หน้าผาวายุคลั่ง
เมื่อเย่เทียนมาถึง เขาก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิธาตุลมหลายตัว
เขาใช้เวลาเพียงเล็กน้อยในการฆ่าสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิเหล่านั้น
ไม่นาน ผาวายุคลั่งก็กลายเป็นอาณาเขตของเขาอย่างสมบูรณ์
มีสัตว์อสูรเพียงไม่กี่ตัวที่หน้าผาแห่งนี้ดังนั้นเย่เทียนจึงไม่ต้องกังวลว่าจะมีสัตว์อสูรมารบกวนการบ่มเพาะของเขา
บนหน้าผาวายุคลั่ง
เย่เทียนนั่งขัดสมาธิ ท่ามกลางพายุหมุนอันรุนแรงราวกับมีดสายลมนับไม่ถ้วนที่ตัดผ่านเสื้อผ้าของเขา
เย่เทียนไม่ได้สนใจเลยแม้แต่น้อยเขาเริ่มบ่มเพาะตนทันที
เพียงไม่กี่ลมหายใจ พลังปราณจากสายลมจำนวนมหาศาลก็เริ่มถูกดูดซับกลั่นร่างกายของเย่เทียนภายใต้การชักนำของพรสวรรค์เบญจธาตุผันแปรระดับพระเจ้า
“ความเร็วในการขัดเกลานั้นรวดเร็วกว่าเดิมมากเหมือนกับตอนที่เราใช้ปราณอัคคีขัดเกลาร่างกายในครั้งแรกเลย เช่นนั้นมันก็ไม่ใช่เรื่องยากแล้วสำหรับการทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่3 ด้วยความเร็วเช่นนี้ เราใช้เวลา 7-8 เดือนก็เพียงพอแล้ว!”
เย่เทียนคาดเดา
“เจ็ดสิบเจ็ดวัน”เขาวางแผนที่จะทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่ 3 และรีบกลับไปที่ฐานจงไห่ เขาไม่ต้องการให้เยว่เอ๋อร์รอนานเกินไป
ตูม!!!
พลังปราณธาตุลมจำนวนนับไม่ถ้วนหล่อหลอมร่างกายของเย่เทียนทำให้ร่างกายของเขาค่อยๆ แข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เมื่อใดก็ตามที่มีสัตว์อสูรมารบกวนเย่เทียนจะปล่อยดาบมิติสังหารพวกมันในทันที
เมื่อเวลาผ่านไปมีซากศพของสัตว์อสูรจำนวนมากก็ปรากฏขึ้นใต้หน้าผาวายุคลั่งฉากนี้ทำให้สัตว์อสูรโดยรอบไม่กล้าเข้าใกล้ผาวายุคลั่งอีกต่อไป
แปดเดือนต่อมา
เย่เทียนสัมผัสได้ถึงขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่3 เขาใช้พลังปราณจำนวนมากเพื่อพยายามทำลายคอขวดของขีดจำกัดทางร่างกาย ไม่นานเขาก็สามารถทำลายขีดจำกัดของร่างกายได้สำเร็จในตอนนี้ความแข็งแกร่งของเขาก็กลายเป็น 300 มังกรแล้ว
“ได้เวลากลับไปแล้ว!”
เย่เทียนพึมพำ
วู๊ซซ
เมื่อลมพัดมา ร่างของเย่เทียนก็หายไป
ที่รอยแตกของมิติ
ฐานใหม่ของมนุษย์ในโลกของสัตว์อสูรถูกสร้างขึ้นอย่างสมบูรณ์และจอมเวทค่ายกลจำนวนมากยังเพิ่มค่ายกลป้องกันที่แข็งแกร่งมากยิ่งกว่าเดิมเพื่อปกป้องที่นี่
และในตอนนี้
จักรพรรดิจันทราก็กำลังยืนอยู่บนชั้นบนสุดของประสาทและมองออกไปยังที่ไกลๆ
“เย่เทียน ผ่านมาปีครึ่งแล้วคุณอยู่ที่ไหนกันแน่?”
จักรพรรดิจันทราพึมพำกับตัวเอง
ทุกๆ 2-3 วัน เธอจะมายืนอยู่ตรงนี้เพื่อรอการกลับมาของเย่เทียน
แต่เธอก็ต้องผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่า!
ที่จริงแล้วสำหรับระดับจักรพรรดิอย่างเธอเวลาแค่ปีครึ่งไม่ได้นับว่าเป็นอะไร แต่ตอนนี้เธอกลับพบว่ามันช่างเป็นเวลาที่ยาวนานเหลือเกิน
ตลอดระยะเวลาปีครึ่งนี้ดูเหมือนจะยาวนานกว่าทศวรรษที่ผ่านมาเสียอีก
ขณะที่เธอกำลังจะจากไป สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปในทันที
“สัตว์อสูร!”
ในระยะไกลมีเส้นสีดำสายหนึ่งพุ่งมาเห็นได้ชัดว่านี่เป็นกองทัพที่เกิดจากการรวมตัวกันของสัตว์อสูรนับไม่ถ้วน
หนึ่งปีผ่านไปแล้ว การโจมตีของสัตว์อสูรกลับมาอีกครั้งและในครั้งนี้มันรุนแรงกว่าก่อนหน้านี้มาก
“สัตว์อสูรกำลังมา!”
เสียงของจักรพรรดิจันทราดังก้องไปทั่วฐานทัพ
วู๊ซซซ
จักรพรรดิคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นและมองไปยังที่ที่ห่างไกลด้วยแววตาที่จริงจัง
พรึบ!
จักรพรรดิขวานสงครามได้ปรากฏตัวขึ้นไม่ไกลจากจักรพรรดิจันทราและกล่าวด้วยใบหน้าที่จริงจังว่า“จักรพรรดิจันทรา คุณใช้กระจกเทพจันทราเพื่อดูว่ามีสัตว์อสูรสีดำตัวก่อนหน้านี้ได้หรือไม่ถ้าการโจมตีในครั้งนี้มีมันอยู่ด้วย พวกเราคงทำได้เพียงแค่ยอมแพ้และถอยกลับไปยังรอยแยก!”
ถ้าเป็นไปได้ก็คงไม่มีใครอยากจะละทิ้งฐานที่เพิ่งสร้างขึ้นมาใหม่เช่นนี้
เพราะถ้าหากเลือกที่จะละทิ้งฐานไปก็เท่ากับว่าพวกเขาผลักดันสนามรบไปยังโลก
แต่หากเจ้าสัตว์อสูรตัวนั้นโจมตีเข้ามาพวกเขาคงไม่สามารถต้านทานมันได้อย่างแน่นอน ทำได้เพียงแค่ถอยกลับไปเท่านั้น
หากไม่มีจ้าวแห่งสัตว์อสูรปรากฏตัวขึ้นพวกเขาไม่มีทางถอยแน่ เว้นเสียแต่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ที่ร้ายแรงจริงๆ
จักรพรรดิจันทราพยักหน้าและหยิบกระจกเทพจันทราออกมา
เมื่อปลดปล่อยพลังปราณเข้าไปในกระจกกระจกเทพจันทราก็เปิดออก
ภาพของสัตว์อสูรนับไม่ถ้วนที่อยู่ไกลออกไปปรากฏอยู่บนกระจกเทพจันทราหนึ่งในนั้นเป็นสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิที่น่าจะแข็งแกร่งมากซึ่งมันคงจะเป็นผู้นำทัพในครั้งนี้
“ฉันไม่พบสัตว์อสูรสีดำตัวนั้นแต่จากที่เห็นก็มีสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิอยู่หลายตัว!” จักรพรรดิจันทรากล่าวอย่างจริงจัง
“ถ้าไม่มีสัตว์อสูรสีดำตัวนั้นอยู่ก็ถือว่าดีแล้วเตรียมตัวให้พร้อม กำจัดสัตว์อสูรเหล่านั้นให้สิ้นซาก!”
จักรพรรดิขวานสงครามหยิบขวานดาราของเขาออกมาและออกจากฐานไปเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้กับสัตว์อสูรที่กำลังจะมาถึง
วู๊ซซ!!!
ผู้ฝึกยุทธ์ระดับจักรพรรดิปรากฏตัวพร้อมกันรวมไปถึงผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์อีกจำนวนมาก
แต่ที่นี่ไม่มีผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชาเพราะผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชานั้นยังไม่มีคุณสมบัติที่จะเข้าร่วมการต่อสู้ครั้งนี้!
เพียงไม่นานสงครามก็เริ่มเปิดฉากขึ้น!
ตูม!!!!!
ผู้ฝึกยุทธ์ระดับจักรพรรดิรับมือกับสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิเช่นเดียวกับผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์ที่ต้องปะทะกับสัตว์อสูรระดับศักดิ์สิทธิ์
จักรพรรดิจันทราได้ล่อสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิที่ทรงพลังไปถึง3 ตัว นี่แสดงให้เห็นว่าความแข็งแกร่งของเธอในขณะนี้แข็งแกร่งกว่าจักรพรรดิขวานสงครามแล้ว
ทุกวินาทีมีสัตว์อสูรและฝึกยุทธ์ฝั่งมนุษย์ตกตายไปอย่างต่อเนื่อง
“เปิดค่ายกล!”
ท่ามกลางความว่างเปล่า ค่ายกลสังหารขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นมา
นี่คือค่ายกลระดับดาราของฐานจงไห่จอมเวทค่ายกลระดับสูงจำนวนมากช่วยกันสร้างขึ้นมาเพื่อสังหารเหล่าสัตว์อสูร หากปราศจากค่ายกลนี้แล้วมนุษย์คงจะไม่สามารถรับมือกับสัตว์อสูรได้
และอาจจะต้องสูญเสียผู้แข็งแกร่งไปมากมาย
ต่างกับเหล่าสัตว์อสูรที่ไม่กลัวการสูญเสียเพราะในโลกของสัตว์อสูรนั้นมีสัตว์อสูรอยู่มากมาย แต่สำหรับมนุษย์แล้ว การสูญเสียผู้ฝึกยกระดับศักดิ์สิทธิ์ไปเพียงคนเดียวก็นับว่าเป็นการสูญเสียที่มหาศาลแล้วไม่ต้องพูดถึงผู้ฝึกยุทธ์ระดับจักรพรรดิ
การมีค่ายกลสังหารแน่นอนว่ามันช่วยแบ่งเบาแรงกดดันของมนุษย์อย่างมาก!
สัตว์อสูรถูกสังหารโดยค่ายกลระดับดาราบนผืนดินปรากฏซากศพของสัตว์อสูรจำนวนมาก เห็นได้ชัดว่าฝ่ายมนุษย์กำลังจะชนะ
แต่ทันใดนั้น
สัตว์อสูรมังกรปฐพีขนาดยักษ์ก็โผล่ออกมาจากพื้นดินร่างของมันมีขนาดใหญ่ถึง 1,000 เมตรกลิ่นอายของมันแข็งแกร่งกว่าสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิทั่วไปมาก
“สัตว์อสูรระดับจักรพรรดิตัวนี้แข็งแกร่งพอๆกับฉัน!”
สีหน้าของจักรพรรดิขวานสงครามเปลี่ยนไป
ในขณะนี้เขาถูกรุมล้อมโดยสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิถึง4 ตัว หากสัตว์อสูรมังกรปฐพีตัวนี้เริ่มเปิดฉากโจมตีผู้ฝึกยุทธ์ระดับจักรพรรดิและระดับศักดิ์สิทธิ์คนอื่นๆพวกเขาจะต้องประสบชะตากรรมที่ยากลำบากอย่างแน่นอน
ทันใดนั้น
ผู้ฝึกยุทธ์ระดับจักรพรรดิสองคนที่อยู่ใกล้กับสัตว์อสูรมังกรปฐพีก็ถูกมันกลืนกินเข้าไปในทันทีโดยไม่ทันตั้งตัว
“โฮกก”
สัตว์อสูรมังกรปฐพีคำรามเสียงดังลั่นดวงตาขนาดมหึมาทั้งสองของมันจ้องมองไปยังจักรพรรดิจันทราที่อยู่ไม่ไกลนัก
ในตอนนี้จักรพรรดิจันทราถูกรุมล้อมโดยสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิที่ทรงพลังถึง3 ตัว แม้ว่าในขณะนี้เธอจะสามารถรับมือกับพวกมันได้ แต่หากเพิ่มสัตว์อสูรมังกรปฐพีที่ทรงพลังเข้าไปอีกเธอจะตกอยู่ในอันตราย
วู๊ซซ!!
หอกดินพุ่งผ่านอากาศพุ่งไปยังทิศทางของจักรพรรดิจันทราที่กำลังต่อสู้อยู่อย่างรวดเร็ว
สถานการณ์เริ่มวิกฤติขึ้นทันที!
จักรพรรดิขวานสงครามไม่มีเวลาที่จะช่วยเหลือจักรพรรดิจันทราสำหรับจักรพรรดิอื่นๆ นั้น พวกเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของสัตว์อสูรมังกรปฐพี หากพวกเขาออกไปรับมือกับมันในตอนนี้พวกเขาจะต้องตายอย่างแน่นอน
ในฐานทัพของจงไห่ผู้ที่สามารถรับมือกับสัตว์อสูรมังกรดินปฐพีตัวนี้ได้นอกจากจักรพรรดิขวานสงครามแล้ว คงจะมีเพียงจักรพรรดิฉิน และจักรพรรดิจ้านหลงที่คอยคุมหอคอยเทพสงครามเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม จักรพรรดิฉินและจักรพรรดิจ้านหลงไม่ได้อยู่ที่นี่
จักรพรรดิจันทราไม่สนใจการโจมตีของหอกดินราวกับว่าเธอต้องการที่จะต้านทานการโจมตีนี้ให้ได้
แต่หากฝืนต้านทาน ต่อให้ไม่ตายก็ต้องเจ็บไม่น้อย
เมื่อได้รับบาดเจ็บแล้วต่อไปเธอจะตกอยู่ในอันตรายอย่างแท้จริง
ในตอนนั้นเอง เสียงหนึ่งก็ดังกึกก้องไปทั่วทั้งสนามรบ
“ผู้หญิงของฉันไม่ใช่สิ่งที่แกจะแตะต้องได้!”
วินาทีต่อมา
เงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นกลางอากาศเมื่อคนผู้นี้ปรากฏตัวขึ้น เขาก็ใช้ดาบฟันออกไปทำลายหอกดินของสัตว์อสูรมังกรปฐพีได้อย่างง่ายดาย
“เย่เทียน!”
จักรพรรดิจันทรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง
คนที่ปรากฏตัวอย่างกะทันหันนี้คือเย่เทียนที่เธอรอคอยมานาน!
“เขาเพิ่งบอกว่าฉันเป็นผู้หญิงของเขา!”
จักรพรรดิจันทราไม่เพียงแต่จะไม่โกรธแต่เธอกลับมีความสุขอย่างมาก นี่เป็นคำสารภาพรักที่น่าเกรงขามยิ่ง!
ทันใดนั้นหัวใจของเธอก็เต้นไม่เป็นจังหวะ!
“เยว่เอ๋อร์ระวังตัวด้วย ผมจะจัดการสัตว์อสูรมังกรปฐพีตัวนี้ก่อน!”
เย่เทียนหันกลับมาและยิ้มให้จักรพรรดิจันทรา
เมื่อเย่เทียนถูกเรียกขานอย่างสนิทสนมต่อหน้าผู้ฝึกยุทธ์ระดับจักรพรรดิและระดับศักดิ์สิทธิ์เธอก็ย้อนนึกถึงคำสารภาพรักเมื่อครู่ สีหน้าของจักรพรรดิจันทราเปลี่ยนเป็นแดงระเรื่อด้วยความเขินอายแต่เธอก็สามารถข่มกลั้นสติอารมณ์ลงและกลับไปจดจ่อกับการต่อสู้กับสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิทั้ง3 ตัวที่อยู่ตรงหน้าทันที
ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะฟุ้งซ่าน!