คนอื่นยังคงอยู่ในห้องโถงต่างรับประทานอาหารและดื่มสุรา ระหว่างทางจึงไม่พบเงาของผู้ใด มู่เลี่ยงหรงเดินนำไม่รีบไม่ร้อนเขาไม่ได้พูดอะไรอีกแม้แต่คำเดียว บรรยากาศระหว่างทั้งสองจึงเต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วน
“ท่านอ๋องเพคะ”เยี่ยนเยว่ฉีไม่สบายใจเป็นอย่างมาก นางต้องการทำลายความอึมครึมที่ปกคลุมพวกเขาอยู่
“หืมได้เวลาแก้ตัวแล้วสินะ แต่เราว่าเจ้าอย่าพูดอะไรจะดีกว่า”
“ได้เพคะหากท่านอ๋องไม่ต้องการคำอธิบาย”
มู่เลี่ยงหรงหยุดฝีเท้าหันกลับมาเผชิญหน้ากับคู่หมั้น
“หากเจ้าพยายามจะโกหกอะไรเราอีกก็ขอให้เก็บความคิดนั้นกลับไป ทุกอย่างเราเห็นทั้งหมดแล้ว”
“แต่เมื่อครู่ท่านอ๋องบอกว่ามิได้แอบฟัง” เยี่ยนเยว่ฉีเอียงศีรษะเล็กน้อยพยายามจดจ้องราวกับพยายามอ่านใจอีกฝ่ายออกให้ได้
“...”ชายหนุ่มพูดอะไรไม่ออก
“อย่างไรก็ตามหม่อมฉันกับคุณชายเฟิงบริสุทธิ์ใจเพคะ”
“พอเถิดเราไม่สนใจว่าพวกเจ้าทั้งสองจะรู้สึกลึกซึ้งกันเพียงไหน”
“หม่อมฉันกับเขาเติบโตมาด้วยกันแต่มีเหตุการณ์ทำให้ต้องแยกจาก คงประมาณห้าปีได้แล้วกระมัง เมื่อครู่ก็เพียงรำลึกถึงเหตุการณ์เมื่อครั้งยังเยาว์วัย...”เยี่ยนเยว่ฉียังคงเล่าออกมาเหมือนไม่ได้ยินที่มู่เลี่ยงหรงบอก
“พอได้แล้วนั่นเป็นเรื่องของพวกเจ้าทั้งสองคน เราบอกแล้วว่าไม่ใคร่สนใจ”
“หากท่านอ๋องไม่สนใจเหตุใดจึงตามมาแอบดูหม่อมฉันเล่าเพคะ”
“เราบอกว่าไม่ได้ตามยังไงล่ะผู้อื่นเพียงบังเอิญไปพบเห็นการกระทำที่อาจจะทำลายเกียรติของตนเองก็เท่านั้นจึงจำเป็นต้องขัดจังหวะของพวกเจ้าทั้งสอง”
“อ่อที่แท้ท่านอ๋องสบายดี การกระทำเมื่อครู่ก็เพื่อรักษาเกียรติเท่านั้น” เจ้าของเสียงหวานอมยิ้ม
“เราทำได้เพียงเท่านั้นเพราะนอกจากเกียรติของฉินอ๋องแล้ว อย่างอื่น...” มู่เลี่ยงหรงไม่กล่าวต่อเพียงกลืนคำทั้งหมดลงท้องอย่างยากเย็น บอกความจริงนางแล้วอย่างไรคงมีแต่ถูกหัวเราะเยาะ “เจ้าคิดว่าเราจะรู้สึกอะไรได้อีก”
“มีสิเพคะ”ดวงตากลมโตสุกใสจ้องมองบุรุษปากแข็ง
“งั้นรึแต่เรากลับนึกไม่ออก”
“ดูเหมือนว่าท่านอ๋องกำลังหึงหม่อมฉันอยู่”
“หึงรึเจ้าเป็นสตรีเพ้อเจ้อที่สุดเท่าที่เราเคยพบเจอ”
มู่เลี่ยงหรงตั้งใจว่าจะไม่มีทางแสดงออกให้นางสาสมใจเป็นอันขาดที่ผ่านมาเขายอมถูกหักหน้าครั้งใหญ่ไปแล้วแม้ตอนเทศกาลหยวนเซียวตั้งใจเอาไว้ว่าจะกลั่นแกล้งนางแต่สุดท้ายก็อดที่จะยอมลดราวาศอกให้ไม่ได้เหมือนทุกอย่างกำลังจะเป็นไปในทางที่ดีขึ้น แต่แล้วอย่างไรเล่าดันมีเรื่องให้รำคาญใจอีก เมื่อคิดดูให้ดีนอกจากคำอธิฐานว่าต้องการให้เขาโปรดปรานนางมากกว่าสตรีอื่นเยี่ยนเยว่ฉีก็ยังไม่เคยพูดว่าชอบตนเองตรง ๆ เลยสักครั้ง
“ไม่หึงก็ไม่หึงเยว่ฉีรับรู้ความรู้สึกของท่านอ๋องแล้วเพคะ”
“ก็ดี”
“ในเมื่อท่านอ๋องยืนกรานว่าไม่ได้รู้สึกอะไรกับเรื่องนี้หม่อมฉันก็จะได้คลายใจ”
“คลายใจเรื่องใด”
“เรื่องที่รู้สึกผิดต่อท่านอ๋องหม่อมฉันคงทึกทักไปเองว่าเผลอทำให้คู่หมั้นทรมานใจแล้ว”
“หึ! หวังให้เราเจ็บปวดเพราะเจ้าคงเร็วไปร้อยปี”มู่เลี่ยงหรงยังคงปฏิเสธ
“เยว่ฉีทราบแล้วเพคะ”นางเสมองไปทางอื่น แล้วแสร้งถอนหายใจ “หน้าเสียดายจริง ๆทั้งที่หลังจบเทศกาลหยวนเซียวหม่อมฉันคิดว่าระหว่างเราคงไปกันได้ดีมาวันนี้ก็รู้ซึ้งแล้วว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่ท่านอ๋องทำไปทั้งหมดคงไม่ได้มาจากใจอันแท้จริงแต่ก็ต้องยอมรับว่าคำหวานเหล่านั้นทำให้ผู้อื่นเคลิบเคลิ้มมากทีเดียว”
“เจ้าคิดว่าเราโป้ปดอย่างนั้นหรือ”
“มิได้แต่เมื่อครู่ท่านอ๋องเป็นผู้กล่าวเองว่าไม่ได้ใส่ใจเรื่องที่ชายอื่นมาสารภาพรักกับหม่อมฉันอีกทั้งไม่มีความรู้สึกอื่นใดนอกจากกลัวเสียหน้าเท่านั้น เช่นนี้จะให้ผู้อื่นคิดเห็นเช่นไรได้”เยี่ยนเยว่ฉีจดจ้องดวงตาบุรุษตรงหน้านิ่ง “ช่างน่าขันยิ่งนัก หม่อมฉันบังอาจคิดว่าตนเป็นคนสำคัญแต่ความจริงแล้วสำหรับท่านอ๋องหม่อมฉันคงเป็นเพียงบุปผาดาดดื่นดอกหนึ่งเท่านั้นกระมัง”
“เจ้าต้องการให้เรายอมรับว่ากำลังหึงหวงอยู่อย่างนั้นหรือ”
“ช่างเถิดเพคะในเมื่อหม่อมฉันเข้าใจผิดคิดไปเอง ท่านอ๋องก็ไม่ต้องใส่พระทัยและต่อจากนี้ไม่ต้องทรงกังวลไปนะเพคะ หม่อมฉันจะระมัดระวังรักษาชื่อเสียงของตนเองและท่านอ๋องอย่างสุดชีวิต”
“...”มู่เลี่ยงหรงไม่อาจะขยับริมฝีปากเป็นคำว่า ‘ข้าหวงเจ้า’ จึงได้แต่ยืนนิ่งเป็นใบ้ ปกติแล้ว ต้องเป็นตนต่างหากที่ไล่ต้อนนางแต่ยามนี้กลับเป็นฝ่ายกำลังถูกรุกไล่
“ในเมื่อไม่มีอะไรแล้วหม่อมฉันขอทูลลา” นางยอบกายคำนับ ก้มหน้าลงเล็กน้อย จากนั้นค่อย ๆเยื้องกรายผ่านหน้าฉินอ๋องไป
‘บุรุษผู้นี้ปากแข็งยิ่งนักเห็นอยู่ว่าไหน้ำส้มแตกไปหลายใบกลับไม่กล้ายอมรับ เอาเถิดหากเขาอยากจะแสดงออกว่าเข้มแข็งนักก็ตามใจ’
ครานี้เยี่ยนเยว่ฉีมั่นใจแล้วว่าสามารถทำให้จิตใจของฉินอ๋องหวั่นไหวได้แล้วน้ำหนักของตนในใจของเขาคงไม่ใช่เพียงขนนกเท่านั้น จึงลอบยิ้มยินดี
มู่เลี่ยงหรงมองร่างระหงที่กำลังห่างออกไปเรื่อยๆ เยี่ยนเยว่ฉีเพียงต้องการให้ตนยอมรับว่าหึงหวงแค่นั้นหรือ จะว่าไปแล้วที่ผ่านมาใช่ว่าคู่หมั้นสาวจะไม่เคยอ่อนข้อให้เขาบางครานางถึงกับเสียน้ำตายามถูกตนกลั่นแกล้งเสียด้วยซ้ำ
คิดแล้วก็พาให้ยินดีที่นางพยายามเรียกร้องความสนใจมิเช่นนั้นคงไม่อาจล่วงรู้ถึงความรู้สึกที่แท้จริงของตนเองได้เช่นกัน
มุมปากของเขาเลิกขึ้นฉินอ๋องอยากจะหัวเราะนัก แท้จริงแล้วนางไม่ใช่กระต่ายน้อย แต่เป็นจิ้งจอกน้อยต่างหากพี่ชายผมสีเงินตัวดีคงจะเป็นตัวตั้งตัวตีกระมัง ดีเหลือเกินที่ระงับโทสะเอาไว้ก่อนมิเช่นนั้นคงได้สร้างความครึกครื้นให้กับกุนซือหนุ่มเป็นแน่
แต่จิ้งจอกน้อยหรือจะมาหาญสู้พยัคฆ์ร้าย
‘ในเมื่อเจ้าเรียกร้องความสนใจขนาดนี้ ต่อไปเราจะไม่มีวันปล่อยมือจากเจ้าอีกแล้ว’
มู่เลี่ยงหรงตัดสินใจไม่ยอมให้โฉมงามจากไปอย่างหน้าตาเฉย
“ช้าก่อนเรายังไม่ได้อนุญาตให้เจ้าไปเสียหน่อย”
“...”นางทำได้เพียงหยุดยืนให้ตรง แต่ไม่ยอมหันกลับไปเผชิญหน้าฉินอ๋อง
“เรายังไม่ได้ลงโทษเจ้าเลย”
“...”เยี่ยนเยว่ฉีถอนลมหายใจคราหนึ่ง
ร่างสูงปราดเข้ามาจากด้านหลัง“เป็นเจ้าอยากรู้เองนะว่าเรารู้สึกอย่างไรกับเรื่องเมื่อครู่ เตรียมใจไว้เถิดเราจะไม่ปล่อยเจ้าไปง่าย ๆ อีกแล้วเสี่ยวเยว่”
กว่าจะทันรู้สึกตัวมู่เลี่ยงหรงพลันช้อนร่างของนางขึ้นอย่างง่ายดาย เขาเตะประตูห้องที่อยู่ใกล้ที่สุดมันเปิดออก จากนั้นจึงพาร่างในอ้อมแขนผ่านเข้าไปด้านในไม่รีรอ