บทที่ 16 ฝาแฝดอัจฉริยะ
แสงอรุณรุ่งที่ค่อย ๆ สาดส่องลงมาบนคฤหาสน์ตระกูลเฉา ทำให้เงาของอาคารไม้สนยาวเหยียดราวกับกำลังยื่นมือออกไปโอบอุ้มความหวังที่กำลังก่อตัวในความมืดมิด
เฉาหลินหยวนยืนนิ่งอยู่บนยอดเรือนสูงในเขตสายตรง พลังปราณจินตันขั้นสอง่ต้นไหลเวียนไปรวมที่ดวงตาทั้งสองข้างอย่างเงียบเชียบ แสงสีทองจาง ๆ วาบขึ้นในเบ้าตา ราวกับประกายดาวที่กำลังจุดติดในยามรุ่งสาง
เขาแผ่เนตรสัพพัญญูออกไปอย่างแ่เบา กวาดมองลูกหลานรุ่นเยาว์ทั่วทั้งคฤหาสน์เพื่อค้นหาศักยภาพที่ซ่อนเร้นตามภารกิจของระบบ
ห้วงจิติญญาของเขาราวกับทะเลสาบอันกว้างใหญ่ที่สะท้อนภาพของเด็กหนุ่มเด็กสาวนับร้อยที่กำลังฝึกฝนยามเช้า ดวงตาคมกริบของเขากวาดผ่านใบหน้าที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความเหนื่อยล้า ความหวังที่กำลังคลื่นไหวในใจของเขาพลันเพิ่มพูนขึ้นเมื่อเห็นต้นกล้าใหม่เหล่านี้ที่ยังคงยืนหยัดแม้ในดินแดนแห้งแล้ง
แต่เพียงพริบตา สายตาของเขากลับเหลือบไปเห็นความแตกตื่นที่กำลังเกิดขึ้นด้านหน้าประตูทางเข้าหลักของตระกูล มีเหล่าาุโและลูกหลานในตระกูลเฉาหลายสิบคนกำลังมุงดูด้วยสีหน้าแตกตื่นและหวาดกลัว บางคนตัวสั่นเทา บางคนรีบวิ่งไปเรียกผู้าุโ
บรรยากาศที่เคยเงียบสงบยามเช้ากลายเป็วุ่นวายราวกับพายุที่พัดกระหน่ำกะทันหัน เสียงร้องไห้สะอื้นและเสียงะโเรียกชื่อดังก้องไปทั่วบริเวณประตูใหญ่ที่แกะสลักลายัคู่เคียงวิหคอย่างสง่างาม แต่บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความโกลาหลและความสิ้นหวัง
เฉาหลินหยวนขมวดคิ้วเล็กน้อย ความรู้สึกไม่ดีพลันผุดขึ้นในใจราวกับลางร้ายที่กำลังคืบคลาน เขาใช้จิตััแผ่ขยายไปยังจุดนั้นอย่างรวดเร็ว ภาพที่ปรากฏทำให้หัวใจของเขาบีบรัดราวกับถูกมือเหล็กบีบไว้แน่น
เบื้องหน้าประตูใหญ่ มีชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่คนหนึ่งนอนแผ่หรานิ่งอยู่บนพื้นหินอ่อนที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเืสด เขาเป็ผู้ฝึกตนระดับจู้จี้ขั้นห้า่ต้น แต่บัดนี้ร่างกายาเ็สาหัสยิ่ง เืไหลทะลักจากาแฉกรรจ์หลายแห่ง หน้าอกยุบลงราวกับถูกของหนักกระแทกอย่างแรง ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเื ดวงตาที่เคยคมกริบบัดนี้พร่าเลือนราวกับใกล้ดับสูญ ที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือพิษร้ายสีม่วงเข้มที่กำลังแพร่กระจายเป็จุด ๆ ตามิัและเส้นเื จุดสีม่วงเ่าั้ราวกับใยแมงมุมพิษที่ค่อย ๆ รัดรึงชีวิตของเขา พิษนี้กำลังกลืนกินร่างกายอย่างเชื่องช้าแต่แน่นอน หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ชายผู้นี้อาจดับสูญในไม่ช้า
ข้างกายชายวัยกลางคน มีเด็กสาวรูปร่างอ่อนเยาว์คนหนึ่งกำลังกอดร่างของเขาอย่างสิ้นหวัง ใบหน้าขาวซีดไร้เืฝาดเปรอะเปื้อนไปด้วยดินโคลนและคราบน้ำตาที่ไหลรินไม่ขาดสาย เด็กสาวผอมแห้งราวกับขาดสารอาหารมานาน อายุเพียงสิบสองหรือสิบสามปี เสื้อผ้าเก่าขาดวิ่นเต็มไปด้วยรอยฉีกขาดและคราบเื เธอกำลังร้องไห้อย่างเศร้าสร้อยและปวดร้าวยิ่ง
น้ำตาไหลอาบแก้มราวกับฝนที่เทลงไม่หยุด เสียงสะอื้นของเธอราวกับมีดที่กรีดลงบนหัวใจของทุกคนที่ได้ยิน มือเล็ก ๆ ของเธอกำมือของชายวัยกลางคนไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหากปล่อยไป เขาจะจากไปตลอดกาล ความเ็ปในดวงตาของเธอราวกับทะเลแห่งความทุกข์ที่กำลังกลืนกินิญญาน้อย ๆ ของเด็กสาวผู้บริสุทธิ์
ถัดจากเด็กสาว มีเด็กหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งแม้จะผอมบางคนหนึ่งคุกเข่าอยู่ข้าง ๆ ใบหน้าหล่อเหลายิ่งแม้จะเปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนแห้งกรัง เส้นผมและดวงตาสีดำสนิทเหมือนกับเด็กสาวราวหกหรือเจ็ดส่วน ราวกับเป็ฝาแฝดชายหญิงที่ฟ้าประทานมาให้
เขาพยายามกลั้นน้ำตา ดวงตาแดงก่ำแต่ไม่ยอมให้หยดน้ำตาไหลลงมา แม้ร่างกายจะสั่นเทาแต่แววตาของเขายังคงมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยวราวกับเหล็กกล้า เขาก้มหน้าลงต่ำ คุกเข่าต่อหน้าประตูตระกูลเฉาด้วยสีหน้าเ็ปเจียนตาย มือทั้งสองกำแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด
“ขอร้อง... ขอให้ตระกูลช่วยบิดาของข้าด้วย... ข้าพร้อมทำทุกอย่าง... ขอแค่ช่วยท่านพ่อ... ขอร้องล่ะ!”
เสียงของเด็กหนุ่มสั่นเครือแต่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่ทำให้ทุกคนที่ได้ยินรู้สึกเ็ปในใจ ความสิ้นหวังและความกลัวที่ซ่อนอยู่ในดวงตาของเขา ผสมกับความรักต่อบิดาที่ลึกซึ้งยิ่ง ทำให้บรรยากาศรอบประตูใหญ่เต็มไปด้วยความะเืใจ ลูกหลานและผู้าุโที่มุงดูหลายคนน้ำตาคลอเบ้า บางคนหันหน้าหนีเพราะไม่อาจทนมองความทุกข์ของเด็กทั้งสองได้
คนในตระกูลบางคนรีบวิ่งไปเรียกผู้าุโอย่างเร่งด่วน เสียงะโดังก้องไปทั่วบริเวณ “เรียกผู้าุโห้ามาเร็ว! มีคนาเ็สาหัสหน้าประตู!” ความโกลาหลแผ่ขยายอย่างรวดเร็ว
ไม่นานนัก… เฉาอวิ๋นเช่อ ผู้าุโห้า รูปร่างเล็กบางราวเด็กหนุ่มแต่แฝงไว้ด้วยพลังปราณหนิงม่ายขั้นเจ็ด่ปลาย รีบเดินออกมาดูสถานการณ์ภายนอกด้วยสีหน้าตึงเครียด เขาสลายฝูงชนออกไปอย่างรวดเร็วด้วยการโบกมือเบา ๆ พลังปราณแผ่ซ่านทำให้ทุกคนถอยออกไปโดยไม่กล้าขัดขวาง
“ถอยไป! อย่ามุงกันแบบนี้!” เขาก้มลงตรวจสอบชายวัยกลางคนอย่างรวดเร็ว ก่อนจะสีหน้าเปลี่ยนไปด้วยความใ “พิษร้ายสีม่วง... นี่คือพิษของอสรพิษเกราะม่วง! รีบพาพวกเขาเข้าไปในเรือนโอสถเดี๋ยวนี้!”
เฉาอวิ๋นเช่อโบกมือเรียกคนมาช่วยอุ้มชายวัยกลางคนและพาเด็กทั้งสองเข้าไปในตระกูลอย่างเร่งด่วน ความเมตตาในดวงตาของเขาฉายแววเมื่อมองเด็กทั้งสองที่กำลังสิ้นหวัง
เฉาหลินหยวนที่สังเกตการณ์จากเงามืด ยืนนิ่งราวรูปปั้นหยก เขาเห็นชายวัยกลางคนาเ็สาหัสยิ่ง โดยเฉพาะพิษร้ายสีม่วงที่กำลังกลืนกินร่างกายอย่างเชื่องช้า จุดสีม่วงเริ่มแพร่กระจายไปทั่วเส้นเืและอวัยวะภายใน
หากไม่ใช่โอสถถอนพิษระดับสามขึ้นไปก็ยากจะรักษาได้ง่าย ๆ เขาใช้จิตััตรวจสอบอย่างระมัดระวัง พบว่าชายผู้นี้คือเฉาหลี่หยวน ลูกหลานสาขาย่อยที่ถูกปลดออกไปเมื่อหลายปีก่อน ผู้ที่มีความภักดีต่อตระกูลอย่างลึกซึ้ง และเด็กทั้งสองคือลูกฝาแฝดของเขา เฉาหลิงเจี้ยนและเฉาหนิงเอ๋อร์
ก่อนจะใช้เนตรสัพพัญญูตรวจสอบรุ่นเยาว์ทั้งสองอย่างเงียบสงบในเงามืด ข้อมูลมหาศาลพุ่งเข้ามาในห้วงจิติญญาของเขาในพริบตา
[ชื่อ: เฉาหลิงเจี้ยน]
[อายุ: 13 ปี]
[ระดับการบ่มเพาะ: เลี่ยนชี่ขั้นสี่่ปลาย]
[พร์: เลิศล้ำ]
[ศักยภาพ: สีดำ]
[รากิญญา: รากิญญาคู่ธาตุน้ำและไม้ (สมดุลสมบูรณ์แบบ)]
[โชควาสนา: กายาิญญากระบี่์ (ยังไม่ถูกปลุก)]
[ลักษณะพิเศษ: จิตใจมั่นคงดั่งภูผา ความภักดีต่อครอบครัวและตระกูลสูงยิ่ง มีวาสนาแฝงเร้น…]
[ชื่อ: เฉาหนิงเอ๋อร์]
[อายุ: 13 ปี]
[ระดับการบ่มเพาะ: เลี่ยนชี่ขั้นสี่่ต้น]
[พร์: เลิศล้ำ]
[ศักยภาพ: สีดำ]
[รากิญญา: รากิญญาคู่ธาตุไฟและลม (สมดุลสมบูรณ์แบบ)]
[โชควาสนา: กายาหลอมบุปผาเพลิง (ยังไม่ถูกปลุก)]
[ลักษณะพิเศษ: จิตใจอ่อนโยนแต่เด็ดเดี่ยว ความเห็นอกเห็นใจสูง พร์ด้านการปรุงโอสถแฝงเร้นขั้นสูง]
เพียงพริบตา เฉาหลินหยวนก็แสดงสีหน้าประหลาดใจและปีติยินดีที่พลุ่งพล่านในใจ เขาเคลื่อนที่ฉับพลันราวสายลม หลังจากที่ผู้าุโห้าพาคนทั้งสามเข้าไปในเรือนโอสถของตระกูลแล้ว ร่างของเขาหายวับไปจากที่เดิม ปรากฏตัวในเรือนโอสถอย่างเงียบเชียบ
ภายในเรือนโอสถที่เต็มไปด้วยกลิ่นสมุนไพรและโอสถวิเศษ สถานการณ์วุ่นวายยิ่ง ผู้าุโที่คอยดูแลด้านการปรุงโอสถรีบช่วยเหลือเฉาหลี่หยวนทันที แต่โอสถแก้พิษระดับสองขั้นต่ำที่หยิบยื่นให้กลับไม่เพียงพออย่างเห็นได้ชัด พิษสีม่วงยังคงแพร่กระจายอย่างช้า ๆ แต่แน่นอน ชายวัยกลางคนลมหายใจรวยริน ใบหน้าซีดเผือดยิ่งขึ้นทุกขณะ
เด็กชายเฉาหลิงเจี้ยนที่พยายามไม่ร้องไห้ ดวงตาแดงก่ำราวกับจะมีเืไหลออกมา เขากำหมัดแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด พยายามกลั้นสะอื้นแต่ร่างกายสั่นเทาไม่หยุด
เด็กหญิงเฉาหนิงเอ๋อร์กอดมือบิดาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย น้ำตาไหลรินอาบแก้ม เสียงสะอื้นของเธอราวกับมีดที่กรีดลงบนหัวใจของทุกคนในเรือน “ท่านพ่อ... ท่านพ่ออย่าทิ้งหนิงเอ๋อร์ไป... ท่านพ่อสัญญาแล้วว่าจะพาหนิงเอ๋อร์และพี่ชายกลับบ้าน...”
เฉาหลี่หยวน ลูกหลานสาขาย่อยที่ถูกปลดออกไปเมื่อหลายปีก่อน เพราะขาดทรัพยากรในยามวิกฤต เขาเคยเป็ผู้ฝึกตนที่มีพร์ในระดับจู้จี้ แต่หลังจากถูกปลดออกไป ชีวิตของเขากลายเป็การดิ้นรนในโลกภายนอกที่โหดร้าย
แต่เมื่อเห็นป้ายหยกส่งสารเรียกคนกลับตระกูลจากข่าวลือที่แพร่สะพัด เขารีบพาลูกฝาแฝดทั้งสองกลับตระกูลทันที ด้วยความหวังที่กำลังจะจุดติดในใจ แต่ระหว่างทางกลับเมืองหย่งหนิง พวกเขาเจออสรพิษเกราะม่วงระดับจู้จี้ขั้นห้า่กลางที่ถูกตระกูลหูเลี้ยงไว้ทำร้ายอย่างกะทันหัน
เฉาหลี่หยวนพยายามสู้อย่างสุดชีวิตเพื่อปกป้องลูกทั้งสอง แต่ด้วยระดับพลังที่ห่างกันหนึ่งขั้นย่อยและพิษร้ายของอสูร เขาเสียเปรียบอย่างสิ้นเชิง เขาใช้ร่างกายปกป้องลูกทั้งสอง หลบหนีอย่างสิ้นหวังจนรอดมาได้ แต่าแและพิษร้ายยังคงกัดกินเขาไม่หยุด
เฉาหนิงเอ๋อร์ เด็กสาวที่มีรูปร่างผอมแห้งและเส้นผมที่แห้งกรังจากความยากลำบาก ดวงตาที่เคยใสสะอาดบัดนี้เต็มไปด้วยความเ็ปและความกลัวเมื่อเห็นบิดาที่กำลังจะจากไป เธอกอดมือบิดาไว้แน่น น้ำตาไหลรินไม่ขาดสาย “ท่านพ่อ... หนิงเอ๋อร์กลัว... ท่านพ่ออย่าหลับตา...”
เฉาหลิงเจี้ยน เด็กชายที่มีรูปร่างสูงโปร่งแม้จะผอมบางแต่ก็มีความหล่อเหลาและมุ่งมั่น เขายืนนิ่งข้างน้องสาว ดวงตาแดงก่ำแต่ไม่ยอมให้น้ำตาไหล เขากำหมัดแน่น พยายามกลั้นความเ็ปในใจ “ท่านพ่อ... ข้าจะไม่ยอมให้ท่านตาย... ข้าจะปกป้องน้องและท่านพ่อเอง!”
สถานการณ์ในเรือนโอสถวุ่นวายยิ่ง ผู้าุโและนักปรุงโอสถพยายามช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถ แต่โอสถถอนพิษระดับสองไม่ได้ผล โอสถประเภทถอนพิษระดับสามในตระกูลเฉาไม่มีแม้แต่เม็ดเดียว การจะหาโอสถในยามนี้ก็เหมือนงมเข็มในมหาสมุทร ยิ่งสถานการณ์ตระกูลเฉาย่ำแย่ ไม่มีพ่อค้าคนใดกล้าขายให้ แม้จะขายก็ต้องใช้ศิลาปราณระดับต่ำหลายพันก้อนเพื่อแลกมา ซึ่งตระกูลไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยว
ด้วยสถานการณ์ที่สิ้นหวัง หากเป็แบบนี้ต่อไป เฉาหลี่หยวนจะตายแน่นอน ความสิ้นหวังแผ่ซ่านไปทั่วเรือนโอสถ เสียงสะอื้นของเด็กทั้งสองดังก้องราวกับบทเพลงแห่งความทุกข์ที่ไม่มีวันจบสิ้น
แต่ในความสิ้นหวังนั้น ความหวังกลับเปล่งประกายราวกับแสงสว่างในความมืดมิด ร่างในอาภรณ์ขาวบริสุทธิ์ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าอย่างรวดเร็วภายในเรือนโอสถราวกับหลุดออกมาจากห้วงมิติ เฉาอวิ๋นเช่อที่เห็นดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง แต่ก่อนที่จะเรียกชื่อประมุข พลังปราณที่ลึกล้ำและอบอุ่นแผ่ซ่านออกมาเบา ๆ ปิดปากของเขาไว้แน่น ทำได้เพียงใช้สายตาเฝ้ามองอยู่เท่านั้นด้วยความเคารพและความปีติที่พลุ่งพล่าน
เฉาหลินหยวนยืนนิ่ง มองสถานการณ์ตรงหน้าด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยแต่แฝงไว้ด้วยความเมตตาและความมุ่งมั่นยิ่ง