บทที่ 18 เมื่อเจอเหตุการณ์อย่าตื่นตระหนก ควรแสร้งก็แสร้งไป
โม่จิงหงพาเฟิ่งชิงหร่านมาถึงร้านค้าที่ดูค่อนข้างทรุดโทรม
ทั้งสองเดินเข้าไปในร้าน เ้าของร้านกำลังคำนวณบัญชีอยู่ที่โต๊ะ เมื่อเห็นมีคนเข้ามา ก็เหลือบมองแวบหนึ่ง แล้วคิดบัญชีต่อไป
เฟิ่งชิงหร่านรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย สินค้าที่วางขายในร้านล้วนเป็ศาสตราระดับหนึ่งทั้งสิ้น ร้านขายศาสตราเช่นนี้มีอยู่มากมาย แต่ร้านที่ขายเฉพาะศาสตราระดับต่ำนั้นไม่มี
อีกทั้งศาสตราหลายชิ้นในร้านนี้มีฝุ่นจับ สามารถเห็นได้ว่าเ้าของร้านไม่ค่อยใส่ใจดูแล
โม่จิงหงเดินไปที่หน้าโต๊ะ นิ้วมือเรียวยาวของเขาเคาะลงบนโต๊ะอย่างเป็จังหวะสามครั้ง
เ้าของร้านเงยหน้าขึ้นมา กวาดตามองทั้งสองคนแวบหนึ่ง แล้วหยิบแผ่นไม้สองแผ่นวางลงบนโต๊ะ “ศิลาิญญาชั้นสูงคนละหนึ่งก้อน”
โม่จิงหงหยิบศิลาิญญาสองก้อนวางบนโต๊ะ แล้วหยิบป้ายผ่านขึ้นมา จากนั้นก็นำศิลาิญญาหนึ่งก้อนใส่ลงในมือของเฟิ่งชิงหร่าน
เ้าของร้านเก็บศิลาิญญาไว้ แล้วกล่าวเรียบ ๆ ว่า “แต่ละครั้งที่เข้าไปต้องไม่เกินสามชั่วยาม และภายในหนึ่งเดือนเข้าได้เพียงสองครั้งเท่านั้น”
“เมื่อเข้าไปแล้วสามารถซื้อขายได้อย่างอิสระ ทางร้านไม่รับผิดชอบความเสี่ยงใด ๆ ในการซื้อขาย นอกจากนี้ภายในนั้นห้ามใช้ปราณิญญาเด็ดขาด หากมีการใช้ปราณิญญา ผู้คุมกฎจะปรากฏตัว ป้ายผ่านจะถูกทำลาย และเ้าจะถูกขับไล่ออกจากตลาดมืด” เ้าของร้านกล่าวจบ แล้วดีดนิ้วดังเปาะ ประตูด้านข้างพลันปรากฏขึ้นไม่ไกลนัก “เข้าไปเถิด”
เฟิ่งชิงหรานมองดูป้ายผ่านในมือ นางเข้าใจแล้วว่าไฉนแผ่นไม้ชิ้นเดียวถึงได้แพงนัก ที่แท้สิ่งนี้คือใบผ่านทางของตลาดมืดนั่นเอง
เมื่อทั้งคู่เดินเข้าไปด้านใน ค่ายกลเคลื่อนย้ายก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า
“ค่ายกลเคลื่อนย้ายสามารถส่งได้ครั้งละหนึ่งคนเท่านั้น ศิษย์น้องเข้าไปก่อนเถิด” โม่จิงหงกล่าวเบา ๆ
เฟิ่งชิงหร่านเชื่อฟังอย่างว่าง่าย นางวางป้ายผ่านลงไป แสงสีขาวพลันวาบผ่านดวงตาของนาง จากนั้นนางก็พบว่าตนเองอยู่บนถนนที่คึกคักแห่งหนึ่ง สองข้างทางเต็มไปด้วยแผงลอย
มีคนเห็นนางปรากฏกายขึ้นอย่างกะทันหัน ทว่าพวกเขาก็ทำประหนึ่งเป็เื่ปกติ และเรียกนางอย่างกระตือรือร้นให้มาซื้อของ
เฟิ่งชิงหร่านไม่สนใจ นางยืนรออยู่ที่เดิมสักครู่ แต่ก็ไม่เห็นเงาของโม่จิงหง
“แม่นางน้อย กำลังรอผู้ใดอยู่หรือ?” เ้าของแผงลอยข้าง ๆ ถามด้วยรอยยิ้ม
เฟิ่งชิงหรานไม่ตอบ ทว่าเดินไปที่แผงของเขา มองดูก้อนผลึกรูปลักษณ์แปลกประหลาดที่วางอยู่บนนั้น
นางถามอย่างระมัดระวังว่า “ข้าขอดูได้หรือไม่”
นางกลัวว่าจะเจอกับพ่อค้าประเภทที่แตะต้องนิดเดียวก็บังคับให้ซื้อ
“ได้สิ การซื้อขายเป็ไปตามความสมัครใจ ข้าไม่มีทางบังคับซื้อขายอย่างเด็ดขาด” พ่อค้าตอบด้วยท่าทีที่ดียิ่ง
เฟิ่งชิงหร่านยื่นมือออกไป กำลังจะหยิบผลึกสีขาวขึ้นมา เสียงหนึ่งดังขึ้นในสมองของนาง ‘นายหญิง ผลึกสีดำอันที่สามทางด้านขวา’
เฟิ่งชิงหร่านมิได้หยิบก้อนผลึกสีดำ แต่ยังคงเลือกที่จะหยิบก้อนผลึกสีขาวขึ้นมาตรวจสอบ
‘นายหญิง ผลึกสีดำนั่นคือกระดูกั รีบซื้อมันเร็วเข้า!’ ภูตน้อยพูดอย่างตื่นเต้น
ดวงตาของเฟิ่งชิงหร่านเป็ประกายวูบหนึ่ง เผ่าัได้หายสาบสูญไปจากทวีปจิ่วโจวั้แ่หลายล้านปีก่อน หลังจากนั้นผู้ฝึกตนก็ไม่เคยพบเห็นับนทวีปนี้อีกเลย
หลังจากที่ซูเยียนหรานทำสัญญากับสัตว์เทวะที่หายากอย่างอสรพิษเถิงเสอ นางจำเป็ต้องหากระดูกัเพื่อวิวัฒนาการเป็สัตว์เทวะขั้นสูงสุด
ซูเยียนหรานได้ค้นหาไปทั่วทุกดินแดนลี้ลับและจุลภพ แต่ก็ไม่เคยพบสิ่งใดที่เกี่ยวข้องกับัเลย กระดูกัที่ปรากฏขึ้นอย่างกะทันหันนี้บ่งบอกถึงอะไรกันแน่?
“ผลึกก้อนนี้มาจากที่ใดกัน?” เฟิ่งชิงหร่านเล่นกับผลึกสีขาวในมืออย่างไม่ใส่ใจพลางถาม
“นี่เป็ผลึกที่ข้านำออกมาจากดินแดนลี้ลับแห่งหนึ่ง แม้ข้าจะมองไม่เห็นความพิเศษของมัน แต่มันก็มิใช่ของธรรมดาแน่นอน ไม่เช่นนั้นคงไม่สามารถเข้ามาในตลาดมืดนี้ได้” เ้าของแผงกล่าว ดวงตาเป็ประกายวาววับ
แม่นางน้อยผู้นี้ดูเหมือนจะเป็ครั้งแรกที่เข้ามาในตลาดมืด ผู้ที่คุ้นเคยกับตลาดมืดทุกคนรู้ดีว่า เมื่อซื้อของไม่ควรถามถึงที่มา
เฟิ่งชิงหร่านวางผลึกสีขาวลง แล้วหยิบผลึกสีดำขึ้นมาอย่างไม่ใส่ใจ
เสียงของภูตน้อยดังขึ้นอีกครั้ง ‘นายหญิง ไม่ใช่แค่กระดูกัเท่านั้น ยังมีเหล็กวิเศษหมื่นปีอีกก้อนด้วย! มันคือผลึกสีน้ำตาลที่อยู่ทางขวามือของท่าน’
‘นายหญิง รีบซื้อมันไว้เถิด เกิดมีคนมาแย่งชิงกับท่านจะทำอย่างไร?’ เสียงของภูตน้อยฟังดูร้อนรนอยู่บ้าง ทว่าเฟิ่งชิงหรานยังคงไม่แสดงอาการใด ๆ ออกมา นางพินิจพิเคราะห์ผลึกแต่ละก้อนอย่างละเอียด
‘หยวนเป่า เวลาเจอของล้ำค่า เ้าต้องทำตัวให้สงบนิ่ง ยิ่งอยากได้อะไรมากเท่าไร ยิ่งต้องทำเป็ไม่สนใจมากเท่านั้น มิเช่นนั้นของที่จะได้มาก็จะหลุดลอยไปเสียก่อน’
ส่วนที่หยวนเป่ากังวลว่าจะมีคนมาแย่งชิง ปัญหานั้นไม่มีทางเกิดขึ้นแน่นอน! กฎของตลาดมืดคือตราบใดที่นางมิได้บอกว่าไม่ขาย คนอื่นก็ไม่สามารถแย่งซื้อก่อนหน้านางได้
เฟิ่งชิงหรานค่อย ๆ พิจารณาผลึกทุกก้อนอย่างไม่รีบร้อน แกล้งทำท่าทางประหนึ่งไม่สนใจเท่าใด
“แม่นางน้อยสนใจชิ้นไหนหรือไม่?” เ้าของแผงถามด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
“นอกจากความสวยงามแล้ว ก็ไม่มีสิ่งพิเศษอื่นใดอีก” เฟิ่งชิงหรานกวาดตามองแผงขายเล็ก ๆ “เช่นนั้นท่านขายแผงนี้ให้ข้าเถอะ ข้า้ารอสหายของข้าที่นี่”
“อย่าล้อเล่นเลยนะคุณหนู แผงของข้านี่มีค่ามากกว่าผลึกพวกนี้หลายเท่านัก” เ้าของแผงส่ายหน้าอย่างไม่เชื่อ
“เท่าใด?!” เฟิ่งชิงหรานถามต่อ
เ้าของแผงชูนิ้วสามนิ้ว เฟิ่งชิงหรานกล่าวอย่างกระฉับกระเฉง “ศิลาิญญาชั้นสูงสามก้อน ตกลง!”
เ้าของแผงกลืนน้ำลายอึกหนึ่ง รอยยิ้มบนใบหน้าซ่อนไม่มิด เดิมทีเขาตั้งใจจะบอกว่าสามร้อยก้อนศิลาิญญาชั้นกลาง
แต่ไม่คาดคิดว่าเฟิ่งชิงหร่านจะใจกว้างถึงเพียงนี้ พอเอ่ยปากก็เพิ่มราคาขึ้นสิบเท่าทันที หากว่าเฟิ่งชิงหร่านสามารถได้ยินความคิดในใจของเขา นางคงจะบอกเขาว่า ในมือของนางมีเพียงศิลาิญญาชั้นสูงเท่านั้น
เ้าของแผงย่อมไม่รู้เื่นี้ เขายิ้มพลางรับศิลาิญญาจากเฟิ่งชิงหร่าน แล้วลุกขึ้นยืน “ของทั้งหมดบนแผงนี้ข้าขอมอบให้แก่คุณหนูแล้ว”
“ถ้าเช่นนั้นข้าขอขอบคุณเ้าของแผงด้วย ข้าจะรออยู่ที่นี่รอสหายของข้า ท่านสามารถไปได้ตามสะดวก” เฟิ่งชิงหร่านโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ เก็บผลึกทั้งหมดเข้าไปในพื้นที่เก็บของ เ้าของแผงลูบศิลาิญญาในมือ ััถึงปราณิญญาอันเข้มข้นภายในศิลาิญญา ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย
ปราณิญญาที่บริสุทธิ์เช่นนี้ คงใกล้เคียงกับชั้นฟ้าแล้ว ศิลาิญญาชนิดนี้ ส่วนใหญ่ผู้คนมักเก็บไว้ใช้ฝึกฝนเอง ไม่ยอมนำออกมาแลกเปลี่ยน
สตรีนางนี้ต้องมีที่มาไม่ธรรมดาเป็แน่!