ยังดีที่จูเทามีสมรรถภาพทางกายในระดับจิติญญายุทธ์ขั้นแปดค้ำคออยู่ พลังการฟื้นฟูจึงเหนือกว่าคนทั่วไปมาก ประกอบกับเข็มอัสนีบาตเดิมทีก็ไม่ได้ทำลายชีวิตคน ร่างกายจึงไม่ได้เป็อะไรมากนัก
หัวใจที่ตึงเครียดของซูหยางในที่สุดก็ผ่อนคลายลงเสียที
เกือบจะกลายเป็ประเภทที่ว่า ‘ริเริ่มกิจการยังไม่ทันกึ่งหนึ่ง ก็ต้องสายกลางคัน’ เข้าไปนอนกินข้าวแดงเสียแล้ว
พอจูเทาได้สติกลับมาจริง ๆ เขาก็พุ่งออกจากห้องพยาบาลเป็คนแรกเพื่อไล่ล่าสังหารหลี่อีิทันที
หลี่อีิพอได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวจากห้องพยาบาล ก็หันหลังวิ่งหนีสุดชีวิต
"พี่เทา ไม่เกี่ยวกับผมนะ! ทั้งหมดมันเป็เพราะไอ้คนแซ่ซูต่างหาก!"
"หยุดเดี๋ยวนี้เลย ไอ้ลูกเต่า!"
ซูหยางออกมาเห็นจูเทาะโโลดเต้นได้แล้ว ก็วางใจลงอย่างสมบูรณ์
เพียงแต่คนอื่น ๆ ในห้อง 5 ต่างมองซูหยางด้วยสายตาที่ประหลาดสุดขีด
เห็นได้ชัดว่ากำลังกังขาว่าตัวเองใช่มหาโธรนยุทธ์ขั้นหกจริงไหม
ซูหยางทำได้เพียงนิ่งเฉยต่อเื่นี้
ถ้าข้าเป็มหาโธรนยุทธ์ขั้นหกจริง ๆ จะมาเป็ครูหาพระแสงอะไร!?
อาจารย์ใหญ่ต้องสละตำแหน่งให้ฉันเป็แทนแล้ว!
"ไม่มีอะไรแล้วก็กลับห้องไปเรียน"
ทิ้งคำพูดไว้ประโยคหนึ่ง ซูหยางก็เดินจากไปที่ห้องทำงานทันที ทิ้งไว้เพียงแผ่นหลังที่ดูลึกลับซับซ้อนให้ทุกคนมองตาม
เผ่นก่อนล่ะ
......
ครู่ต่อมา ภายในห้องเรียนห้อง 5
"สรุปได้ว่า ไอ้คนแซ่ซูนั่นไม่ใช่มหาโธรนยุทธ์ขั้นหกแน่นอน เทาจื่อ นายแพ้แล้ว!"
จูเทาขมวดคิ้วแน่น เผยให้เห็นสีหน้าครุ่นคิด
หลี่อีิที่เพิ่งโดนอัดมาจนหน้าบวมเขียว เอามือกุมหน้าแล้วเอ่ยเสียงเบาว่า "พี่เทา ผมว่า..."
"หุบปาก!"
จูเทาสาดสายตาเ็าใส่ หลี่อีิก็หุบปากทันที
ทุกคนต่างเลี่ยงที่จะพูดถึงเหตุการณ์เข็มอัสนีบาตโดยไม่ได้นัดหมาย แต่แน่นอนว่าก็ได้ตั้งกฎเหล็กขึ้นมา
ั้แ่วันนี้เป็ต้นไป สั่งห้ามใช้อุปกรณ์ที่มีกระแสไฟฟ้าแรงสูงทุกชนิดรวมถึงเข็มอัสนีบาตจัดการกับซูหยาง เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำรอยอีก!
ผ่านไปพักใหญ่ จูเทาถึงได้เอ่ยขึ้นมาประโยคหนึ่ง "งั้นก็มีความเป็ไปได้แค่อย่างเดียว!"
"อะไร!?"
"เท่าที่ฉันรู้ เคล็ดวิชาจิตของวิทยาลัยครูวรยุทธ์ตงไห่คือ ‘เคล็ดวิชาเกลาหยินเก้าสกัด’!" จูเทากอดอกแล้วเอ่ยด้วยเสียงหนักแน่น "นี่คือเคล็ดวิชาที่เน้นการป้องกันโดยเฉพาะ มีทั้งหมดเก้าขั้น!"
"เมื่อฝึกเคล็ดวิชาไปถึงขั้นที่ห้า ก็จะมีความสามารถระดับกายเหล็กกระดูกทอง อวัยวะภายในมีความสามารถในการทนต่อแรงกระแทกได้สูงมาก ถึงจะไม่ใช่กายเหล็กกระดูกทองในแบบมหาโธรนยุทธ์ขั้นหก แต่พลังป้องกันก็น่ากลัวมาก ทนกระแสไฟฟ้าแรงสูงได้!"
"เดี๋ยวก่อน!" มีคนตั้งข้อสงสัย "นี่เป็เคล็ดวิชาระดับสูงไม่ใช่เหรอ? ถ้าเขาฝึกถึงขั้นที่ห้าได้จริง ๆ ไม่มีทางที่จะเป็แค่นักรบขั้นเก้าหรอก!"
จูเทาเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง "ไม่หรอก เป็ไปได้!"
"เกณฑ์การตัดสินระดับพลังของพวกเรามาจากไหน?"
"การทดสอบไง!" ทุกคนเอ่ยออกมาโดยสัญชาตญาณ "ทดสอบด้วยเครื่องจักรเฉพาะทาง!"
การตัดสินระดับของนักรบ โดยปกติจะผ่านการทดสอบด้วยเครื่องจักรต่างๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาทำการตัดสินแบบครอบคลุม ซึ่งรายการที่ต้องทดสอบมักแบ่งออกเป็สามหมวดใหญ่
พละกำลัง, ความว่องไว, และความทนทาน
แต่ละหมวดใหญ่ยังแบ่งเป็หมวดย่อยอีกมากมาย แค่พละกำลังอย่างเดียวก็ต้องทดสอบทั้งแรงกระแทก, แรงดึง, แรงยก, แรงบีบ และอื่น ๆ อีกเพียบ
คำพูดนี้ของจูเทาทำให้ทุกคนตาสว่างทันที หนึ่งในนั้นเอ่ยด้วยความใ "นายหมายความว่า... ไอ้คนแซ่ซูนั่นกลัวเจ็บ เลยเอาเวลาและพลังงานทั้งหมดไปลงกับการป้องกันอย่างเดียวเลยเหรอ!?"
จูเทาพยักหน้าเล็กน้อย "ใช่ แบบนั้นแหละ!"
ทุกคนเข้าใจกระจ่างแจ้งในทันที
"ที่แท้ก็เป็แบบนี้นี่เอง!"
"เ้านี่มันนักเรียนเฉพาะทางนี่หว่า!"
"ตอนเขาทดสอบ ความทนทานต้องสูงลิ่วแน่นอน ในนั้นข้อมูลการป้องกันต้องทะลุชาร์ตแน่ ๆ แต่ส่วนอื่น ๆ คงไม่ผ่านเกณฑ์เลยสักอย่าง ดังนั้นข้อมูลโดยรวมที่ออกมาเลยกลายเป็นักรบขั้นเก้า!"
"ถูกต้อง"
คราวนี้ในใจของทุกคนก็สว่างไสว เื่แปลก ๆ ทั้งหมดได้รับการอธิบายแล้ว
"สมกับเป็จูกัดเทาแห่งห้อง 5 ของเราจริง ๆ!"
"มิน่าล่ะไอ้คนแซ่ซูถึงกล้ามาเป็ครูประจำชั้นห้องเรา ที่แท้ก็อาศัยว่าตัวเองหนังหนาไม่กลัวเจ็บนี่เอง!"
"จะว่าไป ซ่อนเขี้ยวเล็บเก่งไม่เบา!"
"แต่... เขาไม่ใช่มหาโธรนยุทธ์ขั้นหกจริง ๆ นั่นแหละ เทาจื่อ นายก็ยังแพ้อยู่ดี!"
แม่ง ไม่น่าเชื่อว่าจะหลอกไม่สำเร็จ!
ในที่สุดจูเทาก็ยอมแบ่งเงินค่าขนมสามหมื่นของเขาให้ทุกคนอย่างไม่เต็มใจนัก ในใจนั้นเกลียดซูหยางเข้าไส้จริง ๆ
แต่จะว่าไป
จูเทายังจำได้แม่น ตอนที่เขาไปหาซูหยางที่ห้องทำงาน ซูหยางได้ถามคำถามปัญญาอ่อนข้อหนึ่งอย่างไม่มีปี่มีมีขลุ่ย
การเริ่มฝึกเคล็ดวิชาใหม่ แถมยังเป็วิชาเข็ม!
พอตอนนี้ลองกลับมาคิดดูดี ๆ
ซูหยางสามารถฝึกฝนพลังป้องกันที่น่ากลัวขนาดนี้ได้ กระทั่งไฟฟ้าแรงสูงของเข็มอัสนีบาตยังทนได้ เคล็ดวิชาเกลาหยินเก้าสกัดต้องฝึกถึงระดับที่สูงมากแน่ ๆ
ไอ้คนแซ่ซู... หรือว่าจะมีวิธีการพิเศษบางอย่างที่ทำให้ความเร็วในการฝึกวิชาจิตเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล!?
แต่ ทำไมต้องเป็วิชาเข็มที่ไม่เป็ที่นิยมสุด ๆ นั่นล่ะ?
เป็เพราะมือคู่ที่เรียวยาวสวยงามคู่นี้ของฉันงั้นเหรอ?
จูเทามองดูมือทั้งสองข้างที่เต็มไปด้วยรอยด้านของตัวเองแล้วก็อดไม่ได้ที่จะจมลงสู่ภวังค์ความคิด
ส่วนซูหยางที่อยู่ในห้องทำงาน ก็จมลงสู่ภวังค์ความคิดเช่นกัน
ยังไม่ทันจะได้สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับห้อง 5 ก็ดันเกิดเื่พรรค์นี้ขึ้น ความสัมพันธ์คงมีแต่จะแย่ลงไปอีก
"แบบนี้จะเริ่มงานยังไงล่ะเนี่ย!?"
ซูหยางปวดหัวอย่างหนัก
หากไม่สามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างครูและศิษย์ได้ ภารกิจของระบบก็ดำเนินต่อไปไม่ได้
ความร่วมมือคือจุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง
ถ้าไม่ร่วมมือ ต่อให้บีบบังคับให้เรียนก็ไม่มีประโยชน์
“ถ้านักเรียนไม่เรียน แล้วครูอย่างฉันจะก้าวไปสู่จุดสูงสุดของชีวิตได้ยังไง!?”
"ต้องคิดหาวิธีแก้!"
"ฉันที่เป็ครูจะยอมสยบให้ฝ่ายเดียวไม่ได้หรอก เป็ครูต้องมีบารมี ไม่อย่างนั้นพวกนั้นจะไม่มีทางเห็นฉันอยู่ในสายตาแน่"
ซูหยางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง รู้สึกว่าไม่สามารถใช้วิธีปกติในการจัดการกับห้อง 5 ได้
ต้องใช้ไม้เด็ด!
แม้จะัักันได้ไม่นาน แต่ซูหยางก็มีความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับกลุ่มห้อง 5 นี้แล้ว
หนุ่มสาวที่ลำพองตัว!
นี่คือจุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุด
พอมีความคิด ซูหยางก็มุ่งหน้าไปยังห้องเรียนทันที
เมื่อเห็นซูหยางมา ทุกคนในห้อง 5 ก็มีท่าทีเป็ศัตรูและระแวดระวังทันที
"พวกเราไม่มีความแค้นต่อกัน ไม่เห็นต้องปั้นหน้าแบบนี้ใส่กันเลยนี่?"
"เมื่อก่อนไม่มี แต่ตอนนี้มีแล้ว!" หลี่อีิพอเห็นซูหยาง อารมณ์โกรธก็พลุ่งพล่านทันทีพร้อมแค่นเสียงเย็น "ไอ้คนแซ่ซู ฉันกับแกอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้!"
มุมปากของซูหยางกระตุก
ฉันก็เป็ผู้เสียหายเหมือนกันนะโว้ย!?
ช่างเถอะ ถ้าห้อง 5 ยอมฟังเหตุผลก็ไม่ใช่ห้อง 5 แล้ว
“แต่อย่างนี้นี่แหละที่ฉัน้า!”
"งั้นกล้าเดิมพันกับครูไหมล่ะ!?" ซูหยางเอ่ยออกมาตรง ๆ "ถ้าเธอชนะ ครูจะโขกศีรษะขอโทษเธอตรงนี้เลย แล้วตำแหน่งครูประจำชั้นนี่ครูก็จะไม่ทำแล้ว จะไสหัวไปเดี๋ยวนี้เลย!"
"แต่ถ้าเธอแพ้ ั้แ่นี้เป็ต้นไปเธอต้องตั้งใจฝึกฝนตามคำสั่งของครูอย่างเคร่งครัด!"
"กล้าเดิมพันไหม?"
เมื่อเห็นซูหยางประกาศกร้าว หลี่อีิก็ถลึงตาค้าง อ้าปากกำลังจะพูด แต่กลับถูกจูเทาที่อยู่ข้าง ๆ ปิดปากไว้ทันที
"แผนยั่วโทสะต่ำ ๆ แบบนี้ นายยังจะหลงกลอีกเหรอ?"
"ที่พวกเราวิเคราะห์กันไปเมื่อกี้ นายฟังเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาใช่ไหม!?"
"อย่าใจร้อน ความใจร้อนเป็ปีศาจร้ายนะ!"
"เขากำลังวางกับดักนายอยู่!"
หลี่อีิเพิ่งจะรู้สึกตัว
ฉิบหายแล้ว!
ไอ้คนแซ่ซูจอมเ้าเล่ห์! ถึงกับกล้าวางกับดักฉัน!
วิเคราะห์? วิเคราะห์อะไร!?
ซูหยางขมวดคิ้วเล็กน้อย
จูเทาแค่นเสียงเย็นถามว่า "ไอ้คนแซ่ซู ตื้นลึกหนาบางของแกพวกเราเดาได้หมดแล้ว คิดจะล่อพวกเราเข้ากับดักน่ะ ไม่มีทางหรอก"
"ก็แค่อยากจะใช้วิธีประลองผลัดกันชกคนละหมัด ใครทนไม่ไหวก่อนคนนั้นแพ้ใช่ไหมล่ะ?"
สีหน้าของซูหยางสลดลงเล็กน้อย
เป็อย่างที่คิดไว้จริง ๆ อุบัติเหตุเข็มอัสนีบาตทำให้แผนยั่วโทสะใช้ไม่ได้ผล
จูเทาหัวเราะเยาะ "อย่าเสียเวลาเปล่าเลย พวกเราไม่หลงกลหรอก!"
ทุกคนพยักหน้า สีหน้าเต็มไปด้วยความดูแคลน
แผนยั่วโทสะปัญญาอ่อนขนาดนี้ ใครหลงกลก็โง่เต็มทีแล้ว!
"อ้อ เป็แบบนี้เองเหรอ..." ซูหยางพึมพำ "ก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าถ้านักเรียนห้อง 5 บางคนเผลอโดนไฟดูดจนทำกางเกงเปียกโชกเนี่ย เื่มันจะถูกแพร่ออกไปหรือเปล่า..."
เวรแล้ว! ไอ้คนแซ่ซู แกมันไอ้คนสารเลวหน้าไหว้หลังหลอก!
รูม่านตาของจูเทาหดตัววูบ เขากำลังจะพุ่งเข้าไปด้วยความโกรธแค้น
"พี่เทา พี่เทา!"
"ความใจร้อนเป็ปีศาจร้ายนะ!"
"ไอ้คนแซ่ซูมันกำลังวางกับดักพี่อยู่! จะหลงกลไม่ได้นะ!"
"แผนยั่วโทสะต่ำ ๆ แบบนี้..."
จูเทาถีบหลี่อีิที่อยู่ข้าง ๆ กระเด็นไปทันที "มันจงใจเล่นงานฉันชัด ๆ!"