่หน้าร้อนเป็อากาศแบบที่พิมพ์ไหมไม่ชอบมากที่สุด
นอกจากจะร้อนจนทำให้เหงื่อออก เนื้อตัวเหนียวเหนอะไม่สบายแล้วอากาศที่ร้อนจนแห้งนี้ยังทำให้เธอกระหายน้ำสูดลมหายใจเข้าไปทีหนึ่งก็รู้สึกแสบจมูกแถมที่ที่เธออยู่ยังมีฝุ่นเยอะมากจนจมูกคันยุบยิบไปหมด
อา ไม่ชอบจริงๆ ถ้าฝนตกก็ดีน่ะสิ ยามนี้เธอยอมตากฝนเลยล่ะ
เมื่อเงยหน้าก็เจอแต่ท้องฟ้าใสกระจ่าง ดวงอาทิตย์แผดแสงแรงกล้าอยู่เหนือศีรษะพิมพ์ไหมรับรู้ได้ทันทีว่าคงหมดหวังที่จะฝนตก เธอคงต้องช่วยเหลือตัวเอง
แต่ว่าเธอจะทำอย่างไรได้ หากหนีไปหลบร้อนที่อื่นได้ก็คงทำไปแล้วที่พิมพ์ไหมไม่ทำก็เพราะว่าก้านธูปอยู่ที่นี่ต่างหาก
พวกเธอเดินทางมาที่จังหวัดสุรินทร์ มายังที่ตั้งของสุสานบรรพบุรุษซึ่งอีกไม่นานเทศกาลเช้งเม้งจะเริ่มต้น ตรงหน้าสุสานที่ยิ่งใหญ่ของแต่ละครอบครัวมีการตั้งเต๊นท์รอไว้อยู่แล้ว
ขนาดหลบแดดอยู่ในร่มเงา คลื่นความร้อนก็พัดใส่หน้าวูบๆ น่าหงุดหงิดเหลือเกิน
“ทำไมเราต้องมาทำงาน่กลางวันด้วยเนี่ย!”
เสียงแหลมสูงบ่นแสดงความไม่พอใจเรือนผมสีเงินเป็คลื่นกระจายอยู่บนแผ่นหลัง ผิวที่ขาวเนียนและใบหน้าที่งดงามแม้แต่ในยามแสดงความโกรธก็ไม่อาจทำให้ความสวยนั้นหมองลงได้
คนที่บ่นนั้นคือยูกิหรืออีกชื่อคือยูกิอนนะ เป็สาวหิมะจากแดนญี่ปุ่นที่ก้านธูปไปปราบมาแล้วปัจจุบันยูกิกลายมาเป็สหายของก้านธูปไปด้วยอีกคน
หรือที่จริงเป็'คนรัก'อีกคนน่าจะถูกต้องกว่านะพิมพ์ไหมถอนหายใจ
ยูกิแสดงความเป็เ้าของก้านธูปอย่างเห็นได้ชัด ทั้งยังก้อร่อก้อติกจนเธอรู้สึกเขินอายแทนเื่การแสดงความรักแบบนี้เธอไม่กล้าพอจะทำต่อหน้าคนอื่นเลย
แต่ในที่ลับตาคนมันอีกเื่หนึ่งนะ
“ช่วยไม่ได้นี่ ยูกิ เพราะตอนกลางวันมันร้อนนี่ล่ะ ถึงได้ไม่มีคนอยู่ไงล่ะถ้าเป็ตอนกลางคืนก็คงมีคนงานมาวุ่นวาย ตั้งเต๊นท์ ตั้งเก้าอี้เตรียมงานอะไรอีกกลางวันนี่ดีสุดแล้วล่ะ”
คนตอบคือก้านธูป หลายปีผ่านไปคนรักของพิมพ์ไหมก็ตัวสูงขึ้นผมยาวมากขึ้นจากตอนแรก ขนาดหน้าอกหน้าใจก็ใหญ่ตามวัย ส่วนพิมพ์ไหมผมก็ยาวตรงลงมาเหมือนสาวมหาวิทยาลัยนอกนั้นไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเท่าไหร่ อาจจะมีบุคลิกและนิสัยที่นิ่งขึ้นนุ่มนวลมากกว่าเดิม ประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมาได้เปลี่ยนแปลงนิสัยของพิมพ์ไหมไปเล็กน้อย
ถ้าเป็เมื่อก่อนเธอคงหวงก้านธูปมากกว่านี้แต่ตอนนี้ขอแค่ได้อยู่กับคนที่ตัวเองรักก็เป็สุขใจแล้วอีกอย่างยูกิเองก็สวยและน่ารัก แม้ว่าปากจะเสียไปหน่อยก็ตาม
พิมพ์ไหมรู้สึกนับถือตัวเองอยู่ไม่น้อย ที่ไม่ปรี๊ดแตกเพราะคำพูดของยูกิไปเสียก่อน
“ดีเหรอ? อากาศแบบนี้ยังแย่กว่ามีคนมายุ่งอีก!”ยูกิพูดไปก็ปาดเหงื่อที่ซึมไหลบนหน้าผากด้วย
“ฉันยอมทนอากาศร้อนดีกว่าต้องมาปะทะกับคนนะ” ก้านธูปตอบแล้วถอนหายใจ
พวกเขามาที่นี่เพื่อทำงานชำระล้างดวงิญญาก่อนจะเริ่มเช้งเม้ง ่เวลาแบบนี้มักจะมีพวกสัมภเวสีทั้งดีและร้ายมารวมตัวกันขอส่วนบุญบางทีอาจจะมาเข้าสิงคนจิตอ่อนหรือทำให้เด็กๆ ป่วยไข้ก็ได้ด้วยเหตุนี้จึงต้องมีการจ้างพระหรือหมอผีมาปัดเป่าก่อนทุกครั้ง
และงานนี้ก็หล่นโครมมาที่ก้านธูปนั่นเอง
คนรักของพิมพ์ไหมคิดว่าถือโอกาสไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกันก็ดีจึงตกลงใจรับงานนี้มา ก้านธูปว่ามันเป็งานง่ายๆ ด้วย แป็บเดียวก็เสร็จแล้ว
ทว่าอีกฝ่ายดันลืมนึกถึงอุปสรรคใหญ่อย่างอากาศร้อนอันขึ้นชื่อของภาคอีสานนั่นเอง
ยูกิย่นคิ้วจนเกิดเป็รอยที่กึ่งกลางหน้าผาก
“ถ้ารู้ว่าต้องมาตากแดดร้อนแบบนี้ฉันคงไม่มาหรอก”
“แต่ที่ยูกิบอกจะมาให้ได้เพราะกะว่าเสร็จงานนี้จะได้ไปดูหนังไม่ใช่เหรอ”
ก้านธูปพูด โบกลมใส่หน้าตัวเองรัวๆ
“มันก็ใช่ ฉันอยากดูหนังนี่นา มีปัญหาหรือไงเล่า!”
ยูกิที่เจออากาศร้อนแล้วยิ่งอารมณ์เสียหนัก คำพูดเริ่มจะห้วนขึ้นเรื่อยๆแต่ก้านธูปกลับมีน้ำอดน้ำทนมากกว่าที่คิด
“ไม่มีปัญหาหรอก เสร็จจากนี่แล้วคงจะบ่ายพอดี มีเวลาที่เราจะไปหลบร้อนได้นะ”
ทั้งสองคุยกันโดยที่พิมพ์ไหมยืนอยู่ด้านหลังความรู้สึกเป็ส่วนเกินผุดขึ้นในใจ เธอคิดจะพูดอะไรสักอย่างเพื่อให้ดูมีส่วนร่วม แต่ยูกิกลับพูดขึ้นเสียก่อน
“งั้นมารีบจัดการให้เสร็จๆ กันเถอะ จะได้ไปจากตรงนี้เสียที”
“จ้าๆ”
“อย่าตอบรับอย่างเดียวสิ ลงมือทำด้วย”
ยูกิเดินออกมาจนพ้นเขตร่มเงาของเต๊นท์ มือวาดไปมา แผ่อากาศเย็นะเืราวกับจะสู้กับความร้อนนี้
ก้านธูปเดินมายืนเคียงข้างยูกิ สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็จริงจัง
“ปรากฏตัวออกมาซะ เ้าพวกสัมภเวสีทั้งหลาย ไม่อย่างนั้นฉันจะใช้มาตรการจัดหนักล่ะนะ”
สิ้นคำของก้านธูป บรรยากาศรอบด้านก็เปลี่ยนไปพิมพ์ไหมรับรู้ได้ว่าไม่ใช่เวลามาคุยกันแล้ว จึงรีบถอยห่างออกมา
“ไหม ไปหลบก่อนนะ!”
ก้านธูปหันมาเตือนเธอ พิมพ์ไหมก็พยักหน้าเข้าใจ
“ได้จ้ะ”
เธอจะต้องไม่เกะกะการต่อสู้ของก้านธูปกับยูกิพิมพ์ไหมคิดเช่นนั้นแล้วรีบไปหลบอยู่หลังต้นไม้ที่ค่อนข้างแข็งแรง แอบซ่อนตัว เฝ้ามองทั้งสองต่อสู้
ทันใดนั้นรอบด้านก็มืดมน ทั้งที่เป็กลางวันมีแสงแดดจัดจ้าแท้ๆ แต่กลับมีก้อนเมฆเคลื่อนตัวมาบังดวงอาทิตย์กะทันหันอากาศจากที่ร้อนเปลี่ยนเป็เย็นเยือก พิมพ์ไหมสั่นสะท้านขณะมองเงาดำปรากฏตัวขึ้นล้อมรอบก้านธูปกับยูกิ
'เอามา เอามา'
'ร่างของแก เอามาให้เรา'
'ฉันไม่อยากตาย ไม่อยากอยู่อย่างนี้'
'ทรมาน ทรมานเหลือเกิน'
เสียงคร่ำครวญหวนไห้ของสัมภเวสีเต็มเปี่ยมไปด้วยความสิ้นหวังและความแค้นเงาดำเ่าั้ก่อชัดเป็รูปร่างคน เอื้อมมือมาหมายจะไขว่คว้าตัวของพวกก้านธูป
“อี๋ ิญญาร้ายของที่นี่เป็แบบนี้เหรอ น่าขยะแขยงที่สุด!”
ยูกิเบ้ปากแล้ววาดมือออกไป ลมหนาวอันเย็นเฉียบก็ซัดใส่ิญญาร้ายพวกนั้นจนสูญสลายไป
“หึ! พวกที่ก่อกรรมทำชั่วิญญาย่อมขยะแขยงกว่าอยู่แล้ว”
คนพูดคือชบาที่ปรากฎตัวออกมาเมื่อััได้ถึงรังสีของิญญาชั่วร้าย พูดไปก็ย่นจมูกใส่สัมภเวสีพวกนั้น
“แต่ที่นู่น ฉันหมายถึงญี่ปุ่นมักจะเป็ผู้หญิงผมดำยาวใส่ชุดขาวนะ”
“นั่นดูหนังมากไปหรือเปล่า”
ก้านธูปติง ในฐานะที่เคยไปปราบผีที่ญี่ปุ่นมาแล้ว เธอไม่เคยเห็นผีน่ารักๆแบบนั้นเลยสักตน
“อ้าว ไม่เป็อย่างนั้นหรอกเหรอ” ยูกิถามอย่างไร้เดียงสา
“ไม่ล่ะ ฉันว่ามันก็เหมือนๆ กันนั่นแหละ” ก้านธูปโบกมือปฏิเสธ
จะที่ไทยหรือญี่ปุ่น โลกิญญาก็เหมือนกัน อาจจะต่างแค่ภาษา วัฒนธรรมหรือชุดที่แต่งกายนิดหน่อย
‘เอาร่างมาให้เรา…’
‘ความเ็ปนี้จงรับมันไปแทนที’
‘ทรมาน ไม่อยากอยู่อย่างนี้ ไม่เอาแล้ว’
คิ้วของยูกิย่นเป็ปม “สัมภเวสีมีสภาพเป็ซอมบี้เลือนลางอย่างนี้น่ะเหรอ ถึงจะน่าเกลียดแต่ก็ดูไม่มีพิษภัยนะ”
“อย่าประมาทพวกมันเชียวล่ะ”
ชบาเตือนยูกิที่มองเ้าิญญาร้ายรอบตัวเหมือนว่าไร้พิษสง
“ก็เห็นมันแค่คร่ำครวญ มันทำอะไรเราได้หรือไงล่ะ?”
ยูกิเชิดหน้าอย่างหยิ่งทะนง ชบาจึงต้องอธิบายให้ภูติผีต่างแดนฟัง
“หึ ปกติถ้าเป็ผีที่ขอส่วนบุญทั่วไปก็ไม่เป็ไรหรอกนะแต่เ้าพวกนี้น่ะปล่อยความเ็ป อาการป่วยต่างๆ ใส่คนที่จิตอ่อนเพราะอยากให้ตัวเองหายทรมาน บางคนถึงขั้นจะเอาร่าง แบบนี้เป็อันตรายตุ่์ต้องรีบกำจัดทิ้ง!”
ชบาวาดลวดลายกำจัดสัมภเวสีที่เข้ามาใกล้ พวกมันกรีดร้องโหยหวนดังกว่าเดิมบรรยากาศมืดมนและกดดันเพิ่มขึ้น
“อีกอย่างนะคงจะเห็นแล้วว่ามันไม่ยอมให้กำจัดง่ายๆ ฉะนั้นคงต้องออกแรงกันหน่อยล่ะ”
ก้านธูปกล่าวเสริม เตรียมตั้งรับิญญาร้ายที่จู่โจมเข้ามา
‘เอามา เอาร่างของแกมา!’
“ใครจะยกร่างอันงดงามของฉันให้สวะเน่าๆ อย่างพวกแกกันล่ะ ฝันไปเถอะ!”
ยูกิเป่าหิมะดังฟู่ เพียงพริบตาิญญาร้ายตนนั้นก็สูญสลายก้านธูปก็ไม่อยู่นิ่งเฉยต่อสู้กลับไปเช่นกันแต่เพราะมีประสบการณ์รับมือกับิญญาร้ายประเภทนี้มาแล้วสีหน้าจึงแลดูสบายๆ
คงไม่เป็ไรสินะ
เห็นก้านธูปยังมีรอยยิ้ม พิมพ์ไหมก็เบาใจถ้าแฟนของเธอไม่กังวลแสดงว่างานนี้คงจะจบอย่างรวดเร็ว ทีนี้เธอจะไปจากที่ร้อนๆแบบนี้สักที
‘อือ…’