บทที่ 23 ยินยอมสักครั้ง
องค์ชายสามปรากฏตัวที่ตำบลหลีในเวลาไล่เลี่ยกันก็เพื่อ ให้แน่ใจว่ามิ่งไป๋เจี๋ยใช้ชีวิตมาถึงคราวต้องลาโลก เพื่อไม่ให้แผนการก่อฏผิดพลาด องค์ชายสามไม่วางใจนักฆ่าคนสนิทจัดการให้ จึงเดินทางมาเพื่อสั่งการลูกน้องด้วยตัวเอง ดังนั้นไม่แปลกที่องค์ชายสามจะยังห่วงหน้าตาและฐานะ อย่างไรเขาก็ยังนับว่าอยู่ในคราบของคนในวัง จะปรากฏตัวต่อสาธารณชนไม่ได้
แต่ถึงจะเป็อย่างนั้นใช่ว่าเขาจะปล่อยให้ฮวนหรงรอดตัวไป แม้ยามนี้ฮวนหรงจะปลอมรูปลักษณ์บุรุษ ด้วยความสามารถอันชาญฉลาดและดวงตาอันแหลมคมราวกระบี่สามฝนขององค์ชาย ย่อมมองออกแต่แรกว่าเป็เฟยฮวนหรง และยังรู้อีกว่าต่อให้นางมีอำนาจของไป๋เจี๋ยคอยกุมกะลาหัว อย่างไรก็หนีไม่พ้นเงื้อมมือของเขา
ในเมื่อนางกล้ายุ่งเื่ของคนอื่น ก็สั่งสอนให้นางได้รู้และเข้าใจว่า เื่ยุ่งยากที่จะตามมานั้นเกินกว่าที่คนอย่างนางจะรับมือไหว ใคร่ครวญมาถึงตรงนี้องค์ชายสามก็กระซิบที่ข้างหูเฟิงอวี่เบา ๆ ไหว้วานให้นางไปพบสหายรับใช้เพื่อมอบบทเรียนแสนราคาแพงให้ฮวนหรง นอกจากนี้ยังกำชับอีกว่า ไม่เกี่ยงวิธีการขอเพียงทำให้เฟยฮวนหรงยอมศิโรราบต่ออำนาจมืดจากบารมีตน เป็อันว่าพอใจ
*****
ณ โรงสุราแห่งตระกูลมู่กง ย่านการค้า ตำบลหลี
ฮวนหรงะโโลดเต้นอย่างร้อนรน เร้นกายเข้าไปปะปนกับบุรุษขี้เมาในโรงสุรามู่กง หากเป็เมื่อก่อน ครั้งที่ยังอยู่ในเมืองหลวง ฮวนหรงแอบปลอมตัวเป็ชายด้วยการแต่งตัวเช่นนี้ แล้วแอบท่านพ่อมาเที่ยวเล่นอยู่บ่อย ๆ ดังนั้นฮวนหรงจึงรู้ว่า หากจะหลบเื่วุ่นวายในยุทธภพ ให้เลือกเป้าหมายไปที่โรงสุรา
อันสาเหตุที่เลือกโรงสุรานั้นเพราะ หลังจากที่ก้าวเท้าพ้นธรณีประตูเข้าไป จะพบแต่บุรุษมากหน้าหลายตา ส่วนใหญ่จะมีแต่พวกขี้เมาจอมหาเื่ คนทั่วไปที่หลีกเลี่ยงเื่ยุ่งยากย่อมไม่เข้ามายังสถานที่เช่นนี้แน่ เอาล่ะ! เพียงเท่านี้ก็ถือว่ารอดจากปากเหยี่ยวปากกาแล้ว
“ไอ้หย๊า คุณชายท่านนี้ ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน ต้องเป็เศรษฐีน้อยแน่ เชิญนั่งขอรับ”
เถ้าแก่เ้าของร้านลอบสังเกตบุรุษรูปหน้าละอ่อนผู้นี้ั้แ่ก้าวเท้าข้ามกรอบประตู ครั้นเข้ามาด้านในด้วยสีหน้าตื่นตระหนกไม่เป็ธรรมชาติ เถ้าเแก่เพียงกวักมือส่งสัญญาณ เสี่ยวเอ้อก็รีบค้อมศีรษะเข้าหาแขกผู้มาเยือนด้วยสีหน้าดุจมิตร
“หาโต๊ะดี ๆ ให้ข้าสักที่ก็แล้วกัน” ฮวนหรงยังคงอยู่ในอาการพะว้าพะวังคอยระวังหลัง
“เชิญด้านนี้ขอรับ” เสี่ยวเอ้อแอบพยักหน้าเป็สัญญาณ
ขณะเดียวกันนั้น ชายหนุ่มอีกคนแฝงตัวอยู่ในโต๊ะสุราด้านในสุด ใบหน้าของเขามีรอยบากคล้ายจันทร์เสี้ยว ผู้คนรู้จักดีในนามแฝง ‘คุณชายแห่งจันทรา’ หรือที่รู้จักกันอีกสมญานามหนึ่งที่ว่า คุณชายมู่กงเ้าสำราญ แม้ว่าใบหน้าของเขาไม่ได้ดูหล่อเหลาตามสรรพนาม แต่ในโรงสุราแห่งนี้นอกจากเถ้าแก่ผู้าุโ ก็ไม่มีผู้ใดใหญ่โตไปกว่าเขาแล้ว
ทันใดนั้นน้ำเสียงไร้มารยาทโทนหนึ่งดังแว่วขึ้นมา “จับคนไว้” ทันทีที่เสียงสิ้นสุดลง ชายหนุ่มมากหน้าหลายตาต่างล้อมบุรุษหน้าละอ่อนอย่างฮวนหรงไว้ รวมถึงเสี่ยวเอ้อ มีเพียงเถ้าแก่ผู้าุโที่ยืนมองอยู่นอกวงล้อมด้วยแววตาราบเรียบส่อแววของความเกลียดชัง ทั้งที่ฮวนหรงไม่เคยไปทำสิ่งใดเบียดเบียนสกุลมู่กงมาก่อน
ฮวนหรงที่ปลอมเป็ชายเคล้นเสียงเข้มเยี่ยงบุรุษเพศ พร้อมแสยะยิ้มตอบสนอง “โรงสุรามู่กงมีธรรมเนียมต้อนรับแขกเช่นนี้หรอกหรือ”
ครั้นจบเสียงพูดชายหนุ่มหลายคนโถมวรยุทธ มุ่งเป้ามาที่ฮวนหรงอย่างเปิดเผย ระดับแรกฮวนหรงรับมือได้สบายราวโยนถั่วเข้าปาก ต่อให้ฮวนหรงรู้วรยุทธมากอย่างไร นางไม่สามารถเอาชนะบุรุษนับสิบคนที่โถมเข้ามาพร้อมเพรียงกันในยกที่สามได้ ท้ายที่สุดสาวน้อยก็ต้องเสียท่าหงายหลัง ล้มลงกระแทกโต๊ะกลมจนแตกออกเป็สองซีก ด้วยพละกำลังที่แข็งแกร่งของคุณชายน้อยมู่กงเป็ผู้กระทำ
ยามที่เห็นนางจนมุมแต่ดวงตากลมโตยังคงแข็งกระด้างไม่กลัวตาย คุณชายมู่กงก็รู้สึกสนใจในตัวนางยิ่งนัก อันที่จริงมู่กงเล่อ รู้อยู่ก่อนแล้วว่านางคือสตรี แต่ไม่รู้ว่านางคือฮูหยินของท่านแม่ทัพผู้มาคุ้มครองตำบลหลี เพื่อไม่ให้ถูกดูแคลนและกลายเป็คนผิดต่อคำพูด คุณชายมู่กงจำเป็ต้องทำตามคำสั่งขององค์ชายสาม คือเปิดโปงเพศสภาพของนางให้ประจักษ์ต่อตาทุกคน
ในหัวขององค์ชายสามคิดเื่ชั่วช้าเช่นนี้ออกมาได้ ก็เพราะ้าทำให้นางเสื่อมเสีย แล้วรอดูปฏิกิริยาของมิ่งไป๋เจี๋ย ดูซิว่าหากรู้ว่าภรรยาของตนเองถูกลวนลามท่ามกลางฝูงบุรุษนับสิบ โดยสุนัขรับใช้ใต้บาทาขององค์ชายสาม คนรักหน้าถือตาดำรงไว้ซึ่งเกียรติยศอย่างไป๋เจี๋ยยังจะกล้านับให้นางเป็ฮูหยินอยู่อีกหรือไม่
ขณะที่ความวุ่นวายบังเกิดขึ้นรวดเร็วราวไก่บินสุนัขะโ มู่กงเล่อจอมเสเพลใช้ปลายพัดสีขาวเคลือบลายหมึกพู่กันประจำตัว ชี้หน้านางต่อด้วยเคลื่อนลงมาข้างล่างช้า ๆ หยุดลงที่ปลายคางแล้วเสยให้ใบหน้าอันงดงามของนางแหงนขึ้น มืออีกข้างของเขาดีดจอกสุราที่ถือติดมือมาไปกระทบมุมเสาร์ เกิดเป็เศษกระเบื้องที่แตกเป็เสี่ยงเด้งมากระทบรัดเกล้าบนศีรษะของนาง กระทั่งเรือนเกษาละเอียดดุจเส้นด้ายสยายออกมาให้ผู้คนได้เห็น
“นั่นมันสตรี!” เสียงลือดังระงมขึ้นมาท่ามกลางหมู่บุรุษ
“สารเลว!” ฮวนหรงเคล้นเสียงหยาบกระด้างก่นด่าบุรุษที่กำลังรังแกนาง
“ปากเล็ก ๆ ของเ้าร้ายกาจยิ่งนัก แต่ไม่เป็ไร… ข้าชอบสตรีเช่นนี้”
มู่กงเล่อชักสีหน้ายียวน ทำจมูกฟุดฟิดคล้ายจะโถมตัวลงไปดอมดมกลิ่นกายบนตัวนาง ยามนี้ร่างกายของฮวนหรงแข็งทื่อประหนึ่งแท่งหิน เพราะนางถูกสกัดจุดไว้ก่อนแล้ว อันที่จริงมู่กงเล่อไม่ได้คิดจะล่วงเกินนางจริง ๆ เพียงแต่ว่าเขา้าแสดงให้ทุกคนเห็นว่าเขาทำตามคำสั่งขององค์ชายสามแล้ว ด้วยนิสัยของคนเช่นนั้น มู่กงเล่อย่อมรู้ดีว่าตราบใดที่งานยังไม่ถูกสะสางลุล่วง จะมีคนคอยลอบจับตาดูอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ละครฉากนี้แเียิ่งขึ้น มู่กงเล่อไหลพัดลงต่ำมาจี้ที่บริเวณปกเสื้อ พร้อมกับเปล่งเสียงพูดอย่างกระสันว่า
“ขอบคุณ์ ข้ากำลังขาดสาวใช้อุ่นเตียงอยู่พอดี”
“ผู้ใดมันช่างกล้าแตะต้องมิ่งฮูหยินของข้า” น้ำเสียงเข้มข้นของคนผู้หนึ่งดังแทรกขึ้นมา
มู่กงเล่อรู้สึกหงุดหงิดราวถูกหักหน้า มือที่จับพัดแหวกคอเสื้อของนางค้างเติ่งอยู่อย่างนั้น ครั้นมู่กงเล่อตั้งใจจะหันหน้ากลับไปมองว่า ผู้มาเยือนคือผู้ใดกันแน่ พลันรู้สึกได้ว่าคนผู้นี้วรยุทธเก่งกาจและน่าเกรงขามยิ่งนัก ก็ตอนที่ััได้ว่าคมกระบี่ขัดอยู่ที่ลำคอั้แ่ตอนไหนก็ไม่รู้
“ท่านพี่!” ฮวนหรงเปล่งเสียงพูดเว้าวอนคลอด้วยหน่วยน้ำตา ช่างดูน่าสงสาร
“ที่แท้นางก็มีสามีแล้ว” มู่กงเล่อยิ้มเยาะตัวเองอย่างละอาย เพื่อรักษาชีวิตยอมทิ้งพัดและยกมือเหนือศีรษะเป็สัญญาณว่า้ายอมแพ้
“ประกาศต่อหน้าทุกท่าน บัดนี้ตำบลหลีจะมีข้าคอยดูแล เจอนางก็เหมือนเจอข้า ต่อไปหากยังกล้าหาเื่ฮูหยินแม่ทัพ ข้าจะไม่ละเว้นแน่!”
จากมุมมองนี้ไป๋เจี๋ยเป็ดั่งวีรบุรุษในใจนาง ฮวนหรงปลาบปลื้มจนพูดไม่ออกบอกไม่ถูก น้ำตาที่หลั่งไหลออกมา หาใช่เพราะหวาดกลัว หากแต่เป็น้ำตาแห่งความอบอุ่นและซาบซึ้งใจ ด้านไป๋เจี๋ยที่ได้เห็นสีหน้ายับย่นของนางบูดบึ้งราวตังเมบูดก็เกิดอาการสงสารจับใจ เห็นนางเจ็บเขาเจ็บกว่าเป็ร้อยเท่า
"ข้าจะไม่เอาชีวิต แต่จะทำให้อับอาย!"
ก่อนจะเคลื่อนตัวไปอุ้มนางไว้ในอ้อมกอด ไป๋เจี๋ยไม่ลืมที่จะตบสั่งสอนคุณชายน้อยมู่กงราวสามครั้ง แต่ละฉาดเสียงดังฟังชัด ไปที่น่าอับอายในหมู่ลูกน้องและต่อสายตาประชาชนที่กำลังมุงดูอยู่ มู่กงเล่อได้รับบทเรียนครั้งใหญ่ ได้แต่หมอบลงบนพื้นไม่กล้าแหงนหน้าขึ้นมองผู้ใดอีก
"หีบลักษณะนี้เ้ารู้ความหมายแอบแฝงของมันหรือไม่" ไป๋เจี๋ยขมวดคิ้วไม่พอใจขณะเดินกลับฐานที่มั่นกองทัพพร้อมกันกับนาง
"ไม่รู้" ฮวนหรงตอบกลับด้วยสีหน้าไขสือพลางส่ายหน้าเบา ๆ
"ข้าไม่เชื่อ!" ไป๋เจี๋ยแย่งหีบไม้ขนาดเล็กในมือนางทิ้งลงไปยังลำธารที่อยู่ด้านข้าง
พอได้สลัดสิ่งของอัปมงคลชิ้นนี้ทิ้งเสีย ไป๋เจี๋ยจึงพูดเสียงเบาไขข้อสงสัยให้แก่นาง "หีบลักษณะนี้มีเพียงบุรุษที่มอบให้แก่นางในดวงใจเท่านั้น" ที่แท้ก็หึงหวงหรือนี่ ชายหนุ่มยิ้มกริ่มได้ครู่เดียวก็ต้องวกกลับมาชักสีหน้าไม่พอใจอีกครั้ง เมื่อเห็นฮวนหรงะโลงไปในธารน้ำใสตามลงไปงมหีบใบนั้นโดยไม่คิดชีวิต
[นางเสียสติไปแล้วหรือ!]