแล้ว”ฝนพราวสั่งเสียครั้งสุดท้ายก่อนที่จะลับหายจากสายตาและความรู้สึก
อาทิตย์แรกครามร้องหาแม่จะเป็จะตายให้ได้เสียงกรีดร้องคร่ำครวญช่างเป็ที่เวทนาสงสารของคนในบ้านข้าวของเครื่องใช้ถูกเขาทุ่มทิ้งจนไม่มีชิ้นดี นมจันทร์ได้แต่กอดหลานตัวเล็กร้องไห้ไปด้วยกัน
วิษณุแอบมองลูกชายห่างๆไม่เข้าไปหาไปกอดไปโอ๋ อยากให้ครามเข้มแข็งและทำใจได้ด้วยตัวเองโดยไม่รู้ว่าสิ่งที่เขาทำได้เปลี่ยนครามกลายเป็เด็กก้าวร้าวเอาแต่ใจตัวเองมากขึ้น เพียงแต่ไม่ร้องไม่โวยวายให้ใครเห็นใจ
บริษัทอมรกรุ๊ปมีปัญหาภายในหลายอย่างทั้งจากภรรยาของเขาที่ขอหย่าทำให้ข่าวลือโหมกระหน่ำจนทำให้หุ้นในบริษัทต่ำลง วิษณุจึงทุ่มเทให้กับการทำงานเพื่อผ่านวิกฤตินี้ไปให้ได้โดยลืมไปว่าลูกชายคนเดียวก็้ารับความรักความช่วยเหลือเช่นกัน
หลายปีต่อมาครามก่อเื่ชกต่อยกับเพื่อนและรุ่นพี่ที่โรงเรียนไม่เว้นแต่ละวันเขาย้ายโรงเรียนเป็ว่าเล่นถ้าไม่ใช่เป็ทายาทคนเดียวของอมรกรุ๊ปคงไม่มีโรงเรียนที่ไหนอ้าแขนรับวิษณุต้องบริจาคเงินให้โรงเรียนเ่าั้เป็สิบๆล้านในระยะเวลาไม่กี่ปีเพื่อแลกกับการให้เขามีที่เรียน
หลังจบมัธยมต้นในวัยสิบห้าปีวิษณุจึงตัดปัญหาทุกอย่างโดยการส่งลูกชายไปเรียนอังกฤษเพราะเขาเหนื่อยที่จะคอยแก้ปัญหาเรื่อยๆไม่จบสิ้น เขาคิดว่าการไปเรียนต่างประเทศอาจจะทำให้ลูกชายโตมองโลกได้กว้างขึ้น
“ฉันจะส่งเ้าครามไปเรียนต่างประเทศ”
วิษณุบอกกับจันทร์ให้รู้ในเวลาต่อมาเพราะหลังจากที่พราวฟ้าได้เดินออกไปในชีวิตก็ได้จันทร์อบรมสั่งสอนเลี้ยงดูรักยิ่งกว่าลูกในไส้ เื่ที่เกี่ยวกับครามทุกอย่างเขามอบให้จันทร์ดูแล
“ครามจะไปอยู่คนเดียวได้ยังไงในต่างประเทศ ่นี้กำลังเข้าสู่วัยรุ่นอยู่เหงาๆคนเดียวจะทำให้แกเสียผู้เสียคนได้”จันทร์ได้ทัดท้านอย่างสุดกำลังแต่ไม่สามารถช่วยครามได้ด้วยเหตุผลที่วิษณุยกขึ้นมาอ้างและอีกอย่างเธอเป็แค่คนเลี้ยงดูไม่ใช่แม่ที่แท้จริง
“ครามลูกอย่าคิดมากเลยไปอยู่ไม่กี่ปีเดี๋ยวก็เรียนจบ จบแล้วค่อยกลับมาหานมหาพ่อนะลูก”จันทร์ค่อยๆตะล่อมหลายชาย เธอเองก็รักและห่วงเขาไม่แพ้กันใจจะขาดเสียให้ได้
“เมื่อไหร่จะได้กลับมาละนมพ่อเขาจงใจส่งให้ผมไปอยู่ที่นั่นเพื่อจะได้อยู่กับคนที่เขารักจะได้ไม่มีใครเป็ก้างขวางคอเขาอีก”
“ใครบอกคราม”นมจันทร์มองอย่างแปลกใจพราวฟ้าเคยพูดครั้งหนึ่งก่อนที่จะทิ้งครามไปในวัยสิบขวบ แต่ไม่คิดว่าครามในตอนนั้นจะจำและเข้าใจถึงความหมายของมันได้
“ใครบอกไม่สำคัญหรอก ในเมื่อมันเป็เื่จริง”ชายหนุ่มไม่ได้บอกนมจันทร์ว่าคนที่พูดให้ได้ยินคืออาสะใภ้แกพูดให้เขาฟังซ้ำๆหลายปีและตอนนี้เขาก็เชื่อสนิทใจว่าพ่อของเขามีผู้หญิงคนอื่น
“ฟังนมพูดนะคะคุณพ่อเขาไม่มีใครหรอกไม่มีผู้หญิงคนไหนทั้งนั้นคุณพ่อเขารักครามคนเดียวคนอื่นพูดอะไรอย่าไปฟังเลย”
“นมอย่าหลอกผมเลยครับ ถึงผมจะเด็กผมก็มองออกว่าใครรักหรือเกลียดผม”นมจันทร์มองอย่างเหนื่อยใจ คุณหนูบทจะดื้อดึงไม่ยอมฟังใครก็ทำให้ปวดหัวเธอคิดว่าวันเวลาจะทำให้เขาคิดได้เอง
-สนามบินขาออกต่างประเทศ-
“ดูแลตัวเองด้วยนะคะคุณหนู นมจะโทรไปหาบ่อยๆอยากกินอะไรเดี๋ยวนมส่งไปให้”
นมจันทร์พยายามบังคับเสียงไม่ให้ร้องไห้ออกมาเหมือนเช่นดังที่ครามกำลังทำอยู่ดวงตาคมเข้มแดงก่ำเมื่อกอดล่ำลานมจันทร์ร่างสูงโปร่งเก้งก้างเดินหายไปกับผู้คนเหมือนหัวใจของเขาที่อ้างว้างสับสนและเดียวดาย