“กองกำลังของพวกแพนล่าเริ่มออกไปจากเขตอวกาศของเราแล้วครับ” ภาพโฮโลแกรมปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเผยใบหน้าของชายหนุ่มรูปงามผมสีขาวผู้หนึ่งซึ่งเป็ผู้บัญชาการของกองกำลังป้องกันชายแดนกำลังส่งข่าวเื่กองกำลังของแพนล่านั้นค่อย ๆ ถอยออกไปจากเขตอวกาศของเรา
“ไปไกล ๆ เลยเ้าพวกแพนล่า!” อัลเทียนกล่าวพลางทำสีหน้าโกรธเคือง เขาพิงพนักเก้าอี้และสายตาจับจ้องไปยังจอมอนิเตอร์ที่ยังคงแสดงภาพของสนามรบที่เต็มไปด้วยเศษซากของยานอวกาศจำนวนมาก
“ตอนนี้คงต้องเตรียมตัวไว้ให้พร้อม หากมันอยากจะมาล้างแค้นอีก” เอเรวาธอสกล่าวก่อนจะหยิบแท็บเลตของตนขึ้นมาจากกระเป๋า ข่าวการรุกรานนั้นถูกแพร่ไปในโลกอินเทอร์เน็ตอย่างไวราวกับสายฟ้าแลบ ประชาชนจากดาวหลักนั้นต่างก็ออกมาวิพากษ์วิจารณ์และแสดงความคิดเห็นเชิงลบต่อผู้บุกรุกอย่างพวกแพนล่า
ทางด้านความเสียหายนั้นยานรบของเราพังไปหนึ่งพันลำและทหารเสียชีวิตหนึ่งพันห้าร้อยคน นับว่ามีทหารเสียชีวิตไปเป็จำนวนมาก และทหารที่เสียชีวิตจะได้รับเงินชดเชยซึ่งครอบครัวของเหล่าทหารจะได้รับ
หลังจากการถูกรุกรานในครั้งนั้นเวลาก็ผ่านมาหลายเดือน
เอเรวาธอส ได้มาเยือนและพบปะกับประชาชนและทำให้ความนิยมของเขาเพิ่มสูงขึ้นเพราะประชาชนมองจักรพรรดิเหมือนไอดอลคนหนึ่ง และการปกครองดาวเซเรนอสเป็ไปได้อย่างราบรื่น แต่กลับมีข่าวลือหนาหูจากประชาชนที่ว่า ดาวเซเรนอสอาจจะกำลังสะสมกองทัพและก่อฏต่อสหพันธ์หรือจักรพรรดิสูงสุดซึ่งเป็พี่ชายของเขากำลังจับตาดูเขาอยู่อย่างห่าง ๆ นั่งเองทำให้ผู้คนในรัฐสภาเริ่มมีเสียงที่แตกออกเป็สองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งยังเชื่อมันในเอเรวาธอส อีกฝ่ายหนึ่งกลับมองว่าเอเรวาธอสกำลังคิดจะก่อฏ
แม้เ้าตัวจะทราบถึงข่าวลือนี้และพยายามโพสต์บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตส่วนตัวอยู่หลายครั้งเพื่อยืนยันว่าเขาไม่เคยคิดจะก่อฏแต่ความกังวลก็ยังคงแพร่ไปในหมู่ประชาชนและสมาชิกสภาบางส่วนอย่างรวดเร็ว ทำให้ในวันนี้เอเรวาธอสจึงต้องออกมาประกาศให้ประชาชนได้รับทราบเพื่อไขข้อข้องใจและยุติข่าวลือที่คุกคามเสถียรภาพของเซเรนอส
แสงไฟจากจอโฮโลแกรมขนาดมหึมาฉายสว่างไปทั่วจัตุรัสกลางเมืองเซเรนอส ประชาชนนับแสนคนหลั่งไหลเข้ามารวมตัวกันอย่างแ่าราวกับฝูงมด พวกเขาจับจ้องไปที่หน้าจอโฮโลแกรมซึ่งลอยอยู่บนฟากฟ้าอย่างไม่ละสายตา เมื่อเอเรวาธอสพร้อมที่จะกล่าวให้ประชาชนได้รับทราบภาพโฮโลแกรมนั้นก็ปรากฏภาพของเอเรวาธอสที่กำลังยืนพร้อมกับไมโครโฟนจำนวนมาก พร้อมกับเอื้อนเอ่ยด้วยเสียงที่ดังสนั่นทั่วท้องนภา
"พี่น้องชาวเซเรนอสที่รัก และประชาชนทุกคนภายใต้การดูแลของเรา เราทราบดีว่าใน่หลายสัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวลือบางอย่างที่ทำให้พวกท่านไม่สบายใจ ข่าวลือที่ว่าฉันกำลังสะสมกองทัพเพื่อก่อฏต่อสหพันธ์นั้น ขอประกาศ ณ ที่นี้อย่างชัดเจนว่านั่นไม่เป็ความจริงแม้แต่น้อย กองทัพที่เราสร้างขึ้นใหม่มีจุดประสงค์เดียวคือเพื่อปกป้องพวกท่าน ปกป้องเซเรนอสจากภัยคุกคามที่ยังคงซ่อนอยู่ในจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาล"
"เราเพิ่งผ่านพ้นการรุกรานอันโหดร้ายของพวกแพนล่ามา การสูญเสียยังคงเป็าแในใจของสหพันธ์ เราไม่สามารถปล่อยให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยได้อีก กองกำลังป้องกันอาณานิคมนี้คือโล่และดาบของพวกเรา เพื่อให้พวกท่านได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขและปลอดภัย" เอเรวาธอสชี้ไปบนฟ้า แววตาของเขาเฉียบแหลมเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
"ขอแค่ประชาชนทุกคนเชื่อในพลังของเรา เชื่อในเซเรนอส ฉันสัญญาว่าจะทำเพื่อประชาชนทุกคน” เอเรวาธอสกล่าวก่อนที่จะมีเสียงปรบมือดังขึ้น ประชาชนจำนวนมากส่งเสียงเชียร์ด้วยความโล่งใจ แต่กลับมีกลุ่มชายหนุ่มลึกลับซึ่งเป็เผ่าพันธุ์มนุษย์สามคนกำลังกระซิบอะไรบางอย่างก่อนที่จะเดินเข้าไปหลบ ณ มุมตึก แต่นั่นก็ไม่สามารถละสายตาจากเอเรวาธอสไปได้ ด้วยพลังเวทที่มีอยู่ในตัวของเขา เขาสามารถตรวจจับการเคลื่อนไหวของทุกสรรพชีวิตที่อยู่บนดาวดวงนี้ได้อย่างแม่นยำ
“หืม ฝีมือเ้าพวกนั้นเองอย่างงั้นหรือ”
แม้คำประกาศของเอเรวาธอสจะช่วยคลายความกังวลของประชาชนส่วนใหญ่ได้มาก แต่นั่นก็ไม่เพียงพอที่จะทำให้ประชาชนบางกลุ่มยังคงหลงเชื่อในข่าวลือนั้นอยู่ ทำให้ประชาชนบางกลุ่มเริ่มรวมกลุ่มเพื่อสร้างกระแสต่อต้านเอเรวาธอส พวกเขาเริ่มจัดเวทีปราศรัยในเขตอุตสาหกรรมและปลุกปั่นให้เกิดการประท้วงหยุดงานเพื่อแสดงออกถึงความไม่พอใจและบีบให้จักรพรรดิต้องกลับมาทบทวนสิ่งที่ตนเองกำลังทำ
สถานการณ์เลวร้ายลงเมื่อมีข่าวลือแพร่สะพัดว่า มีการบ่อนทำลายเกิดขึ้นในโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานรบสำคัญบางแห่ง แม้จะไม่มีหลักฐานชัดเจน แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นก็ทำให้การผลิตล่าช้าลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งส่งผลกระทบต่อแผนการเสริมสร้างกองทัพของเอเรวาธอส นั่นเองทำให้อัลเทียนได้ส่งทีมข่าวกรองลงพื้นที่เพื่อสืบหาความจริงเื้ัของเหตุการณ์เหล่านี้ พวกเขาสงสัยว่าผู้ที่แพร่ข่าวลืออาจเป็ศัตรูหมายเลขหนึ่งของเรา ทำให้เอเรวาธอสเริ่มใช้เวทมนตร์ของตนเองตรวจหาเบาะแสของพวกที่สร้างข่าวลือนั้น