เธอไม่ยกโอกาสเรียนมหาวิทยาลัยให้สวี่เยว่หรอก
เธอวางบทละครไว้หมดแล้ว
คุณย่าสวี่ไม่มีทางค้นเงินสามพันหยวนในห้องกู่ซิ่วเจอแน่
ถึงตอนนั้นเธอจะบอกว่าของขวัญราคาแพงพวกนั้นถูกซื้อมาด้วยเงินรางวัลส่วนหนึ่งของเธอส่วนเงินที่เหลือถูกกู่ซิ่วซ่อนไว้
คุณย่าสวี่เป็นคนโลภต้องเชื่อคำพูดเธอแน่
ขอแค่คุณย่าสวี่เชื่อคำพูดของเธอต่อให้กู่ซิ่วและสวี่เยว่จะแก้ตัวอย่างไรก็ฟังไม่ขึ้น!
กู่ซิ่วถูกคำพูดของสวี่ฮุ่ยตอกจนพูดไม่ออก
คุณย่าสวี่เห็นร่องรอยตื่นตระหนกบนใบหน้าของกู่ซิ่วและสวี่เยว่ก็เชื่อคำพูดของสวี่ฮุ่ยยิ่งกว่าเดิม
เธอโบกมือ“เจ้ารอง ลูกสะใภ้รอง แล้วก็เจียเฉียงกับเจียเวยพวกแกเข้าไปค้นในห้องกับฉัน!”
กู่ซิ่วอยากจะขวางแต่ไม่กล้า
เพราะเธอรู้ว่ายิ่งขวางยัยแก่บ้านั่นจะยิ่งค้น
กู่ซิ่วและสวี่เยว่ได้แต่มองคุณย่าสวี่พาครอบครัวสวี่เสี่ยวซานผลักประตูห้องของกู่ซิ่วและสามีเข้าไปตาปริบๆ
ทันใดนั้นทุกคนก็เห็นของขวัญราคาแพงวางซ้อนกันอยู่บนตู้
หลี่เซียงเหมยพูดจิกทำให้เรื่องใหญ่โตด้วยความอิจฉาทันที“โอ้โห! ในห้องพี่สะใภ้มีของดี ๆ ตั้งเยอะแยะนี่คงเป็นของที่พี่สะใภ้เตรียมไว้ให้คุณตาของเยว่เยว่ที่กำลังจะอายุเจ็ดสิบปีสินะ”
หลี่เซียงเหมยเกลียดบ้านใหญ่เข้ากระดูกดำมานานแล้วครอบครัวฐานะดีขนาดนั้น แต่กลับโยนภาระเลี้ยงดูพ่อแม่แก่ ๆ ให้พวกเธอ
ให้เงินค่าเลี้ยงดูพ่อแม่แค่เดือนละสิบหยวนพี่สะใภ้กู่ซิ่วยังเที่ยวไปบอกคนอื่นว่าพวกเธอได้เปรียบที่ได้เลี้ยงดูพ่อแม่
ประมาณว่าพ่อแม่ที่แก่เฒ่ายังสามารถทำงานได้แต่เงินที่หามาได้ก็ล้วนตกเป็นของพวกเธอหมดรวมถึงเงินค่าเลี้ยงดูพ่อแม่สิบหยวนที่บ้านของลูกชายคนโตให้ ก็ตกเป็นของพวกเธอด้วย
ตอนนี้เจอจุดอ่อนของสองสามีภรรยาคู่นี้แล้วเธอจะไม่ยุให้เรื่องบานปลายได้ยังไง?
กู่ซิ่วได้แต่กัดฟันยอมรับ
เธอไม่สามารถบอกได้ว่าของขวัญราคาแพงพวกนี้เป็นของที่คนอื่นให้สวี่เยว่เพื่อตอบแทน
ถ้าหลี่เซียงเหมยซักไซ้ไล่เลียงเธอก็ต้องพูดโกหกเหมือนที่บอกสามี
ตอนนี้สวี่ฮุ่ยไม่เหมือนแต่ก่อนแล้วฉลาดเป็นกรด พอได้ยินเธอต้องรู้แน่ว่ามีเล่ห์สนกลในบางอย่าง?
ถึงตอนนั้นความลับก็จะถูกเปิดเผยถ้าสวี่ฮุ่ยสืบหาที่อยู่ของตระกูลลู่เจอแล้ววิ่งแจ้นไปบอกความจริงว่าเธอต่างหากที่เป็นผู้ช่วยชีวิตคุณย่าลู่
ตระกูลลู่จะมองเธอสองแม่ลูกยังไงเพื่อนบ้านแถวนี้จะมองเธอสองแม่ลูกยังไง?
ความฝันที่สวี่เยว่อยากแต่งเข้าตระกูลลู่ก็คงจะสลาย
คุณย่าสวี่โกรธจัดเดินเข้าไปตบหน้ากู่ซิ่วทันที “นังแพศยารู้จักแต่ประจบประแจงพ่อแม่ตัวเอง!”
คำพูดต่ำช้าหยาบคายหลุดออกมาฉอดๆไม่ขาดสาย
เสียงด่าทอของคุณย่าสวี่ดังก้องกังวานไปทั่วเขตบ้านพัก
สวี่ต้าซานทั้งอายทั้งขายหน้าขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “แม่ หยุดด่าได้แล้ว!เดี๋ยวคนอื่นได้ยินแล้วจะหัวเราะเยาะเอา!”
พอคุณปู่สวี่ได้ยินก็ถอดรองเท้าเปื้อนโคลนข้างหนึ่งออกมาฟาดพื้นรองเท้าใส่หน้าสวี่ต้าซาน “พ่อแม่ตัวเองไม่รู้จักกตัญญูกลับไปกตัญญูพ่อแม่คนอื่น แกยังไม่กลัวคนอื่นหัวเราะเยาะแล้วพวกเรายังต้องกลัวอะไรอีก!”
สวี่รั่วเฉินเข้าไปห้ามก็โดนรองเท้าฟาดไปหลายที จนร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด
ส่วนสวี่เยว่ก็ตกใจจนตัวหดอยู่ที่มุมห้องร้องไห้ไม่หยุด
มีเพียงสวี่ฮุ่ยที่มองดูด้วยความสะใจ
ในขณะที่คุณปู่และคุณย่าสวี่กำลังสั่งสอนลูกชายกับลูกสะใภ้อยู่ครอบครัวสวี่เสี่ยวซานก็กำลังรื้อค้นข้าวของในห้องของกู่ซิ่ว
ตู้ที่ใส่กุญแจถูกสวี่เสี่ยวซานและลูกชายงัดออกอย่างแรงไม่นานก็เจอเงินสามพันหยวนที่ย่าหลานตระกูลลู่ให้
สวี่เจียเวยลูกชายคนเล็กวัยสิบแปดปีของสวี่เสี่ยวซานร้องด้วยความดีใจ “คุณย่า!เงินครับ!”
หลี่เซียงเหมยหยิบเงินก้อนนั้นจากในกล่องออกมาส่งให้คุณย่าสวี่
สวี่ฮุ่ยเห็นเงินก้อนนั้นก็แปลกใจมากไม่คิดว่าจะค้นเจอเงินในห้องกู่ซิ่วจริง ๆ
เงินนี้มาจากไหนกัน?
เป็นเงินที่ชายลึกลับคนนั้นให้หรือว่าเป็นเงินที่หญิงชราที่เธอช่วยชีวิตไว้ให้?
คุณย่าสวี่นับไปหลายรอบเงินสามพันหยวน ไม่ขาดไม่เกินแม้แต่หยวนเดียว
คุณย่าสวี่มองสวี่เยว่อย่างเย็นชา“ไหนว่าไม่ได้ขโมยเงินของพี่สาวไปไม่ใช่เหรอ แล้วนี่มันอะไร?”
เสียงตะโกนก้องกังวานด้วยความเดือดดาลของเธอทำให้คนเกือบทั้งเขตบ้านพักรู้ว่าสวี่เยว่ขโมยเงินรางวัลของสวี่ฮุ่ย
สวี่เยว่หน้าซีดเผือดพูดตะกุกตะกัก “หนู...หนูไม่ได้ขโมยจริง ๆหนู...หนูก็ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น”
คุณย่าสวี่เห็นหลักฐานคาตาขนาดนี้แต่สวี่เยว่กลับไม่ยอมรับผิด ก็ยิ่งโกรธหนัก
เธอจึงยัดเงินในมือให้สามีแล้วจิกผมของสวี่เยว่ขึ้นมาตบหน้า “ปากแข็งนักโกหกเก่งเหลือเกิน!”
สวี่เยว่ไม่เคยถูกตีตั้งแต่เกิดก็ร้องไห้จ้าขอความช่วยเหลือจากพ่อแม่ไม่หยุด “พ่อช่วยด้วย! แม่ช่วยด้วย!พี่ชายช่วยด้วย!”
กู่ซิ่วและสามีรีบพุ่งเข้าไปปกป้องเธอ
สวี่รั่วเฉินชายหนุ่มผู้มีคุณธรรมเห็นว่าเป็นอย่างที่สวี่ฮุ่ยพูดจริงๆ คือสวี่เยว่เป็นคนขโมยเงิน ส่วนกู่ซิ่วรับหน้าที่ซ่อนเงินเขาก็รู้สึกผิดหวังในตัวเธอสุด ๆ
ประกอบกับเห็นสวี่เยว่ไม่สำนึกผิดให้ตายก็ไม่ยอมรับว่าตัวเองขโมยเงินของสวี่ฮุ่ย เขายิ่งผิดหวังในตัวเธอเข้าไปใหญ่
แต่พอเห็นสวี่เยว่ถูกคุณย่าสวี่ตีจนร้องลั่นเขาก็ทนไม่ไหว ต้องเข้าไปปกป้องเธออยู่ดี
คุณย่าสวี่เป็นแค่คนแก่คนหนึ่งจะไปสู้แรงคนหนุ่มสาวสามคนได้ยังไง?
เห็นว่าจะโดนแย่งสวี่เยว่ไปแล้วคุณย่าสวี่ก็ตะโกนลั่น “ตาแก่พวกแกจะยืนดูฉันถูกบ้านลูกชายคนโตตีจนตายเหรอ?!”
ครอบครัวลูกชายคนรองและคุณปู่สวี่ต่างรุมเข้ามาแกล้งทำเป็นห้าม แต่จริง ๆแล้วคือขวางไม่ให้สวี่ต้าซานทั้งสามคนพ่อแม่และลูกชายเข้ามาช่วยสวี่เยว่
สถานการณ์พลิกผันในทันทีพวกสวี่ต้าซานสามคนพ่อแม่และลูกชายไม่เพียงแต่ช่วยสวี่เยว่ไม่ได้ยังโดนคุณปู่สวี่ฟาดด้วยพื้นรองเท้าท่ามกลางความชุลมุนจนเจ็บไปหมดแต่พวกเขาก็ไม่กล้าสู้กลับ
กู่ซิ่วไม่มีทางเลือกคุกเข่าลงกับพื้นดังพลั่ก แล้วอ้อนวอนด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “แม่เยว่เยว่เป็นโรคหัวใจ แม่จะตีเธอไม่ได้นะคะ!”
คุณย่าสวี่เป็นคนลำเอียงรักลูกชายมากกว่าลูกสาวอีกทั้งสวี่เยว่เป็นเด็กขี้โรคที่ต้องใช้เงินเยอะ คุณย่าสวี่ยิ่งไม่ชอบเข้าไปใหญ่
เมื่อคิดว่าลูกชายคนโตเสียเงินไปกับยัยเด็กนี่ไม่น้อยแต่กลับให้เงินค่าเลี้ยงดูพวกเธอแค่เดือนละสิบหยวน คุณย่าสวี่ก็เลือดขึ้นหน้า
บวกกับที่คุณย่าสวี่เกลียดกู่ซิ่วและสวี่เยว่เป็นแก้วตาดวงใจของกู่ซิ่วอีก เธอก็ยิ่งลงมือหนักขึ้นพร้อมกับด่าเปิงไม่หยุด “เด็กสวะเหลือขอ ใช้แต่เงิน ตาย ๆไปซะได้ก็ดี!”
สวี่ต้าซานเห็นดังนั้นเลยได้แต่ไปขอร้องสวี่ฮุ่ย “ฮุ่ยฮุ่ย บอกให้ย่าหยุดเถอะพ่อขอร้องล่ะ!”
สวี่รั่วเฉินก็ขอร้องตาม“ฮุ่ยฮุ่ย ขอร้องล่ะ ช่วยเยว่เยว่ด้วย ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปเยว่เยว่ต้องแย่แน่”
สวี่ฮุ่ยพูดอย่างเย็นชา“ทำไมฉันต้องช่วยนายกับพ่อช่วยสวี่เยว่ด้วย? เมื่อกี้สวี่เยว่โยนความผิดใส่ฉันมีใครเรียกร้องความยุติธรรมให้ฉันบ้าง? นายกับพ่อไม่สนใจชีวิตฉันแล้วทำไมฉันต้องสนใจพวกนายด้วย? เป็นคนต้องเอาใจเขามาใส่ใจเราสิจริงไหม?”
สองพ่อลูกต่างเงียบกริบ
สวี่ฮุ่ยหยิบหนังสือแพทย์เล่มหนึ่งไปที่ห้องรับรองเธอไม่ค่อยสนใจดูหมากัดกันเท่าไหร่
คุณย่าสวี่ตีสวี่เยว่จนสาแก่ใจ
เห็นสวี่เยว่ถูกตีจนผมกระเซอะกระเซิงกู่ซิ่วร้องไห้เหมือนญาติเสีย คุณย่าสวี่ก็รู้สึกพึงพอใจอย่างมาก