ตอนที่ 12 แจกันปักษาร่ายรำ (1)
ฉางลู่เดินกลับไปกลับมา พอรายงานเซียวิ่หางแล้วถึงได้ออกมาพาสามพ่อลูกเข้าไป
ทั้งสามเดินขึ้นขั้นบันไดไปแล้วเข้าไปในห้องโถงใหญ่
เซียวิ่หางเพิ่งจะยิงธนูเสร็จจริงๆ แต่เนื่องจากเห็นแขกทั้งยังมีแม่นางน้อยมาด้วย เขาจึงไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ด้านหลังแล้วรวบผมใหม่อีกครั้ง ครานี้พอเห็นสามพ่อลูกตระกูลสวี่เดินเข้ามาและที่มือของสวี่ไท่จือยังมีกล่องผ้าไหมอีกจึงเชื้อเชิญให้พวกเขานั่งลง ยิ้มก่อนกล่าวอย่างเกรงอกเกรงใจว่า “ก็แค่เื่เล็กน้อยเท่านั้น อย่างไรก็คงไม่อาจทนดูคุณหนูห้าต้องโทษโดยไร้ต้นสายปลายเหตุได้ มันคุ้มค่าให้พวกท่านตั้งใจมาขอบคุณข้าั้แ่เช้าตรู่แล้วหรือ”
สวี่ซงซานนั่งลงตามความ้าของเซียวิ่หาง และเมื่อได้ยินคำพูดที่เกรงอกเกรงใจของเซียวิ่หางก็ตอบกลับด้วยคำพูดที่เกรงอกเกรงใจเช่นกัน “อย่างไรของขวัญขอบคุณนี้ก็ต้องให้ขอรับ ท้ายที่สุดก็เป็คุณชายน้อยที่ช่วยลูกๆ ของบ้านข้าอยู่ดี เมื่อวานข้าออกจากเมืองไปที่หมู่บ้านจึงไม่อยู่บ้าน ไม่อย่างนั้นเมื่อวานก็คงจะมาขอบคุณทันทีแล้ว นี่ถึงจะเป็มารยาทที่ถูกต้อง”
แต่ความเกรงอกเกรงใจก็ควรมีขีดจำกัด หากมากเกินไปเซียวิ่หางจะไม่พอใจได้
ดังนั้นสวี่ซงซานจึงร้องเรียกสวี่ไท่จือเพื่อให้เขาส่งกล่องผ้าไหม ฉางลู่หูตาไวก้าวมารับไปแล้วสวี่ซงซานก็พูดว่า “ที่อยู่ในนั้นคือรูปปั้นม้าสัมฤทธิ์จากสมัยสามก๊ก ในเมื่อเป็ของขวัญขอบคุณ ฉะนั้นก็ย่อมต้องเลือกตามสิ่งที่คุณชายน้อยชอบ รูปปั้นม้าสัมฤทธิ์นี้คอยาวและอวบอ้วน รูปร่างล่ำสันและยังบำรุงรักษาไว้อย่างดีอีกด้วย แม้ว่าจะตัวเล็กไปหน่อยแต่ก็นับว่าหาได้ยากยิ่ง”
เซียวิ่หางนั้นไม่ได้เปิดกล่องผ้าไหมดูทันที ซึ่งนั่นก็หยาบคายเกินไป ดังนั้นจึงแค่ยิ้มแล้วให้ฉางลู่รับเอาไว้และพูดคุยอย่างปกติต่อ
แต่เมื่อเขาเปลี่ยนหัวข้อสนทนาสายตาก็ตกไปที่ร่างของสวี่เฉิงอวี๋ “ั้แ่คุณหนูห้าเดินเข้าประตูมาก็เอาแต่จ้องไปที่แจกันปักษาร่ายรำ แจกันนี้ของข้ามีอันใดผิดปกติหรือ”
สวี่เฉิงอวี๋ที่จู่ๆ ก็ถูกเขาเรียกชื่อพลันรู้สึกรำคาญใจเล็กน้อย
ั้แ่นางเข้าประตูมาก็เอาแต่มองไปที่แจกันนั่นจริงๆ
แม้ว่าชาติก่อนนางจะเคยมาที่เรือนตระกูลเซียว แต่นางไม่เคยเข้ามาในห้องโถงใหญ่เลย ฉะนั้นจึงไม่รู้ว่าการจัดวางของห้องโถงใหญ่ในเรือนของเซียวิ่หางนั้นเป็อย่างไร เมื่อวันนี้มาเห็นจึงรู้สึกแปลกอย่างอธิบายไม่ถูก...
ทุกสิ่งในจวนของโอรสตัวน้อยที่เป็ราวกับสมบัติล้ำค่าขององค์หญิงใหญ่นั้นก็ควรจะหรูหราล้ำค่าอย่างยิ่งสิ สวี่เฉิงอวี๋คิดถึงสิ่งเ่าั้ที่นางเคยเห็นในชาติก่อน และมันก็เป็เช่นนั้นจริงๆ
แต่แจกันปักษาร่ายรำใต้หน้าต่างห้องโถงใหญ่นั้นเป็สีขาวบริสุทธิ์ ดูเรียบง่ายและสง่างาม ทั้งยังไม่เข้ากับการจัดวางและการตกแต่งของห้องโถงใหญ่นี้เลย
ในห้องโถงใหญ่ของเซียวิ่หาง แม้แต่พื้นที่เหยียบอยู่ใต้ฝ่าเท้าก็คงไม่พ้นทำจากไม้จินซือหนาน[1]ชั้นดี ส่วนแจกันอันนั้น...
ดังนั้นนางจึงมองดูมันสักพักหนึ่งและมันก็ทำให้นางเห็นเบาะแสแล้วจริงๆ
แต่ไม่เคยคิดเลยว่าตอนนางจมอยู่กับความคิดอยู่นานนั้น มันจะตกอยู่ในสายตาของเซียวิ่หางทั้งหมด
นางรู้สึกได้อย่างคลุมเครือว่าเซียวิ่หางนั้นเหมือนจะสนใจนางมากั้แ่เมื่อวานจนถึงวันนี้
คิ้วและเปลือกตาของสวี่เฉิงอวี๋กระตุกรัว นางถอนสายตากลับมาเงียบๆ “ข้าเห็นว่าแจกันนั้นเรียบง่ายและสง่างามมาก ดูไม่เข้ากับการตกแต่งภายในห้องนี้ของคุณชายน้อยเลยจริงๆ จึงมองมันนานไปหน่อยเ้าค่ะ”
เซียวิ่หางร้องอ้ออย่างนิ่งๆ “อย่างนั้นคุณหนูห้ามองออกแล้วหรือยัง”
นั่นก็คือนางไม่ได้มองผิดไป
เชิงอรรถ
^ ไม้จินซือหนาน เป็นต้นไม้หายาก คนในวังนิยมเอามาสร้างตำหนักและเครื่องเรือนต่างๆ