ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    เล่มที่ 4 บทที่ 110 ไท่ไป๋จินซิงโกรธจัด

    บทที่ 110 ไท่ไป๋จินซิงโกรธจัด

         “นายจะส่งของพวกนี้ไปให้พวกเขาหมดเลยเหรอ?”

         หลิวฉิงลอยวนดูรอบโกดังหนึ่งรอบ พอเห็นสีหน้าของเย่จื่อเฉินเธอก็มั่นใจประมาณหนึ่งว่าเขาจะต้องส่งไปทั้งหมดแน่นอน

         “นายไม่กลัวว่าถ้าพวกเขาได้ของไปแล้ว จะไม่ทำงานให้นายเหรอ!”

         อันที่จริง เย่จื่อเฉินก็มีความคิดแบบนั้นอยู่เหมือนกันถ้าส่งของหมดนี้ไปให้พวกเขา มันจะส่งผลต่อปริมาณการขายในอนาคตหรือเปล่า

         หรือว่าจะเหลือบางส่วนเอาไว้ จะได้ใช้เป็นสินค้าตัวใหม่ทางการตลาดเพื่อโปรโมตขายในวันข้างหน้า

         แต่ว่าให้ใบราคาไปแล้วนี่สิ ถ้าไม่ส่งไปหมดมันก็ไม่ใช่เรื่องอีกอย่างเขาไม่เชื่อว่าโกดังนี้มันจะสามารถจุขนมในโลกนี้เอาไว้ได้ทั้งหมด

         ส่วนถ้าไม่ทำงาน…

         “ฉันว่านายหาตัวแทนสักคนไว้ดูแลกลุ่มที่ชื่อว่า ‘เลือกพรีเซนเตอร์ทางการตลาด’ นั่นดีกว่านะแล้วช่วงนี้ก็ให้พวกเขาแข่งขันกัน อย่างน้อยแบบนี้ก็จะได้มีคนตั้งใจทำงาน”

         “สาวน้อย ฉลาดนี่”

         ยกมือขึ้นเคาะศีรษะของหลิวฉิงเล็กน้อย

         ความคิดของเธอเข้าท่าจริงๆ

         “งั้นก็เอาอย่างที่เธอว่าแล้วกัน”

         สแกน

         ติ๊ง!

         ติ๊ง!

         ติ๊ง!

         เย่จื่อเฉินส่งอั่งเปารัวๆ ส่งอั่งเปาไปแล้วหลายร้อยอันก็แปลว่าส่งสินค้าไปแล้วหลายร้อยชิ้น

         ส่งออกไปจนถูกแทนที่ด้วยโกดังอันว่างเปล่า

         ทางนี้ส่งจนมือล้า ทางนั้นก็กดรับจนมือหงิก

         แจ้งเตือนรายชื่อคนที่ได้รับอั่งเปาบนหน้าจอโทรศัพท์ถูกปัดออกไป

         ติ๊ง!

          ระดับความสนิทของคุณกับผู้เฒ่าจันทราเพิ่มขึ้น 50 ระดับความสนิทปัจจุบันอยู่ที่ 230

          ระดับความสัมพันธ์ก้าวหน้า

          ระดับความสัมพันธ์ปัจจุบันคือพึ่งพาอาศัย

         ติ๊ง!

          ระดับความสนิทของคุณกับราชาวานรเพิ่มขึ้น 50 ระดับความสนิทปัจจุบันอยู่ที่ 225

          ระดับความสัมพันธ์ก้าวหน้า

          ระดับความสัมพันธ์ปัจจุบันคือพึ่งพาอาศัย

         ติ๊ง!

         ติ๊ง!

         ข้อความแจ้งเตือนระดับความสนิทเด้งขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์ไม่หยุดภายในเวลาแค่ครู่เดียวระดับความสนิทของเซียนทั้งห้าคนในกลุ่มนี้ก็เพิ่มขึ้นถึงระดับพึ่งพาอาศัยทั้งหมด

         ไม่นาน เหล่าเซียนทุกคนที่ได้แย่งอั่งเปาไปหมดแล้วก็ได้เริ่มปรากฏตัวขึ้นมาในกลุ่ม

          ผู้เฒ่าจันทรา : สหายเซียน นี่…(สติกเกอร์หน้าตาตกตะลึง)

          องค์ชายสามนาจา : อร่อย…(ดูท่าว่าจะเริ่มกินแล้ว)

          ราชาวานร : ฮ่าฮ่าฮ่า ใจกว้าง

          ยี่หนึงจินกุน : สหายใจกว้างมาก

          ขุนพลสวรรค์เทียนเผิง : อร่อยมาก…(เจ้านี่ก็เริ่มกินแล้ว)

         จริงอย่างที่คิดไว้สองคนที่ทำให้เย่จื่อเฉินไม่ไว้ใจที่สุด คือขุนพลสวรรค์เทียนเผิงกับองค์ชายสามนาจาเขาสองคนไม่ได้ทำให้รู้สึกเบาใจสักนิด

         ได้แล้วก็กินทันทีจริงๆ ด้วย

         แต่นี่ก็เป็นความเสี่ยงที่เย่จื่อเฉินต้องแบกรับพวกเขาสองคนกินไปแล้ว แต่สามคนนั้นยังไม่ได้กิน

         เย่จื่อเฉิน : นี่เป็นสินค้าที่ให้พวกท่านทดลองใช้ฟรีหวังว่าพรีเซนเตอร์ทุกท่านจะนำผลตอบรับที่ดีมาให้ข้า  ถ้าพวกท่านทำงานได้ดี ทางข้าจะตอบแทนผลประโยชน์ให้ไม่น้อยทีเดียวแล้วก็สินค้าทดลองใช้ก็คือสินค้าพวกนี้ ซึ่งก็หมายความว่าของพวกนี้เป็นสินค้าที่พวกท่านต้องใช้เปิดการขายบนสวรรค์ถ้าพวกท่านกิน…

          ขุนพลสวรรค์เทียนเผิง : กินแล้วจะเป็นอะไรไหม?

          องค์ชายสามนาจา : กินไม่ได้เหรอ?

         เย่จื่อเฉิน : กินได้พวกท่านอยากกินก็กิน แต่ถ้ากินไปแล้ว พวกท่านจะโปรโมตสินค้าบนสวรรค์ไม่ได้ แล้วในอนาคตพวกท่านก็จะไม่ได้รับส่วนลดจริงสิ สุดท้ายพรีเซนเตอร์จะเหลือแค่คนเดียว และจะตัดสินจากยอดขายของทุกท่าน

         เย่จื่อเฉินเม้มปากยิ้ม มองดูกลุ่มที่ตกอยู่ในความเงียบ

         เย่จื่อเฉิน : โอเคทุกท่านช่วงเวลาหลังจากนี้เป็นเวลาของพวกท่านแล้ว

         เย่จื่อเฉินกดออกจากกลุ่ม บิดขี้เกียจพลางมองดูโกดังที่ว่างเปล่า ก่อนจะล้วงเอาเบอร์โทรศัพท์นำเข้าสินค้าที่ซูอี้อวิ๋นให้เขาไว้ออกมาจากกระเป๋ากางเกง

         “ฮัลโหล สวัสดี สั่งสินค้าหน่อย”

         ในเวลาเดียวกันนั้น บนสวรรค์

         นาจาที่สวมชุดเกราะสีทอง ขมวดผมขึ้นเป็นปม สวมผ้าคลุมท้องสีแดงวางขนมในมือลงด้วยใบหน้าเสียดาย

         “กินไม่ได้”

         ทางด้านขุนพลสวรรค์ยังควบคุมตัวเองได้อยู่ ไม่กินก็ไม่กินแต่ขนมเป็นกองที่เย่จื่อเฉินเพิ่งส่งมา

         เหมือนจะเหลือแค่เครื่องดื่มอยู่ไม่กี่แก้วแล้ว

         องค์ชายสามนาจายู่ปากอย่างเสียดายมองดูแวบหนึ่งแล้วก็ดันกองขนมไว้ด้านข้างเขา

         “กินอีกสักอันคงไม่เป็นอะไรหรอก”

         ในขณะที่เขากำลังจะแกะวุ้นกิน นางฟ้าลูกท้อก็บินมาจากอีกทาง

         “องค์ชายสาม”

         “พี่สาวลูกท้อ”

         องค์ชายสามเงยหน้ายิ้มดีใจ นางฟ้าลูกท้อตัวน้อยลอยลงมาอยู่ข้างเขาเมื่อเห็นกองขนมตรงหน้าเขาที่เหมือนกับภูเขาลูกเล็ก ก็ถามด้วยความสงสัย

         “นี่คืออะไร?”

         “ของกินที่ท่านเง็กเซียนนิรนามให้ข้ามา พี่สาวลูกท้อจะกินไหม?”

         หยิบเอาวุ้นออกมาก่อนจะยื่นให้อันหนึ่งแล้วองค์ชายสามก็นึกถึงข้อความของเย่จื่อเฉินที่พูดในกลุ่มขึ้นมาได้

         “ท่านเง็กเซียนนิรนามต้องการวิทยายุทธ์ถ้าพี่สาวลูกท้ออยากกินขนมพวกนี้ ก็ไปซื้อกับเขาได้”

         ในขณะเดียวกัน คนอื่นๆ ทางด้านประตูสวรรค์ทิศใต้

         ผู้เฒ่าจันทรานั้นเลือกวิธีที่แตกต่างกับองค์ชายสามนาจาเขาคือตัวแทนขาย

         คุณสามารถลองชิมฟรีได้ แต่ถ้าจะซื้อต้องไปหาเขา!

         ผู้เฒ่าจันทราเพิ่มราคาสินค้าขึ้นสิบเปอร์เซ็นต์บนใบแสดงราคาสินค้าที่เย่จื่อเฉินทำให้

         ยี่หนึงจินกุนกับราชาวานรก็เริ่มทำหน้าที่

         กว่าจะสั่งของเข้ามาตุนไว้เรียบร้อย ท้องฟ้าข้างนอกก็มืดแล้วพอนึกถึงหัวเรือใหญ่อย่างซูอี้อวิ๋นขึ้นมาได้ เย่จื่อเฉินจึงได้เรียกเขาให้ออกมาเจอกันที่คาเฟ่แถวมหาวิทยาลัย

         ทั้งสองคนนั่งอยู่ในร้าน สุราชั้นดีหลากหลายสีสันวางอยู่บนโต๊ะ

         ซูอี้อวิ๋นยกแก้วเหล้าขึ้นชนแก้วกับเย่จื่อเฉิน ก่อนจะพูดขึ้นด้วยความสงสัย

         “จื่อเฉิน เพื่อนฉันบอกว่านายสั่งของจากเขาอีกแล้วเหรอ”

         “อืม ของในโกดังขายหมดแล้ว”

         “ขายหมดแล้ว?”

         ซูอี้อวิ๋นอุทานตกใจ

         สินค้าล๊อตแรกเขาเป็นคนสั่งเข้ามา เขาตั้งใจว่าจะช่วยเย่จื่อเฉินลดปัญหาจึงได้กักตุนเอาไว้ในปริมาณที่กำหนด

         จากการคาดการณ์ของเขา ในสถานที่ที่ทุรกันดารแบบนั้น อย่างน้อยของพวกนี้ก็น่าจะขายไปได้ถึงครึ่งเดือน

         แต่เย่จื่อเฉินกลับบอกเขาว่า ขายหมดแล้ว

         นี่มันเพิ่งตอนบ่ายในวันเดียวเองนะ

         “เย่จื่อ นายไม่ได้ล้อฉันเล่นใช่ไหม”

         ซูอี้อวิ๋นกลืนน้ำลาย ต่อให้เขาคิดจนหัวแตกก็คิดไม่ออกว่ามันจะมีวิธีขายแบบไหนที่จะสามารถขายของได้หมดโกดังภายในเวลาที่สั้นขนาดนี้

         “แจกฟรี จะไม่ให้ขายหมดเร็วได้ไง?”

         “...”

         ซูอี้อวิ๋นทำหน้ามึนงง

         “นายแจกหมดเลยเหรอ?”

         “ใช่แล้ว”

         “ป๋านักนะ”

         ซูอี้อวิ๋นไม่รู้ว่าจะด่าเขาว่าอะไรแล้วสินค้าพวกนั้นราคาตั้งหลายหมื่นหยวน นึกจะแจกก็แจกเลยเหรอ

         “นายไม่เข้าใจหรอก กินเหล้าเถอะ”

         เย่จื่อเฉินยกแก้วเหล้าขึ้นชนกับเขาเล็กน้อยมือก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเลื่อนดูโพสต์ของเหล่าเซียนไปด้วย

         ในบรรดาเหล่าเซียนทั้งห้า ผู้เฒ่าจันทราคือคนที่ตั้งใจทำงานที่สุด

         เขาทำการโพสต์โปรโมตสินค้าไม่หยุดความเร็วในการอัปเดตเกือบจะไล่ทันวีแชทกลุ่มธุรกิจของเย่จื่อเฉินแล้ว

         แถมใต้โพสต์ยังมีข้อความตอบกลับจำนวนมากดูท่าว่าในอนาคตเขาจะได้กลายเป็นตัวแทนขายรายใหญ่ของเย่จื่อเฉินเสียแล้ว

         ส่วนทางด้านนาจา และคนอื่นๆไม่เห็นว่าจะมีการเคลื่อนไหวอะไรในโพสต์เลย ไม่รู้ว่าพวกเขาจะเป็นยังไงบ้าง

         ติ๊ง!

         โทรศัพท์สั่นขึ้นมา ทำเอาไหล่ของเย่จื่อเฉินสั่นไปด้วย

         แป๊บเดียวก็มีลูกค้าทักมาหาแล้วเหรอ?

         เย่จื่อเฉินหอบความรู้สึกตื่นเต้นเอาไว้พร้อมกับกดลงไปถึงได้เห็นว่าเป็นไท่ไป๋จินซิงที่ทักมาหาเขา

         ไท่ไป๋จินซิง : เจ้าตัวน้อยนี่เจ้ากำลังท้าทายความอดทนของข้าอยู่สินะ

         ดูท่าว่า ไท่ไป๋จินซิงจะโมโหแล้ว