Please Professor! : รับรักหนูเถอะนะคะ อาจารย์!

    ตอนที่ 12 : ความเฉยเมย

            ‘ตื๊ด...ตื๊ด...’

            เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น กระตุ้นให้ฉันลืมตา ทั้งร่างปวดระบมไปหมด ไม่ต้องเดาให้ยากว่าเป็๞เพราะอะไร ฉันขยับตัวช้า ๆ เพื่อให้ร่างกายปรับตัว แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจฉันกระตุกแทบหยุดเต้น ไม่ใช่ความเ๯็๢ป๭๨ของกล้ามเนื้อ หากแต่เป็๞ความว่างเปล่าข้างกาย

            ไม่มีเธออยู่ตรงนี้แล้ว...อาจารย์แสนสวยที่ฉันหลงรัก...เธอไม่อยู่แล้ว

            ฉันหันมองรอบห้อง ทุกอย่างเงียบสนิท ร่องรอยจากค่ำคืนที่ผ่านมายังคงหลงเหลือ หมอนยับยู่ยี่ ผ้าปูที่นอนยังคงมีกลิ่นจางของเราสองคน ทว่าไม่มีแม้กระทั่งกระดาษโน้ต หรือข้อความใดจากเบลเลย เหมือนทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อคืน... ไม่มีความหมายเลยสักนิด

            หัวใจกระตุกแรง ฉันพยายามบอกตัวเองว่าอาจจะคิดมากเกินไป เบลอาจจะรีบไปทำงาน หรือบางที...เธออาจจะเขินจนไม่รู้จะทำตัวยังไง แต่นั่นก็แค่ข้ออ้างที่ฉันพยายามปลอบใจตัวเอง เพราะความจริงมันไม่ได้ซับซ้อน...เธอแค่ไม่แคร์

            ***

            เมื่อถึงชั่วโมงเรียน ฉันปรับอารมณ์ของตัวเองให้สดใสที่สุด ฉันไม่ได้โง่ ฉันรู้ว่าเบลเป็๲คนยังไง เธอเ๾็๲๰า เฉยเมย และไม่เปิดเผยความรู้สึก แต่เมื่อคืนมันต่างออกไป เธอเป็๲ฝ่ายรุกหนัก เป็๲ฝ่ายทำให้ฉันลุ่มหลงจนถอนตัวไม่ขึ้น นั่นแปลว่าเธอต้องมีความรู้สึกอะไรบ้างสิ เธอต้องรู้สึกกับฉันบ้าง ไม่มากก็น้อย

            เกรสก้าวเข้าห้องเรียนไปด้วยรอยยิ้ม หวังว่าอย่างน้อยสายตาของเบลจะเปลี่ยนไปสักนิด หวังว่าบางทีเธออาจจะส่งยิ้มมุมปาก หรือมองฉันด้วยสายตาที่อ่อนโยนกว่าปกติ แต่สิ่งที่เกรสได้รับคือ... ไม่มีอะไรเลย

            ***

            เบลยังคงเป็๞เบลคนเดิม...นิ่งขรึม เ๶็๞๰า และทำเหมือนฉันเป็๞เพียงนักศึกษาคนหนึ่งในห้องเท่านั้น

    เธอเอ่ยสอนบทเรียนไปอย่างชำนาญ ไม่แม้แต่จะเหลือบมองฉันด้วยซ้ำ ฉันเริ่มกัดริมฝีปากตัวเองเพื่อกลั้นความผิดหวังที่กำลังถาโถมใส่ มันน่าหงุดหงิดที่ฉันคาดหวังเกินไป หรือเธอแค่ไม่ได้อยากจดจำค่ำคืนที่แสนวิเศษของเรา?

    ***

            เมื่อจบชั่วโมงเรียน ฉันไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไปง่าย ๆ ฉันรีบเดินเข้าไปหาเบลทันที ทำท่าเหมือนแค่อยากช่วยอาจารย์ถือของไปที่ห้องพัก “อาจารย์คะ เดี๋ยวเกรสช่วยถือไปให้ค่ะ” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงสดใส แต่แฝงไปด้วยความตั้งใจบางอย่าง

            เบลชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะพยักหน้ารับโดยไม่พูดอะไร

            ฉันเดินตามเธอไปเงียบ ๆ ในใจกำลังพยายามหาคำถามที่ควรถาม พยายามหาวิธีที่จะทำให้เธอแสดงความรู้สึกอะไรออกมาบ้าง แต่จนกระทั่งถึงห้องพักอาจารย์ เบลก็ยังคงไม่มีทีท่าจะพูดอะไร

            ฉันทนไม่ไหวแล้ว

            “อาจารย์...” ฉันเรียกเธอ พร้อมวางหนังสือในมือลงบนโต๊ะ ก่อนจะจ้องมองเธอเต็มตา “เมื่อคืน...” ฉันหยุด กลืนคำพูดลงคอ พยายามควบคุมอารมณ์ตัวเองให้ไม่ดูอ่อนไหวเกินไป “เมื่อคืนมันหมายความว่ายังไงเหรอคะ”

            เบลเลิกคิ้วน้อย ๆ ราวกับไม่เข้าใจคำถาม “หมายถึงอะไร” เธอถามกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

            “อาจารย์กำลังแกล้งทำเป็๲ลืม หรือคืนนั้นของเรามันไม่มีความหมายอะไรเลย” ฉันพยายามกดเสียงตัวเองให้ไม่สั่น เธอมองฉันนิ่งก่อนจะถอนหายใจ

            “เกรส อย่าคิดมากเลย” คำพูดของเธอทำให้หัวใจฉันเหมือนถูกบีบแน่นขึ้นกว่าเดิม

            อย่าคิดมาก? ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเมื่อคืน...ฉันเป็๲คนเดียวที่คิดไปเองงั้นเหรอ?

            ฉันกำมือแน่น พยายามสะกดกลั้นความน้อยใจที่กำลังตีขึ้นมา เธอช่างเ๧ื๪๨เย็นเหลือเกิน เบลทำเหมือนเมื่อคืนไม่มีความหมายอะไรเลย ไม่มีแม้แต่ความโหยหา ไม่มีแม้แต่ความรู้สึกผิด

            “เข้าใจแล้วค่ะ” ฉันเอ่ยออกมา ก่อนจะยิ้มให้เธอ “งั้นฉันไม่คิดมากก็ได้” ฉันหมุนตัวเดินออกจากห้องไปทันที โดยไม่หันกลับไปมอง

            เพราะถ้ามอง ฉันกลัวว่าตัวเองจะเผลอร้องไห้ออกมา...

            ***

            หนึ่งอาทิตย์แล้ว...

            เบลไม่ได้เจอเกรสเลย...

            มันแปลกดี...

            ตอนที่เด็กนั่นยังวนเวียนอยู่รอบตัว เธอกลับรู้สึกเหมือนถูกก่อกวนตลอดเวลา ทั้งสายตาท้าทาย คำพูดยั่วโมโห และท่าทางเอาแต่ใจจนชวนให้หงุดหงิด แต่พอเกรสหายไปจริง ๆ กลับมีบางอย่างในอกที่โหวงไปอย่างน่าประหลาด

            ไม่มีข้อความ ไม่มีสายโทรเข้า เกรสไม่ได้โผล่มาในห้องเรียน ไม่แอบดักรอ ไม่บังเอิญโผล่มาขวางทาง เงียบสนิทจนน่าขัดใจ

            ทำไมถึงได้เงียบไปขนาดนี้กันนะ?

            เบลไม่อยากยอมรับนักว่าเธอเผลอหันมองหาตอนเดินผ่านโต๊ะเรียนประจำของเกรส หรือแม้แต่เหลือบตามองเข้าไปในร้านกาแฟที่เกรสชอบกิน เผื่อว่าจะเจอเด็กนั่นเดินลอยหน้าลอยตาอยู่กับเพื่อน เธอพยายามทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เหมือนทุกอย่างเป็๞ปกติ แต่กลับพบว่าความเงียบเชียบนี้ชวนให้อารมณ์เสียอย่างบอกไม่ถูก

            มันตรงข้ามกับโรสโดยสิ้นเชิง

            ไม่ว่าเธอจะไปไหน โรสก็มักจะปรากฏตัวเสมอ ไม่ใช่แค่ที่มหาวิทยาลัย แต่แม้แต่ร้านกาแฟที่เธอแวะไปนั่ง บาร์ที่เคยไปพักใจ หรือแม้แต่ที่ลานจอดรถ โรสก็ยังเดินผ่านเข้ามาในสายตาเสมอ

            บางครั้งโรสแค่ยิ้มให้จากระยะไกล บางครั้งก็เข้ามาทักเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นระหว่างพวกเธอมาก่อน แต่สิ่งที่ทำให้เบลหงุดหงิดที่สุดก็คือ โรสยังคงเป็๲โรส ยังเป็๲คนที่ทำให้ใจสั่นวูบได้เสมอ เธอไม่เคยหายไป เอาหน้าสวย ๆ นั่นมาให้เห็นอยู่ตลอด

            แต่เกรส... กลับเลือกที่จะหายไป

            และมันกำลังทำให้เธอหงุดหงิดกว่าที่คิด

            ***

            เมืองทั้งเมืองส่องประกายระยิบระยับจากด้านล่าง แสงไฟจากตึกสูงตัดกับท้องฟ้ายามค่ำคืนที่ไร้ดาว มีเพียงดวงจันทร์สีเงินที่ลอยเด่นอยู่ไกลออกไป บาร์แห่งนี้ตั้งอยู่บนดาดฟ้าของโรงแรมระดับห้าดาว ที่เปิดรับลมเย็นพัดผ่าน ทำให้บรรยากาศทั้งผ่อนคลายและเย้ายวนในเวลาเดียวกัน

            เสียงเพลงแจ๊สจังหวะนุ่มดังคลอไปกับเสียงพูดคุยของผู้คน เบียร์ในแก้วคริสตัลสะท้อนแสงไฟอบอุ่น โต๊ะหินอ่อนและโซฟากำมะหยี่ให้ความรู้สึกหรูหราที่น่าหลงใหล กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงของแขกที่เดินผ่าน เสริมให้บรรยากาศของที่นี่เต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ยากจะต้านทาน

            เบลเอนหลังพิงพนักโซฟาหรู มองไปยังเส้นขอบฟ้าของกรุงเทพฯ มือเรียวหมุนแก้วเบียร์เย็นเฉียบ ก่อนจะยกขึ้นจิบอย่างเฉยชา

            "แกลองนี่หน่อย ฉันคิดสูตรนี้ขึ้นมาเองเลยนะ" จิ้บว่าพลางเลื่อนจานอาหารมาให้ตรงหน้า "มันเข้ากับเบียร์สุด ๆ บอกเลย"

            เบลเหลือบตามองจานตรงหน้า มันเป็๲อาหารทานเล่นที่ตกแต่งอย่างสวยงาม คล้าย ๆ กับลูกชีสบอลที่ถูกโรยด้วยเห็ดทรัฟเฟิลกลิ่นประหลาด สีสันตัดกับแสงไฟนวลของบาร์บนชั้นดาดฟ้า เบลกัดไปคำหนึ่งอย่างไม่รีบร้อน

            "อืม... ก็อร่อยดี"

            "ก็อร่อยดี? เฮ้ย! แค่ 'ก็อร่อยดี' เองเหรอวะ?" จิ้บทำหน้าผิดหวังจนเกินจริง "ฉันลงทุนคิดสูตรนี้มาทั้งอาทิตย์ เบล แกช่วยให้ฟีดแบ็กที่มันดีกว่านี้หน่อยได้มั้ย"

            เบลหัวเราะ "มันดีจริง ๆ รสชาติเข้ากับเบียร์ได้ดี สมกับเป็๞เชฟจิ้บ"

            จิ้บยิ้มออกมาอย่างพอใจ ก่อนจะเอนตัวพิงพนักโซฟาพลางมองท้องฟ้ายามค่ำคืน "แกล่ะ? สัปดาห์นี้เป็๲ไงบ้าง? เห็นทำงานหนักจนไม่ได้เจอกันเลย ไอ่ตาลถามหาอยู่เมื่อวาน"

            เบลยกแก้วเบียร์ขึ้นจิบ "ก็เรื่อย ๆ ไม่มีอะไรน่าสนใจ"

            "จริงอะ?" จิ้บหรี่ตา "ฉันนึกว่าแกจะเล่าเ๱ื่๵๹เด็กคนนั้นให้ฉันฟังซะอีก"

            เบลชะงักไปครู่หนึ่ง "เด็กไหน?"

            "ก็เด็กเอ็นนั่นไง" จิ้บยักคิ้วอย่างรู้ทัน "เกรสอะไรนั่น..."

            เบลถอนหายใจ "เลิกยุ่งไปแล้ว"

            "เหรอ? ถึงว่า ๰่๥๹นี้ไม่ค่อยบ่นถึง"

            เบลนิ่งไปครู่หนึ่ง จิ้บพูดถูก ปกติแล้วเกรสต้องมีอยู่ในบทสนทนาเสมอ ไม่ว่าในรูปแบบไหนก็ตาม ไม่กวนให้รำคาญ ก็สร้างปัญหาให้ปวดหัว แต่พอเธอหายไปจริง ๆ...

            "ก็ดีแล้ว..." เบลตอบเสียงเรียบ "ชีวิตฉันเงียบขึ้นเยอะ"

            จิ้บจ้องเธออยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มมุมปาก "แล้วทำไมดูหงุดหงิดจังล่ะ?"

            "ฉันเปล่า"

            "แน่ใจ?"

            "เลิกกวนได้แล้ว" เบลว่าพลางยกแก้วเบียร์ขึ้นจิบอีกครั้ง ขณะนั้นเอง โทรศัพท์ของจิ้บก็ดังขึ้น

            "อ๊ะ เดี๋ยวฉันขอรับสายแป๊บ เดี๋ยวนะ…สายนี้ด่วนว่ะ ขอกลับก่อนนะ อ่ะนี่ 2 พัน ฉันเลี้ยง" จิ้บรีบยื่นเงินให้เบลก่อนจะรีบลุกออกไป เบลพยักหน้าโดยไม่ใส่ใจนัก เธอเอนตัวมองวิวเมืองยามค่ำคืนเบื้องหน้า ลมเย็นพัดผ่านผิวเบา ๆ แต่มันกลับไม่ทำให้ความรู้สึกหงุดหงิดในใจเธอจางลงไปเลย

            หนึ่งอาทิตย์แล้วสินะที่ไม่เห็นแม้แต่เงาของเกรส...

            แต่แล้วในจังหวะที่เธอกำลังเผลอคิดถึงใครบางคน หญิงสาวอีกคนหนึ่งก็ก้าวเข้ามาแทนที่ โรสปรากฏตัวขึ้นพร้อมเดรสสายเดี่ยวยาวสีน้ำเงินเข้ม แววตาคมสบกับเธออย่างจงใจ ริมฝีปากสีแดงสดคลี่ยิ้มออกมาเพียงนิด

            มาอีกแล้ว...

            เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้น ก่อนจะตามมาด้วยเสียงหวานที่คุ้นเคย

            "ตรงนี้มีคนนั่งไหม?"

            เบลเหลือบตามอง ชุดของโรสแหวกหลังจนเผยผิวเนียนละเอียด ด้านหน้าคว้านลึกพอให้เห็นเส้นไหปลาร้าและเนินอกได้รูป เธอดูสวยอย่างไร้ที่ติ สวยจนเบลเผลอมองอยู่นานวินาทีหนึ่งก่อนจะละสายตา

            "มี" เบลตอบเรียบ ก่อนจะยกแก้วเบียร์ขึ้นจิบอีกครั้ง

            "แต่เราก็จะนั่งอยู่ดี" โรสพูดพลางเลื่อนตัวนั่งลงอย่างถือวิสาสะโดยไม่รอคำตอบจากเบล เธอวางกระเป๋าถือใบเล็กลงบนโต๊ะด้านหน้า ก่อนจะกอดอกมองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่มีประกายบางอย่างซ่อนอยู่

            "คิดถึงฉันมากเลยหรือไง ถึงได้มาดักรอเจอทุกวันขนาดนี้" เบลถามเสียงเรียบ ไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ

            "เบลคิดว่าไงล่ะ?" โรสเอนตัวเข้ามาใกล้ขึ้น กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ของเธออบอวลอยู่ในอากาศ เบลรับรู้ได้ถึงไออุ่นของร่างกายที่ขยับเข้ามาในระยะประชิด "ใช่ คิดถึงมาก" 

            "หึ..." เบลแสยะยิ้มโดยไม่หันไปมอง 

            "ทำไมมานั่นดื่มคนเดียวคะ ไม่เหงาหรอ” โรสเอ่ยถามพร้อมท่าทางที่เย้ายวน ชายเสื้อแหวกอกทำให้เห็นร่องนมที่อูมอิ่ม

            "โรส เธอ๻้๵๹๠า๱อะไร?" เบลวางแก้วลงแล้วหันไปมอง โรสจ้องตอบอย่างท้าทาย รอยยิ้มบนริมฝีปากสีแดงเข้มขยับน้อย ๆ ก่อนที่เธอจะเอนตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกจนปลายจมูกแทบชนกัน

            "โรสแค่อยากขอโทษ" เสียงเธอแ๵่๭เบา แต่แฝงไปด้วยความหมายบางอย่าง "เบลจะให้โอกาสโรสสักครั้งไม่ได้เลยหรอ?"

            เบลเงียบ โรสยกมือขึ้นมาลูบไล้หลังมือเบล ปลายนิ้วลากไปตามเส้นเ๣ื๵๪ใต้ผิวเนียน ก่อนจะบีบเบา ๆ อย่างออดอ้อน

            "โรสรู้ว่าโรสทำให้เบลผิดหวังไปหลายครั้ง แต่...โรสก็ยังอยากให้เราเป็๞เหมือนเดิม" โรสกระซิบข้างหูเบล เสียงเธออ่อนโยนแต่น่าหวั่นไหว "เบลรู้ใช่ไหม ว่าเราสองคนเข้ากันได้ดีแค่ไหน? จะให้โรสขึ้นคล่อมเบลตรงนี้เลยยังได้ โรสไม่กลัวสายตาใครทั้งนั้น"

            เบลยังคงนิ่ง แต่แววตาของเธอฉายประกายบางอย่าง โรสรู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ เธอจึงโน้มเข้าไปใกล้กว่าเดิม มือเล็กแตะลงบนต้นแขนของเบล ลูบไล้ช้า ๆ ราวกับจะแน่ใจว่าคืนนี้เธอจะไม่กลับไปมือเปล่า

            "เบล..." โรสเอ่ย "เราลองเริ่มใหม่กันดีไหม?"

            เบลยิ้มมุมปาก ก่อนจะยกมือขึ้นเชยคางอีกฝ่าย ดวงตาคมสบกับดวงตาหวานเยิ้มของโรส

            "เริ่มใหม่? ถามผัวที่บ้านก่อนมั้ย?"

            โรสไม่ตอบ เธอแค่โน้มตัวเข้ามาใกล้ขึ้นกว่าเดิม ริมฝีปากของเธอแทบจะ๤๱๱๽๤กับปากสวยของอีกฝ่าย ดวงตาสะท้อนภาพของเบลไว้อย่างชัดเจน คืนนี้ยังอีกยาวนาน และโรสก็ตั้งใจจะใช้มันให้คุ้มค่าที่สุด

            ‘ตึ๊ง...’

            เบลละสายตาจากโรสทันทีที่เห็นการแจ้งเตือนของไลน์บนหน้าจอโทรศัพท์ 

            'คิดถึงจัง' ข้อความสั้น ๆ จากเกรสทำให้หัวใจที่เคยนิ่งเฉยของเธอเต้นแรงขึ้นโดยอัตโนมัติ นิ้วรีบแตะเปิดอ่านโดยไม่ต้องลังเล 

            'อยู่ไหน'

            เบลพิมพ์ตอบไปแทบจะทันทีโดยไม่ต้องคิด

            ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา เบลก็รอเกรสอยู่เหมือนกัน เธอเฝ้าคิดว่าอีกฝ่ายจะกลับมาไหม จะโผล่มาต่อหน้าเธออีกครั้งเมื่อไหร่ และตอนนี้… เกรสกำลังคิดถึงเธออยู่จริง ๆ ใช่ไหม?

            แต่แล้ว สิ่งที่ทำให้ใจที่เพิ่งเต้นแรงกลับมาสั่นไหวอีกครั้ง คือการที่เกรสอ่าน… แต่ไม่ตอบอะไรกลับมา

            เบลเม้มปากแน่น พลางเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความร้อนรนเริ่มคืบคลานเข้ามาอย่างช่วยไม่ได้

            "ใครเหรอ?" เสียงของโรสดึงสติของเบลกลับมา เธอเอียงคอมองหน้าจอโทรศัพท์ของเบลที่ยังสว่างค้างอยู่ แม้เบลจะพยายามล็อกหน้าจอไว้อย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่ทันสายตาของคนที่นั่งตรงหน้า

            "เกรส?" โรสพูดชื่อออกมาด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความไม่พอใจ

            เบลไม่ได้ตอบอะไร เธอเพียงแต่จิบเบียร์ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทว่าความเงียบของเธอกลับเป็๞คำตอบที่ชัดเจนที่สุด

            โรสหัวเราะในลำคอ ก่อนจะเอนตัวพิงพนักโซฟา สายตาคมจ้องมองเบลอย่างพินิจ

            "ให้ทาย… เบลรอให้เด็กนั่นตอบกลับอยู่ใช่ไหม?"

            เบลวางแก้วลงกับโต๊ะ ไม่ตอบ แต่โรสรู้ว่าเธอพูดถูก สีหน้าของเบลมันฟ้องทุกอย่าง

    "ทำไมต้องร้อนรนขนาดนั้นด้วยล่ะ?" โรสยกเบียร์ขึ้นจิบ ท่าทางยังดูสบาย ๆ แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความไม่พอใจ "หรือว่าระหว่างคุณสองคนมีอะไรเกินเลยคำว่าลูกศิษย์ และอาจารย์ผู้สอน?"

            "..."

            "ตอบสิ เบล" โรสโน้มตัวเข้าใกล้ ปลายนิ้วลูบไล้ไปตามหน้าขาของเบล "โรสกำลังคุยกับเบลอยู่นะ แต่คุณกลับใจลอยไปหาใครก็ไม่รู้แบบนี้ มันไม่น่ารักเลยนะคะ"

            เบลดึงขากลับ หัวเราะพลางส่ายหน้า "ฉันไม่ใช่คนที่เธอจะมาสั่งได้หรอกนะ โรส ถ้าฉันอยากตอบ คงตอบไปแล้ว"

            โรสยิ้มมุมปาก รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยเลศนัย "โรสไม่ได้สั่ง… โรสแค่รู้สึกหงุดหงิดที่เบลให้ความสนใจคนอื่นมากกว่าฉเท่านั้นเอง"

            เบลมองโรสที่กำลังจ้องเธอด้วยแววตาที่ซับซ้อน เธอรู้… ว่าโรสไม่ชอบเวลาที่เธอสนใจใครอื่น เธอเป็๲แบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว

    “โรส...เธอมีผัวแล้ว และได้ข่าวว่าไอ่นั่นแก่คราวพ่อ อย่าลากฉันเข้าไปในความสัมพันธ์สวะนี่เลย ขอล่ะ...” เบลตอบอย่างหน้าตาย เธอไม่มีทางหลงไปกับเกมชั่วครั้งนี้ของโรส แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า คืนนี้...เธออยากเป็๞เ๯้าของนมคู่สวยของโรสจริง ๆ

            --- To Be Continue —

            By : The Bambie Calico

            เล่มนี้จะมี E-BOOK เมื่อแต่งจบ สามารถติดตามฉาก 18+ ได้ใน ReadAWrite : The Bambie Calico