ขนมพาเรนิตา ย้อนกลับไปที่ร้านอาหารเดิมโดยบอกกับพนักงานในร้านว่า ถ้าหัวหน้าจุ้ยยังคอยอยู่ ให้บอกว่า เจอเรนิตาแล้วกำลังกลับ
ไปที่สำนักข่าวพิราบขาว เมื่อพนักงานในร้านรับเื่ก็เดินไปหาโต๊ะที่หัวหน้าจุ้ยนั่งอยู่ โชคดีที่เค้ายังคอยอย่างใจจดใจจ่อกับสีหน้าที่เป็กังวล
มีผู้ช่วยแอนอยู่เป็เพื่อน @@ ทันทีที่รู้เื่ของเรนิตา ทำเอาหัวหน้าจุ้ยโล่งใจที่รู้ว่าลูกน้องคนสวยปลอดภัย ทั้งสองรีบออกจากร้าน กลับไปที่สำนักงานอีกครั้ง
คิมหันต์ ขี่วิ่งวนไปทั่วหาจนเหนื่อยก็ยังไร้วี่แววที่จะเจอ เลยตัดสินใจกลับไปที่ร้านอาหารเช่นกันถามไถ่จากพนักงานร้านอีกครั้ง ทันใดสีหน้าเริ่มมีรอยยิ้มเมื่อรู้ว่า คนของเค้าปลอดภัยแล้ว คิมหันต์ไม่รอช้า บึ่งมอเตอร์ไซค์คันเก่งกลับทันที
@ สำนักงานพิราบขาว
ทันทีที่ขนมพาเรนิตา กลับมาถึงสำนักข่าว ก็ประคองร่างเข้าไปนั่งพักด้านในคล้อยหลังไม่ถึง 10 นาที ก็มีมอเตอร์ไซค์ที่ขับโดยสาวนิรนามเข้ามาจอดตรงประตูปราการรีบตามเข้าไปดูด้วยความเป็ห่วง ในระยะเวลาไล่เลี่ยกันหัวหน้าจุ้ยก็มาถึงพร้อมๆ กับคิมหันต์ ที่ทุกคนต่างเป็ห่วง
ปราการ – ไม่เป็ไรใช่ไม๊ ขนม
หัวหน้าจุ้ย - มาปุ๊บถามถึงขนมก่อนเลย ไม่ถามถึงไอ้เร มันหน่อย ว่าเป็ไง
ปราการ - แฮะ แฮะ ลืมตัว
ขนม - งานนี้จะสำเร็จไม่ได้ ถ้าไม่ได้พี่การเลยนะค่ะเนี่ย พี่จุ้ย
หัวหน้าจุ้ย - โอ้ อย่างนั้นเลยใช้ได้เลยนะเนี่ยเอ็ง เห็นไม่ค่อยๆ พูด ร้ายเหมือนกันนี่หว่า
ปราการ – ่นั้นมันคับขัน ต้องคิดให้ออกแหละพี่โชคดีที่มีตัวช่วยด้วย
ระหว่างที่เรนิตา และขนมยิ้มชื่นชมให้กับแผนการของปราการ คิมหันต์ก็เดินตรงเข้ามาในสำนักงานทันที ด้วยแววตาที่อยากเห็นคนในดวงใจ
หัวหน้าจุ้ย - อ้าวนั่นไง มาแล้วคิมหันต์ ขับไปหาถึงที่ไหนมา
คิมหันต์ – ก็ไปทั่วเลยครับพี่จุ้ย / เป็ไง น้องเร ไม่เป็ไรนะ
เรนิตา - อ่อ ค่ะ ไม่เป็ไร ต้องขอบคุณพี่การที่วางแผนให้
คิมหันต์ – เยี่ยมมาก เลยมึง
ปราการ - ต้องขอบคุณ ขนม โน่นตาดีที่มองเห็นน้องเร ในรถที่พาตัวไป
หัวหน้าจุ้ย – นี่ก็ดึกมากแล้ว งั้นพี่กลับก่อนนะเดี๋ยวจะไปส่งพี่แอนเค้าด้วย
ปราการ – ได้ครับเดี๋ยวผมก็จะกลับด้วยแล้ว
หลังจากพูดคุยกันพอประมาณ ต่างคนต่างทยอยกลับบ้านเป็คู่ๆปราการพาขนมกลับไปส่งบ้านดังที่ใจเธอปรารถนา เหลือแค่เพียงเรนิตากับคิมหันต์ในสำนักงานสองคนเรนิตาเปลี่ยนท่าจากนอนลุกขึ้นนั่งหลังพิงโซฟา ตามองต่ำด้วยสีหน้าที่ยังรู้สึกเพลียเคล้าความตระหนกที่ยังหลงเหลือ ไร้รอยยิ้ม จนคิมหันต์มานั่งข้างๆ หัวไหล่ชนกัน ซักพักน้ำตาของเธอค่อยๆไหลรินอีกครั้ง ปนเสียงสะอื้นเบาๆ @@ คิมหันต์ เอียงขวามองนิดๆพร้อมกับยกมือขวาอ้อมไปจับหัวเรนิตา มาอิงแนบหัวไหล่ของเขา
คิมหันต์ – ไม่ต้องร้องแล้ว พี่คิมอยู่นี่แล้ว
เรนิตา - เรยังใไม่หายกับเื่ที่เกิดขึ้นเลย คิดไม่ออกเลยว่า ถ้าขนมไม่เห็นเรในรถคันนั้น เรจะเป็ตายร้ายดี ยังไงไม่รู้
คิมหันต์ - ไว้มีโอกาสพี่จะตอบแทนสองคนนั้นให้เต็มที่เลย ดีไม๊
เรนิตา - ค่ะพี่คิม ว่าแต่เื่ที่เกิดขึ้น พี่คิมห้ามบอกให้น้าแก้ว พ่อและแม่ รู้นะค่ะ เรไม่อยากให้พวกเค้าเป็ห่วง
คิมหันต์ - ได้ๆ พี่จะไม่บอก
แล้วเรนิตาก็ยกหัวออกจากไหล่คิมหันต์ช้าๆ หันไปสบตาซึ้งกับเค้าอีกครั้งที่ปนคราบน้ำตา คิมหันต์ละมือที่โอบไหล่เรนิตามาปาดน้ำตาให้เธออย่างแ่เบา ดวงตาทั้งคู่อยู่ห่างกันไม่เกินหนึ่งไม้บรรทัดปะทะแววตากันไปมา จนความใกล้เริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เรนิตา เผยอริมฝีปากเล็กน้อยซึ่งรู้ดีว่า ในใจเธอปรารถนาอะไรกับชายที่อยู่ตรงหน้า จากนั้นเธอหลับตาลงริมฝีปากของคิมหันต์ก็ประกบที่ปากนุ่มๆ ชมพู่ระเรื่อของเธอ @@ เค้าบดริมฝีปากใส่เธออย่างละมุน ค่อยๆขยับศรีษะไปทีละนิด ให้ได้องศาเหมาะเจาะของการจุมพิต
เรนิตา รู้สึกดีกับการโดนบดปากเธอเองก็รุกกลับขบริมฝีปากคิมหันต์ได้เมามัน ทว่า คิมหันต์เผลอลืมตัวใช้มือที่โอบเอวเธออยู่เลื้อยขึ้นบน หวังััไฟหน้าด้วยความที่อารมณ์มันพาไป แต่ยังไม่ทันถึงเนินเขาก็โดนดักจับซะก่อน
เรนิตา - ใจเย็นค่ะ พี่คิม เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า/ แล้วจะขยับมือ ไม่บอกเร เลยนะ
คิมหันต์ – อุ้ย แหะๆ โทษทีพี่ลืมตัว
เรนิตา - แล้วถ้า เปลี่ยนเป็เอามือเรมาจับมือพี่คิมอย่างนี้ได้ไหมค่ะ
พูดจบ เธอไม่รอช้า จับมือของเค้าที่วางบนโซฟาไปััเนินอกขาวเนียนผ่านเสื้อเชิ้ต ซึ่งเค้ารู้สึกได้ถึงความเต่งตึง แน่นนุ่มที่ยังไม่เคยมือชายใด เธอออกแรงอีกนิด บีบมือของคิมหันต์เพื่อที่ให้ปลายนิ้วของเค้าลิ้มรสถึงเนินถันของเธออย่างถนัดถนี่@@ สายตาของเธอมองหน้าคิมหันต์อย่างอ่อนโยนต่างจากคิมหันต์ที่มองต่ำไปยังมือของเค้าที่กำลังคลึงเคล้น
เรนิตา - พี่คิม พี่คิมค่ะ
คิมหันต์ - อ่อครับ น้องเรว่าไงนะ
เรนิตา - เคลิ้มเลยเหรอค่ะ จับแค่นี้
คิมหันต์ - อะ อ่อ เปล่าๆ
เรนิตา – งั้น เรากลับเถอะค่ะ นี่ก็ดึกมากแล้ววันหน้ายังมีอีก ไปค่ะ
ได้ยินที่เรนิตา พูดจบประโยค ทำเอาแววตาของคิมหันต์ดูมีความหวังมากขึ้นเดินตามหลังต้อยๆ เพื่อกลับไปส่งเรนิตาที่บ้าน
##########
รถเก๋งสีบรอนซ์ทอง ขับออกจากเมืองนนท์มุ่งหน้าในเส้นทางเปลี่ยวไปทางสุพรรณบุรี เบื้องหน้าของถนนยังมีแสงสีจากร้านนั่งกินสองข้างทางแต่มีตึกนึงที่ดูโดดเด่นเป็อาคาร 3-4 ชั้น คล้ายสถานเริงรมย์ก็ไม่ปาน @@ เ้าของรถเก๋งสีบรอนซ์ทอง เห็นอยู่มาแต่ไกลทางซ้าย ด้วยป้ายไฟและสัญลักษณ์ชวนดึงดู จึงไม่รอช้าหันหัวรถเข้าไปทันที โยนกุญแจให้เด็กรับรถ นำไปจอด
“หวัดดีครับ เสี่ย มากี่คนครับ” บริกรรีบกุลีกุจอ มาต้อนรับ
“คนเดียว”
“งั้น ทางนี้เลยครับเสี่ย มีที่ว่างในมุมดีๆ เหมาะแก่การคุยแบบลับๆ”
“ตอนนี้ มีเด็กว่างกี่คน”
“งั้นเดี๋ยวผมเอามาให้เสี่ยเลือกดูนะครับ รอซักครู่ครับ
“เฮ้ย น้อง เอาอะไรมากินก่อน รีบๆหน่อยนะ”
“ครับๆ”
ผ่านไปไม่นาน บริกรคนเดิมเดินกลับมาที่โต๊ะ ตามมาด้วยเด็กสาวหน้าตาสะสวย ผมสวย ซึ่งตัวเสี่ยผู้นี้เองมองไม่ถนัดด้วยความที่บรรยากาศในร้านบางมุมก็มืด บางมุมที่ไฟส่องเป็รอบๆตามจังหวะเพลงที่เปิดในร้าน
“มาแล้ว ครับ เสี่ย ลองเลือกดูน้องๆสามคนนี้ครับ คนแรก ชุดแซกสั้นสีแดงน้องกิ๊ฟ ส่วนชุดเกาะอกดำ น้องวาย และคนนี้ครับมาใหม่น้องทราย สายเดี่ยว เบิ้มๆ เลยเสี่ย เบอร์ 36 เลยนะ เอาคนไหนดีเสี่ย”
แล้วนิ้วชี้ จากเสี่ยก็ส่ายไป-มาซ้ายขวา จนมาหยุดที่น้องเสื้อสายเดี่ยว
“น้องทราย เสี่ย เรียกแล้ว ไปนั่งเร็ว ”
“เต็มที่เลยนะครับ เสี่ยมีอะไรเพิ่มเรียกผมได้”
สาวสายเดี่ยวอย่างน้องทรายยังดูมีท่าทีประหม่าอยู่บ้าง เคอะๆ เขินๆ ตามประสาผู้ไม่มีประสบการณ์แม้แต่จะนั่งกับเสี่ยยังดูห่างเกินไป
“นั่งมาใกล้ๆ หน่อย กลัวเหรอ”
“อ่อ เปล่าค่ะ” (ว่าแล้วก็ขยับอีกนิดจนชายกระโปรงถดขึ้นไปเผยให้เห็นขาขาวอย่างถนัดตา
“เสี่ย เอาเข้ม หรือบางๆ ดีค่ะ”
“ชงมาเหอะ ยังไงก็ได้”
“นี่ค่ะ ลองดูนะค่ะ ว่าได้ไม๊”
“เฮ้ย นี่ จะมอมเหล้าเหรอ เอาบางอีกนิด”
“อ่อๆ โทษค่ะ เสี่ย”
หลังจากได้ััรสชาติที่แต่งเติมเข้าไปใหม่ทำเอาเสี่ยผู้นี้ สีหน้าลดความขึงขังลง ดูผ่อนคลายขึ้นกับการนั่งฟังเพลง ที่มีนารีเคล้าคลอข้างกายมือซ้ายก็ยกไปโอบไหล่น้องทรายให้แนบชิดร่างของเค้ามากขึ้น
“ว่าแต่ น้องชื่ออะไร อีกทีสิ”
“ชื่อ ทราย ค่ะ แล้วเสี่ย ชื่ออะไรค่ะ”
“เพชร”
“ชื่อ ดูมีพลัง นะค่ะเนี่ย”
ผ่านไปสองแก้ว การพูดจาเริ่มรวนๆสะเปะสะปะ มือซ้ายที่โอบไหล่สาวสายเดี่ยวเริ่มไม่อยู่นิ่ง ขยับต่ำไล่นิ้วไปข้างเนินอกข้างซ้ายของสาวน้อยคลึงวนลูบ สลับกับบีบต้นแขนไปมาอย่างสบายใจ พอเห็นสาวเ้าไม่มีทีท่าอะไร เลยย่ามใจใช้ทั้งฝ่ามือกุมหมับเต็มทั้งเต้าทำเอาสาวสายเดี่ยวสะดุ้ง หันมองควับ
“อุ๊ยส์ เอามือออกก่อนค่ะ เสี่ยเดี๋ยวใครมาเห็น”
“เอ๊า ใครจะมาเห็นวะ ที่มืดๆ ตรงนี้จะไปสนใจทำไมวะ”
“แม่งเอ้ย จับโดนนิดหน่อย ก็ไม่ได้ แล้วมานั่งทำไมวะ”
“มะ ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ คือ หนูยังไม่เคยโดนจับจังๆ อะค่ะ งั้นถ้าเสี่ย จะจับตรงนี้ หนูให้จับก็ได้ค่ะแต่ต้องบอกหนูนิดนึง”
“ห๊ะ นี่กูต้องขออนุญาต อีกเหรอวะเนี่ย”
พอไม่ได้ดั่งใจ มือที่เคยโอบไหล่ก็เปลี่ยนไปวางบนโซฟาแทนทำท่าฟึดฟัด ส่วนสาวสายเดี่ยว ก็กระดกไปแก้ว 2-3 แก้ว สีหน้าของเธอก็เริ่มตึงๆ เลยออกลีลาโยกย้ายตามจังหวะเพลงเสี่ยรุ่นใหญ่ได้ที เห็นดังนั้น ใช้มือซ้ายที่อยู่ใกล้เลื่อนขึ้นจับต้นขาขาวๆ น้องทรายทันที@@ จากแถวๆ หัวเข่า คลำไปมา เห็นเ้าหล่อนไม่มีการพูดจาใดๆจึงเริ่มเอามือลูบสูงขึ้นผ่านเข้าไปในชายกระโปรงที่รัดเปรี๊ยะ ััได้ถึงความเนียนของต้นขาเด็กสาววัย20 ต้นๆ และอีกนิดจนเกือบจะถึง....
“อุ๊ย เสี่ยค่ะ อย่าค่ะ ไม่ได้ค่ะล้วงไม่ได้นะค่ะ”
“หื้ย อะไรวะ แม่งเอ้ย ไอ้นั่นก็ไม่ได้ไอ้นี่ก็ไม่ได้ เซ็งชิบหาย มึงไปไกลๆ เลย”
“โอ้ย ต้องผลักหนู เลยเหรอค่ะ”
เท่านั้นแหละ ร่างของน้องทราย สายเดี่ยว ก็หล่นจากโซฟาด้วยอารมณ์โมโหบวกกับฤทธิ์น้ำเมาจากชายที่ชื่อ เพชร
“เฮ้ย น้องมานี่ดิ๊ ไปเอาเด็กมาใหม่เอามาสองคนเลย เด็กใหม่อะไรของมึงนี่ กูไม่เอาแล้ว ต้องให้กูอารมณ์เสีย”